ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 13 หนีจากความตาย

 99 Views

ผู้เฒ่าจางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ไม่สนความเจ็บปวดตรงมือขวาที่กำดาบจันทร์เสี้ยวไว้แน่น เขารวบรวมพลังปราณในร่างไว้ที่มือซ้าย

 

เขาปล่อยหมัดสุดท้ายก่อนสิ้นลมหายใจ ทักษะระดับเหลืองขั้นกลาง—กำปั้นทลายสวรรค์!

 

หมัดนี้ทั้งรวดเร็วและทรงพลังเหนือความคาดหมายของเซี่ยวอวี่หลานไปมาก พลังเต็มพิกัดของจอมยุทธขอบเขตปรมจารย์ยุทธปะทะเข้าที่ไหล่ส่งตัวนางลอยไปทางเสาศิลา

 

เซี่ยวเฉินที่กำลังตั้งใจจะไปชิงอาวุธวิญญาณชะงัก พลิกหันไปรับตัวเซี่ยวอวี่หลานไว้อย่างรีบร้อน “พี่อวี่หลาน เจ้าเป็นอย่างไร”

 

ใบหน้าเซี่ยวอวี่หลานซีดเซี่ยว พูดด้วยเสียงแผ่วเบา “รีบหนีไป ชายชุดน้ำเงินนั้นกำลังจะเข้ามาได้แล้ว”

 

เขาแบกเซี่ยวอวี่หลานขึ้นหลัง หันไปมองชายชุดน้ำเงินที่กำลังพยายามเจาะม่านพลังอย่างร้อนรน และหันไปมองอาวุธจิตวิญญาณบนเสาศิลาแสงจันทร์อีกครั้งหนี่ง

 

ถึงแม้เขาจะกลับไปทางที่เขาเข้ามา เขาคงไม่สามารถพังกำแพงหินที่ลงมาปิดทางได้ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ กลับไปก็มีแต่จะตาย ถ้าเขาดึงอาวุธจิตวิญญาณออกมา ใครจะรู้เขาอาจจะใช้ของพลังอาวุธจิตวิญญาณช่วยเปิดทางออก ทำให้เขาหนีไปโดยง่าย

 

เซี่ยวเฉินหยุดลังเล ก้าวขึ้นหน้าสองก้าวจับด้ามดาบดึงอย่างสุดเเรง แต่ต้องประหลาดใจเพราะดาบนั้นกลับดึงออกมาได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามเจ้าอาวุธวิญญาณนี้ช่างดูไม่เหมือนอาวุธศักดิ์สิทธิ์ หลังจากตรวจอย่างละเอียด มันเป็นแค่ดาบหักๆยาวประมาณเมตรเท่านั้น

 

ก่อนที่เขาจะได้เปิดปากด่าทอ เสาศิลาแสงจันทร์ก็ระเบิดออกเป็นชิ้นเสียงดังสนั่น เซี่ยวเฉินตอบสนองอย่างรวดเร็วคว้าชิ้นศิลาแสงจันทร์ไว้ได้ส่วนหนึ่ง ก่อนที่จะร่วงลงไป หลังจากที่เสาศิลาระเบิดฐานหินข้างล่างก็พังทลายไปด้วย เซี่ยวเฉินจึงร่วงลงไปข้างล่างพร้อมกับเซี่ยวอวี่หลานที่อยู่บนหลังเขา

 

“ไม่!” มองดูอาวุธวิญญาณถูกชิงไปต่อหน้าต่อตาแถมเสาศิลาแสงจันทร์ก็แหลกเป็นชิ้น ชายชุดน้ำเงินร้องออกมาสุดเสียง ม่านพลังสีเหลืองจู่ๆก็เปล่งคลื่นพลังออกมาอย่างฉับพลัน กระแทกชายชุดน้ำเงินกระเด็น ช่องบนม่านพลังก็ซ่อมเเซมตัวเองอย่างรวดเร็ว

 

ชายชุดน้ำเงินมองดูทุกอย่างพังทลาย รู้สึกตาลายกระอักเลือดออกมาและหมดสติไป

 

