*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 3

 14 Views

ตอนที่ 3

 

อันอี่เจ๋อไม่อยู่ที่นี่นานนัก เขาพูดเพียงแค่สองสามประโยค หลังจากนั้นก็เดินออกไปทันที

 

ซูเจี่ยนนอนนึกถึงบทสนทนาระหว่างทั้งสองคนอยู่บนเตียง หลังจากแน่ใจแล้วว่านี่ไม่ใช่ความผิดพลาด เธอก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่เธอกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ

 

เธอนอนอยู่บนเตียงอีกสักพัก ทันใดนั้นเธอก็ส่งเสียง “อ่า” ออกมาเบาๆ เพราะว่าเธอรู้แล้วว่าตรงไหนที่มันแปลกๆ  !  เพิ่งแต่งงาน! ที่บอกว่าอันอี่เจ๋อกับเธอเพิ่งจะแต่งานกันได้แค่ 1 เดือนไม่ใช่เหรอ  ? แล้วเราไปมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นตอนไหน? ทำไมอันอีเจ๋อยังใจเย็นอยู่ได้ทั้งๆที่ภรรยาของตัวเองความจำเสื่อมละ?  เขาไม่กลัวว่าภรรยาของเขาจะลืมเรื่องราวของเขาแล้วไปชอบผู้ชายคนอื่นเหรอ?

 

ซูเจี่ยนขมวดคิ้วและครุ่นคิดอยู่สักพัก แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็คลายปมคิ้วนั้นออกก่อนจะส่งเสียงร้องออกมาด้วยความร่าเริงใจ  ครั้งนี้คงจะเป็นเรื่องซวยสำหรับอันอี่เจ๋อแล้วละ  ในเมื่อซูเจี่ยนเว่อร์ชั่นผู้ชายได้มาอาศัยอยู่ซู่เจี่ยนในร่างของผู้หญิงแล้ว  การมองผู้ชายคนอื่นจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ การทำตัวปกติและชอบหญิงสาวคนอื่น ซึ่งการที่ภรรยาของตัวเองทิ้งเขาไปชอบผู้หญิงแทน อันอี่เจ๋อต้องระเบิดออารมณ์ออกมาอย่างแน่นอน?

 

เมื่อนึกถึงปฏิกิริยาตอบกลับมาของอันอี่เจ๋อ ซูเจี่ยนจึงรู้สึกได้ขึ้นทันใด เรื่องที่มาเกิดใหม่เป็นอีกคน ดูเหมือนจะไม่ได้มีผลดีอะไรเลยอ่ะ!

 

เช้าวันต่อมา สิ่งแรกที่ซูเจี่ยนทำคือการจับหน้าอกตัวเอง

 

หลังจากนั้นเธอก็พบกับเรื่องหน้าเศร้า  หน้าอกที่เต็มไม้เต็มมือยังคงทำให้เธอผิดหวัง เธอภาวนาว่าขอให้เรื่องนี้เป็นเพียงแค่ฝันร้าย แต่มันยังคงเป็นเรื่องจริงที่อยากทำให้เธอเอาหัวโขกกำแพงตายไปให้รู้แล้วรู้รอด

 

บัดซบ!เมื่อก่อนตอนที่ตัวเองฝันว่าชนะได้เงินรางวัล 5 ล้านหยวนเมื่อตื่นขึ้นมาก็มักจะพบกลับน้ำลายที่ไหลไปครึ่งหมอนเสมอ แต่ทำไมความฝันที่เป็นโศกราฏกรรมนั้นก็ยังเป็นโศกนาฏกรรมอยู่เดิมละ!

 

ซูเจี่ยนเอาหัวประแทกกับหมอนอีกครั้งและอีกครั้งด้วยความเกลียด

 

เธออยากความจำเสื่อมไปเลยจริงๆ  จะไม่ได้ต้องตื่นขึ้นมาทำสงครามอันน่าเศร้ากับตัวเองที่กลายเป็นภรรยาของศัตรูหัวใจ……

 

ซูเจี่ยนรู้สึกหดหู่ใจอย่างเงียบๆ แต่แล้วทันใดนั้น ไม่นะ เธอปวดฉี่!

 

มันคือการตื่นนอนแบบธรรมชาติเพราะตัวเองได้อั้นฉี่ไว้เป็นเวลานาน…..

