*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 32 ร่วมมือ

 5 Views

เมื่อถุงเหนือหัวหานเซี่ยวถูกถอดออก เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องสว่างแสบตา เขาต้องใช้เวลาให้ดวงตาปรับเข้ากับแสงสักพัก

เขานั่งบนเก้าอี้โลหะเย็นด้านหน้าโต๊ะ มันเป็นห้องสืบสวนทั่วไปที่มีกระจกทางเดียวด้านข้างหานเซี่ยว

คนสองคนกำลังนั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะ : หลี่ ฮุ่ยและเฟิง จุน

“ขอให้ผมได้แนะนำตัวก่อน ผมเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับจากแผนกป้องกันของมังกาดรา”เฟิงจุนพูด”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้พบกัน คุณจำได้ไหม?”

“ผมจำได้”หานเซี่ยวตอบกลับอย่างเฉยเมย”ผู้ชายกระเป๋าหนัก”

เฟิงจุนพูดไม่ออก ช่วยไม่พูดเรื่องนั้นไม่ได้รึไง?

“แผนก13 หลี่ฮุ่ย”หลี่ฮุ่ยแนะนำตัว สีหน้าและลักษณะการพูดของเขาเย็นชาอย่างมาก

แผนกป้องกันของมังกรดาราประกอบไปด้วย13ส่วนและถูกเรียกว่าแผนก13

“เราควรเรียกคุณว่าหานเซี่ยวหรือซีโร่?”เฟิงจุนถาม

“ตามที่พวกคุณชอบ”

“หยุดพล่ามได้แล้ว”หลี่ฮุ่ยกล่าวแทรก”อธิบายมาว่าทำไมองค์กรต้นกำเนิดถึงตั้งค่าหัวคุณหนึ่งล้านและบอกเราทุกอย่างที่คุณรู้”

“ทำไมผมถึงควรบอกคุณ?”หานเซี่ยวถาม

หลี่ฮุ่ยหัวเราะอย่างเย็นชา

“คุณคิดว่าสถานที่นี้คืออะไร?หากเราอยากให้คุณพูด คุณก็ต้องพูด!”
“แล้วหากผมไม่ละ?”หานเซี่ยวเยาะเย้ย”จะยิงผม?”

“คิดว่าฉันไม่กล้า?”หลี่ฮุ่ยคำราม

“พอ พอได้แล้ว!สงบสติลง หานเซี่ยว คุณควรรู้ว่าเรามาจากรัฐบาล หากคุณร่วมือ เราจะไม่ทำอะไรกับคุณอย่างแน่นอน”

 

หานเซี่ยวยิ้มและปรับเปลี่ยนท่านั่งสบายๆก่อนตอบ”ตำรวจดี ตำรวจเลว ไม่คิดว่าวิธีนี้มันล้าสมัย?อย่างน้อยคุณก็ควรลองทำอะไรที่แตกต่าง?ผมคิดว่าควรหาสาวสวยมาสักคน การคุยกับชายชราแสนโหดเหี้ยมสองคนช่างไม่น่าเสวนาเอาสักเลย ช่วยยิ้มให้หน่อยสิ เข้าใจไหม?ไม่เอาน่า ยิ้มหน่อย”

 

หานเซี่ยวตอกตะปูตรงจุด เฟิงจุนยิ้มแห้งและสื่อสารกับหลี่ฮุ่ยผ่านสายตา เขาถีบตัวขึ้นด้วยความโกรธและชี้หน้าหานเซี่ยวพลางตะโกน”นี่ไม่ใช่สถานที่ที่แกจะมาเล่นตลก!ฉันมีอำนาจทีท่จะกักขังแกตราบเท่าที่ฉันต้องการ”

“น่ากลัวจังเลย”หานเซี่ยวหัวเราะเยาะก่อนจะหุบรอยยิ้มบนใบหน้าและกล่าวเสริม”ผมมาจากองค์กรต้นกำเนิด ภัยคุกคาม?คุณคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะใช้ได้กับผม?ไม่เอาน่า คุณกำลังหลอกตัวเองอยู่ หากคุณอยากร่วมมือกับผม ก็ได้!แค่คุณแสดงความจริงใจออกมา!ให้คนที่มีคุณสมบัติพอจะพูดกับผมเข้ามา ไม่ใช่พวกคุณสองคน!”เมื่อหานเซี่ยวพูดจบประโยค เขาก็เอนหลัง กระแทกเก้าอี้เสียงดัง

