*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

AWWP ตอนที่ 6 : ปัญหาที่ถาโถมเข้ามา

 22 Views

  หลังจากการลงทะเบียนเสร็จสิ้นและได้รับสิทธ์ในรวบรวมพลังวิญญาณ ผ้าคลุมขุั้นสูง และสิ่งต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว หวังเปาเลอ สวมเสื้อคลุม สีแดง ที่เป็นสัญลักษณ์ของนักศึกษาผู้ถูกรับเลือกเข้ามาเป็นกรณีพิเศษ ณ ตอนนี้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของภูเขาอันกว้างใหญ่ไพศาล ทำเอาหุบยิ้มไม่ลงต่อหน้าอนาคตที่สวยงามของหวังเปาเลอผู้นี้จริง ๆ

 

ต่อหน้าเขาในตอนนี้เป็นประตูสีม่วงซึ่งจะเปิดอัตโนมัติ เผยให้เห็นถ้ำลับข้างใน!

 

ถ้ำที่พักสำหรับนักศึกษาพิเศษที่มีข่าวลืออันเลื่องลือและโดงดังอันเป็นที่กล่าวขาน! หวังเปาเลอ เก็บความตื่นแต้นของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่

 

นี่เป็นสถานที่ ที่มีเพียงนักศึกษาที่ถูกรับเลือกซึ่งมีไม่กี่คนที่จะได้เข้ามาใช้ ส่วนที่เหลือนั้นได้แค่มองหรือฟังข่าวลือจากคนที่เข้าไปเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม ภูเขาแห่งนี้มีสิ่งก่อสร้างอยู่หลายอย่าง แต่จำนวนของสิ่งก่อสร้างที่มีนั้นถึงขีดจำกัดของมันแล้ว มันยากที่จะต่อเติมอะไรเข้าไปได้อีก และที่สำคัญตำแหน่งของถ้ำจัดวางไว้เป็นแถวอากาศถ่ายเททำให้สามารถสะสมพลังวิญญาณได้มากอีกด้วย

 

ดังนั้นการที่หวังเปาเลอได้มายืนอยู่ตรงนี้ ทำให้นักศึกษาจำนวนนับไม่ถ้วนต้องมองด้วยความอิจฉาตาร้อน

 

ตอนนี้เขาสวมผ้าคลุมที่มีความพิเศษจากของคนอื่นโดยสังเกตุได้จากสีที่ไม่เหมือนใคร มองเข้าไปในห้องของตัวเอง และสังเกตุว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ หวังจึงกู่ร้องออกมาสุดเสียงด้วยความปลื้มปิติและตามมาด้วยเสียงหัวเราะ เขาสัมผัสถึงจิตวิญญานอันสูงส่ง หลังจากเข้ามาข้างใน สิ่งแรกที่เขาเห็นคือระเบียงที่ไม้ใหญ่มาก ความยาวของมันราวๆ 20 ฟุตจากภูเขา การได้มายืนตรงนี้นั้นเปรียบได้ดั่งกับการยืนท่ามกลางท้องฟ้า หวัง เดินชื่นชมภาพวิวทิวทัศน์พลางหยิบถุงขนมออกมากินเป็นของว่าง 

 

จากนั้น หวัง ก็หยิบหนังสือคู่มือของมหาลัยออกมา เขามองไปที่หน้าแรกซึ่งมีคำเขียนเอาไว้สามคำ ด้วยตัวอักษรอันหนาใหญ่ และแข็งตรง

 

ศิลปะวิชาการต่อสู้แบบโบราณ

 

มันไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่อะไรสำหรับนักเรียนยุทโธปกรณ์ทั่วไป ทุกคนจะได้เล่มนี้เมื่อผ่านการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึงนอกจากนั้นพวกเขาจะสามารถเลือกสาขาแยกที่แตกต่างออกไปได้ ซึ่งสำหรับสาขาศิลปการต่อสู่แบบโบราณนั้น จะได้มาเมื่อสำเร็จทุกสาขาวิชาในคณะยุทโธปกรณ์แล้วเท่านั้น

 