 

โชคดีที่ซูเจี่ยนอยู่ห้องพักฟื้นห้องเดี่ยวและมีระดับมาก ภายในห้องไม่เพียงแต่จะตกแต่งอย่างสวยงามแล้ว อีกทั้งยังมีห้องน้ำอยู่ในตัวด้วย ถึงแม้ว่าขาของเธอจะเดินเหินไม่ค่อยสะดวกก็เถอะ แต่ซูเจี่ยนก็ไม่อยากให้ใครมองเธอในขณะที่ทำเรื่องส่วนตัวแบบนี้หรอก  และก็ไม่อยากเรียกพยาบาลด้วย เธอ ลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง หลังจากนั้นก็เดินไปยังห้องน้ำอย่างทุระทุเล

 

ซูเจี่ยนล้วงเข้าไปในเป้ากางเกงอย่างคุ้นเคย  แต่พอล้วงและล้วงอีกครั้ง ซูเจี่ยนกลับไม่พบอะไรเลย เมื่อเห็นอย่างนั้นร่างกายเธอก็แข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะตระหนักได้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้ ซูเจี่ยนร้องไห้อยู่ในใจอย่างเงียบๆ : การยืนฉี่อย่างมีความสุขนั้น มันไม่กลับมา ไม่กลับมาอีกแล้ว….

 

เธอนั่งลงบนชักโครกด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ซูเจี่ยนต้องนั่งลงเพื่อทำธุรกิจของตัวเองแทนที่จะยืนทำธุรกิจเหมือนเมื่อก่อน  เธอรู้สึกว่าเหมือนผู้หญิงที่เพิ่งสูญเสียความบริสุทธิ์ไปอย่างไรอย่างนั้น  ความสับสนนี้มันพันกันจนยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว

 

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้จิตใจอันหดหู่ของเธอตลอดช่วงเช้านั้นหายไปหมด  โชคดีมีแขกกลุ่มหนึ่งเข้ามาตอนบ่าย

 

นั่นคือเพื่อร่วมงานและนักเรียนของซูเจี่ยนที่เป็นเจ้าของร่างนี้เท่านั้น เธอจึงบอกว่าความจำเสื่อมไป เพราะการจัดการกับพวกเขาเหล่านั้นจึงไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากนัก อีกทั้งยังช่วยให้คนเหล่านั้นเปิดเผยข้อมูลเดิมของเจ้าของร่างนี้อีกด้วย ซูเจี่ยนเพิ่งรู้ว่าเจ้าของร่างเดิมนี้เป็นอาจารย์สอนในโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่ง และสอนเกี่กับภาษาและวรรคดี พูดง่ายๆอาชีพนี้เป็นอาชีพที่มีเกียรติด้านศิลปะวรรณกรรม ซึ่งเป็นอาชีพที่เหมาะสมกับผู้หญิงอย่างมาก แต่ตอนนี้ปัญหาคือผู้หญิงท่าทางอ่อนโยนคนนั้นได้มีความหยาบกระด้างของผู้ชายเข้ามาอยู่ในร่างกายนี้แล้วถึงแม้ว่าผลการเรียนด้านวิชาศิลปะวรรณกรรมจะไม่เลวนัก  แต่เขาก็เป็นผู้ชายในสาขาวิทยาศาสตร์และวิศกรรมที่ที่ไม่เคยคิดจะจีบเด็กสาวสาขาภาษาจีนมาก่อน และการที่เธอต้องนำเด็กๆเหล่านี้อ่าน บทกลอนสี่วรรค มันเป็นเรื่องที่ทำให้เธอเจ็บปวดใจมากยิ่งนัก

 

มีเพียงอย่างหนึ่งที่ปลอบใจเธอได้ในเวลานี้คือ  เด็กนักเรียนกลุ่มที่มาเยี่ยมเธอกลุ่มนี้ มีผู้หญิงสองสามคนที่หน้าตาใช้ได้เลย วัยรุ่นสาวที่มีแต่ความสดใส ทำให้ผู้ชายที่มีอายุย่างกรายเลข 3 ที่ต้องเผชิญหน้ากับอาชีพที่น่าเจ็บปวดใจได้รับการปลอบประโลมขึ้น

 

หลังจากที่แขกเหล่านั้นกลับไป ในห้องคนไข้ห้องนี้ก็กลับมาเงียบลงอีกครั้ง ซูเจี่ยนจึงต้องถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

 

