ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 157: สองแผนการ

 385 Views

เหยินปาเชียนมองไปที่ภูเขาเหล็กข้างหน้าด้วยความคลางแคลงใจ นี่เป็นธรรมชาติจริงเหรอเนี่ย ?

 

เหยินปาเชียนเชื่อว่านั่นคือเศษอุกกาบาตขนาดยักษ์มากกว่าที่จะเป็นเหมือง

 

เป็นไปได้ว่าเศษอุกกาบาตได้พุ่งชนที่แห่งนี้เมื่อหลายพันล้านปีก่อน หลังจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกมานานหลายปี ลุ่มน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาลก็ได้กลายเป็นที่ราบ ในที่สุดเศษอุกกาบาตก็ได้กลายเป็นเขาต้าหมัวในปัจจุบัน

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าคำอธิบายเหล่านี้เป็นไปได้มากกว่าภูเขาเหล็กที่ก่อตัวตามธรรมชาติ

 

มิฉะนั้นแล้ว ก็ไม่มีอะไรสมเหตุสมผลแต่อย่างใด

 

“ท่านขุดหลุมตรงนี้ได้มั้ย ?” เหยินปาเชียนถามกู่ฉงพร้อมกับชี้ไปที่ก้อนหินข้างบนหัว “หลุมเนี่ยจะต้องมีขนาดเท่ากำปั้นแล้วก็ลึกครึ่งเมตรนะ”

 

เหนือเหยินปาเชียนขึ้นไป 7 เมตร มีหินที่มีความยาว 4 เมตรยื่นออกมาจากผนังภูเขา

 

มันยากมากที่จะขุดจากบริเวณนั้น เนื่องจากความสูงของมันนั่นเอง

 

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเขาสามารถขุดหลุมขนาดเล็กตรงนั้นแล้ววางระเบิดไว้ในนั้นได้ล่ะก็ เขาอาจระเบิดหินก้อนใหญ่ออกมาได้

 

มันเป็นเพียงการคาดเดาของเขา ยังไงซะเขาก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการระเบิดซักหน่อย

 

“ใต้เท้า ถึงข้าจะไม่รู้ว่าท่านตั้งใจจะทำอะไร แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะขุดหลุมขนาดใหญ่และลึกตรงนั้น พวกเราทำได้แค่หลุมขนาดเท่ากำปั้น ส่วนที่ลึกกว่านั้น พวกเราจะต้องใช้วิธีการขุดเจาะน่ะ” กู่ฉงอธิบายด้วยสีหน้าที่ดูลำบากใจ

 

เมื่อได้ยินพูดคำเหล่านี้ เหยินปาเชียนก็ขมวดคิ้ว ถ้าหากสิ่งที่กู่ฉงพูดออกมานั้นเป็นความจริงล่ะก็ วัตถุระเบิดก็อาจจะไม่มีประโยชน์ที่นี่มากเท่าไรนัก

 

ถ้าหากเขาอยู่บนดาวโลกล่ะก็ เขาคงจะมีทางเลือกมากมายที่จะจัดการกับสถานการณ์นี้ ยกตัวอย่างเช่น เขาสามารถใช้แก๊สอะเซทิลีนในการตัดมันได้

 

อย่างไรก็ตาม เครื่องไม้เครื่องมือบนดาวโลกส่วนใหญ่จะต้องใช้ไฟฟ้าหรือไม่ก็ถังแก๊ส ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากเขาตัดสินใจใช้แก๊สอะเซทิลีน เขาจะต้องเอามาที่นี่ 1 ถัง อย่างไรก็ตาม เขาสามารถเอามาได้เพียง 1 ถังต่อรอบเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น เขาต้องเอามาที่นี่โดยตรง มิฉะนั้นแล้ว ด้วยสภาพถนนของต้าเย่า มันคงจะระเบิดบนถนนตรงนี้เลย

 

นอกจากนี้ ถ้าหากเขาเอาถังแก๊สอะเซทิลีนมาที่นี่จริง ๆ ล่ะก็ ความลับของเขาก็จะถูกเปิดเผย นั่นเป็นสิ่งที่เขายอมรับไม่ได้

 

“พาข้าไปดูที่บริเวณเขาต้าหมัวหน่อยสิ” หลังจากที่ไตร่ตรองปัญหานี้มาสักพักหนึ่งแล้ว เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าตนควรจะดูสภาพโดยรอบเขาต้าหมัวซะก่อน ในตอนนี้ยังมีเวลาอยู่บ้างก่อนที่ฟ้าจะมืด อย่างน้อยเขาก็ควรตรวจสอบสภาพโดยรอบภูเขาเหล็กซะก่อน