 

เฟิงจุนและหลี่ฮุ่ยมองหน้ากัน หน้าที่พวกเขาคือการหาจุดยืนของหานเซี่ยว และหานเซี่ยวก็รู้เรื่องนี้ดี ซึ่งทำให้เขากล้าประกาศอย่างไร้ความกลัว

ทันใดนั้น เสียงดังกังวานก็ถูกส่งผ่านลำโพงในห้องสืบสวน”ได้ตามที่คุณขอ ผมจะคุยกับคุณเอง”

“คุณเป็นใคร?”หานเซี่ยวถามพลางหันไปมองกระจกด้านเดียว

“แผนก13 ผู้อำนวยการหน่วยสืบลับ ผมมีคุณสมบัติพอจะคุยกับคุณไหม?”

“ผมเดาว่าได้”หานเซี่ยวตอบอย่างเฉยเมย

ดวงตาของหลี่ฮุ่ยและเฟิงจุนเบิกกว้าง หน้าด้านเสียจริง!

ผู้อำนวยการหน่วยสืบลับเล่นตามน้ำและเริ่มถาม”คุณเพิ่งบอกว่าคุณมาจากองค์กรต้นกำเนิด-
“ผมเคย”หานเซี่ยวแก้ไข

“งั้น คุณก็ถอนตัวแล้ว?”
“ใช่”

“ตำแหน่งของคุณคืออะไร?”

“เจ้าหน้าที่วิจัยโลจิสติกส์”

“คุณวิจัยเรื่องอะไร?”

“เครื่องจักรและอาวุธ”

“โกหก”ผู้อำนวยการกล่าวตัดคำ”แล้วคุณจะอธิบายเรื่องค่าหัวคุณได้ยังไง?”

หานเซี่ยวยิ้ม-เขาคาดหวังกับคำถามนี้ไว้มาก

“แทนที่จะเรียกผมว่าคนโกหก ไม่ใช่ว่าพวกคุณสันนิษฐานไว้แล้วว่าผมครอบครองข้อมูลสำคัญ?ไม่ว่านั่นทำให้พวกคุณคอยสอดแนมผม?”เขาตอบกลับ”ข้อมูลสามารถใช้เป็นอาวุธได้-แต่ต้องไม่อยู่ผิดมือ ผมได้ออกจากเส้นทางผมเพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงความตั้งใจร่วมมือ ผมไม่ใช่ศัตรูพวกคุณ องค์กรต้นกำเนิดต่างหาก และพวกเขาก็คือศัตรูผมเช่นกัน”

“ทำไมเราควรร่วมมือกับคุณ?”ผู้อำนวยการถาม”ลองมองรอบตัวคุณ-คุณอยู่ในอาณาเขตเรา เรามีอุปกรณ์มากมายที่จะทำให้คุณเปิดปาก!”

หานเซี่ยวหยุดยิ้มไปสักพักก่อนกล่าว”บันทึกข้อความ : ปฏิทินกาแล็กซี่ปี687 วันที่14มิถุนายน ตำแหน่งสัญญาณ:ดาวเคราะห์อความารีน ปลายทาง:ฐานที่8ของดาวเคราะห์ดาราทมิฬ เนื้อหาของข้อความเป็นความลับสูงสุด”

 

ผู้อำนวยการนิ่งเงียบอยู่สิบนาทีเต็ม

หลี่ฮุ่ยและเฟิงจุนผงะเมื่อตระหนักว่าแม้สิ่งที่หานเซี่ยวพูดจะฟังดูไม่เข้าใจสำหรับพวกเขา แต่มันกลับดูล้ำค่าต่อผู้อำนวยการที่ต้องส่งข้อมูลนี้ให้กับเบื้องบน

หลังรออยู่นาน ผู้อำนวยการก็พูดผ่านลำโพงอีกครั้ง ครั้งนี้ น้ำเสียงเขากลับดูจริงจังอย่างมาก

“คุณแน่ใจ?”เขาถามโดยตรง

“ไม่งั้นผมจะรู้จักดาราทมิฬได้ยังไง?”