ระดับของผู้ฝึกวิชาการต่อสู้ออกเป็น 3 ขั้นลำดับโลหิตวิญญาณฉี , ผู้ผนึกกายา และ อลงกรณ์สะท้าน เสกลม เสกฝน เปลี่ยนหนาวเป็นร้อน หวังเปาเล้อขนลุกซู่ซ่า เขาพร้อมที่จะเรียนรู้วิชาพวกนี้แล้ว เขาจึงต้องตั้งใจอ่านวิชาเหล่านั้นอย่างบรรจง 

 

เวลาผ่านไปจนแสงยามเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความมืดยามค่ำคืน หวังเปาเล้อเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

 

เขาพึ่งจะอ่านคู่มือเบืองต้นจนจบเท่านั้น แต่ก็เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างสามขั้นของ สาขาของเขาแล้ว

 

โลหิตวิญญาณฉี แปรเปลี่ยนและเสริมสร้างพละกำลัง

ผู้ผนึกกายาl นั้นเป็นสมาธิและความแม่นยำ 

อลงกรณ์สะท้าน เป็นวิชาสูงสุดของขีดจำกัดที่มนุษย์จะเรียนรู้ได้ 

หวังสูดหายใจเข้าลึก พลางนึกถึง เฉินซีเฮียง ยิงธนูโจมตีไปที่ภูเขา 

 

หวังเปาเลอที่เห็นดังนั้นก็พลุ่งพล่านไปด้วยความตื่นเต้น

 

สำหรับการเป็นประธาณาธิปดี สาขาศิลปการต่อสู่แบบโบราณ นั้นจำเป็นอย่างยิ่ง และผลพลอยได้ของการฝึกฝนย่อมเป็นการลดน้ำหนัก ปาหินครั้งเดียวได้นกหลายตัวเลยทีเดียว เขานึกถึงสถานะการณ์ตอนนั้น พลางเปลี่ยนสีหน้าหลังจากหยิบหน้ากากเสี้ยวดำที่เขาเก็บเอาไว้ออกมา 

 

เขายังจำได้ดี ถึงตัวอักษรที่อ่านไม่ออกบนหน้ากากที่เขาเก็บได้ระหว่างการสอบ 

 

มันต้องเป็นสมบัติอย่างแน่นอน พ่อแม่ของเขานั้นทำงานอยู่ในแผนกโบราณคดี นั่นเป็นเหตุผลที่ในบ้านของเขานั้นเต็มไปด้วยสิ่งต่างๆมากมาย ซึ่งโดยมากนั้นเป็นขยะ 

 

หลังจากหวังเปาเลอ ได้รับประสบการณ์อันล้ำค่าหลังจากการสอบครั้งนั้น เขายอมแสดงทุกอย่างออกมาเพื่อผลลัพธ์ที่เขาต้องการ แม้จะต้องหลั่งเลือดออกมาก็ตาม 

 

ด้วยหน้ากากในมือ เขาศึกษามันอีกครั้ง นอกเหนือจากวัสดุที่เย็นเหมือนน้ำแข็งแล้ว เขายังไม่เห็นอะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ราวกับว่ามันจะเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมที่พิเศษเท่านั้น หวังจึงพิจารณามันต่อ 

 

‘ดูเหมือนว่าอาจจะต้องยื้มยุทธภัณฑ์บางชิ้นมาใช้ร่วมกัน บางทีอาจจะใช้ไขความลับภายในหน้ากากนี้ได้ ! ‘

 

หวังคิดเช่นนั้น ขณะฟ้ามืดลงเรื่อย ๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างเรียกเขากลับที่พักและเปิดกระเป๋าของเขาออกมาอย่างรื่นรมณ์

 

หวังเปาเลอไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาด้วยเยอะเท่าไหร่ และของที่อยู่ในกระเป๋าส่วนใหญ่มีแต่ของแปลกๆ แม้กระทั่งโทรโข่งสีแดงก็ยังมี

 

ทุกอย่างในกระเป๋าของเขานั้นถือเป็นของที่มีค่ามาก หากในอนาคตเกิดปัญหาขึ้นมาของในกระเป๋านี่ละจะช่วยให้เขาผ่านความยากลำบากนี้ไปได้

