*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 2

 20 Views

ตอนที่ 2

อันอีเจ๋อ ผู้ชาย

 

ลักษณะพิเศษ : สูง รวย หล่อ

 

รายละเอียด ซูเจี๋ยนเกลียดคนสูง รวย และหล่อที่สุด

 

ซูเจี๋ยนเกลียดอันอีเจ๋อมาตั้งแต่สมัยมหาวิยาลัยแล้ว

 

ในฐานะที่เป็น1 ในมหาวิทยาลัยที่มีขื่อเสียงอันดับสามของประเทศ มหาวิทยาลัย S  เป็นมหาลัยที่เป็นความหวังของทุกคน: แต่ในฐานะที่เป็น 1 ในมหาวทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับสาม มหาลัย S  จึงเป็นมหาวิยาลัยที่ทำให้ผู้ชายกังวลใจไม่น้อยกับการเป็นหนึ่งในบัณฑิตของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งนี้  ซึ่งซูเจี่ยนก็คือหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย ซูเจี่ยนได้ชอบเด็กผู้หญิงทั้งหมด 3 คน  สองในสามคนนี้คือคนที่รู่สึกประทับใจเขามาก เพราะเขายอมทำให้ทุกอย่างแม่กระทั้งไปกางร่มให้ตอนฝนตก นำอาหารเช้าไปให้ต้อนหิมะตกหนัก แต่แล้วสุดท้ายพวกเธอก็ปฏิเสธเขาไป

 

“ขอโทษนะฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”

 

“เอ่อ มี มีแล้วเหรอ…..”

 

แต่ 1 คนที่เหลือคือคนที่ตอบรับเขาว่า “เราลองมาคบดูกันก็ได้นะ” แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่ถึง 2. เดือน ก็ได้เลิกกันในที่สุด

 

“ขอโทษนะ เราเลิกกันเถอะ ฉันรู้สึกว่าเราสองคนไม่เหมาะสมกันเลย”

 

“ไม่นะ ฉันคิดว่าเราเหมาะสมกันดีออก ไม่งั้น…”

 

“ขอโทษนะ  ฉันชอบคนอื่นแล้วละ”

 

“……”

 

หลังจากนั้นซูเจี่ยนก็ได้รู้ว่า เด็กสาวทั้งสองคนที่อยู่ในมือเขา”ได้มีคนที่ชอบอยู่แล้ว” และคนที่คบกับเขาได้ไม่นานก็ติดปีกบินไปจากเขาด้วยคำว่า “ฉันชอบคนอื่นแล้ว”  อีกคน ศัตรูของซูเจี่ยนเมื่อชาติที่แล้วก็คือศัตรูในชาตินี้ ไอ้ระยำที่หน้าตาดีผิวขาวคนนี้ที่แย่งเด็กสาวของซูเจี๋ยนไปมีชื่อว่า อันอี่เจ๋อ

 

จริงๆแล้วก่อนหน้านั้นซูเจี่ยนก็ไม่เคยได้ยินชื่อของอันอี่เจ๋อมาก่อน

 

ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะเรียนคนละคณะกันก็ตาม แต่ซูเจี่ยนเองก็เคยได้ยินมาว่าผู้ชายที่มีชื่อว่าอันอี่เจ๋อคนนี้เก่งด้านภาควิชาคณิตศาสตร์มาก ตระกูลของผู้ชายคนนี้ก็ดีมากเช่นกัน เขามีใบหน้าที่คล้ายกับเด็กผู้หญิง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นคนที่เรียนเก่งมากจนสามารถคว้ารางวัลมากมายจนเป็นที่โปรดปรานของศาตรจารย์ที่มีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ นอกจากนี้เขายังได้แสดงความสามารถด้านศิลปะในงานเลี้ยงของโรงเรียนอีกด้วย กลุ่มเด็กสาวที่บ้าผู้ชายต่างก็หันมาเป็นแฟนคลับโง่ๆของผู้ชายคนนี้  ด้วยความที่เขาเป็นประธานนักเรียนด้วย บุคคลที่มีชื่อเสียงแบบนี้จึงเป็นเรื่องยากที่มหาวิยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมแห่งนี้จะขาดแคลนเด็กสาว ไม่เพียงแต่ความสับสนที่เกิดขึ้นในจิตใจของเด็กสาวในโรงเรียรแห่งนี้แล้ว อีกทั้งยังดึงดูดเหล่าเด็กสาวคณะศิลปะศาลสตร์ในระแวกนั้นให้มาหลงไหลชื่อชอบในตัวเขาอีกด้วย  ผู้ชายที่แย่งทรัพยากรเด็กสาวไปครั้งแล้วครั้งเล่าแบบนี้ โดยธรรมชาติแล้วเป็นศัตรูของผู้ชายทั้งโรงเรียน

