*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

AWWP ตอนที่ 9 : เกรทวอย ดีโวชั่น

 22 Views

เสียงประกาศที่ดังก้องไปทั่วคณะยุทโธปกรณ์ เสียงนั้นเต็มไปด้วยความหนักแน่และสง่างาม นักศึกษาที่อยู่ภายนอกอาคารไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยินทำได้แค่ยืนนิ่งโดยเฉพาะคนที่หวังว่างหวังเปาเลอต้องเจอปัญหาใหญ่แน่ พวกนั้นได้แต่พยายามปิดปากที่อ้าหวอของตัวเอง

 

อยู่บรรยากาศข้างนอกก็เต็มไปด้วยความเงียบทุกสายตาจ้องมองไปที่หวังเปาเลอทันทีที่เข้าเดินออกมาอย่างผู้ชนะ สีของผ้าคลุมนักเรียนพิเศษของเขาดูเปล่องประกายมากกว่าเดิมเสียอีก

 

ทุกคนเดินหลีกทางให้เขาอย่างไม่รู้ตัว พวกเขามองหวังเปาเลอเดินจากไปสักพักถึงจะเริ่มมีเสียงพูดคุยกัน

แล้วก็กลายเป็นควาโกลาหลจนได้

 

“เดินออกมาเฉย ๆ ยังงั้นเลยเนี้ยนะ!?”

 

“เป็นไปได้ยังไง? มันโกงไม่ใช่หรอ? ทำไมพวกอาจารย์ถึงบอกว่ามันไม่มีความผิด”

 

ท่ามกลางความโกลาหล ลิวเต้าปิงยืนอยู่ในฝูงคน เขากำลังทึ่งเหมือนตอนที่เห็นฉากในซอกผานั้นตอนทำบททดสอบแล้วก็ตอนที่เพื่อนตัวอ้วนของพวกเขาหยิบโทรโข่งออกมาตะโกนดังทั้งห้องโถง

 

‘โคตรขี้โม้เลย!’ เขาซูดหายใจเหือกใหญ่แล้ว จู่ ๆ ลิวก็นึกขึ้นได้ว่าเหตุผลที่หวังเปาเลอได้เป็นนักเรียนพิเศษไม่ได้เป็นเพราะโชคช่วยอย่างเดียว เขาสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างในตัวของหวังเปาเลอ

 

ลิวเต้าปิ๋งไม่ใช่คนเดียวที่กำลังยืนอึ้งไม่ไกลจากเขามีรุ่นพี่ชุดดำจากห้องกิจการที่นำตัวหวังมา มีความรู้สึกไม่น่าเชื่อออกมาจากดวงตาพวกเขาทั้ง 2

 

ขณะที่ข้างนอกเต็มไปด้วยความโกลาหน หวังเปาเลอก็กลับมาถึงห้องพักของตัวเอง ชมรมข่าวของมหาวิทยลัยเตี่ยวป่าวประกาศว่า’เขาไม่ได้ทำผิดข้อบังคับ’ออกไปทั่วทั้งเกาะแห่งการศึกษาระดับต้นอย่างรวดเร็วในโลกของอินเตอร์เน็ตเครือข่ายวิญญาณก็เช่นกัน ผู้คนที่ติดตามข่าวต่างก็ช็อคกับผลที่เิกดขึ้น

 

ชื่อของเขาดังว้อนไปทั่วโลกอินเตอร์เน็ต เขานั่งอยุ่บนระเบียงของห้องพักอ่านข่าวในโลกอินเตอร์เน็ตวิญญาณอย่างสบายใจไม่เหมือนกับตอนที่ชื่อเสียงของเขาพังทลายก่อนหน้านนี้ เขารู้สึกดีมากทีได้เข้าใกล้ความฝันไปอีกก้าวหนึ่ง

 

‘การที่จะเป็นประธานาธิบดีของสหพันธ์ ความรูสึกที่ประชาชนมีต่อเขาเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก

เหมือนว่าเราจะมีสิ่งนั้นแล้วนะ’ หวังเปาเลอยิ้มด้วยความสุข

 

‘ยังไงก็ตามเรายังปล่อยเนื้อปล่อยตัวไม่ได้’ หวังเปาเลอนึกถึงชายชุดดำที่นักบนแท่นเหมือนผู้พิพากย์ษาในตึกนั้น เสียงพูดและการกระทำของเข้าสามารถเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นหายนะได้สบาย ๆ ใจของหนุ่มอ่วนเริ่มเต้นไม่คงที่อีกครั้ง