 

หวังคิดเช่นนั้นก่อนจะตรวจดูของในกระเป๋าของเขาอีกครั้ง จนเขาพอใจและเริ่มเหนื่อยล้า หวังก็ลุกขึ้น ขยับร่างกายแล้วเอนตัวลงนั่ง 

 

‘เราจะต้องไม่ทำให้ความสำเร็จแค่นี้มาทำให้ชะล่าใจเด็ดขาด มีนักศึกษามากมายตั้งความฝันที่อยากจะมาที่นี่ ความชะล่าใจ ความประมาท สิ่งพวกนี้ทำให้พวกเขาทำมันไม่สำเร็จ !

 

หวังเปาเลอกำหมัดพลางนั่งคิดถึงสายตาของบรรดาอาจารย์ที่มองเขา และท่าทีชายไว้เคราแพะที่ปฎิบัติกับเขาที่เป็นนักศึกษาพิเศษ

 

พวกนั้นจะต้องสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างแล้วอย่างแน่นอน 

 

อะไรบางอย่างที่ผิดปกติ เมื่อหวังคิดได้เช่นนั้นก็รู้สึกเย็นวาบที่หลังของตัวเอง

 

‘เราควรอยู่เฉย ๆ ไปก่อน ไม่ควรทำอะไรให้เกิดเรื่องขึ้นมา เราอยากไม่อยากมีปัญหาอะไรที่ทำให้ สูญเสียสิ่งที่มีในตอนนี้’

 หวังเปาเลอปวดหัวกับสิ่งนี้อยู่พักนึง ก่อนที่จะตระหนักว่าสิ่งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้สนับสนุนเขาเช่นกัน

 

สิ่งแรกที่ทำตอนนี้คือหาแนวร่วมสนับสนุนโดยเร็วที่สุด

 

สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทางสถาบันได้ปล่อยชื่อนักศึกษาที่ผ่านการทดสอบออกมา 

นักเรียนที่ได้รับเลือกต่างก็ย้ายเข้าหอพักของตัวเองในส่วนต่าง ๆ และเตรียมตัวที่จะต้องใช้ชีวิตภายใต้กฏและข้อบังคับต่าง ๆ ของทางสถาบัน 

 

หวังเปาเลอ ที่ไม่เคลื่อนไหวอะไรตลอดสามวัน เขาก็เริ่มที่ การฝึกฝนวิชาการต่อสู้  หวังพยายามที่จะไม่ทำอะไรให้ผู้อื่นเห็น โดยเฉพาะ ผู้ชายที่ไว้เคราแพะ หวังเปาเลอคิดว่ามันจะเป็นการดีกว่าหากอยู่ห่าง ๆ  จุดที่อ่อนไหว

 

ถึงแม้ว่าเขาจะหวังไว้แบบนั้นก็ตาม วันนึงก็ได้มีข่าวของการสอบของสถาบันออกมาบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นหัวข้อที่ผู้คนจับตามองกันอย่างร้อนแรง 

 

เรือเหาะเป็นร้อยลำนำข่าวมาแสดงทั่วเมืองไปหมด 

 

“รู้ไหม ในบรรดาเด็กใหม่ จากเมืองลอยฟ้า ที่ชื่อ ลู่ จิงนาน วางกับดักแล้วจัดกา ปีศาจโครงกระดูกอีกัวน่ายักได้ด้วยน่ะ นี่มันเจ๋งสุด ๆ ไปเลยนะ!”