ในห้องหินห้องแคบๆ เซี่ยวอวี่หลานหลับตาหลังพิงอยู่กับกำแพง ผิวของนางซีดเซี่ยวพึมพำด้วยเสียงค่อย เซี่ยวเฉินขมวดคิ้วมองไปที่ช่องเหนือหัวพวกเขาขึ้นไป 10 เมตร โดยไม่รู้จะทำเช่นไร

 

“น้องเซี่ยวเฉิน ข้ากำลังจะตาย?” เซี่ยวอวี่หลานลืมตาพร้อมถามอย่างอ่อนแรง นางเพิ่งโดนผู้เฒ่าจางซัดด้วยกระบวณท่าที่แข็งแกร่งที่สุด หมัดจากจอมยุทธระดับขอบเขตปรมจารย์ยุทธขั้นสูงเสริมพลังด้วยทักษะกำปั้นทลายสวรรค์

พลังมหาศาลภายในหมัดนั้นแทบจะทำให้เส้นลมปราณของนางแตกเป็นเสี่ยงๆ อย่างเลวร้ายคือจิตวิญญาณยุทธในร่างของนางอาจจะไม่มีทางเยียวยาความเสียหายนี้ได้

 

เซี่ยวเฉินเดินเข้ามานั่งลงข้างๆนางแล้วยิ้มขึ้น “หยุดพูดเรื่องไร้สาระ พี่อวี่หลานพักก่อนเถอะ หลุมนี้ลึกประมาณ 10 เมตรเท่านั้น ข้าว่าเดียวพวกเราก็หาวิธีออกไปได้”

 

เมื่อเซี่ยวอวี่หลานได้ยินดังนั้นรอยยิ้มฝืนๆก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้านาง “ถ้าเจ้ายังหนีได้ ก็รีบหนีไปในตอนที่ยังทำได้เถอะไม่ต้องเป็นห่วงข้า ตั้งแต่วันที่ข้าเกิดมา ข้าก็นำพาเรื่องแย่ๆมาให้คนรอบข้างของข้าเสมอ ข้าควรจะตายไปเสียตั้งนานแล้ว”

 

เซี่ยวเฉินยิ้ม “หยุดพูดเรื่องเหลวไหล ข้าไม่มีทางทิ้งเจ้าไว้ที่นี้ ข้าไม่ให้เจ้าตายเด็ดขาดถ้าหากข้ายังมีชีวิตอยู่”

 

หน้านางขาวซีดจนไม่เห็นเส้นเลือด นางปริปากพึมพำ “เจ้าไม่คิดว่ามันแปลกรึ ที่ข้ามักฝึกฝนอยู่ตามลำพังในภูเขาชีเจี่ยวอยู่ตลลอด”

 

“มันน่าแปลก แต่ทุกคนล้วนมีความลับ ข้าไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องดีที่ไปขุดคุ้ยความลับของคนอื่น” เซี่ยวเฉินหรี่ตามองขณะที่เม้มปาก

 

“ตอนที่ข้าอายุ 5 ขอบ ข้าหลอมรวมจิตวิญญาณยุทธของตัวเองได้ ข้าจำใบหน้าตื่นกลัวของพ่อข้าได้ดี ตอนนั้นข้ายังเด็ก ข้าเลยไม่เข้าใจว่าและรู้เพียงแค่ว่าดอกไม้ที่อยู่ในร่างของข้าช่างสวยงามเสียจริง”

 

“ข้าเคยมีพี่สาว ข้าไม่เข้าใจเลยเอาดอกสองฤดูออกมาอวดนาง จากนั้นนางโดนพิษเข้าและล้มลงกระแทกพื้นทำให้นางเลือดออก นางโดนพิษจนสิ้นชีพลงด้วยน้ำมือของข้า ในที่สุดข้าก็เข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ข้าถึงไม่ชอบข้า ร่างกายข้านั้นเป็นพิษ ถ้วยชามที่ข้าใช้ม้านั่งที่ข้านั่ง จำเป็นต้องล้างทำความสะอาดถึงหลายครั้ง”

 

