*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

AWWP ตอนที่ 10 : คณะประจันบาลไม่มีวันตาย!

 24 Views

ทักษะเกรทวอยดีโวชั่น มีความใกล้เคียงกับ ทักษะฟอสเตอริ่ง แต่หลักการแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

ทักษะฟอสเตอริ่ง จะนำทางวิญญาณฉี เข้ามาในร่างกายแล้วนำทาง มันไม่มีทางที่จะรักษาวิญญาณฉีไว้ได้แต่เพราะยังงั้นการใช้ร่างกายเป็นตัวกลางนำไปที่หินกลวงในมือและสร้างเป็นวิญญาณศิลา ร่างกายก็จะแข็งแรงขึ้น

 

ทักษะเกรทวอยดีโวชั่น สร้างหลุมดำในร่างกายในขณะใช้งานจะเกิดพลังอันแข็งแกร่งในร่างกายแล้วดูกินทุกอย่าง มันจะดูวิญญาณฉีเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าร่างกายจะปล่อยให้วิญญาณฉีผ่านมาได้เท่าก็ไม่ต้องคำนึงถึงการเก็บรักษา ทุกขั้นตอนเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่วิญญาณฉีจะแพร่กระจายออกไปภายนอกร่างกาย

 

จะสามารถเก็บสะสมพลังวิญญาณฉีไว้ในร่างกายได้และไม่ต้องใช้หินกรวงในการโอนพลังให้เปลืองทรัพยากรอีกด้วย!

 

เมื่อเป็นแบบนี้ความบริสุทธิ์ย่อมเป็นไปตามธรรมชาติมากกว่าวิธีอื่นอยู่แล้ว ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเรื่องของความบริสุทธิ์ของวิญญาณศิลาแม้แต่ยอดฝีด้านยุทโธปกรณ์ก็พบเจอ คือความไม่บริสุทธิ์ของหินกรวงจะถูกทำให้หายไป

 

วิธิคล้าย ๆ กันของเทคนิคการรวบรวมต่าง ๆ มักจะถูกถกเถียงกันในสหพันธ์ แต่ก็ไม่เคยมีใครประสบความสำเร็จมันก็เป็นแค่ความเพ้อฝัน แต่ตอนนี้ทักษะเดอะเกรทวอยดีโวชั่นอยู่ตรงหน้าของหวังเปาเลอแล้วทักษะที่จะแแก้ไขปัญหาทุกอย่าง

 

‘ดูเหมือนว่าการดูซึมพลังจะเพิ่มขึ้น ความเข้มข้นของเกรทวอยดีโวชั่นมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ….’ หวังเปาเลอออกมาจาโลกลวงตาแล้ว เขานั่งไขว้ขาอยุ่ในห้องพักของตน ดวงตาของเขาแวววับไปด้วยความตื่นเต้น เขารู้สึกว่าตำแหน่งหัวกะทิกำลังโบกมือตอนรับเขาแล้วเขาเหมือนลืมทุกสิ่งแล้วหลับตาลง หวังประทับใจในตัวเองที่สามารถทำวิจัยทักษะ เกรทวอยดีโวชั่น ได้สำเร็จ

 

เขาเสริมสร้างรากฐานทักษะฟอสเตอริ่งเมื่อหลายปีที่ผ่านมา เพราะอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้เป็นคนแปลกหน้ากับวิญญาณฉีสักเท่าไรหรอก เมื่อเขาทำใจให้สงบ เขาก็รู้สึกได้ว่ารอบตัวเขานั้นมีพลังวิญญาณอยู่มากแทบจะไร้ขีดจำกัด

 

แม้ว่าทักษะเดอะเกรทวอยดีโวชั่นจะดูง่ายแต่มันก็มีส่วนที่ยากในการฝึกฝน ที่หวังเปาเลอทำพลาดหลายครั้งในตอนแรก เขาดูดซึมวิญญาณฉีได้แต่ล้มเหลวที่จะกักเก็บมันไว้ ยังไงก็ตามสิ่งที่เขาเก่งที่สุดคือ เมื่อเขามีเป้าหมายเขาจะไปให้ถึงมันให้ได้ เหมือนบททดสอบในโลกลวงตา เขาไม่สนความเจ็บปวดที่ดดนหมาป่ากัดหมีขย้ำเพราะเขาอยากได้คะแนนมากขึ้นในบททดสอบนั้น