 

ในอดีตซูเจี่ยนเองก็เคยได้ยินแต่ชื่อเสียงเรียงนามของเขาโดยที่ไม่เคยพบปะพูดคุยกันจริงๆมาก่อน แม้แต่ตอนนี้….ก็ยังไม่เคยพูดคุยกันจริงๆเลย  การพ่ายแพ้จากศัตรูที่ไม่เคยพบเจอไม่เคยพูดคุยกันมันยิ่งทำให้น่าอัปยศใจมากกว่า!ด้วยเหตุนี้ซูเจี่ยนจึงเริ่มสาปแช่งอันอี่เจ๋อเหมือนกับบรรดาผู้ชายคนอื่นๆเช่นกันว่า: ขอให้นายและเด็กสาวทุกคนกลายเป็นพี่น้องกัน  เป็นพี่น้องกัน!

 

หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ซูเจี่ยนก็ได้ไปเป็นพนักงานในกับบริษัทด้าน IT ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ส่วนอันอี่เจ๋อ ซูเจี่ยนรู้แค่ว่าเขาได้ไปเรียนต่างประเทศ นอกนั้นซูเจี่ยนก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาอีกเลย

 

ใครจะไปรู้ว่าคนสองคนที่ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กันมาก่อนหลังจากจบการศึกษาจากมหาวิยาลัย  กลับคิดไม่ถึงว่าทั้งสองจะมาพบกันในสถานการณ์อันเลวร้ายแบบนี้

ซูเจี่ยนแทบอยากจะร้องออกมาเป็นทำนองเพลง :โชคชะตา ทำไมคุณถึงมีอำนาจเช่นนี้  !  โชคชะตา  ทำไมคุณประชดชีวิตฉันแบบนี้ !

 

ชายคนนั้นได้เดินมาทางนี้ ซูเจี่ยนจ้องมองตาไม่กระพริบไปที่ศัตรูเก่าคนนี้ด้วยใบหน้าที่แสดงถึงการระวังตัวและเสียใจ

 

“เกิดอะไรขึ้น?” ศัตรูเก่ามองมาทางเธอด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง  น้ำเสียงของผู้ชายที่ไม่สามารถยอมรับได้กลับดูอ่อนโยนลง

 

ซูเจี่ยนคิดในใจด้วยความเสียใจว่า : เอาน้ำเสียงและแววตาที่น่าดึงดูดแบบนี้ไปใช้กับเด็กสาวเหล่านั้นเถอะ ! ฉันสามารถชกเขาด้วยหมัดด้วยความเกลียดที่สะสมมาหลายปีเพื่อให้ตัวเองสบายใจตอนนี้ได้ไหม?

 

เมื่อเห็นว่าเธอไม่พูดอะไรออกมา อันอี่เจ๋อจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย: “เจี๋ยนเจี่ยน?”

 

ซูเจี่ยนตัวสั่นเทาขึ้นมาทันใด เจี๋ยนเจี่ยนเหรอ? โอ้พระเจ้า! ความรู้สึกน่าขนลุกนี้ทำให้ขนแขนลามลงไปถึงปลายเท้าต่างพากันลุกซูขึ้นมาขนาดนี้?  คำเรียกที่แม่มักชอบจะเรียกตอนเด็กๆ ได้ออกมาจากปากของศัตรูตัวฉกาจคนนี้

 

ซูเจี่ยนจ้องมองด้วยสายตาโกรธเคือง “ฉันไม่ใช่เจี๋ยนเจี่ยนของนาย!”

 

“แล้วเธอเป็นใคร?”

 

”ฉัน…….”