 

 

 

ในช่วงเวลาที่เหลือของวันนั้น ทุกคนจะขี่ม้าอยู่รอบเขาต้าหมัวสักระยะหนึ่งก่อนจะเดินทางกลับ เหยินปาเชียนได้รู้ว่าภูเขาลูกนี้เป็นไปตามสิ่งที่ตนคิดไว้ มันคือเศษอุกกาบาตขนาดมหึมา นั่นเป็นเพราะโครงสร้างของภูเขาลูกนี้แตกต่างจากภูมิแคว้นโดยรอบอย่างสิ้นเชิง เขาสังเกตเห็นว่าสายแร่ทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่บนยอดเขา นอกจากนี้ยังมีต้นไม้และพืชพันธุ์บนยอดเขาน้อยมาก ส่วนใหญ่จะมีวัชพืชและพุ่มไม้ ชั้นดินที่ปกคลุมผิวภูเขาน่าจะเป็นฝุ่นที่สะสมมานานหลายปี

 

“ใต้เท้าเหยิน ท่านมีแผนอะไรบ้างมั้ย ?” เถาจี้หยวนขมวดคิ้วพร้อมกับถามเหยินปาเชียนตอนเดินทางกลับ

 

“เอ่อ ? ข้ามีแผนนะ แต่ข้าไม่รู้ว่ามันจะได้ผลมั้ยน่ะสิ พวกเราต้องลองดูก่อน” เหยินปาเชียนเงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกใจแล้วตอบกลับไป กระบวนการคิดของเขาถูกคำถามของเถาจี้หยวนขัดจังหวะ

 

“งั้นก็เยี่ยมไปเลย หลายปีที่ผ่านมามีผู้คนนับไม่ถ้วนที่คิดหาวิธีเพิ่มผลผลิตเหมืองแร่ให้กับเขาต้าหมัวแต่ก็ล้มเหลว เพราะงั้นพวกเราก็เลยใช้แรงงานคนในการขุดเหล็กทีละนิด ถ้าแผนของใต้เท้าเหยินใช้ได้ผลล่ะก็ ท่านก็จะทำคุณอันใหญ่หลวงให้กับแคว้นเลยล่ะนะ” รอยยิ้มได้แผ่ไปทั่วหน้าของเถาจี้หยวน

 

“ข้าอยากให้ท่านไปคว้าเหล็กมาจากแคว้นอื่นแทนที่จะขุดมันจากที่นี่นะ” กู่ฉงบ่นอยู่ด้านข้าง

 

เหยินปาเชียนกลอกตา นี่มันไม่ชัดเจนหรือไง ? แน่นอนว่าการคว้าเหล็กมีประสิทธิภาพมากกว่าการขุดเหมือง ปัญหาก็คือมันง่ายที่จะทำแบบนั้นซะที่ไหนล่ะ ?

 

ในตอนที่พวกเขามาถึงค่าย ท้องฟ้าก็มืดแล้ว เหล่าคนงานก็กลับมาที่ค่ายด้วยเช่นกัน พวกเขายืนเบียดเสียดรอซุปเนื้ออยู่รอบถังกลางลานกว้าง แต่ทว่ามีคนพูดคุยกันน้อยมาก พวกเขาใช้เวลาอย่างนี้หลายปี มีการส่งนักโทษใหม่จำนวนไม่มากมายังที่นี่ด้วยเช่นกัน

 

เหยินปาเชียนได้กลิ่นหอมของซุปเนื้อมาจากระยะไกล “อาหารดีนะเนี่ย !”

 

“ถ้าพวกเค้าไม่อิ่ม พวกเค้าก็จะมีพลังงานไม่พอที่จะทำงาน ถึงยังไงถ้าท่านมีพลังงานไม่เพียงพอ ท่านก็จะไม่สามารถสกัดเหล็กจากภูเขาเหล็กนี้ได้ซักชิ้น”

 

เหยินปาเชียนพยักหน้า

 

กู่ฉงได้เตรียมบ้านไม้ไว้สำหรับเหยินปาเชียนแล้ว อาหารเย็นของเขาก็คือซุปเนื้อเช่นกัน แต่ทว่าซุปเนื้อของเขาถูกปรุงด้วยสมุนไพรป่าและอาหารแห้งสองอย่าง แม้แต่กู่ฉงก็ต้องกินอาหารเหล่านี้ทุกวันด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ไม่มีเมืองหรือหมู่บ้านใกล้เคียงเลย นอกเหนือจากคนที่มาส่งเนื้อกับเสบียงอย่างอื่นแล้ว ก็ไม่มีใครมาที่นี่เลย แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำอาหารอย่างอื่น