ถึงแม้ว่าความจำเสื่อมจะเป็นข้ออ้างที่ดีก็ตาม แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะแสดงเป็นผู้ป่วยที่มีอาการความจำเสื่อมให้ดูสมจริงและไร้เดียงสา แล้วไหนจะการเป็นอาจารย์นั้นอีก    ด้วยเหตุนี้ซูเจี่ยนจึงทำได้เพียงสกัดกั้นจิตวิญญาณที่หยาบกระด้างของผู้ชายไว้ภายใน และต้องพยายามเป็นหญิงสาวที่มีความรู้ด้านศิลปะวรรณคดี

เมื่อคิดถึงตรงนี้เธอก็ตระหนักได้ว่าหนทางการเป็นหญิงสาวด้านศิลปะวรรคดีนั้นเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก ซูเจี่ยนอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ ตอนนี้ เธอเข้าใจแล้วว่า ชีวิตของผู้ชายในอดีตนั้นดีมากเพียงใด…..

 

ทันใดนั้นสมองของซูเจี่ยนก็ส่องประกายออกมา : ใช่แล้ว ทำไมคิดไม่ถึงนะ  บางทีมันอาจจะมีวิธีกลับไปก็ได้นะ!

ถึงแม้ว่าความจริงแล้วมันจะเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติก็ตาม แต่เรื่องเหนือธรรมชาตินนี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว การกลับเป็นไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ! ยิ่งไปกว่านั้นประเทศจีนเป็นแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาล อุดมสมบูรณไปด้วยโภคททรัพย์ และก็ยังมีอารยธรรมที่ลึกซึ้งยาวนานกว่า 5000 ปีอีกด้วย ไม่แน่ว่าเราอาจจะวิธีการแก้ไขจากนี้ก็ได้!

 

เมื่อคิดได้อย่างนี้ ร่างกายของซูเจี่ยนก็ดูมีแรงและพลังขึ้นมาทันที เธออดใจรอไม่ไหวอีกต่อไป จึงกดกริ่งเรียกพยาบาลเข้ามา

 

“ฉันอยากถามว่า คนที่ประสบอุบัติเหตุกับฉันเป็นยังไงบ้าง? อยู่ในโรงพยาบาลรึเปล่า?”

 

“คุณหมายถึงคนขับรถแท็กซี่ให้คุณใช่ไหมคะ? ดูเหมือนเขาจะบาดเจ็บสาหัสมาก แต่โชคดีที่ไม่ได้เป็นอัตรายถึงชีวิตคะ”

 

“ไม่ใช่ไม่ใช่ ฉันหมายถึงคนที่ชนกับรถของฉัน ในรถคันนั้นมีหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนละ? อยู่ห้องไหนเหรอ?”

 

หลังจากนั้นก็พูดออกมาด้วยความลังเลว่า : “น่าจะมีคะ แต่ฉันจำได้แค่ตอนที่เขาถูกนำส่งตัวมาโรงพยาบาลของเราเขาก็บาดเจ็บสาหัสแล้ว  ซึ่งเขาอยู่ในโรงพบาลได้ประมาณ 1-2 วัน  ก็ไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้

 

นั้นสมองของซูเจี่ยนก็ตื้อไปชั่วขณะ พูดแบบนี้แสดงว่า เขาคนนั้นตายไปแล้ว กายเนื้อของเขาได้ตายไปแล้วเหรอ?

 

ซูเจี่ยนรู้สึกหายใจไม่ออกขึ้นมาทันใด ถึงแม้ว่าชีวิตตลอด 29 ปีที่ผ่านมาจะไม่ได้มีฐานะที่ดี และมักจะด่าตัวเองว่าไอขี้แพ้อยู่บ่อยครั้ง เธอไม่เคยหวังจะได้เป็นคนสูง หล่อ รวยเลย ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ว่าคนนั้นตายไปแล้ว  แต่เธอก็คิดเสมอว่า “ตูมายังโลกนี้แล้ว โดยไม่คิดที่จะกลับไปแล้ว” แต่เขากลับไม่คิดว่าตัวเองจะตายตั้งแต่อายุยังน้อย…

 

ตูยังไม่ได้แต่งงานเลยนะ ยังไม่ทำหน้าที่ของผู้ชายเลย ซูเจี่ยนร้องไห้โดยไม่มีน้ำตาออกมา

 