 

‘เขาต้องเป็นเจ้าหน้าที่คนสำคัญของเกาะแห่งนี้อย่างแน่นอน เราก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใครตอบโต้อะไรเขาได้ไม่ง่ายเลย’ พอหวังเปาเลอคิดได้แบบนั้น เขาก็รีบหาข้อมูลในโลกอินเตอร์เน็ตวิญญาณทันทีขณะที่เขากำลังจะหาเจอลมหายใจของเขากก็ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ

 

‘เขาคือ….รองอธิการบดี! โอ้สวรรค์…’ หัวใจเข้าเต้นเหมือนจะหลุดออกมาเขาขยี้ตาสังพัก หลังจากที่ยืนยันข้อมูลแล้วก็ไม่ได้ผิดไปจริง ๆ ด้วยเขาเริ่มกังวล ตำแหน่งของผู้ชายคนนั้นสูงไปจริง ๆ ในมุมมองของเขา

 

‘ไอเราก็ไม่เคยทำอะไรไม่ดีกับเขาหนิ หรือครอบควรกูไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหว่ะหรือครอบควรกูจะปิดบังอะไรกูไว้?’ เขาเริ่มจะสติแตกและเริ่มปวดหัว เขาจึงเปิดวิจัยเรื่องชีวะประวัติเล่มนั้นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความมุ่งมั้น

 

ทุกตำแหน่งของเจ้าหน้าที่จะมีคู่แข่งเมื่อพวกเขาเลื่อนขั้นเขาก็จะปะทะกับศัตรูของพวกเขาเสมอ

 

หรือว่า รองอธิการจะเป็นศัตรูคู่แข่งคนแรกของเขากันนะ!?

 

เมื่อเขารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หวังเปาเลอก็ใจเย็นลงในทางกลับกันวิญญาณนักสู้ของเขาก็ตื่นขึ้นเขาเริ่มนึกถึงข้อได้เปลี่ยบของตำแหน่งนักศึกษาพิเศษทันที

 

เขาเก็บตัวอยู่ในห้องตลอดสองสามวันที่ผ่านมา เขาหาข้อมูลเกียวกับสิทธิพิเศษของนักศึกษาพิเศษผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตวิญญาณ หนึ่งในสิทธิพิเศษก็คือทางห้องเก็บยุทธภัณฑ์ของแต่ละคณะอนุญาติให้นักศึกษาพิเศษหยิบสิ่งประดิฐหรือวัตถุโบราณหนึ่งอย่างได้ฟรี ๆ ตลอด 5 ปีที่ศึกษาอยู่ที่นี่

 

พอเขารู้อย่างนี้แล้วก็รีบลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องพักมุ่งหน้าไปยังห้องเก็บยุทธภัณฑ์ ด้วยความเป็นนักศึกษาพิเศษ เขาเดินตรงเข้าไปในห้องยุทธภัณฑ์หลังจากผ่านการยืนยันตัวตนสองสามขั้นตอน ก็พบกับเริ่มนักศึกษา บางคนก็ไม่สนใจเขาแล้วเลือกอุปกรณ์ของตัวเองต่อไป ส่วนใหญ่ก็ซุบซิบคุยกัน

 

ห้องเก็บยุทธภัณฑ์นั้นดูเก่าแก่ ภายนอกดูคล้าย ๆ เจดีย์สถาปัตยกรรมแบบจีนสูง 5 ชั้น แต่ข้างในนั้นดูทันสมัยมีชั้นเก็บอุปกรณ์เรียงกันหลายชั้น ทั้งหมดนี้คือสมบัติและยุทธภัณฑ์โบราณของคณะยุทโธปกรณ์

 

บางชิ้นก็ดูไม่สดุดตา บางชิ้นก็ดูเด่นเปร่งประกาย จากจุดที่เข้ายืนสามารถมองเห็นยุทธภัณฑ์กว่า 1,000 ชิ้นได้ในรวดเดียว ข้างในยังมีการจัดแสดงมรดกของคณะยุทโธปกรณ์อีกด้วย เห็นแบบนี้ไอเทมทุกชิ้นก็ยังอยุ่ในระดับทรงคุณค่าเพื่อให้นักศึกษายื้มไปใช้ได้

 