 

ตรงกับคำอธิบายของทักษะเกรทวอยดีโวชั่น กลืนกินเมล็ดพันธ์ุก่อน และทำให้มันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าพลังในการกักเก็บจะเหนื่อกว่าพลังของวิญญาณที่จะหนีออกไปหรือไม่

 

ในตอนนั้น เขาหมกมุ่นอยู่กับมันจนตัวแทบจะขาด กว่าครึ่งเดือนที่เขาไม่เข้าเรียน ถึงขั้นที่เมื่อเขาหิวเขาก็จะกินแบบรีบร้อนแล้วรีบกลับไปทำวิจัยทักษะที่เขาคิดขึ้นมาได้ต่อ

 

ในขณะเดียวกัน ใกล้ ๆ กับสระน้ำของยอดเขาอธิการบดี ที่อยู่ตรงกลางของยอดเขาทั้งหมดในเกาะแห่งการศึกษาระดับต้น กระท่อมมุงหลังคาที่ตาแก่ลีชอบไปนั่งตกปลา

 

สายลมพัดอย่างแผ่วเบา ทำให้ไม้สั่นเบา ๆ ภาพสะท้อนในสระน้ำทำให้เห็นคนแถวนั้นชัดเจนขึ้น

 

ข้าง ๆ ท่านอธิการคือรองอธิการในชุดคลุมสีดำกำลังเหงือออกและเคร่งเครียด หลังจากผ่านไปสักพักเขาก็สูดหาใจลึกก้มหัวลง

 

“ท่านอธิการ มันเป็นความผิดพลาดของผม”

 

ชายแก่เหมือนจะไม่ได้สนใจและตกปลาต่อไป คนที่ขอโทษก็ได้แต่ปาดเหงือบนหน้าผากออกไป

 

ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง เขากระซิบ “ผมผิดที่ไม่ได้สนใจความจริงที่ เรื่องของหวังเปาเลอจะเป็นตัวอย่างขีดเส้นแยกนักศึกษาในสถาบันของเรา ในทางกลับกันผมควรใช้อีกวิธี ผมมีอาจารย์จากภาคการศึกษาที่สามารถเปิดโปงการโกงของเขาได้ครับ”

 

หลังจากพูดแบบนั้นไปเขาก็รู้ว่าท่าทีของชายแก่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย รองอธิการก็พูดเสริมไปอีกว่า

 

“ความผิดพลาดของผมมันแย่กว่านั้นอีกที่อยากจะควบคุมการเลือกนักศึกษาพิเศษของคณะยุทโธปกรณ์ ผมกระทำการอย่างตามใจชอบพยายามที่จะขับไล่หวังเปาเลออกไป ผมยังชักจูงให้ท้ายอาจารย์ท่านอื่นอีกด้วยนะครับ”

 

รองอธิการปาดเหงืออีกครั้งเรารู้สึกแย่กว่าเดิมอีกเขาตัดสินผิดพลาด ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าหัวหน้าของเขาไม่ชอบในตัวของหวังเปาเลอเขาควรจะใช้โแกาศนั้นในการลงโทษหวังเปาเลอจะดีกว่า

 

หลังจากนั้นอธิการก็เงยหน้าขึ้น รองอธิการก็เริ่มหายกังวลใจ

 

“ถ้ารู้ความผิดของตัวเองแล้วก็กลับไปซะ”

 

ท่านรองอธิการดูสดชื่นขึ้น เขาเป็นผู้ใต้บังคับบันชามานานแล้ว เขารู้ว่าถ้าอธิการพูดแบบนี้แปลว่าปัญหาได้ถูกแก้ไขไปเยอแล้ว เขาก้มหัวอีกครั้งก่อนที่จะเดินออกไป พอเดินออกไปได้สักพักเขารู้สึกถึงความเย็นเฉียบ แต่เขาก็รู้แล้วว่าตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้ถึงแม้ว่าเขาจะมีไม้เด็จเก็บไว้ก็ตาม

 

ยังไงก็ตาม เขารู้เพียงเล็กน้อยว่าหลังจากเขาออกไป มีชายแกอีกคนโพล่มาอย่างเงียบ ๆ ยืนข้างอธิการลีเหมือนกับคนรับใช้อยู่ข้างหลัง

 

