*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

AWWP ตอนที่ 5 : นักศึกษาที่ได้รับเลือกแบบพิเศษ

 27 Views

มหาวิทยลัยอีเทอเรียโคเรจ นั้นใหญ่มาก ๆ โดยเฉพาะเกาะแห่งการศึกษาระดับต้นอันเกรียงไกร มันสามารถอำนวยความสดวกแกนักศึกษากว่า 10,000 คนได้ตลอดปีการศึกษา ฝังตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะมีเรือเหาะครุยเซอร์จำนวนมากจอดอยู่ในท่าอากาศยาน

 

นักศึกษาจำนวนนับไม่ถ้วนแออัดกันอยู่ในที่รับรองพวกเขาต่างเดินออกมาจาเรือเหาะที่พวกเขาโดยสารมาลากกระเป๋าหนัก ๆ ยืนต่อแถวกัน เสียงพูดคุยและหัวเราะดังไปทั่วทั้งบริเวณ

 

มีผู้คนมากมายต่างถิ่นกำเหนิดในสหพันธ์เดินปะปนกันอยู่ พวกเขาคือนักศึกษาใหม่ที่กำลังจะได้รับการยอมรับและเขาเรียนในมหาวิทยลัยนี้

 

ณ ลานจอดเรือเหาะลานหนึ่ง หวังเปาเลอและผองเพื่อน มาจากเมืองฟีนิกส์ต่างลากกระเป๋าสัมภาระของตัวเองเดินออกมาด้วยความตื่นเต้นในขณะที่มองไปยังชื่อคณะบนยอดเขาต่าง ๆ ที่อยู่ห่างออกไป พวกเขาต่างก็รู้สึกสดชื่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกตื้นตีนใจ

 

ยังไงก็ตามถ้าเปรียบเทียบจิตวิญญาณของวัยรุ่นหนุ่มสาวกับแพทย์ลีและคณะอาจารย์ที่เดินออกมาจากห้องควบคุมหลักแล้วละก็ต่างกันลิบลับ พวกเขาเดินออกมาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างอาจจะเป็นเพราะพวกเขาชินชากับบรรยากาศแบบนี้แล้วก็ได้

 

พวกอาจารย์ก็คงจะชินชากับหวังเปาเลอแล้วด้วย พวกเขาอดไม่ได้ที่จะมองหวังเปาเลอด้วยหางตาขณะเดินผ่านพวกเขา

 

หวังคุ้นเคยกับสังเกตุและการอ่านสีหน้าของคนหวังเปาเลอจึงรู้สึกได้ถึงการแสดงออกนั้น ไม่ว่าสถานที่นี้จะมีคนอยู่รอบตัวเขาขนาดไหนเขาก็ยังคิดถึงแต่ผลของการทดสอบ แต่เขาก็ยังไม่รู้ตัวว่าทำอะไรบางอย่างผิดพลาดไป

 

‘ทำไมพวกมันมองหน้ากูแบบนี้ว่ะ? ผลการทำสอบของกูคงจะทำให้อึ้งไปเลยหละสิถ้า? ฮ่าๆๆๆ ต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ’ เขารู้สึกตื่นเต้นในทันที ยังไงก็ตามท่ามกลางความตื่นเต้นเขาก็ยังมีความสงสัยว่า ทำไมชายที่ไว้เคราแพะในหมู่อาจารย์ถึงมีความโกรธและเศร้าอยู่ในดวงตาที่จ้องมองเขา

 

มีชายคนนึงเดินออกมาจากกลุ่มอาจารย์แล้วเรียกชายชุดแดงในกลุ่มนักเรียน “เฉินซีเฮียง มานี่อาจารย์จะพาไปที่โต๊ะลงทะเบียน”

 

หวังเปาเลอเจอแบบนี้เข้า ดวงตาของเขาก็เปร่งประกายขึ้นในทันทีลมหายใจของเขาเริ่มถี่ขึ้น ผลของการทำสอบแสดงผลเร็วขนาดนี้เลยหรอ?