ราคาในการยื้มขึ้นอยู่กับความสามารถของยุทธภัณฑ์แต่ก็ไม่ใช้สิ่งที่หวังเปาเลอต้องระวัง

 

‘เพราะว่าทุกอย่างมันฟรี! กูต้องยืมชิ้นที่ราคาแพงอยุ่แล้ว’หลังจากสำรวจชั้นแรกเสร็จ เชาก็มุ่งหน้าไปชั้นที่ 5 ทันที เขามองไปยังนักศศึกษาที่อยู่ชั้นล่าง ชั้นบนสุดนั้นไม่มีคนอยู่เลย หวังเปาเลอจึงเพิ่มความละเอียดในการคนหาของเขาทันที

 

‘ดาบนี้ดูไม่เลวเลย!’

 

‘กระดิ่งนี่ก็ดูงดงามสุด ๆ ! ‘

 

‘ถุงมือนี่ดูเจ๋งจัด สีเงินทั้งอัน ดูไร้ที่ติมาก!’ หลังจากเดินบนชั้นนี้ไปสักพัก หวังเปาเลอก็รุ้สึกคิดหนักเขาชอบมันทุกชิ้นเลย เขาตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะเลือกอันไหนจนกระทั้งไปพบกันหมอนที่ทำจากหยกทั้งใบ เขาสนใจในมันทันที

 

หมอนนั้นมีชื่อว่า ‘หมอนลวงตาศักสิทธิ์’ มันมีความสามารถเหมือนกับโลกมายาที่เขาและเพื่อนเข้าไปตอนทำบททดสอบแรก สามารถสร้างภาพลวงตาได้แต่น่าจะมีประสิธิภาพที่ด้อยกว่า คงทำอะไรที่ซับซ้อนมากไม่ได้ในนั้น น่าจะไม่ค่อยมีคนยื้มมันไปใช้เพราะความสามารถที่ไม่คุ้มราคาของมัน

 

ถ้าเขาไม่เคยใช้หน้ากากดำของเขามาก่อนเขาคงไม่สนใจหมอนลวงตาใบนี้หรอกหลังจากคิดไปสักพัก ก็ได้เวลาที่เขาจะเลือยุทภัณฑ์ของตัวเองแล้ว

 

หลังจากทำเรื่องยืมเสร็จแล้วเขาก็เดินออกมาพร้อมหมอนลวงตาศักสิทธิ์เต็มไปด้วยความคาดหวัง เขารีบวิ่งกลับห้องพักของตัวเองและวางแผนที่จะปลดปลอยความรับของหน้ากากสีดำ

 

ท้องฟ้าเริ่มจะมืดแล้วแต่ก็ยังเป็นยามเย็นอยู่ แสงยามเย็นสาดไปทั่วภูเขาของคณะยุทโธปกรณ์ แสงสีแดงอ่อนเบาบางเหมือนสายธารแร่สีโทนอุ่นตัดกับพื้นช่างสวยงาม ยิ่งไปกว่านั้นกลางคืนเริ่มเข้าปกคลุมไล่ความร้อนที่เคยอยู่บนผืนดินออกไป ตอนนี้ความมืดเริ่มเข้าปกคลุมแล้ว มันทำให้นักศึกษาหลายคนเดินออกมาจากหอพักพูดคุยกันสนุกสนานบนยอดเขา

 

น่าจะเป็นเพราะแสงยามเย็นทำให้ผ้าคลุมของนักเรียนพิเศษดูไม่เด่นตาขณะทีเดินตามทางมีคนไม่กี่คนที่รู้ตัวว่านั้นคือเขา และอุทานออกมาจากไกล ๆ

 

เมื่องเขามองลงไป เขาพบกับวัยรุุ่นสวมชุดคลุมพิเศษแต่ไม่ใช่นักศึกษาพิเศษ ชุดคลุมของเขาเป็นสีขาวบริสุทธิ์ดูสง่างามมาก  หน้าตาของเขาดูธรรมดาและเต็มไปด้วยกระ

 

แม้จะเป็นยังงั้นแต่ก็มีนักศึกษาสาวอยู่กับเขาบ้าง ดวงตาของพวกเธอดูเป็นประกาย

 

นอกจากพวกผู้หญืงแล้วยังมีนักศึกษาอยู่อีก 10 กว่าคนข้างหลังเขา พวกนั้นคอยถือสัมภาระถือน้ำให้

 

“นั้นมัน พ่อหัวกะทิหนิ!”