“เยี่ยมไปเลยครับท่านอธิการ สามารถทำให้ท่านรอง เกาฉวน พูดถึงเรื่องของเขาได้มากขนาดนี้แต่ขยับตัวนิดหน่อยเอง หลังจากเรื่องนี้แล้วเขาคงระวังตัวมากกว่านี้เยอะ ถึงแม้เขาจะยอมรับเรื่องที่ทำผิดไปเยอะแยะแต่ก็ไม่ได้ยอมรับสิ่งที่แย่ที่สุดนะครับเขายังมีอะไรอีกลึกมาก”

 

“นอกจากนี้ ผมไปสืบเรื่องราวมาว่า ตำแหน่งหัวกะทิห้องโถงแก่นแถ้ดวงวิญญาณคณะยุทโธปกรณ์ถูกปิดเป็นความลับ เหมือนกับว่าท่านรองมีความใกล้ชิดกับเด็กคนนั้น การเลือกตัวนักศึกษาพิเศษของคณะยุทโธปกรณ์ถูกเสนอชื่อโดย หัวกะทิของห้องโถงแก่นแท้ดวงวิญญาณ เหมือนถูกยั่วยุโดยพ่อของเขายังไงยังงั้น ” ชายแก่หลังท่านอธิการพูดพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ

 

“พอของหัวกะทิคนนั้น เป็นหนึ่งในสิบเจ็ดวุฒิสมาชิกของสหพันธ์ มันมีอิธิพลมากและไม่น่าไปยุ่งเกียวกับอะไรแบบนี้วางเรื่องนี้ไปเถอะครับ” อธิการลียิ้มความเย้ยยันอยู่ในสายตาของเขา

 

“ผมว่ายังดีที่เป็นแบบนี้ ถ้าเขาไปยุ่งเกียวกับวุฒิโดยตรงสมาชิก โดยไม่ผ่านลูกของคน ๆ นั้น เกาฉวนคงจะเป็นคนบ้าไปแล้วแน่ ๆ ”

 

“ท่านครับ ไอนกสองหัวแบบนี้เราควรจะ…” ชายแก่ข้างหลังรีบพูดขึ้นมา

 

“ยังไม่ถึงเวลา” ดวงตาของตาแก่ลีมีแต่ความเฉียบคม คนที่เขาปั้นมากับมือใส่มีความเกลียดชังไว้มากมายคนอื่นคงไม่เขาใจความคิดของเขา

 

‘มันจะมีคนที่ไม่สามารถทนต่อสิ่งล่อลวงให้เข้าไปยุ่ง เกาฉวน แย่จริงๆ ใครจะมายุ่งกับเขาต้องผ่านข้าไปก่อน’ เขาหัวเราะอยุ่ในใจ

 

เวลาผ่านไปกว่า 3 เดือนที่หวังเปาเล้อนั่งฝึกตน

 

ในเวลาสามเดือนนี้ ไม่บ่่อยนักที่ในคณะจะมีคนพูดถึงเขา ยอกจากนี้ ความต้องการที่จะศึกษาของเขาทำให้คนสนใจเขาน้อยลง

 

หวังเปาเลอประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาต้องการแล้วที่จะไม่เด่นดังตามที่ตั้งใจตั้งแต่เริ่มเข้ามาเรียนที่นี่

 

เหมือนที่ใคร ๆ ก็พูดกัน ทุกอย่างจะได้มาถ้าตั้งใจเฝ้ารอ

 

สามเดือนที่ผ่านมาทำให้ร่างกายของเขากลายเป็นหลุมดำดูดกินวิญญาณ

 

ขณะที่เขารู้สึกได้ถึงพลังแห่งการดูกินในร่างกายของเขา หวังเปาเลอก็ปาดเหงือที่มาจากความตื่นเต้น เข้าใกล้ความฝันไปอีกหนึ่งกว้าเขารีบรวบรวมพลังอีกครั้งหนึ่ง

 

หลังจากที่เขากำลังใช้วิชาดูดกิน พลังวิญญาณในที่พักของเขากลับมารวมตัวกันดเหมือนสายน้ำ พลังเหล่านั้นค่อย ๆ โคจรเขาไปหาเขา ไม่ใช่แค่วิญญาณในห้องเท่านั้นแต่เป็นวิญญาณจากข้างนอกห้องด้วย

 