 

“ไม่เท่าไหร่นี่ ดูอย่าง เฉิน ซีเฮียง ในการทดสอบเมืองฟีนิกซ์นั่นสิ เขาแสดงถึงการใช้ทักษะของผู้ผนึกกายาออกมานิดหน่อย ก็ได้รับเลือกจากคณะต่าง ๆ ตั้ง 8 คณะเลยนะ ดังกว่าเห็น ๆ เลยใช้ไหม”

 

ผู้คนที่เห็นการกระทำต่างๆของผู้ถูกรับเลือกเเละเป็นข่าว ต่างออกมาวิจารณ์กันอย่างล้นหลาม 

 

“ตัวขโมยซีนอย่าง เฉิน ยาหมิง นี่สิของจริง มีข่าวลือว่าเธอกำเนิดจากร่างของจิตวิญญาณของแท้เลยนะ เห็นว่าแปรธาตุศิลาป็นแร่บริสุทธ์ได้เกือบ 80 เปอร์เซ็นเลยนะ อย่างนี้เหมาะกับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอย่างไวท์เดียร์ เลยนะ แต่อีเทอเรียก็ยื่นข้อเสนอที่เธอยากที่จะปฏิเสธไปแล้วด้วยสิ  ”

 

“จริงอยู่ที่ว่า เฉิน ยาเหมิง นั้นพิเศษ แต่ก็มีคนที่ทัดเทียมกับเธอเหมือนกันนะ อย่าง โฉว ยีฝา ที่เกิดมาพร้อมกับ ดวงตาแห่งดาราทมิฬ  เมื่อใดก็ตามที่เขาใช้มัน ทุกอย่างรอบ ๆ ก็เหมือนจะช้าไปหมดสำหรับเขา เขาอยู่ในฐานะขั้นพร้อมใช้ผู้ผนึกกายาได้แล้วด้วย แม้ตัวตนของเขาจะเต็มไปด้วยปริศณาแต่ลือกันว่าเขามาจาก 5 ตระกูลใหญ่แห่งท้องนภาด้วนะ เขาต้องไปในคณะต่อสู้ที่ไหนสักที่แน่ ๆ เลย ”

 

ตามที่ได้ยินเสียงวิจารณ์ เหล่านักศึกษาใหม่ที่ยืนแถวนั้นก็ต่างพากันเสียความมั่นใจในตัวเองเมื่อนำไปเทียบกับบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านั้น โดยเฉพาะ หวัง เปาเลอ  ต้องการจะไม่เป็นที่รู้จัก ค่อนข้างที่จำระแวงเล็กน้อยเมื่อจะต้องมีข่าวของเขาออกมาเเน่ๆ เพราะการถูกรับเลือกเข้ามาแบบพิเศษของเขา

 

“ครั้งนี้มีคนถูกรับเลือกเข้ามาแบบพิเศษสองคน หนึ่งคือ โฉวยีฝ่า และอีกคนคือ หวังเปาเลอ ! พูดถึงหวัง เขานั้น มีจิตใจที่สูงส่ง มีความเป็นผู้นำและเสียสละเพื่อผู้อื่น ถึงแม้ว่าจะต้องวิ่งเข้าไปสู้กับฝูง งูแคระขาวกระดูกโลหิต หรือเข้าไปกับฝูงหมาป่า  แถมประกาศเอาไว้อีกน่ะว่า ชีวิตนี้ของเขาอุทิศให้กับชาติและสถาบันนะ”

 

“ถึงแม้จะเห็น หมียักบรรพกาล เขาก็เอาตัวปีนขึ้นไปสู้กับมันทั้งที่เต็มไปด้วยบาดแผล พยายามล่อมันให้ออกห่างจากเพื่อน ๆ ของเขาด้วยจิตใจอันกล้าหาญด้วยนะ”

 

ชื่อของหวังเปาเลอ ถูกแพร่กระจายไปทั่วทั้งเกาะการศึกษา

 

“สวัสดีครับ ผมหวังเปาเลอ พวกคุณอาจจะเข้าใจผิดบางเกี่ยวกับผม ผมแค่ต้องการที่จะปกป้อง โฉวเซียวอา จากสัวต์ร้ายเหล่านั้นเท่านั้นเอง เธอสวยงามมากจนผมอยากปกป้องเธอ จริง ๆ นะ … ”

 

หวังโพสต์ข้อความไปแบบนั้น เพื่อที่จะลดชื่อเสียงของเขาเอาไว้กลาง ๆ 

 