“….”

 

ผู้อำนวยการสวมสีหน้าหนักอึ้ง หากข้อมูลที่หานเซี่ยวมอบให้เขาเป็นจริง มันก็ถือเป็นวิกฤติต่อทั้งดาวเคราะห์ ไม่ใช่แค่มังกรดารา

หานเซี่ยวแสยะยิ้ม เห็นได้ชัดว่าเขาเตรียมตัวมาดี

ในยุคแห่งการสำรวจ มีขุมพลังสามแห่งที่ต่อสู้กันมานานหลายหมื่นปี แม้มันจะใช้เวลานาน แต่ในที่สุดทั้งสามขุมอำนาจก็ทำข้อตกลงและยุติการต่อสู้กัน พวกเขาตกลงที่จะทำงานร่วมกันเพื่อความสงบสุข ความเรียบร้อยและความก้าวหน้า

จักรวาลนั้นกว้างใหญ่ไพศาล มันเต็มไปด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วนและรูปแบบชีวิตอันยิ่งใหญ่จากทุกมุมอวกาศ ข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกถ่ายทอดไปทั่วจักรวาลอย่างต่อเนื่องผ่านเทคโนโลยีและการรวมกันของความคิดและเจตจำนงค์ของชีวิตในจักรวาลก็ได้ยกปรากฏการณ์ที่เรียกว่า’เสียงกระซิบแห่งจักรวาล’

แม้จักรวาลจะดูสงบสุขและมั่นคง แต่ในความเป็นจริง มันกลับเต็มไปด้วยความโกลาหล

อารยธรรมทุกประเภทล้วนเกิดขึน้พร้อมกัน-นับแต่การชื่นชมอวกาศจนถึงการสงสัยว่าพวกเขาเป็นเพียงคนกลุ่มเดียวหรือไม่ ในความโอหัง พวกเขาจึงคิดพิชิตทั่วกาแล็กซี่ของตนก่อนจะเข้าสู่จักรวาลอันกว้างใหญ่ คิดว่าพวกเขาคือผู้ถูกลิขิต-เพียงเพื่อจะพบว่าพวกเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

จักรวาลที่ถูกสำรวจสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายส่วน ตัวอย่างเช่น : เทือกสลาย แดนดาราโบราณ เกลียวเงินและทะเลพิศุทธิ์ แต่ละส่วนเหล่านี้จะประกอบไปด้วยกลุ่มดาวหลายสิบกลุ่ม แต่ละกลุ่มดาวยังมีกาแล็กซี่เป็นจำนวนมาก อันเป็นที่ตั้งของระบบดาวเคราะห์หรือระบบดวงดาวที่เป็นเลขรหัส ที่ตั้งของดาวเคราะห์มากมาย และพวกมันก็ก่อตัวกันเป็นเกมแห่งห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่อย่าง’กาแล็กซี่’

เทือกสลาย-กลุ่มดาวโคลตัน-สวนอวกาศ-ระบบที่9-ดาวเคราะห์อความารีน นี่คือพิกัดของดาวเคราะห์อความารีนในจักรวาลอันกว้างใหญ่ มันเป็นการรวมกันของคำพูดและตัวเลขที่ได้จากการใช้เลขคณิตศาสตร์อันซับซ้อน

พลังของดวงดาวที่เข้ามาติดต่อกับอความารีนเป็นอารยธรรมชั้นสูงของสวนอวกาศ เคโดลาส ‘ดาราทมิฬ’ที่หานเซี่ยวอ้างถึงแต่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของเคโดลาส แต่พวกเขาก็ต้องล่มสลายด้วยความพยายามยึดอำนาจและตอนนี้ก็กลายเป็นศัตรูสุดขมขื่น

โลกของ’กาแล็กซี่’กว้างใหญ่ และหลายขุมอำนาจก็ขัดแย้งกันเสมอ ระดับความก้าวหน้าของอารยธรรมส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับความสามารถการเดินทางในห้วงอวกาศ ด้วยความที่เคโดลาสสามารถเดินทางไปมาระหว่างระบบดวงดาวได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งรูหนอนหรือประตูดวงดาวที่พวกอารยธรรมชั้นสูงคิดค้นขึ้น พวกเขาจึงถือเป็นอารยธรรมในระดับกาแล็กซี่ ซึ่งสูงกว่าดาวเคราะห์อความารีนมาก