ปกติแล้วพลังวิญญาณทั้งหมดในพื้นที่จะล่องลอยไปทั่ว แต่ตอนนี้มันรวมตัวกันเหมือนพายุที่มองไม่เห็นและมีใจกลางเป็นหลุมดำ….ในตัวของหวังเปาเลอ

 

พลังวิญญาณจำนวนมากถูกดูดเข้าไป ในที่สุดก็ถึงระดับที่ร่างกายเขากักเก็บไว้ได้ ทันที่ที่พวกมันเข้าไปเต็มร่างกายของเขา จะเกิดความรู้สึกที่บรรยาออกมาไม่ได้เหมือนมีมือเล็ก ๆ มานวดเขาทั้งตัว ก็ยังที่ที่มันทำให้เขารู้สึกสบายตัวมากกว่าเดิม เขารู้ว่ายังมีสิ่งที่ต้องทำอีก เขายกมือขาวขึ้นมาด้วยความยินดีและใช้วิชาเกรทวอยดีโวชั่นเพื่อควบแน่เป็นดวงวิญญาศิลา

 

แต่เมื่อถึงขั้นตอนนี้ความยากของวิชาดูดกลืนก็แสดงผล การควบแน่นของดวงวิญญาณจะล้มเหลวได้แต่ไม่ระมัดระวัง

 

และเป็นอีกครั้งที่เขาล้มเหลว พลังที่เขากับเก็บไว้ในตัวกระจายตัวออกมาอย่างรวดเร็ว และถูกดูดกลับมาเพราะเขาพยายามจะใช้มันอีกครั้ง

 

‘กูไม่เชื่อหรอก!’ หวังเปาเลอใกล้จะเสียสติแล้ว ความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อมทำให้เขายืนกรานที่จะทำต่อไป เขาซื้ออาหารมามากมายกว่าครึ่งนึงเป็นขนมและมันฝรั่งทอดกรอบ เขาไม่ออกจากห้องไปไหนทำทุกอย่างในห้องของตน มุ่งไปที่การฝึกฝนอย่างเดียว

 

ร่างตุ้ยนุ้ยของเขาใหญ่ขึ้นกว่าเดิมโดยที่เขาไม่รู้ตัวว่าจะกลางเป็นก้อนกลม ๆ อยุ่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อมันเต็มไปด้วยความมันเงา ไขมันของเขาช่างมันวาวและเต่งตึ่ง

 

ร่างกายของเขาแตกต่างกว่าตอนแรกมาก น่าจะเป็นเพราะดูดกลืนวิญญาณแห่งไขมันเขาไปมากเกินแทนที่จะเป็นพลังวิญญาณของฉี ยังไงก็ตามไขมันก็คือพลังงานสำรองในร่างกาย และตอนนี้พลังวิญญาณฉีในตัวของเขาสามารถจุได้มาขึ้นเพราะขนานตัวที่มาขึ้นด้วย เมื่อการเสริมพลังไม่สำเร็จเขาก็จะกินมากขึ้นด้วย

 

ต้องขอบคุณ ชุดคลุมนักศึกษาพิเศษของเขาทีสร้างจากวัตถุที่ยืดหยุ่นได้มากเป็นพิเศษเขาจึงยังไม่ระเบิดชุดตัวเองเป็นเสี่ยง ๆ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนรูปไปอีกแล้วตาของเขาดูเล็กลงทุกที

 

ด้วยความไม่รู้อะไรเลยนี้ดำเนินไปไกลกว่าเดือน เขาก็รู้ว่าน้ำหนักตัวเองเพิ่มเมื่อผ่านไปครึ่งทางแต่เพื่อสำเร็จวิชาแล้วก็ช่างมันเถอะ ปัดมันออกจาหัวไปดื่อ ๆ

 

ในที่สุดก็ถึงวันนั้น เขามองไปที่หินรูปเการัดในมือเขาด้วยความตื้นตันใจหลังจากทดสอบความบริสุทธิ์แล้ว

 

“กูทำได้แล้ว!!!! ฮ่าๆๆๆๆ ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว!!!!”

 

“ไม่ใช่แค่ 50% แต่เป็น 75% !!!”