หลังจากทีเดินไปส่งพยาบาลแล้ว เธอก็กลับไปนอนบนเตียงด้วยจิตใจห่อเหี่ยวเธอเสียใจอยู่ครึ่งค่อนวัน. เธอก็ตัดสินใจว่าจะไปดูตังเองอีกครั้ง

 

เมื่อได้ยินจากพยาบาลคนนั้นว่าร่างของเขาคนนั้นเพิ่งตายไป งานศพเพิ่งจัดไปได้แค่สองวัน จะทำยังไงให้เธอได้ไปดูตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย !  ยิ่งไปกว่านั้น เธอเองก็มีความคุ้นเคยกับจิตวิญญาณมาหลายปี การพบกันอีกครั้งอาจจะทำให้เกิดแรงดึงดูดทางวิทยาศาสตร์ แล้วทำให้ดวงวิญญาณเธอกลับไปประจำที่ก็ได้? ถึงแม้ว่าเรื่องศพฟื้นคืนชีพจะเป็นเรื่องที่น่าตกใจก็ตาม แต่เธอก็เคยมีประสบการณ์อันน่าตกใจอย่างเรื่องที่เธอฟื้นขึ้นมาในร่างของผู้หญิงแล้ว ยังมีเรื่องอะไรที่น่าตกใจไปมากกว่านั้นอีกละ?

 

หลังจากคิดได้อย่างนั้น ซูเจี่ยนจึงรู้สึกว่าร่างกายของเธอเต็มไปด้วยพลังและความฮึกเหิมอีกครั้ง  เธอจึงเรียกพยาบาลอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่พยาบาลคนนั้นขวางเธอ

 

ไม่ได้คะ คุณนายอัน ขาของคุณเพิ่งได้รับการผ่าตัดเพียงไม่นาน ดังนั้นจึงออกจากโรงพยาบาลตอนนี้ไม่ได้คะ”

 

“ออกไปแค่ครั้งเดียว?  ก็ไม่ได้คะ  คุณอันเขา…..”

 

เมื่อพูดถึงคุณอัน คุณอันก็มาถึงทันที

 

“เกิดอะไรขึ้น?”  อันอี่เจ๋อขมวดคิ้วพร้อมกับถามขึ้น

 

พยาบาลตัวน้อยรีบบอกเรื่องที่ซูเจี่ยนจะออกไปข้างนอกทันที อันอี่เจ๋อจึงมองไปทางซูเจี่ยน “ทำไมถึงอยากออกกระทันหันแบบนี้?

 

ซูเจี่ยนเงยหน้าไปมองตาของเขา “ฉันอยากไปงานศพของคนที่ประสบอุบัติเหตุเหมือนฉันคนนั้น”

 

อี่เจ๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย “เธอรู้จักเขาเหรอ?”

 

“ฉัน….”  หลังจากนั้น “รู้จักแน่นอน”   เธออยากจะโพล่งคำนี้ออกไป แต่เธอก็ตระหนักขึ้นมาฉับพลันว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในร่างของซูเจี่ยนเวอร์ชั่นผู้หญิง อีกทั้งยังเป็นซูเจี่ยนเวอร์ชั่นผู้หญิงในรูปแบบความจำเสื่อมอีกด้วย   เธอจึงรีบเปลี่ยนคำพูดทันที “….ถึงแม้ว่าจะไม่รู้จัก แต่ก็ได้ยินมาว่าเขาตายแล้ว ฉัน….แค่อยากไปดูก็เท่านั้น”  เธอพูดพร้อมกับสายตาด้วยความรู้สึกผิดในใจ

 

อันอี่เจ๋อไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะเขาไม่รู้ว่าจะสงสัยหรืว่าจะลังเลดี

 

ซูเจี่ยนกระสับกระส่ายไปมา เรื่องอื่นๆเธอโอเค แต่ไม่ว่าจะยังไงเธอก็ต้องไปให้ได้! ถึงแม้ว่าเธอจะสามารถแอบหนีไปได้ก็ตาม แต่ตอนนี้ขาของเธอหักอยู่ ยิ่งมีอันอี่เจ๋อด้วย การหนีไปจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ถ้าขืนช้าอยู่เธอกลัวว่าจะไปร่วมงานศพของตัวเองไม่ทัน ! ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการบอกให้อันอี่เจ๋อไปส่งเธอ

 