 

เดิมทีเธออยากจะตะโกนออกไปว่า “ฉันคือซูเจี่ยนอีกคนหนึ่ง” แต่ชั่วพริบตาเดียวที่พูดคำนั้นออกมา ซูเจี่ยนก็นึกเหตุการณ์ในสถานการณ์ตอนนี้ได้อย่างฉับพลัน พระเจ้า เกือบลืมไปแล้ว ตอนนี้เธอไม่ใช่คนที่มีรูปร่างเป็นผู้ชายแล้ว  แต่แตอนนี้เธอเป็นเด็กสาวที่มีหน้าอกใหญ่ผมยาวอีกคนแล้ว ถึงแม้ว่าการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนทำให้มาเกิดใหม่ในร่างของผู้หญิงจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม  แต่มันไม่สามารถเปิดเผยความจริงนี้ออกไปได้ ภายใต้แสงสว่างของลัทธิมาร์กซ์ – เลนินนิสต์ ทฤษฎีของเหมาเจ๋อตุงและเติ้งเสี่ยวผิงที่แสดงให้เห็นถึงหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งวิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 เป็นวันแรกที่ทรรศนะอย่างเทวนิยมการไม่เชื่อในพระเจ้าได้ล้มล้างระบบศักดินา ซึ่งเรื่องนี้มักไปจะปรากฏในนวนิยายในจิตนาการของเหล่าเด็กสาวบริสุทธิ์ราวกับโคนบัวที่ไม่พ้นน้ำ  พูดออกไปใครจะไปเชื่อกันละ?  แต่ถ้ามีคนเชื่อ ถ้ารู้ว่าเขาตายแล้วเกิดใหม่ ผู้ชายกลับมาเกิดในร่างผู้หญิง พวกเขาจะมองเธอยังไง? ถ้ารู้ไม่แน่เขาอาจจะโดนจับตัวไปขังในกรงของสวนสัตว์แล้วเลี้ยงชีวิตด้วยกล้วยเพื่อให้ผู้อื่นมาเยี่ยมชม หรืออาจจะถูกเหล่านักวิทยาศาสตร์จับตัวไปผ่าตัดในห้องทดลองเพื่อทำการวิจัย!หรือบางทีอาจจะไปปรากฏอยู่ในรายการตลกที่อยู่ CCTV ดังเช่น: หลังจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ก็ได้พบว่าตัวเองนั้นได้มาเกิดใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนนั้นช็อกยิ่งกว่านั้นคือ ผู้ชายที่มาเกิดในร่างผู้หญิง มันควรเป็นเรื่องวิวัฒนาการตามธรรมชาติหรือเรื่องเหนือธรรมชาติดีละ? ทุกคนได้โปรดพิจารณาด้วย  และเมื่อย้อนกลับไป 29 ปีก่อน แม่ของซูได้ให้กำเนินเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น

 

ดูเหมือนเธอจะ “ความจำเสื่อม” ถึงได้จำเรื่องราวต่างๆไม่ได้

 

”ซูเจี่ยนพูดเสียงเบาๆออกมาว่า “ฉันอยู่ที่ไหน?”

 

อันอี่เจ๋อจ้องมองไปทางเธออย่างไม่กระพริบตา “แล้วเธอรู้จักฉันไหม?”

 

ไม่รู้จักมั้ง? ใบหน้าของนายก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยนิ  ฉันจะจำไม่ได้ได้ยังไงว่าตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิยาลัยจนจบการศึกษา…..ได้กลายเป็นศัตรูหัวใจอันดับหนึ่งหน่ะ?

 

ดวงตากลมโตของซูเจี่ยนจ้องมองไปอีกฝ่ายอีกครั้ง “ฉันจะไปรู้จักได้ยังไง!”

 

“ฉันชื่อว่าอันอี่เจ๋อ”

 

ฉันรู้แล้วว่านายชื่ออันอี่เจ๋อ ! ทุกครั้งที่ได้ยินสามคำนี้มันทำให้ฉันโกรธขึ้นมาทุกทีแหละนา!

 

” “เธอชื่อซูเจี่ยน”

 

โอ้ย ตูไม่ใช่ซูเจี่ยน ไม่ใช่ ตูชื่อซูเจี่ยนจริงๆแต่ไม่ใช่ซูเจี่ยนคนนั้นของนาย  ตูไม่เคยเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล  ชื่อเต็มๆคือซูเจี่ยน ส่วน เสี่ยว เจี๋ยนเจี่ยนเป็นคำที่สนิทเรียกกันเท่านั้น เพราะซูเจี่ยนมีหูใหญ่เหมือนกับ Hu Tutu ในการ์ตูนซีรีย์จีน

 

“ถ้าเธอลืมทุกอย่างจริงๆ งั้นฉันจะบอกเธอให้ว่า ฉันเป็นสามีของเธอ”

 

“อ่า………”

ในที่สุดซูเจี่ยนก็กั้นมันไว้ไม่อยู่อีกต่อไป ด้วยความเศร้าโศกเสียใจที่ติดต่อกันมาหลังจากที่เกิดใหม่ จึงทำให้มันจะระเบิดออกมาจนสะท้านไปทั่วฟ้าดินโดยฉับพลัน

 

“อ่า….ฮัดชิ่ว!!”