 

ในใจของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวังเอามือแทบอกตัวเอง กลัวว่าอาจารย์จะมองไม่เห็นเขา

 

“ ซูเหลียนซาน ตามมา! ”

“ ลิวเตาปิง มานี่! ”

เหล่าอาจารย์ก็เริ่มเรียกนักศึกษาทีละคนผู้ที่โดนเรียกตัวก็ต่างเดินออกไป

 

ฉากนี้ทำให้ใครหลายคนใจสั่น มันบอกไดในทันืี่ว่าคนที่โดนเรียกตัวไปคือคนที่ทำคะแนนทดสอบได้ดี คน ๆ นั้นคือคนที่สามารถชนะใจเหล่าอาจารย์ได้และนำหน้าคนอื่น ๆ ไปแล้วก้าวนึง พวกเขาต่างได้รับข้อเสนอจากแผนกที่เขาคู่ควร

 

หวังเปาเลอรุ้สึกอิ่มเอมใจอย่างมาก ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่โดนเรียกชื่อแต่เขาก็มั่นใจในผลการทดสอบของตัวเองอย่างมาก ยังไงก็ต้องมีใครสักคนเรียกชื่อเขาเป็นแน่ เขาตั้งใจอย่างมากที่จะพบกับอาจารย์ที่เลือกเขา

 

‘กูควรจะทำตัวยังไงดีถ้ามีอาจารย์หลายคนเลือกกู ต้องแย่แน่ ๆ กูต้องเลือกหละว่าจะเข้าคณะไหน’ เขาเริ่มฝันหวานเพราะตกอยู่ในความหลุ่มหลง ยังไงก็ตามเขาก็รอมานานมากแล้ว แม้แต่ตูหมิงก็ยังโดนเรียกตัวไปก่อนแล้ว กว่า 80% ของนักศึกษาทั้งหมดถูกเรียกตัวไปแล้วก่อนเขา แล้วเขาก็รู้ตัวจนได้

 

‘ ไม่มีทาง….! ‘ หวังเปาเลอปาดเหงือบนหน้าผากเขา มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ขะควบคุมความสงบในใจเขาได้

 

คณะอาจารย์ต่างก็เรียกตัวนักศึกษาออกไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้แทบจะหมดแล้วชายแก่มองไปที่หวังเปาเลอก็ที่จะออกจากจุดรวมพลไปเหลือแต่ชายไว้เคราแพะคนเดียว ที่เหมือนจะถูกชะตากับเขา หวังเปาเลอก็ยังคงรุ้สึกคาดหวังนิด ๆ ที่เห็นหน้าเขา

 

ในจังหวะนั้น ชายเคราแพะส่งสายตาอันน่ารักเกียจลูบอกของเขาเองสองสามครั้ง เขาดูเหมือนคนที่ถูกบังคับให้ทำอะไรที่ไม่มีทางเลือก มันเป็นเพราะสิ่งที่เขาเลือก เขาต้องทำให้มันจบแล้วเขาก็เรียก

 

“หวังเปาเลอ ทำไมไม่เดินมาทางนี้อีกหละ?” 

 

เสียงนั้นเป็นเสียงที่ถูกส่งออกมาจากฟันที่กัดแน่นก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินออกไป

 

หวังเปาเลอรุ้สึกตื่นเต้นขึ้นในทันที่ เขาได้ยินเสียงนั้นเหมือนเสียงจากสวรรค์เขาไม่มีเวลาที่จะมาสังเกตุสีหน้าของชายเคราแพะเลย เขาวิ่งอย่างร่าเริงไปหาอาจารย์ที่เรียกเขา เขายังอยากจะช่วยอาจารย์ถือกระเป๋าถ้าชายคนนั้นนำมาด้วย

 

เขาเร่งเดินไปยังท่าจอดเรือเล็กของเกาะสีหน้าเต็มไปด้วยความเขร่งขรึม มีเรือเหาะลำเล็กจอดอยุ่ข้างหน้าเขากับนักศึกษาอีกกลุ่มหนึ่งสวมชุดสีน้ำเงินของมหาลัย พวกเขากำลังรออย่างใจจดใจจ่อถึงแม้จะมีสาวสวยเดินผ่านไปก็ตาม พวกนั้นก็เดินเข้ามาแนะนำตัวอย่างอบอุ่นเมื่อเขาเจอกับชายเคราะแพะเหมือนกับว่าเขาเป็นที่เคารพและนับถือ

 