ซูเจี่ยนสอดตัวเข้าไปในผ้าห่ม เพราะรู้สึกว่าดวงตาของเธอร้อนผาวขึ้นมา ก่อนจะโผล่หน้าออกมาเล็กน้อย แล้วหันไปขอร้องด้วยเสียงเบาๆว่า: ” ฉันกับคนขับรถรอดตายมาได้ เป็นเขาที่ตายแทน ฉันรู้สึกแย่ เพราะได้ยินมาว่าเขายังเป็นวัยรุ่นอยู่เลย

 

น้ำเสียงของเจ้าของร่างที่ดูอ่อนหวานและอ่อนโยนเล็กน้อย  ซูเจี่ยนพยายามแสดงสีหน้าท่าทางที่ดูเศร้าที่ท่าไม้สุดท้ายของเธอ  ทำให้ถึงว่าการกระทำนั้นจะทให้ร่างกายซูเจี่ยนขนลุกราวกับโดนไฟฟ้าช็อตก็ตาม  เธอคิดในใจว่า :ถ้าเป็นเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วการแสดงจองเธอต้องระเบิดอย่างแน่นอน ไหนจะบทบาทอาจารย์ในโรงเรียนมัธยมอีก ถ้าไปเล่นภาพยนตร์เธอต้องได้รางวัลออสด้าอย่างแน่นอน

 

และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ อันอี่เจ๋อไม่สามารถทนรับอารมณ์นั้นได้ เขาเงียบไปชั่วขณะแล้วก็พูดออกไปว่า “ฉันจะไปส่งเธอ”  มีอันอี่เจ๋อเรื่องนี้ถึงได้ดีขึ้น

 

คำตกลงของอันอี่เจ๋อมีประสิทธิภาพมาก ผ่านไปครึ่งชั่วโมงซูเจี่ยนก็ได้เวลาและที่ตั้งของงานศพตัวเองแล้ว

 

เขาตั้งใจจะไปกล่าวลาพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันเผาพอดี  ซูเจี่ยนอดรู้สึกหดหู่ไม่ได้ คืนต่อไป เธอก็จะไม่เจอร่างนี้อีกแล้วนะ!

 

เช้าวันที่สอง อันอี่เจ๋อมาถึงโรงพยาบาลตามคำสัญญา เพื่อพาซูเจี่ยนไปงานศพของตัวเอง

 

พิธีรำลึกศพจัดขึ้นหอประกอบพิธีฌาปนกิจในเมือง เมื่อมาถึงก็พบกับพ่อแม่และน้องชาย และก็ร่างที่นอนแน่นิ่งของตัวเองอยู่ในโลงศพ ในใจของเธอเกิดความรู้สึกสับสนวุ่นวายอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

ซูเจี่ยนจึงเริ่มพูดคุยกับอันอี่เจ๋อเพื่อให้ใจที่มันตื่นเต้นได้ผ่อนคลายลง

 

“อันอีาเจ๋อ”

 

“……”

 

อันอี่เจ๋อ?”

 

อันอี่เจ๋อก็ยังคงไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

 

ซูเจี่ยนโกรธมาก ก่อนจะหันหน้าไปจ้องอีกฝ่าย แต่กลับพบว่าอันอี่เจ๋อชำเลืองตามองมาเบาๆเท่านั้น ก่อนที่เขาจะพูดออกมาอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “อี่เจ๋อ”

 

“อะไร”

 

“หรือเรียกว่า สามี ก็ได้”

 

อากาศภายในของซูเจี่ยนได้พุ่งขึ้นมาจากท้องหน้าอกจนมาถึงลำคอ   ความกดดันเหล่านั้นได้กลับมาอีกครั้ง เธอคิดในใจว่า ” คนที่คิดการใหญ่ไม่มานั่งคำนึงถึงเรื่องเล็กๆหรอก คนที่คิดการใหญ่สามารถอดกลั้นกับศัตรูหัวใจได้” เธอรวบรวมพลังประมาณ 12 นาที ก่อนจะกัดฟันพูดด้วยเสียงเล็กๆราวกับเสียงมดออกมา “…. อี่เจ๋อ”

 

ทำไม?”

 

“ฉัน…ลืมแล้ว!”

 

อันอี่เจ๋อหันไปมองซูเจี่ยนอีกครั้ง

 

เมื่อซูเจี่ยนถูกอันอี่เจ๋อมองแบบนั้นความโกรธก็ปะทุมาอีกครั้ง ก่อนจะพูดออกไปว่า”อันอี่เจ๋อ!”

