*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

AWWP ตอนที่ 8 : ตั้งสติแล้วโต้กลับ!

 22 Views

ในห้องโถงวิญญาณศิลา เสียงของเฉายุนไฮยังคงดังก้องเตือนสติเหมือนเคย เขาไม่ได้บรรยายยาวยืดน่าเบื่อแต่เขาเพยแพร่ความรู้ด้านยุทโธปกรณ์แก่นักเรียนแบบง่าย ๆ เท่านั้น

 

แต่การติชมธรรมดา ๆ ของเขาทำให้นักเรียนเห็นทางสว่างได้ ยังไงก็ตามพวกเขาก็ต้องตั้งใจฟังอย่างมากเพราะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักศึกษาใหม่ ส่วนใหญ่ก็จะจดทุกสิ่งที่เขาพูด

 

จนถึงจุดหนึ่งที่ไม่สามารถจดอะไรได้ทันแล้ว นักศึกษาหลายคนก็เริ่มบ่นพึมพัมเพื่อพ่อนคลายความเครียด หวังเปาเลอเข้าใจแล้วว่าทำไมคณะยุทโธปกรถึงมีห้องโถงใหญ่แค่ 3 ห้อง เพราะว่าแค่ห้องโถงวิญญาณศิลาห้องเดียวสอนเรื่องเทคนิคการเสริมพลังวิญญาณศิลา เนื้อหาของมันก็เยอะมากพอที่จะทำให้เข้าเรียนสองสามครั้งแล้วเข้าใจได้หมดหรอก

 

หวังรู้สึกเหนือยจากอะไรบางอย่าง ลิวเตาปิงเห็นแบบนี้ก็อดกลับมาพูดคุยกับเขาไม่ได้ ”หวังเปาเลอแกกำลังมีปัญหานะ ฉันได้ยินมาว่ามีอาจารย์จำนวนนึงกำลังลงชือไล่นายออกจากมหาลัยนี้”

 

ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเวทนา แต่เมื่อเหลือบไปเห็นกระเป๋าของหวังเปาเลอก็อดสะดุ้งไม่ได้

 

“อาจารย์คนไหนพูดแบบนั้น?” หวังก็รู้สึกโกรธขึ้นมานิดหน่อย เขาทำใจไว้บ้างแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกรำคราญใจ

 

ลิวเตาปิงตบไหลหวังเปาเลอสองสามที เขาเตือนตัวเองเป็นข้อเตือนใจไม่ให้เกิดเหตุการแบบนี้ขึ้นกับเขาหรือใครอีก มีตนสองคนเดินเข้ามาจากทางเข้าหลัก

 

เป็นรุ่นพี่สองคนสวมใส่ผ้าคลุมขั้นสูงสีดำ ไม่เหมือนกับนักเรียนทั่วไป มีความรู้สึกประหลาดแพ่ออกมาทันที่ที่พวกเขาเดินเขามารุ่นพี่คนอื่น ๆ ที่อยู่ในห้องเริ่มระวังตัวกันทันที

 

“เกิดอะไรขึ้นว่ะ? แม้แต่คนจากห้องกิจการนักศิกษายังเข้ามาในห้องนี้เลยเนีย?”

 

“พวกนั้นจริง ๆ ด้วยไม่ว่ามันจะโพล่มาที่ไหนก็มีแต่เลือด”

 

แม้แต่นักศึกษาใหม่ที่ไม่เคยรู้เรื่องของสองคนนี้ก็ได้ยินสิ่งที่รุ่นพี่บ่นกันจนเริ่มหวาดระแหวงในสิ่งที่จะเกิดขึ้น

 

หวังเปาเลอหัวใจแทบจะหยุดเต้น

 

เฉายุนไฮ กุมมือทำความเคารพมองไปยังหน้าใหม่ที่เข้ามาในห้อง คู่หูชุดดำก็ทำความเคารพตอบรับก่อนจะยื่นแผ่นหยกให้

 

หลังจากที่อาจารย์อ่านเสร็จก็กุมมืออีกรอบก่อที่เขาจะมองสแกนหน้านักศึกษาแล้วหยุดไปที่หวังเปาเลอ

 

นักศึกษาทั้งห้องมองตามอาจารย์ไปก็ได้คำตอบในทันทีพวกเขารู้ดีกับสถานะของหวังเปาเลอในขณะนี้ เหมือนกับว่าทางกิจการของเกาะแห่งการศึกษาระดับต้นเข้าใจและกำลังจะมาลงโทษเขา

 