 

การระเบิดจามออกมาครั้งนี้ของซูเจี่ยน ไม่เพียงแต่ทำให้อัน อี่เจ๋ออึ้งไปชั่วขณะแล้ว ก็ยังทำให้หมอที่ถูกเรียกโดยพยาบาลที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาเมื่อสักครู่ก็ตกใจไปตามๆกันด้วย

อันอี่จ๋อจังหันไปพูดกับหมดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “คุณหมอครับ ดูเหมือนภรรยาของผมจะความจำเสื่อมครับ”

 

ซูเจี่ยนจึงได้พูดแขวะอยู่ในใจว่า : ตูไม่ได้ลืม!อย่าหวังว่าตูจะลืมเรื่องที่นายทำให้ตูอัปยศอและเจ็บปวดใจ!แล้วตอนนี้ตูต้องอดทนแบกความอัปยศอดสูนี้อีก คอยดูนะตูจะหาทางแก้แค้นกลับโดยการแย่งผู้หญิงของนาย   อัปยศ — เอ๊ะ สถานภาพตูตอนนี้ก็เหมือนกับได้แย่งภรรยาของอันอี่เจ๋อมาแล้วไม่ใช้หรอ ในที่สุดตูก็ได้แก้แค้นแล้ว วะฮ่าฮ่าฮ่า….ฟัค! ไม่สิ! การแย่งผู้หญิงของเขามันคืออีกเรื่อง  แต่การกลายเป็นผู้หญิงของเขามันคืออีกเรื่องหนึ่ง  นี่มันเป็นเรื่องที่น่าอัปยศอดสูกว่าเรื่องนั้นสักอีก!

 

หมอได้ตรวจร่างกายของซูเจี่ยนอีกรอบ แล้วพบว่าไม่ได้มีความผิดปกติอะไร  แต่ทว่าเรื่องที่ซูเจี่ยนมักจะแสดงออกมาเดี๋ยวดีใจเดี๋ยวโกนธเคือง มันเป็นความรู้สึกที่น่าประหลาดใจมาก เขาจึงอดที่จะลังเลไม่ได้

 

“คุณอัน  ผมได้ตรวจอย่างละเอียดแล้ว ภรรยาของคุณไม่มีความผิดปกติตรงไหนครับ”

 

“แล้วทำไมเธอถึงจำชื่อตัวเองไม่ได้ละ?”

 

“ภรรยาของคุณหลับไม่ได้สติมาหลายวัน อาจเป็นไปได้ว่าตอนที่เกิดอุบัติเหตุหัวของเธออาจจะได้รับความกระทบกระเทือน ดังนั้นจึงทำให้ความทรงจำของเธอหายไปชั่วขณะ เดี๋ยวผมจะทำการตรวจภรรยาของคุณอย่างละเอียดอีกครั้งครับ คุณอันได้โปรดวางใจครับ”

 

เมื่อเห็นหมอและพยาบาลออกไปแล้ว ในห้องคนไข้ห้องนี้จึงเหลือเพียงเธอกับอันอี่เจ๋อแค่สองคนเท่านั้น  ซูเจี่ยนพยายามใช้ความสมองคิดวนไปมาว่าจะรับมือกับสถานการณ์ตอนนี้อย่างไร

 

อันดับแรก  เธอประสบอุบัติเหตุ หลังจากนั้นก็ตื่นขึ้นมาในร่างของอีกคน และเป็นร่างของผู้หญิงด้วย ยิ่งไปกว่านั้นร่างผู้หญิงคนนี้กลับกลายเป็นผู้หญิงของอันอี่เจ๋อ ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะทำให้เธอช็อคจนอยากตายก็ตาม แต่มันกลับเป็นความจริงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

 