“ข้าไม่อาจไปเล่นกับเด็กคนอื่นๆ น้องเฉินจำได้ไหมตอนเด็กๆพวกเราก็เคยเล่นอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน แต่เมื่อวิญญาณต่อสู้ของข้าปรากฎขึ้น พ่อข้าก็ห้ามไม่ให้ไปเล่นกับคนอื่นๆอีก ข้าเสียใจมากจนต้องแอบไปร้องไห้คนเดียว เมื่ออายุข้าได้ 8 ขวบ พ่อของข้าส่งข้าให้มาฝึกฝนที่ภูเขาชีเจี่ยว หลังจากนั้นข้าก็ไม่เคยออกจากภูเขานี้อีกเลย และพ่อข้าก็ส่งสิ่งของบางอย่างมาที่ภูเขาให้ข้าเป็นครั้งคราว”

 

เซี่ยวอวี่หลานพูดอย่างช้าๆ นางกำลังรำลึกถึงอดีต รอยยิ้มจางๆของนางก็ดูสดใสขึ้นมา “ข้าไม่ค่อยได้พบผู้คนขึ้นมาบนภูเขาบ่อยนัก ตอนที่เจอน้องเฉินครั้งแรกข้าก็จำเจ้าไม่ได้แล้วก็กลัวว่าจะไปทำร้ายเจ้า กลัวเจ้าจะมองข้าเป็นตัวประหลาด เจ้าไม่รู้หรอก.. หลายปีที่ผ่านมา ข้าฆ่าอสูรวิญญาณทุกตัวบนภูเขาลูกนี้ แล้วหลายๆครั้ง ข้าก็คิดว่าข้านั้นเป็นตัวประหลาดจริงๆ”

 

เซี่ยวเฉินรู้สึกปวดร้าวในใจ พูดขัดเซี่ยวอวี่หลานขึ้นมา “พี่อวี่หลาน เจ้าไม่ได้เป็นตัวประหลาด เจ้างดงามมาก มากว่าผู้หญิงทุกคนที่อยู่ข้างล่างภูเขานี้ ตัวประหลาดคงไม่มอบขวดยาให้ข้ามารักษาบาดแหล”

 

รอยแดงระเรื่อปรากฎขึ้นบนใบหน้าที่ซีดเซี่ยวของเซี่ยวอวี่หลาน แต่นางก็ไม่มั่นใจ “จริงหรือ?”

 

เซี่ยวเฉินตอบกลับอย่างจริงจัง “จริง พี่อวี่หลานอย่าพูด ตอนนี้พักผ่อนก่อน”

 

นางอาจจะทำตามคำของเซี่ยวเฉินหรือนางอาจจะอ่อนล้ามากเกินไป แต่เซี่ยวอวี่หลานก็ค่อยๆหลับตาลงหายใจอย่างสงบ เซี่ยวเฉินเงยหัวขึ้นไปมองดูช่องข้างบนหัวพวกเขา หยิบดาบหักๆออกมาพร้อมกับส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

 

มันมีแสงเรืองออกมาจากดาบสีฟ้า เซี่ยวเฉินจับไปที่ด้ามดาบแล้วก็แกว่งไปมาพักนึง เขาไม่รู้สึกถึงพลังสักอย่างออกมาจากตัวดาบ แม้จะใส่พลังปราณเข้าไปก็ไม่มีปฏิกิริยา

 

หรือว่ามันจะเป็นแค่ดาบธรรมดา เซี่ยวเฉินวางดาบลงแล้วก็รู้สึกท้อใจ หลังจากนั้นเขาก็หยิบศิลาแสงจันทร์ที่คว้าไว้ได้ออกมาพร้อมกับยิ้มกว้าง อย่างน้อยศิลาแสงจันทร์นี้ก็ไม่ใช้ของปลอม ชิ้นใหญ่ขนาดนี้เอาไปแลกทองเป็นแสนเหรียญได้ไม่มีปัญหา

 

ยังไงก็ตาม ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือการจะออกไปจากหลุมลึก 10 เมตรนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จอมยุทธขอบเขตจอมยุทธฝึกหัดขั้นเริ่มต้นจะทำได้ แม้แต่ระดับเซี่ยวอวี่หลานก็เป็นไปไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นเส้นลมปราณของนางยังได้รับความเสียหาย ทำให้นางไม่สามารถใช้พลังปราณได้

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top