“อาจารย์ครับ เดินช้า ๆ หน่อย พวกเรามาจากคณะอะไรหรอครับ? ” หวังเปาเลอถามขณะที่หอบมาจากข้างหลังเขา เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้วจึงเดินได้อย่างรวดเร็วไม่เหมือนกับหวังเปาเลอที่ยังไม่เริ่มฝึกวิชาการต่อสู้เลยแม้แต่นิดเดียวจึงเดินตามให้ทันได้ยาก

 

ชายไว้เคราแพะรู้สึกกดดันอย่างถึงที่สุดเขาหยิบสร้อยหยกออกมาโยนใส่หวังเปาเลอก่อนพูดอย่างร้อนรน

 

”ไปรายงานตัวที่คณะยุทโธปกรณ์เองนะ ข้ามีอะไรบางอย่างต้องทำก่อน”

 

ก้าวเท้าขึ้นไปบนเรือเหาะแล้วก็บินหนีออกไปเลยทันที

หวังเปาเลอรู้สึกกดดันไม่แพ้กันหลังจากรับสร้อยหยกมีอะไรหลาย ๆ อย่างไม่ถูกต้องทำให้อาจารย์ทำกับเขาแบบนี้

 

‘ การแสดงของเราไม่ได้ดีอย่างที่คิดสินะ? เห้อ… คณะยุทโธปกรณ์มันคือคณะอะไรหว่า? ’ เขายืนอึนอยู่ตรงนั้นโดยมีสร้อยหยกอยู่ในมือ เขารู้สึกเหมือนถูกก่อกวน โดยไม่รู้ตัวเขาก็หยิบถุงขนมขึ้นมากิน

 

เขารู้สึกได้เลยว่าชายเคราแพะนั้นไว้ใจไม่ได้ ดูสิ้นหวัง เขาคงต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง วันนี่เป็นวันลงทะเบียนนักศึกษาใหม่ มีคนมากมายบนเกาะการศึกษาระดับต้นของมหาลัยอีเทอเรียเตี่ยวโคเรจแห่งนี้ มีคนมากมายเหมือนทะเลอยู่ที่ท่าอากาศยานนี้ อากาศจึงร้อนเป็นพิเศษ

 

มีแม้น้ำไหลผ่านก็จริงแต่มันก็เมื้อหม้อต้มน้ำ หวังเปาเลอยื่นเช็ดเหงื่อนตัวเองอยุ่ เขามองเห็นร้านขายน้ำเย็นเย็นอยู่มันถูกโฆณาว่าทำมาจากวิญญาณธาตุน้ำแข็ง มันด็เลยแพงเป็นพิเศษ หวังเปาเลื้อเป็นคนประเภทที่ไม่สามารถปฏิเสฐความต้องการของตัวเองได้แม้ว่ามันจะราคาแพงก็ตามเขาวิ่งเขาไปซื้อสองสามขวดใส่กระเป๋าของเขา

 

ขณะที่เขากำลังดื่มน้ำวิญญาณเย็นชื่นใจอยู่นั้น เขาก็มองไปรอบ ๆ และสังเกตุเห็นว่าในสนามบินมีคนบางคนกำลังถ่ายทอดสดสตีมมิ่งการลงทะเบียนวันแรกอยุ่ด้วย เขาก้ยังได้ยินอีกว่ามีการแจกของรางวัล

 

หวังเปาเลอไม่อยากให้เสียเวลามากหลังจากถามคนรอบ ๆ ก็รู้มาบ้างว่าคณะยุทโธปกรณ์ของเขาทำอะไรบ้างและการที่จะไปที่ยอดเขาของคณะนั้นต้องนั่งเรือเหาะลำเล็กไปง่ายที่สุด

 

ก็ยังคงมีคนมากมายที่ยอดเขาคณะยุทโธปกรณ์ บ้างก็มาเยี่ยมเพื่อดูว่าจะเข้าเรียนที่นี้ดีไหม บ้างก็มาเพื่อสมัคเรียนลงทะเบียนแบบเขา 

 

มีอาสาสมัครเป็นรุ่นพี่ของคณะยุทโธปกรณ์คอยอำนวยความสดวกและต้อนรับนักศึกษาใหม่ด้วยคนจำนวนมากก็คอยไถ่ถามพวกเขาเป็นหย่อม ๆ เป็นภาพที่น่าประทับใจ