 

“หัวกะทิแห่งโถงวิญาณศิลา เจียงหลิน!”

 

ไม่เหมือนกับที่คนทั่วไปปฏิบัติกับนักศึกษาพิเศษ นักเรียนที่รายล้อมเขาไม่นับเรื่องเพศ ต่างเดินนำหน้าไปทักทายชายชุดชาว ทันทีที่พบเห็นำวกเขาให้ความเคารพเหมือนอาจารย์คนนึง ทำให้มีบรรยกาศสูงสงหน้านับถือออกมารอบ ๆ  ชายชุดขาวคนนั้น 

 

เขาเห็นหวังเปาเลออยู่แล้ว มันไม่ค่อยแตกต่างกันอยุ่แล้วระหว่างนักศึกษาธรรมดากับนักศึกษาพิเศษ แต่ที่แตกต่างคือ พวกหัวกระทิ ที่ดูโดดเด่นแบบนี้

 

หวังเปาเลอเบิกตากว้างมองหนุ่มน้าตกกระชุดขาวเดินผ่านไป หวังตอนนี้อุดมไปด้วยความอิจฉาเขาเชื้อว่าหนุ่มหน้าตกกระขโมยความเฉิดฉายของเขาไป

 

‘ไอหัวกะทิมันคืออะไร?’เขาคิดเยิ้ยยันและก้มหัวไปเปิดอินเตอร์เน็ตวิญญาณดู เขาหาข้อมูลระหว่างเดินกลับไปที่ห้องพัก เมื่อเขาไปถึงร่างกายของเขาก็สั่นเทา

 

‘หัวกะทิ….มันคือ!?’

หัวกระทิคือคนที่มีชื่ออยู่ในอันดับแรกของห้องโถงแต่ละคณะ จำนวนห้องโถงส่งผลโดยตรงกับจำนวนหัวกะทิ ง่าย ๆ คือคณะยุทโธปกรณ์มีห้องโถงสามห้อง หมายความว่ามีหัวกะทิได้แค่สามคน!

 

นอกจากพวกนั้นจะแสดงความสามารถอันดีเด่นในห้องโถงแล้วยังมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า เหล่าสาวกของอธิการ

 

พวกหัวกะทิของแต่ละคณะถูกจัดเป็นมือดีของท่านอธิการด้วยพวกเขามีการนับรุ่นพี่รุ่นน้องกันเองในนั้น พวกเขาจึงแตกต่างจากนักศึกษาทั่วไป และพวกเขายังมีสิธิพิเศษมากกว่านักศึกษาพิเศษอีกด้วย

 

นักศึกษาพิเศษได้แค่มีความสุขกับข้อได้เปรียบอันเล็กน้อยเมื่อเทียบกันนักศึกษาทั่วไป แต่พวกหัวกะทิ…นั้นมีอำนาจในมหาวิทยลัยเตียวสามารถปรับเปลียนกฎและข้อบังคับของสถาบันได้ภายในคณะ พลังแค่นี้สามารถทำให้นักเรียนนับไม่ถ้วนเกรงกลัวได้!

 

อำนาจนี้มีพลังอย่างมากในมหาวิทลัยเตี่ยว และที่สำคัญที่สุด คณบดีของคณะ ไม่สามารถถอดถอนหัวกะทิได้เพราะพวกเขาไม่ได้มาจากการรับเลือก แต่ได้มาเพราะความสามารถ

 

มันเป็นกฎของมหาวิทยลัยอีกเทอเรียเตี่ยวโคเรจ อธิการบดีเท่านั้นที่มีอำนาจสามารถถอดถอนได้ แต่ก็สามารถทำแบบนั้นได้เมื่อมีเหตุจำเป็นและผลกระทบร้ายแรงจริง ๆ เท่านั้น

 

ด้วยเหตุผลนี้พวกหัวกะทิจึงไม่กล้าที่จะทำตัวขี้เกียจอยู่ไปวัน ๆ ถ้ามีคนอื่นทำคะแนนนำหน้าเขาก็จะเสียตำแหน่งในทันทีและต้องรับผลที่ตามมา

 

ดวงตาของหวังเปาเลอลุกเป็นไฟทันทีที่ได้อ่านขอมูลพวกนี้บนอินเตอร์เน็ตเหล่าวิญญาณ แต่มันก็ยากมาก ๆ ที่จะทำให้ตัวเองกลายเป็นพวกหัวกะทิ สำหรับหัวกะทิของห้องโถงวิญญาณศิลานั้นต้องทำการเสริมพลังให้ได้ความบริสุทธิ์ถึง 90%