 

“อี่เจ๋อ”

 

“….โอเค อี่เจ๋อมิตรสหาย นายก็รู้ว่าฉันความจำเสื่อม เรื่องเมื่อก่อนก็ลืมไปหมดแล้ว ดังนั้น เรามาคุยเรื่องเมื่อก่อนกันเถอะ

 

“ได้”

 

“คำถามแรก เมื่อก่อนนายมักพูดคำว่า…แอ่ก   ไม่เข้าใจเหรอ?  ฉันบอกว่า นายซีเรียสกับคำพวกนี้ไหม?

 

พูดน้อยกว่าเธอตอนนี้”

 

“…แล้ว  เมื่อก่อนฉัน เป็นคนยังไงเหรอ?”

 

ก็ดูน้อยกว่าเธอตอนนี้”

 

อัน… อีเจ๋อ แล้วเราสองคนรู้จักกันได้ยังไงละ?”

 

“เจอกันในบาร์”

 

ซูเจี่ยนประหลาดใจเล็กน้อย เธอคิดว่าซูเจี่ยนไม่น่าจะเป็นเด็กผู้หญิงที่เข้าบาร์อะไรแบบนี้

 

“เมื่อก่อน ฉันชอบนายเหรอ? ”  อันอี่เจ๋อเป็นผู้ชายที่น่าดึงดูดสำหรับผู้หญิง คาดว่าอันอี่เจ๋ออาจจะทำให้ซูเจี่ยนตายใจจึงยอมเลยแต่งงานกับเขา

 

อันอี่เจ๋อหันกลับมามองเธออีกครั้งโดยไม่พูดอะไร

 

ในสถานการณ์อย่างนี้! แล้วทำลักษณะแบบนี้ เปลวไฟแห่งความขี้เม้าที่อยู่ในใจของซูเจี่ยนได้เปล่งประกายออกมา และก็ทอดถอดในเมื่อเห็นหน้าซังกะตายของอันอี่เจ๋อ  และด้วยความที่ไม่ป้องกันจึงทำให้ตาทั้งคุ่ประสานกัน

 

เขาก็ได้เปล่งน้ำเสียงที่ดูไม่สะทกสะท้านออกมาว่า:” ชอบฉันสิ เธอก็รู้อยู่เต็มอกป่ะ?”

 

ตูไม่ได้ชอบแก ในใจร้องออกมาด้วยความเกลียดชัง เธอกลอกตาไปมาก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า :” ไม่ว่าเมื่อก่อนฉันจะชอบหรือไม่ชอบนาย ฉันก็จำมันไม่ได้แล้วถ้า…..ถ้าสมมุติว่าฉันกลับไปชอบนายไม่ได้อีกจะทำยังไง?”

 

อันอี่เจ๋อจับพวงมาลัยรถยนต์ และมองไปทางข้างหน้า ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า  “เธออยากหย่าเหรอ?”

 

ถึงแม้ว่าในใจจะอย่างพยักหน้าตอบกลับไปก็เถอะ แต่ซูเจี่ยนก็ไม่ได่โง่ที่จะเปิดไพ่ที่อยู่ในมือให้อันอี่เจ๋อดูในตอนนี้ ถึงอย่างไรก็ตามตอนนี้อันอี่เจ๋อก็เป็นที่พึ่งอยู่แค่คนเดียวไม่ว่าจะกิน จะใส่จะอยู่ เธอก็ยังต้องพึ่งอันผู้ร่ำรวยคนนี้อยู่ ซึ่งก่อนหน้านั้นที่คิดหาช่องทางออกไป แต่ตอนนี้เธอให้ยอมรับกับสามีคนนี้

 

ซูเจี่ยนยิ้มออกมา ” อะไรละ?”

 

อันอี่เจ๋อเงียบลงอีกครั้ง ซูเจี่ยนคิดว่าเขาคงจะนิ่งเงียบต่อ แต่แล้วเธอก็ได้ยินอีกฝ่ายพูดว่า “งั้นก็พยายามต่อไป”

 

ซูเจี่ยนอึ้งไปชั่วขณะ “พยายามอะไร?”

 

”อันอี่เจ๋อตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบๆว่า “ชอบฉันไง:

 

ซูเจี่ยน : “……”

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top