อันดับสอง เธอไม่สามารถบอกความจริงได้ เพราะผลลัพท์ที่ตามมามันอาจจะหนักหนาจนยากที่จะคาดเดาได้ ซึ่งเธอไม่อยากเอาตัวเองไปเสี่ยง

 

ดูๆแล้ว เธอทำได้เพียงแค่แกล้งความจำเสื่อมเท่านั้น และใช้ชีวิตอยู่ใน “ซูเจี่ยน” ในร่างของผู้หญิงคนนี้ต่อไป

 

ตอนนี้เธอขาหักข้างหนึ่ง ซึ่งเธอรู้เพียงแค่ว่าซูเจี่ยนคนนี้เป็นภรรยาของศัตรูหัวใจของเขาในอดีต นอกนั้นก็ไม่รู้อะไรอีกเลย และเท่าที่เธอรู้ว่าตัวเองมีที่พึ่งพิงเพียงแค่คนเดียว เพราะตอนนี้เธอไม่มีฐานะ ไม่มีที่ไป ไม่มีเงิน และไม่มีข้าวกิน มีเพียงแต่ต้องพึ่ง “สามี” คนนี้เท่านั้น

 

ดังนั้น ต่อให้เธออยากจะตะโกนด่าท้องฟ้าจนกระอักเลือด หรืออยาจะชกหน้าอันอี่เจ๋อก็ตาม เธอก็ต้องข่มเก็บอารมณ์และความคิดนั้นไว้

 

“นาย….คือสามีของฉันจริงๆเหรอ?” ซูเจี่ยนใช้ความคิดอยู่เงียบๆก่อนจะแสดงท่าทางเลียนแบบของเด็กสาวที่เธอเคยดูในทีวีในวันหยุดออกมา เธอกระพริบตาหลายครั้ง เพื่อพยายามทำให้ตัวเองดูไร้เดียงเสาที่สุด

 

อันอี่เจ๋อพยักหน้า

 

“ถูกต้องตามกฎหมายไหม? เราได้จดทะเบียนกันไหม?”

 

อันอี่เจ๋อพยักหน้าอีกครั้ง

 

ซูเจี่ยนได้แต่สาปแช่งอยู่ในใจ ด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย “ในสถานการณ์แบบนี้ คงทำได้แค่ยิ้มอย่างมั่นใจเท่านั้นแหละ”

 

เธอจึงพยายามฝืนยิ้มอย่างเก้ๆกังๆออกมา :“แล้วเราแต่งงานกันมานานแค่ไหนแล้วละ”

 

“1 เดือน”

 

รอยยิ้มเก้ๆกังๆเมื่อสักครู่ได้หายไปในทั้นที 1 เดือน?  เราสองคนเพิ่งจะแต่งงานกันอย่างนั้นเหรอ? หนี่หม่า ทำไมไม่เกิดอุบัติเหตุให้เร็วกว่านี้ละ!  อย่างน้อยก็น่าจะเกิดขึ้นก่อน 1 เดือน  แล้วเธอสามารถทิ้งผู้ชายคนนี้ได้ไหม? เธอไม่เป็นภรรยาที่สมบูรณ์แบบเหมือนวันนี้ได้ไหม?

 

ซูเจี่ยนโกรธแทบจะอยากตาย แต่อันอี่เจ๋อกลับมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนมานั่งลงบนเตียง หลังจากนั้นก็จ้องมองไปที่เธอ “”เธอจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆเหรออ?

 

เมื่อถูกสายตาสีดำกลมโตคู่นั้นจ้องมอง ซูเจี่ยนที่ปกปิดเรื่องความลับนั้นไว้กลับแข็งทื่อ  และหลบสายตานั้นทันที “ฉันจำอะไรเลยไม่ได้จริงๆ”

 

”อันอี่เจ๋อมองไปทางเธอ “หมอบอกฉันแล้ว อีกประมาณ 2 วันความจำเธอออาจจะกลับมา”

 

ซูเจี่ยนคิดอยู่สักพัก ก่อนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แล้วถ้าความจำมันไม่ฟื้นกลับมาเลยตลอดชีวิตละ แล้วถ้าจำไม่ได้เลยละ? ”

 

อันอี่เจ๋อเงียบลงชั่วครู่ หลังจากนั้นก็พูดว่า “ก็ไม่เป็นไร ฉันจะบอกในเรื่องที่เธออยากรู้ละกัน”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top