แม้แต่หวังที่กำลังวัดความเสียงของสถาณการในขณะนี้ยังรู้ได้ทันทีเลยว่าคู่หูชุดดำตรงนั้นที่กำลังมองเขาไม่เว้นสายตาต้องไม่ได้มาคุยกับเขาดี ๆ อย่างแน่นอน

 

“หวังเปาเลอมากับทางนี้” หนึ่งในสองสมาชิกห้องกิจการเอ่ยออกมาด้วยนำเสียงอันเย็นเฉียบ

 

ก่อนที่หวังจะลุกขึ้นยืน เฉายุนไฮก็เอ่ยออกมาด้วยนำเสียงที่เย็นชาไม่แพ้กัน

 

“พอก่อน เอาไว้หลังเรียนจบคาบนี้ ออกไปก่อน”

 

คู่หูห้องกิจการก็หยุดพวกเขาไม่กล้าที่จะท้าทายอำนาจอาจารย์หรอก พวกเขาคำนับอยากรวดเร็วก่อนที่จะถอยกลับไปหน้าทางเข้าเพื่อรอ เฉายุนไฮก็เริ่มสอนต่อไม่สนใจพวกเขา

 

หวังเปาเลอรู้สึกโล่งใจมองไปยังอาจารย์เฉายุนไฮด้วยความนับถือ เขาคิดแพงรองรับสถานการต่อจากนี้เรียบร้อยแล้วและยังมีเวลาทำให้แผนนั้นดีกว่านี้อีกมีเวลามากพอที่จะให้เขาทำใจให้สงบแล้วหาความรู้ไปด้วยได้เลย

 

นักเรียนหลายคนก็ย่ามใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ใช้ทุกคนหลายคนก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเข้าไปยุ่งและนั่งจดสิ่งที่เรียนต่อไป

 

ลิวต้าปิ๋งถอนหายใจ เขาไม่รู้ว่าจะปลอบใจหวังเปาเลอยังไงดีเขารคิดว่าถ้าหวังโดนไล่ออกไป ก็เหมือนกับพวกเขาอยุ่กันคนละโลก ถ้าเจอหน้ากันอีกครั้งในอนาคตคงเป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมืนกัน

 

เวลาผ่านไปกว่า 4 ชั่วโมง เฉายุนไฮสอนเสร็จแล้วก็เดินออกจากห้องไปทุกคนก็มองมายังหวังเปาเลอทันที สายตาอันเยือกเย็นของคู่หูชุดดำจากห้องกิจการก็จ้องมาทางเขาด้วย

 

“ต้องให้พวกเราเข้าไปชวนอีกทีไหม?”

 

หวังเปาเลอตอนนี้สงบมากแล้วเขาเดินออกไปไม่พูดอะไร เดินเขาไปหารุ่นพี่ทั้งสองแล้วออกไปนอกห้องโถง

 

หลังจากที่เพื่อนตัวอ้วนเดินออกไปทุกคนก็ระเบิดความอยากรู้อยากเห็นออกมาเริ่มคุยกันจ้อแจ้ทันที 

 

“หวังเปาเลอจะโดนไล่ออกจริง ๆ หรอ?”

 

“มันจะเป็นอย่างอื่นได้อีกหรอว่ะ พวกแกก็เห็นหนิคนจากห้องกิจการมาเองเลยนะเว้ยไม่เคยเห็นใครเข้าไปแล้วออกมาแบบชิว ๆ เลยนะเว้ย”

 

หลายคนก็เดินตามำวกเขาออกไปพวกเขาอยากเห็นทุกสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างน้อยมันก็จะส่งผลกระทบอันยิ่งใหญ่กับสถานะนักเรียนพิเศษของหวังเปาเลอเป็นแน่

 

มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่าปัญหาในคณะยุทโธปกรณ์แล้วนักศึกษาคณะอื่นก็ให้ความสนใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากหลังจากที่พวกเขารู้เรื่องการไล่ออก

 

หวังเปาเลอไม่สนใจกลุ่มคนที่กำลังตามมาข้างหลัง เขารู้สึกใจเย็นแบบคาดไม่ถึงเดินตามรุ่นพี่ข้างหน้าสองคนไปพวกเขากำลังเดินไปที่ยอดเขาของคณะยุทโธปกรณ์

 

รุ่นพี่ทีเดินนำหน้าอยู่กำลังเยาะเย้ยเขาอยุ่ในใจ มีหลายคนที่ถูกเรียกตัวมาแบบเดียวกับหวังมันก็มีหลายคนที่ทำท่าที่เข็มแข็งแบบนี้ พวกเขาคิดว่าหวังยังคงใจเย็นแบบนี้ได้อีกไหมนะถ้าได้ยินว่าตัวเองโดนไล่ออกจากมหาวิทยลัย