 

ขณะที่กลุ่มคนค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปข้างหน้า หวังเปาเลอได้ยินเสียงของรุ่นพี่ผู้หญิงหน้าเป็นวงรีกำลังให้ข้อมูลผู้มาเยือนอย่างน่าหน้าตื่นเต้นและจริงจัง มันตรงกับที่เขาเคยได้ยินมาเกียวกับคณะยุทโธปกรณ์แห่งนี้เขาเลยรู้สึกว่าคณะนี้มันช่างหน้าอัศจรรย์ใจ

 

“คณะยุทโธปกรณ์ของเราท่านอาจจะเคยเห็นแค่การเสริมแกร่งสิ่งประดิษฐ์ แต่ก็มีอย่างอื่นอีกเกี่ยวกับการขัดเกลาสิ่งของทุกอย่างบนโลกให้เป็นสมบัติล้ำค้า!”

 

“คณะยุทโธปกรณ์มหาวิทยลัยของพวกเราถูกเลือกให้เป็นคณะทางเลือกที่ดีที่สุดของสหพันธ์ พวกเราเชี่ยวชาญในหลายแขนงโดยเฉพาะด้านอาวุธต่าง ๆ ทุกวันนี้การใช้สิ่งประดิษฐ์เป็นเรื่องปรกติ นักศึกษาทุกคนที่จบไปต่างก็มีความเทยอทยานอย่างถึงที่สุด!” เสียงของรุ่นพี่ดั่งก้องไปด้วยความเชื่อมันในคณะของตน  

 

“ขณะที่พวกท่านกำลังบินอยู่บนฟ้าจะมองเห็น ฐานขนาดยักษ์ลอยอยู่บนฟ้าเหนือยอดเขาของคณะเรานั้นคือตัวแทนของสิ่งประดิษฐ์หลักที่พวกเรากำลังศึกษาอยู่ วิญญาณศิลา อักษรจารึก และ แก่นแท้ของดวงวิญญาณ ”

 

“ไม่เหมือนกับสถานศึกษาทั่วไปแถวบ้านท่าน สถาบันของเราให้อิสระในการเรียนรู้ ไม่มีหลักสูตรภาคบังคับแต่อย่างใดในทุกคณะตั้งแต่เข้าใหม่จนกระทั้งเรียนจบ ท่านสามารถลงเรียนอะไรก็ได้ที่เปิดให้ลงทะเบียนในภาคการศึกษานั้นตราบใดที่ยังมีเวลาว่าง”

 

“ผู้คนส่วนมากใช้เวลาไปกับการฝึกตนแต่ก็ยังมีการสอบในทุกปีที่ไม่เข้มงวดมาก มีแค่การสอบเลื่อนระดับเพื่อไปเรียนต่อในเกาะการศึกษาขั้นสูงเท่านั้นที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย”

 

“ถ้าพวกน้อง ๆ ไม่สามารถสอบเลื่อนขั้นไปศึกษาต่อได้ภายใน 5 ปีจะโดนทางมหาลัยเชิญออก แต่ก็ไม่ต้องตกใจเพราะยังเป็นเรื่องของอีกหลาย ๆ ปีข้างหน้า ทางนี้คือสถานที่ลงทะเบียนค่ะ น้อง ๆ สามารถลงชื่อได้เลย”

 

หวังเป้าเลอจดข้อมูลสำคัญเกียวกับการสอบเลื่อนขั้นไว้ทันที่ทุกคนก็ทำแบบเดียวกัน ทุก ๆ คนยังคงจ้องมองมาที่เธอ ผู้นำทางของเราก็ได้แต่ส่งยิ้มไปให้ เธอมองไปที่กระจกหินขนาดมโหฬารสูงประมาน 30 เมตร

 

กระจกนั้นดูเก่าแก่มาก มีร่องรอยมากมายของการเวลา มีรอยแตกร้าวกระจายอยู่ทั่วแต่ก็ทำให้มันดูแข็งแกร่ง

 

“วางการ์ดลงทะเบียนบนนั้น พวกน้องจะไปโพล่ที่ด้านล้างของภูเขา ต้องใช้เวลามากสุด 3 วันตัวเกาะจะสามารถจดจำนักศึดษาใหม่ได้ ทุกคณะจะมีการจัดรายชื่อนักศึกษาเหมือนกันหมด”