 

ตอนที่เขายังอยู่ที่เมืองฟินิกส์เขาทำได้แค่ 50% นิด ๆ แต่ตอนนี้เขาทำได้ถึง 75% เกิดกว่าเส้นตายของทุกมหาวิทยาลัยเตี่ยวในสหพัน ไวทเดียที่ขึ้นชื่อที่สุดต้องการ 70% 

 

เขาฟินมาก ตอนนี้เขารู้สึกว่ารูปร่างของเขาดูแย่มากพอแล้วเพียงแค่ลุกขึ้นยืน เขาก็เกือบทำไม่ได้แล้ว มันทำให้เขาเวียนหัว เขาก้มลงไปดูร่างกายของตัวเอง แทบจะมากกว่าเมือครึ่งปีที่แล้วเท่าตัว ชุดของเขายืนยันได้อย่างดีว่าน้ำหนักนั้นเพิ่มขึ้นมาก ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยดวงวิญญาณแห่งไขมันแล้วจริง ๆ 

 

“ไม่นะ…นี้มัน…” หวังเปาเลอร้องไหออกมา ตอนนี้เขาไม่ห่วงเรื่องการเสริมแกร่งพลังวิญญาณแล้ว ร่างการของเขาเป็นปัญหายิ่งกว่า

 

‘พระเจ้า กูแค่ลืมตัวนิดหน่อยมันเกิดขึ้นได้ยังไงเนีย? ’หวังเปาเลอสั่นเท่าบันทึกของตระกูลเขาก็เด้งขึ้นมาในหัว เขาถูกเติมเต็มด้วยความกลัวในทันที เขาใช้นิ้วใหญ่ยักของเขานับเลขทั้งที่เต็มไปด้วยน้ำตา

 

หลังจากนั่งนับมาทั้งวันเขาก็รู้สึกเสียใจ ตามบันทึกบรรพบุรุษผู้อ้วนท้วนบอกกับเขาว่าเความตายใกล้ที่จะเข้ามาถึง เขาหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ทำให้เขาร้องไหมากกว่าเดิมอีก

 

‘ผมยังไม่ได้เป็นหัวกะทิ หรือ ประธานาธิบดีเลย ผมยังไม่อยากไปอยู่ร่วมกับอากงอาม่า’ หวังเปาเลอกำลังอยู่ในภาวะขนหัวลุก ใจคอเขามุ่งไปที่เรื่องลดน้ำหนักอย่างเดียวแล้ว แต่ไม่ว่าวิธีไหนก็ไม่สำเร็จ

 

‘ออกกำลังกาย! กูต้องออกำลังกายแล้ว!! กูอยากจะวิ่ง!!! ความหวังของกูยังไม่หมดไปหรอก!!!!!’ 

หวังเปาเลอกัดฟันแน่นสิ่งแรกที่เขาคิดได้คือการวิ่งเข้ารีบออกไปจากห้องพักของตัวเอง

 

แม้จะมีขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น แต่มันก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ เขายังสามารถเดินไปเปิดประตูและเดินออกไปได้อยุู่ .ในขณะที่เขาก้าวเท้าออกมาแสงแดดก็กระทบกับชุดคลุมชั้นสูงสีแดงทีขนาดค่อนข้างจะเกินจริงของเขา หวังเปาเลอรู้สึกถึงความปวดร้าวทันทีที่เห็นเงาของตัวเองบนพื้น เขาตะโกนเสียงดังดว้ยพลังทั้งหมดและวิ่งออกไปบนยอดเขาของคณะยุทโธปกรณ์

 

ในขณะที่เขากำลังวิ่งพล่านอยู่นั้น หวังเปาเลอก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่แปลกไปในตัวเขา เขาไม่รู้สึกเหนื่อยจนหมดแรง น่าจะเป็นเพราะพลังวิญญาณในตัวกลายเป็นพลังงานสำรองให้ร่างกายทำให้มีเรียวแรงมากพอที่จะวิ่งอย่างบ้าคลั้งแบบนี้ได้ จนเขาเริ่มรู้สึกว่าสนามกว้างของคณะใหญ่ไม่พอสำหรับเขา เขารู้ว่ามีคนมากมายบนนี้ เขาจึงตัดสินใจที่จะวิ่งรอบเกาะแห่งการศึกษาแห่งนี้แทน

 

วันนั้น นักเรียนนักศึกษาคณะยุทโธปกรณ์หลายคนเห็นลูกบอลสีแดงลูกใหญ่พุ่งผ่านพวกเขา มันทำให้พวกเขาตะลึงด้วยความแปลกใจ เนื่องจากลูกบอลลูกนั้นมันไวเกินไปจึงไม่มีใครเห็นใบหน้าของมัน เป็นเรื่องถกเถียงกันในโลกของอินเตอร์เน็ตแห่งวิญญาณ 

 

“ผมเห็นลูกบอลหว่ะวันนี้…”

“เอ้อ กูก็เห็นเหมือนกัน!”