 

ตลอดการเดินทางไม่มีการพูดคุยอะไรเลยมีแต่คนเดินตามมาที่มากขึ้นเลื่อย ๆ เมื่อมาถึงยอดเขารุ่นพี่สองคนก็ยืนคุมสองฝั่งประตูไม่ให้ใครเขาไปยกเว้นหวังเปาเลอพวกเขายืนเฟ้าประตูอยู่ตรงนั้น

 

หวังสูดหายใจเข้าเต็มปอดทันทีที่ประตูข้างหลังถูกปิดใจของเขาก็เริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่ได้เขากัดฟันแน่นแล้วคิดว่ายังไงเขาก็ต้องผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ก่อนที่จะเปิดประตูบานหน้าออก

 

เมื่อเขาเข้าไปในอาคารสายตามากมายรุมมาที่เขาในทันทีเป็นสายตาของคณาจารย์จำนวนมากมีทั้งท่านที่ยังหนุ่มและท่านที่อาวุโสแล้วทุกคนอยู่ในอารมณ์ที่เเคร่งขรึมบางคนก็มองมาด้วยสายตาอันผิดหวัง

 

แพทย์ลี และ ชายไว้เคราแพะ ก็เป็นหนึ่งในนั้น แพทย์ลีนั่งอยู่อย่างสงบเสงี่ยมต่างกับชายไว้เคราแพะที่เหมือนไม่อยากให้หัวใจของหวังเปาเลอเต้นอีกต่อไปแล้ว

 

ในพวกอาจารย์มีคน คนนึ่งที่เหมือนจะรับผิดชอบเรื่องการสอบสวนนี้ เป็นชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมขั้นสูงสีดำสายตาเฉียบคมลิมฝีปากบางร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยสายลมที่เย็นจะเยือก ทำให้อากาศข้างในเย็นกว่าข้างนอกเยอะ

 

ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นอาจารย์ของคณะยุทโธปกรณ์เพราะหวังเปาเลอเป็นนักเรียนที่ถูกเรียกตัวแบบพิเศษของคณะยุทโธปกรณ์เรื่องการโกงของเขาถูกร้องเรียนโดยคณะจึงไต่สวนกันที่ยอดเขานี้

 

ทันทีที่เขาทราบว่าหวังเปาเลอมาถึงแล้วผู้พิพากษาก็เรียกชื้อเขาด้วยน้ำเสียงอันเยือเย็น“หวังเปาเลอ!”

 

หวังเปาเลอก็หายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วขานรับอย่างขมักเขม้น ”ครับผม!!”

 

“อ้างอิงจากการไต่สวนของเรา คุณถูกกล่าวหาเนื่องจากการโกงบททดสอบแรกเข้า ตามกฏของมหาวิทยลัยบทลงโทษคือการขับไล่ออกจากสถาบันในทันที ในตำแหน่งของนักศึกษาพิเศษ เราเรียกท่านมาเพื่อทราบข้อกล่าวหา!”

 

ชายวัยกลางคนชุดสีดำประกาศสำเร็จมองไปยังเพื่อนร่วมงานไม่ค่อยจะเปิดโอกาศให้หวังเปาเลอทักท้วง

 

“ทุกท่าน เราเริ่มการไต่สวนได้แล้ว ผมแนะนำให้บทลงโทษเปลี่ยนเป็นถอดถอนตำแหน่งนักศึกษาพิเศษออกแล้วจึงขับไล่ออกจาสถาบัน มหาลัยเตียวทั้งสี่แห่งจะไม่รับเขาเข้ามาเรียนอีกในอนาคต!”

 

คำพูดของเขาฟังดูมีหลังการและแหลมคมก้องไปทั่วทั้งห้อง หวังเปาเลอได้แต่คิดว่าทำไมคนที่เขาพึ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรกถึงเต็มไปด้วยคำใส่ร้ายป้ายสีขนาดนี้

 

ทั้งห้องก็เงียบไปครู่นึงก่อนที่จะมีอาจารย์กล่าวเพิ่ม

 

“เขาควรถูกขับไล่คนที่น่ารังเกียจและไร้ยางอายแบบนี้ไม่คู่ควรกับมหาลัยของเรา!”

 

“ใช่แล้วเขาควรถูกขับไล่!”

 

“ยังไงก็ตามการลงโทษนั้นรุนแรงหากเราไม่ดำเนินการเช่นนี้จะบกพร่องต่อสหพันธ์!”