 

‘ยกเว้นว่ากูจะเสริมพลังได้บริสุทธิ์กว่ามัน โคตรจะเป็นไปไม่ได้เลย’ หวังเปาเลอถอนหายใจ เขาเลิกที่จะอิจฉาเพราะไม่ใช้คนที่ชอบพยาบาทคนอื่น เหตุผลที่พวกหัวกะทินั้นเป็นตำแหน่งที่วิเศษเพราะมันไอยู่ไกลเกินเอื้อมของใครหลายคนนี้แหละ

 

เขาเลิกคิดถึงมันไปแล้ว ท่ามกลางความเสียใจและความปารถณาเขาหยิบหมอนลวงตาและหน้ากากดำขึ้นมา เขานังคิดสักพักแล้วเริ่มใช้งานหมอนลวงตาสิ่งที่เขาเห็นเริ่มเลือนรางหายไปบรรยากาศรอบตัวเขาเปลียนเป็นธารน้ำแข็ง

 

อากาศหนาวเหน็บทำให้เขาขาแข็ง

 

‘จะสมจริงเกินไปแล้ว!’ เขารีบมองไปรอบ ๆ ตัวทองฟ้าเต็มไปด้วยเกร็ดหิมะ พื้นเป็นน้ำแข็งอถวมยังมองเห็นสัตว์เลื้อยคลานจากแดนนน้ำแข็งอยู่ลิบ ๆ ทุกอย่างมันดูโคตรสมจริง

 

เขารีบดึงความสนใจของตนเองไปที่มือขวาเขามีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน เขานำหน้ากากดำมาด้วยก่อนที่จะเขามาในโลกแห่งภาพลวงตา เขาก้มหน้าลงเจอหน้ากากในมือตนเองมันถูกเบลอไว้ ทุกส่วนของหน้ากากมองเห็นได้ไม่ชัด มันคงกำลังพยายามตามเขามาในโลกแห่งภาพลวงตาแต่ยังมาไม่ถึง

 

‘มันทำได้จริง ๆ ด้วย!’ หวังเปาเลอเริ่มตื่นเต้นเขาเห็นหน้ากากพร้อมใช้งานเป็นครั้งเป็นคราว แต่ก็ยังไม่สำเร็จมีตัวอักษรจาง ๆ โพล่ออกมา

 

น่าจะเป็นเพราะเขายกหน้ากากขึ้นมาหรืออะไรบางอย่าง ตัวอักษรนั้นก็ชัดเจนขึ้นหวังเปาเลอพยายามศึกษาตัวอักษรนั้น

 

เกรทวอย ฉี ดีโวชั่น?

 

เกรม วอย หมายถึงการสร้าบางอย่างจากความว่างเปล่า  ฉี ดีโวชั่น คืออะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าการหล่อเลี้ยงวิญญาณฉี ถ้าจะให้ตรงตัวมากกว่านี้ เกรทวอย ฉี ดีโวชั่น มันก็เหมือนกับการเสริมพลังวิญญาณศิลา แต่ไม่ต้องใช้หินกรวงเป็นพาชนะ ในทางกลับกัน มันคิอการสร้างวิญญาณศิลาจากความว่างเปล่าโดยใช้ร่างกายกลืนกินวิญาณฉีเขาไปแทน!

 

เพราะไม่ต้องใช้หินกรวงแม้แต่ก้อนเดียวและขั้นตอนไม่เหมือนกัน เป็นทักษะที่ผลิดวิญญาณศิลาที่สะอาดหมดจด ยิ่งกว่าการใช้ทักษะการประครองวิญญาณฉีเสียอีก! มันสามารถสร้างหินศิลาระดับตำนานได้เลยไม่ใช้แค่ 90 แต่เป็น 100% มันไม่ได้เป็นแค่ความฝันแล้ว!

 

‘นี..มัน….กระทันหันเกินไปแล้ว.’ หวังเปาเลอ ล้มเลิกการใช้เทคนิครวบรวมวิญญาณของทางมหาลัยในทันที ตำแหน่งหัวกะทิจะเติมเต็มความตื่นเต้นของเขาในขณะที่เขาร้องลั้นออกมา

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top