แต่กลับกันกลับทำให้เขาโดงดังขึ้นไปอีก โดยเฉพาะบรรดาผู้หญิงทั้งหลายที่ต่างว่าเขานั้นถ่อมตัวเเละเป็นสุภาพบุรุษ

 

หวังน้ำตาไหลออกมาปริ่ม ๆ เมื่อเห็นผู้คนต่างออกมาชื่นชมเขา หวังจึงโพสต์ออกไปอีกข้อความ

 

“จริงๆแล้วผมก็บาดเจ็บจนหนีไม่ไหวอยู่แล้ว ในภาวะเป็นตายเช่นนั้น ผมจึงขวางทางสัตว์ร้ายทั้งหลายให้ออกห่างจากเพื่อน ๆ ของผมเท่านั้นเอง คนที่ควรจะได้รับคำชมนะควรเป็น เฉินซีเฮียง ต่างหาก”

 

หวัง เปาเลอถอนหายใจอย่างโล่งอก เขายกผลงานให้กับคนที่เขาต้องการอย่างเฉินไปแล้ว เรื่องนี้น่าจะได้รับความน่าเชื่อถือและส่งต่อผลงานไปยังเฉินแน่นอน

 

ทว่าความโล่งใจของเขาก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อเฉินมาตอบกลับข้อความของเขา กล่าวถึงความสูงส่งของหวังเปอเลอในฐานะฮีโร่และวีรบุรุษแห่งสถาบันในสอบครั้งนี้!

 

คำพูดของ เฉิน นั้นมีน้ำหนักและน่าเชื่อจนคนคล้อยตามกันหมด ทำให้แผนของหวังล่มไม่เป็นท่าอีกครั้ง และทุกคนก็ให้ความสนใจกับหวังเปาเลอมากกว่า เฉินย่าหมิง เสียอีก

 

ราวกับหัวของหวังนั้นกระแทกเข้ากับกำแพง เขาผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเนื้อตัวไม่อยู่กับร่องกับรอย 

 

‘พวกนายอยากให้ชั้นโดนฆ่ารึไง! ปล่อยชั้นไปเถอะ ขอร้องละ!!’

 

“ทุกคนอย่ามาสนใจผมเลย ผมมันก็แค่เจ้าอ้วน ที่หื่นกระกาย ตะกละ โลภมาก แถมผ่านข้อสอบมาได้ไม่เกินครึ่งด้วยซ้ำ ผมก็แค่คนธรรมดาเองนะ”

 

หวัง เปาเลอ ทำทุกอย่างที่เขาคิดว่าจะลดชื่อเสียงของเขาได้ แต่ทุกอย่างมันก็ยังแย่ และ แย่ลงเรื่อยๆ

คอมเม้นต่างๆของนักเรียนที่เข้ามาตอบกันอย่างล้นหลาม

 

“เฉิน ยาหมิง หนะสุดยอด โฉว ยีฝ่า ก็น่าจดจำแต่อย่างไรก็ตาม คนที่น่าพูดถึงที่สุดในบรรดาเด็กใหม่ตอนนี้ก็คือ หวัง เปาเลอ นั่นละ ถึงแม้เขาจะไม่มีอะไร แต่เขาก็ปกป้องเพื่อนของเขาอย่างกล้าหาญ เทียบกับคน คนนึงที่สามารถผลิดหินวิญญานศิลาได้ 100 ก้อนต่อคนเลยนะ หวังมันเหมือนกับนายได้ช่วยเพื่อนของเรานับไม่ถ้วน ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนธรรมดา แต่การเสียสละของนายจะเป็นที่น่าจดจำตลอดไป ”

 

ทันทีที่คอมเม้นดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา ทุก ๆ คนทั้งเด็กใหม่และผู้อยู่อาศัยภายในเกาะ ก็รับรู้ถึงวีรกรรมของหวัง เปาเลอโดยทั่วกัน 

 

‘ตายแล้ว!! ตายแน่! ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว!’

 

หลังจากนั้นไม่นาน การโกงข้อสอบของหวัง เปาเลอนั้นก็ถูกออกมาเปิดเผยโดนอาจารย์และถูกรับรู้โดยทั่วเช่นกัน

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top