หากองค์กรต้นกำเนิดได้ติดต่อกับดาราทมิฬและได้รับกำลังสนับสนุนจริง นั่นย่อมถือเป็นวิกฤติต่อ6ประเทศ ขุมอำนาจชั่วร้ายอย่างพวกเขาย่อมไม่ใส่ใจกับกฏการสำรวจที่ถูกตั้งโดนสามมหาอำนาจ : สนธิสัญญาแห่งจักรวาล(ปัจจุบันถือเป็นฉบับที่7)

ความจริงที่อความารีนได้รับการติดต่อโดยขุมพลังระดับดวงดาวถือเป็นความลับสุดยอดของ6ประเทศ ดังนั้น ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองลับเช่นเขาจึงเชื่อว่าหานเซี่ยวกำลังพูดความจริง และนี่ก็ทำให้เขาหวั่นวิตกอย่างมาก

แต่ทว่า ความจริงก็คือองค์กรต้นกำเนิดไม่ได้ติดต่อกับดาราทมิฬ หานเซี่ยวเพียงแต่งขึ้นเพราะมันย่อมไม่อาจตรวจสอบได้ มันก็แค่กลยุทธ์เพื่อสร้างคุณค่าให้ตัวเขา แต่ก็ยังเป็นการต่อต้านองค์กรต้นกำเนิดไปในตัว นอกจากนี้ มันยังช่วยให้เขาทำภารกิจหลักสำเร็จอีกด้วย

ดาวเคราะห์เริ่มต้นทั้งหมดตั้งอยู่ค่อนข้างห่างไกลกัน อย่างไรก็ตาม มีบริการท่องเที่ยวระหว่างดวงที่ใครก็สามารถติดต่อได้ตราบเท่าที่มีอุปกรณ์ที่สามารถสื่อสารผ่านดวงดาว พวกมันจะค้นหาตำแหน่งของอุปกรณ์ส่งสัญญารและมาหาผู้ซื้อ ตราบเท่าที่มีเงินพอ แม้จะเป็นทัวร์ทั่วจักรวาลก็ยังไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ เหนือสิ่งอื่นใด หากผู้เล่นดาวอื่นๆไม่อาจมาหากันได้ แล้วจะมีการแข่งขันและทัวร์นาเมนต์ในกาแล็กซี่ได้ยังไง?กิจกรรมเกมส่วนใหญ่จะถูกจัดบนดาวเคราะห์ที่เป็นกลางหรือดาวร้าง

 

“เอาแผนที่มังกรดาราและปากกามา”หานเซี่ยวกล่าวขึ้น

เฟิงจุนรีบนำของมาวางบนโต๊ะ หานเซี่ยวหยิบปากกาและวงกลมตำแหน่งสามจุดบนแผนที่”นี่คือฐานลับทั้งสามแห่งขององค์กรต้นกำเนิดในมังกรดารา ถือซะว่ามันเป็นของขวัญสำหรับความสัมพันธ์เรา”

“คุณรู้แค่3?”

หานเซี่ยวกลอกตา

“ไม่อย่างแน่นอน แต่คุณสามารถไปตรวจสอบจุดเหล่านี้ได้ก่อน เราสามารถคุยกันเพิ่มทีหลังได้”

“เงื่อนไขของคุณคืออะไร?”ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองลับถาม(เปลี่ยนจากหน่วยสืบ เอาจริงๆก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไร)

“ผมก็แค่อยากร่วมมือเพื่อต่อต้านองค์กรต้นกำเนิด”หานเซี่ยวตอบด้วยรอยยิ้มลึกลับ

แค่นั้น?ผู้อำนวยการคิดกับตัวเอง

“ผมจะถ่ายทอดการสนทนาของเราให้กับเบื้องบน ขออภัย แต่คุณต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะได้รับคำสั่งมา”

ตุบ!

ไมค์ถูกปิด

หานเซี่ยวขมวดคิ้วขณะขยับข้อมือเขา

“อย่าใช้เวลานานไปละ ผมมีวันหยุดแค่วันเดียว”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top