 

รุ่นพี่พุดจบก็ปาดเหงื่อบนหน้าผาก ปากของเธอเริ่มแห้งหลังจากพูดเป็นเวลานานในอากาศที่ร้อนแบบนี้ เธอยืนอยุ่ข้าง ๆ มองไปยังน้องใหม่ ก็เหมือนกับเธอมองไปยังตัวเองเมื่อวันก่อน ๆ

 

‘ฉันสงสัยจริง ๆ ว่าจะมีกี่คนที่ได้เข้าเรียนคณะนี้ แต่ก็นะมันคงมีไม่กี่คนหรอกเพราะมันรับได้แค่ชุดละ 4,000 คน’ เธอถอนหายใจหลังจากคิดเสร็จ หวังเปาเลอเห็นแบบนั้นเข้าก็หยิบน้ำเย็นจากกระเป่าที่ซื้อมาให้รุ่นพี่

 

“รุ่นพี่ ตอนนี้คงเหนื่อยมากแล้วสินะครับ ผมอยากจะขอบคุณที่คอยแนะนำแก่เด็กใหม่อย่างพวกผมให้เข้าใจทั้งหมดนี้ได้ พี่่ควรดื่มน้ำสักหน่อยนะครับในวันที่อากาศร้อนเหมือนนรกแบบนี้”

 

รอบนี้เขาเห็นแบบนั้นจริง ๆ เสียงของเขานุ้มลึก เธอได้ขอบคุณแล้วรับน้ำมากจากน้องอ้วนข้างหน้าเธอรู้สึกชื่นชอบในตัวเขาทันที ความที่ชอบดูแลเอาใจใส่คนอื่นขอบเขาหาได้ยากในกลุ่มนักศึกษาใหม่

 

เพื่อน ๆ นักศึกษาของเขาเห็นเรื่องราวทั้งหมด หวังเปาเลอไม่ได้แสดงความรู้สึกในส่วนตัวเองเท่านั้นมันแสดงให้เห็นถึงนักศึกษาใหม่ทั้งหมดด้วย ทำให้ทุกคนมีความรู้สึกที่ดีต่อหวังเปาเลอเพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

เขามีความสุขมี่ได้เห็นขวดวิญญาณน้ำเย็นขวดนั้นสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่เขา คุณสมบัติของเจ้าหน้าที่รัฐในตัวเขาได้พัฒนาขึ้นอีกครัง

 

ไม่นานนัก นักศึกษาก็ค่อย ๆ ต่อแถวกันแตะบัตรหยกไปที่กระจกด้วยความคาดหวังทีละคน พวกเขาหยิบการหยกว่างเปล่าออกมาบางไปบนกระจกศิลาแสงสีขาวก็กระจายออกมาจากการ์ดหยก การจารึกชื่อเป็นอันเสร็จสิ้น 

 

ทุกคนมีการ์ดหยกอยู่กับตัว อาจารย์ของแต่ละคนให้ไว้ทันทีที่มาถึงเกาะการศึกษาระดับต้น หวังเปาเลอรุ้สึกตกตะลึงทันทีที่เห็นการหยกของคนอื่น

 

‘นี้มันบ้าอะไรเนี่ย ทำไมกูถึงไม่มี…’หวังเปาเลอเริ่มถามคนอื่นและเข้าใจสิ่งที่เขากำลังเจอ เป็นอีกครั้งที่เขารู้สึกว่าชายไว้เคาแพะไว้ใจไม่ได้

 

เหลือหวังเปาเลอคนเดียวที่ยังไม่ได้รับการจารึกชื่อนักศึกษาใหม่ รุ่นพี่มองมาที่เขาแล้วถาม”น้องมีคำถามอะไรไหมค่ะ?”

 

“การ์ดหยกของผมมันไม่เหมือนของคนอื่น” หวังเปาเลอรุ้สึกไม่แน่ใจก่อนที่จะแตะสร้อยหยกไปบนกระจกศิลาทันทีที่สร้อยหยกสัมผัสกับผิวกระจกแสงสีม่วงก็กระจายไปทั่วทั้งห้อง แม้แต่กระจกก็ส่องแสงสีม่วงออกมาด้วยทั้งที่สมัคนักศึกษาบนยอเขาคณะยุทโธปกรณ์ส่องแสงสีม่วงสว่างสไหว

 

มีคลื่นพลังกระจายตามออกมานักศึกษาทุกค้นไม่เว้นจะหน้าเก่าหน้าใหม่ต่างยื่นนิ่งและตกใจ

 

“เกิดอะไรขึ้นเนี้ย?”