 

อาจารย์ต่างค่อย ๆ ออกความเห็น หวังเปาเลอไม่ใช่คนสำคัญสำหรับพวกเขาชายที่นั่งอยู่บนบันลังค์ไม่เห็นจุดที่ต้องท้วงแต่อย่างไร

 

หวังเปาเลอหายใจอย่างเอื่อยเฉื่อยฟังสิ่งที่อาจารย์พูดเขาไม่ขยับไปไหนไม่งั้นจะเกิดปัญหาได้เขากำหมัดแน่นมองไปยังชายไว้เคราแพะ

 

“การถอดถอนตำแหน่งนักศึกษาพิเศษออกเพยีงอย่างเดียวก็พอไม่มีใครเกิดมาแล้วดีเลิศ ไม่จำเป็นที่จะลงโทษอย่างรุนแรง”

 

ยังไงก็ตามมีอาจารย์บางท่านยังมีเหตุผลอยู่สิ่งที่ผู้นั้นพูดกลายเป็นเรื่องหลักที่ต้องถกเถียงกัน

 

มีแค่อธิการแก่คนนั้นยังยืนเงียบอยู่ชายผู้นังบนบันลังค์ยังไม่คิดที่จะถามความคิดเห็นของอธิการก่อนที่เขาจะพูดต่อเขามองไปเห็นหวังเปาเลอที่ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าและความโกรธ

 

“อาจารย์ ให้โอกาสผมได้พูดเถอะครับ!”

 

ชายในชุดดำขมวดคิ้ว เหตุผลที่เขาค่อนข้างรุ่นแรงกับหวังเปาเลอเพราะว่าเขามีแผนที่จแนะนำนักศึกษาพิเศษคนใหม่ให้แก่คณะยุทโธปกรณ์ เขาต้องถอดตำแหน่งนั้นจากหวังเปาเลอก่อนถึงจะทำแบบนั้นได้ ทันใดนั้นอธิการ ลูก็กล่าวขึ้น

 

“พูดได้เลย”

 

ถ้าแพทย์ลีพูดแบบนั้นเขาก็ทำอะไรไม่ได้

 

หวังเปาเลอพูดด้วยเสียงอันสันเทา “อาจารย์ ผมรู้ว่านั้นมันเป็นแค่การทดสอบเป็นของปลอม แล้วอาจารย์คาดหวังว่าจะให้ผมทำอย่างไรต่อ” 

 

“ผมต้องบอกทุกคนไหมว่ามันเป็นแค่การทดสอบ? ผมต้องบอกทุกคนไหม!”คำพูดสุดท้ายเหมือนเขาแทบจะตะโกนออกมา

 

เขาไม่รอให้พวกอาจารย์ตอบกลับหรอก หวังเปาเลอ ตอนนี้เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก

 

“ถ้าผมบอกทุกคน ผมจะไม่ทำลายการทดสอบที่ทางมหาลัยพยามทำขึ้นมาหรอ ถ้ามันเป็นแบบนั้นผมจะข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนที่นี้หรอกครับ บอกผมทีว่าผมควรทำอย่างไร?”

 

“ในตอนที่ทุกอย่างดูคอขาดบาดตาย ผมเห็นเพื่อน ๆ บาดเจ็บบางคนก็เลือดออก ผมก็ยังไม่บอกใครว่ามันเป็นแค่การทดสอบ ผมทำได้แค่ช่วยทุกคนเท่าที่ทำได้ ผมผิดหรอที่พยายามปกป้องทุกคน? แล้วผมควรทำอย่างไร!”

 

เส้นเลือดบนหน้าพากของเขาปูดออก มาร่างกายของเขาสั่นงก ๆ มีแต่ความโกรธอยู่ในสายตาของเขา

 

“ถ้าช่วยคนแล้วมันผิดงั้นผมก็ไม่ต้องช่วยใครเลย? แม้ผมจะรู้ว่ามันเป็นของปลอม ผมก็คิดว่าถ้าผมโกงแล้วจะมีข้อดีอย่างไรขอเสียอย่างไรในการกระทำแต่ละอย่างของผม ถ้าผมทำตรงกันข้ามกับที่ทำเท่ากับว่าผมยืนดูเพื่อน ๆ ของผมร้องไห้ บาดเจ็บ หรือว่าตายเลยนะครับ? ผมยังมีความเป็นมนุษย์อยู่นะครับ!” เขาเกือบจะตะโกนออกมาสุดเสียงความรู้สึกทั้งหมดของเขาถูกส่งออกไปแล้ว เสียงของเขายังก้องอยุ่ในห้อง

 

อาจารย์ทุกท่านต่างยื่นนิ่ง

 

“พวกคุณทุกคนเห็นว่ามันเป็นการแสดง ผมอยากถามพวกคุณทุกคนจริง ๆ ว่าถ้าพวกคุณเป็นผมจะทำอย่างไร พวกคุณจะทำเป็นตาบอดจนตายไปเลยไหม หรือจะช่วยคนอื่นแบบที่ผมทำ?”