“มันดูคุ้น ๆ นะพวกแกว่าไหม มันคล้าย…กับ..ชุดคลุมสีอดงของนักเรียนพิเศษเลย?”

 

ในขณะที่คณะยุทโธปกรณ์กำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน มีนักศึกษาของคณะประจันบาลกำลังวิ่งตามแม่น้ำในเกาะการศึกษาหนึ่งในนั้นคือนักศึกษาพิเศษ เฉายี่ผ่า แล้วก็ยังมี เฉินซีเฮียง มีชายวัยกลางคน คนนึงกำลังวิ่งตามพวกเขาอยู่ด้วยท่าทีจริงจัง เขาคืออาจารย์ของคณะประจันบาล 

 

เที่ยบกับนักศึกษาคณะอื่นแล้ว คณะประจันบาลฝึกสอนกันเหมือนกับพวกทหาร เพราะพวกเขามุ่งเน้นไปที่การฝึกศิลปะการต่อสู้ พวกเขายืนอยู่ในจุดที่สูงทีสุดของทุกคณะในเรื่องของการต่อสู้ การจะเข้ามาอยู่ในคณะนี้ต้องมีร่างกายที่แข็งแรงด้วยเท่านั้น ที่พวกเขากำลังวิ่งกันอยู่นั้นคือวิชาพื้นฐานออกกำลังกายโดยการวิ่งไปรอบเกาะแห่งนี้

 

มีเป้าหมายเพื่อเสริมพลังให้นักศึกษาเข้าใหม่มีร่างกายที่พร้อมสำหรัยการเลื่อนตำแหน่งวิธยายุธเป็นขั้นโลหิตวิญาณฉี แม้ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ครึ่งปีตั้งแต่เข้าเรียน นักศึกษาคณะนี้ก็ยังต้องวิ่งรอบเกาะอยู่

 

“เร็วกว่านี้อีกไอพวกอืดอาด! แดกข้าวกันมารึยังว่ะ!” อาจารย์เริ่มตะโกนใส่เมื่องเขาเข้าไกลกลุ่มนักเรียน 

 

แม้เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงแบบที่เหมือนจะฆ่าแกงกัน แต่เขาก็มีความสุขที่เมื่อเห็นนักเรียนของเขาเต็มไปด้วยเรี่ยวแรงและความกล้าหาญ – โดยเฉพาะสองคนโปรดของเขา โฉวยีฝ่า กับ เฉินซีเฮียง  พวกเขาสองคนวิ่งครบรอบไปแล้วแต่ก็ยังเข้ามาร่วมวิ่ง มันทำให้คนที่เป็นอาจารย์รู้สึกภูมิใจที่มีลูกศิษย์ดี ๆ แบบนี้

 

“พวกแกจำไว้ ! คณะประจันบาญไม่คิดจะใช้อุปกรณ์ไร้สาระและยา ! สิ่งที่พวกเราต้องการคื่อร่ายกายนี้ ! สิ่งที่เราต้องการคือก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ ! ยุทภัณธ์และอาภรณ์มันก็แค่เศษขยะ พวกเราคณะประจันบาลหักมันได้ด้วยมือเปล่า ! ”

 

ชายวัยกลางคนกำลังบูมนักศึกษาปลุกใจนักศึกษาและเป้าหายของพวกเขา

 

“หมัดของเราแข็งแกร่งที่สุด”

 

“เราว่องไวที่สุด!”

 

“เราไม่มีวันตาย!”

 

การปลุกใจนั้นดูได้ผลในทันทีมันเหมือนกับพวกเขาแกร่งกว่า ยาจากการเล่นแร่แปลธาตุและสิ่งประดิษฐ์จากการเสริมพลังดู อ่อนแอกว่าพวกเขา

 

ขณะชายวัยกลางคนนั้นมีความสุขที่ได้เห็นจิตวิญาณที่ลุกเป็นไไฟของหนุ่มสาว เหมือนที่เขาอยากจะให้มันลุกขึ้นมานั้น ก็ก้อนเนื้อมีทบอลสีแดงกลิ้งผ่านหลังเขาไป

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top