 

“นี้มันเรื่องอะไรกัน?” หวังเปาเลอยืนงง

 

นี้ยังไม่ใช้ตอนจบของเรื่อง มันยังมีอะไรให้ประทับใจมากกว่านี้ เสียงระฆังศักดิ์สิทธิ์ดังก้องกังวานไปทั่วยอดเขาคณะยุทโธปกรณ์ มันเหมือนกับเพลงสรรเสริญที่แจ้งอะไรบางอย่างแก่คณะยุทโธปกรณ์

 

โม้ง! โม้ง! โม้ง!

 

ทันใดนั้นทุกคนบนยอดเขาคณะยุทโธปกรณ์ไม่ว่าจะเป้นนักศึกษาที่มาสมัคใหม่ ที่กำลังเดินอยู่ในตึกเรียน หรือที่กำลังฝึกตนอยู่ ต่างก็มองขึ้นไปบนฟ้า 

 

ข้าง ๆ กระจกศิลา มีรุ่นพี่หน้าวงรียืนพิงอยู่เธอรุ้สึกมึนหัวเธอกวาดสายตาไปบนกระจกตาขอเธอเบิกโพลงไม่เชือสายตาตัวเอง ก่อนที่จะประกาศออกมา

“เขาคือนักศึกษาที่ได้รับเลือกแบบพิเศษ!!!!!” 

 

“อะไรนะครับ!?” หวังเปาเลอดูตกใจมากว่ารุ่นพี่เสียอีก

 

ในเวลาเดียวกัน ที่เสียงระฆังก้องกังวานแต่ได้ยินดังกว่า ในห้องโถงที่เต็มไปด้วยวิญญาณสายฟ้าของลีอาจารย์ไว้เคราแพะคนนั้นกำลังนั่งอ่านอักษรโบราญ ใจของเขาที่เขาที่และกลับมาสั่นอีกครั้ง

 

‘ทำไมไออ้วนนั้นมาถึงเร็วขนาดนี้เนี้ย?’ เขาเริ่มรู้สึกเหมือนถูกกวนโอ้ยอีกครั้งที่เข้าสูญเสียประกาศิทต์ที่ใช้ได้ทุก ๆ 5 ปี ไปยิ่งทำให้เขารู้สึกเสียดายเขาไปใหญ่

 

มันก็คงไม่เป็นไรถ้าไม่มีใครมากวนใจเขา แต่ระฆังมันก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ ในห้องโถงใหญ่ของคณะยุทโธปกรณ์มีอาจารย์หลายท่าน 

 

“หัวหน้า ฉางเหยาตัว ผมได้ยินมาว่าท่าน จะนำนักศึกษาที่มีแววเด่นมาให้พวกเราหนิ”

 

“ฮ่าๆๆ ตาแก่ฉาง ฉันว่าแล้วตาของนายมันแหลมคม ไหนพ่อเมล็ดพันดี ของพวกเราอยู่ไหมทำไมไม่เรียกเขามาหละ”

 

เมื่ออาจารย์หลายท่านคาดหวังไว้สูง ชายไว้เคราแพะหน้าก็ซีด ความรู้สึกอยากจะร้องไหฟูมฟายหลังจากนึกถึงคนที่เขานำมาให้ทีมงาม เขาได้แต่ยิ้มฝืน

 

“อ่า…ใช้แล้ว เขาคือเมล็ดพันธ์อันงดงาม แต่ผมมีสิงประดิษฐ์ที่ต้องไปสร้าง มีงานต้องไปทำก่อน….” หลังจากที่เขาพูดเสร็จก็รีบออกจากห้องไป เขากลัวว่าถ้าอยู่ในห้องนี้ต่อไปเขาต้องจะไม่สามารถหยุดตัวเองให้เลิกทุบ ’เมล็ดพันธ์อันงดงาม‘ จนตายเสียไม่ได้

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top