 

“ผมมาเรียนที่มหาลัยอีเทอเรียเตี่ยวโคเรจ ผมไม่ได้มีความสามารถในการนำความสงบสุขมาสู่โลก แต่หวังเปาเลอคนนี้พยายามครับ!”

 

ดวงตาของหวังเปาเลอคลอไปด้วยน้ำตาเขาเอามือที่กำไว้แน่ทุบไปที่หน้าอกทุกคำที่เขาพูดส่งผลอย่างมากกับอาจารย์ทุกคน ทุกคนเริ่มที่จะปรึกษาหารือกัน

 

สิ่งสุดท้ายที่เขาจะพูดก็ยิ่งส่งผมเข้าไปอีก

 

“ถ้าการเสียสละปกป้องคนอื่นแล้วทำให้ผมเป็นอาชญากร ผมก็จะทำ!”

 

“ถ้าการที่เป็นคนฉลาดแล้วมันผิดกฏหมาย ผมก็จะเป็น!”

 

“ถ้าเหตุการณ์มันจบลงแบบนี้ ผมก็พร้อมที่จะรับบทลงโทษครับ!”

 

รอบนี้เขาตะโกนออกไปสุดเสียงต่อหน้าอาจารย์ทุกท่าน

 

ห้องทั้งห้องตกอยุ่ในความเงียบสงัด อาจารย์หลายท่านก็อ้าปากเหวอสีหน้าปนกันมั่วไปหมด ทุกอย่างที่เขาพูดเต็มไปด้วยความกล้าหาญและเหตุผล แทงไปในของพวกเขา

 

อาจารย์ที่ไม่เห็นด้วย แบบชายไว้เคราะแพะความรู้พวกเขาก็เปลี่ยนไปแต่ก็ยังรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง

 

ชายชุดดำ เหลตามองนักเรียนอ้วนตรงหน้าเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่ก็หาคำพูดไม่ได้ แม้เขาจะรุ้สึกว่าจุดยืนของหวังเปาเลอนั้นเฉียบขาด ประโยคพวกนั้นผูกมัดกับคำว่าความกล้าหาญ เขาคุ้นเคยกับเทคนิคการพูดแบบนี้ดี เป็นปกติของเจ้าหน้าที่รัฐแต่ก็ยังหาได้ยากในกลุ่มนักศึกษา

 

ถ้าพวกเขาปฏิสธสิ่งที่หวังเปาเลอพูดก็เท่ากับว่าเขาปฏิเสธความกล้าหาญและเหตุผล เมื่อเขามองไปยังเพื่อนร่วมงานทั้งหลายก็รู้ได้ทันทีเลยว่าหวังเปาเลอลอดพ้นข้อกล่าวหาแล้ว เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อน

ที่จะโบกนิ้ว ตราประทับที่จะยืนยันความผิดของหวังเปาเลอก็หายไปในอากาศก่อนที่จะกลายเป็นเจ้าเม่นตัวเล็กมุดเข้ากระเป๋าเสื้อของเขา

 

อธิการแก่ ยิ้มอย่างมีเลห์นัยแล้วหลับตาลง

 

ไม่นานนักหวังเปาเลอก็เดินมออกมาจาอาคาร มีคนเป็นพันคนรอเขาอยู่ข้างนอก หลายคนก็สงสัยในสถานะนะกศึกษาพิเศษของเขา หลายคนก็ย้ามใจในความโชคไม่ดีของเขา พวกเขาอยากเหนหวังเปาเลอทำตัวเองกลายเป็นคนโง่ ทันใด้นั้นเสียงประกาศที่ดังเหมือนกับระเเบิดก็ดังขึ้นไปทั่วจากคณะยุทโธปกรณ์

 

“อ้างอิงจาการไต่สวนของมหาวิทยลัย นักศึกษาหวังเปาเลอ ไม่ได้ทำอะไรผิดข้อบังคับของสถาบันในขณะที่รับการทดสอบของนักศึกษาใหม่ เขายังคงสถานะนักศึกษาพิเศษไว้เหมือนเดิม!!!”

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top