 

 

 

หลังจากที่รับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว เหยินปาเชียนก็เข้านอนทันที เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่เขาตื่นขึ้นมา เขาก็เรียกกู่ฉงกับเถาจี้หยวนมาที่ห้องของตน “ข้ามีแผนที่พวกเราสามารถลองได้ เอาไม้ที่เขาต้าหมัวมากองรวมกันมาก ๆ แล้วเผา จากนั้นก็เทน้ำลงบนกองไฟมาก ๆ วัตถุจะขยายตัวเมื่อร้อนและหดตัวเมื่อเย็น รอยร้าวจะเริ่มปรากฏบนผิวโลหะ และมันจะทำให้กระบวนการขุดง่ายขึ้นนิดหน่อย”

 

ถึงแม้ว่านี่เป็นแผนของเหยินปาเชียน แต่เขาก็ไม่ได้มองโลกในแง่ดีจนเกินไป มันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้ภูเขาเหล็กร้อนขึ้น นอกจากนี้โลหะเป็นตัวนำความร้อนที่ดี และองค์ประกอบของหินก็น้อยมากด้วย ถึงแม้ว่าจะมีการเผาไม้จำนวนมากเพื่อทำให้ภูเขาเหล็กร้อนขึ้น แต่ก็จะเกิดรอยร้าวบนผิวเหล็กเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

ยิ่งไปกว่านั้น การตัดต้นไม้และขนไม้ไปยังสถานที่แห่งนี้จะต้องใช้กำลังคนจำนวนมาก วิธีนี้สำเร็จไม่ได้ง่าย ๆ ประสิทธิภาพของวิธีนี้ต่ำมาก

 

เหยินปาเชียนมีแผนการอื่น เขาสามารถกลับไปยังดาวโลกเพื่อทำกระจกและกระจกเว้าจำนวนมากแล้วเอากลับมาที่นี่ได้ จากนั้นเขาก็จะปรับมุมของกระจกเว้าเพื่อให้ชี้ไปที่ผนังของภูเขา ต่อจากนั้นเขาก็จะใช้กระจกส่องแสงอาทิตย์ไปยังกระจกเว้าเหล่านั้น

 

ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถใช้กระจกเว้าเพื่อรวมแสงอาทิตย์และละลายเหล็กให้เป็นเหล็กหลอมเหลวภายในระยะเวลาอันสั้น มันจะทำให้กระบวนการสกัดเหล็กง่ายขึ้นมากมายทีเดียว

 

“วัตถุจะขยายตัวเมื่อร้อนและหดตัวเมื่อเย็นงั้นรึ ? มันหมายความว่ายังไง ?” เถาจี้หยวนไม่เข้าใจแผนของเหยินปาเชียน อย่างไรก็ตาม เขาสนใจและอยากรู้เกี่ยวกับสิ่งนี้มากมาก

 

“ข้าสามารถแสดงให้ท่านเห็นได้นะ” เหยินปาเชียนพาพวกเขาทั้งสองคนออกจากบ้านไม้

 

“จุดไฟก่อน” เหยินปาเชียนสั่งการ กู่ฉงบอกให้คนไปเอาไม้ทันที

 

หลังจากนั้นครู่หนึ่งไฟก็เริ่มติด เหยินปาเชียนหยิบก้อนหิน 2 ก้อนขึ้นมา แล้วบอกให้คนถือไว้กับเหล็กหมาด 2 แท่ง แล้วทำให้ร้อนด้วยไฟ

 

คนที่เหลือต่างมองดูเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น พวกเขาพยายามคิดว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

 

เมื่อเวลาผ่านไป เหยินปาเชียนก็สั่งให้โยนก้อนหินลงไปในถังน้ำที่เตรียมไว้เมื่อครู่นี้

 

ทันใดนั้นเอง ไอน้ำก็ลอยออกมาจากถังน้ำ หลังจากนั้นไม่กี่นาที เหยินปาเชียนก็จุ่มมือลงไปในถังน้ำแล้วตักก้อนหินทั้งสองออกมา มีรอยร้าวบนก้อนหินเล็กน้อย

 

หลังจากที่เหยินปาเชียนโชว์หินให้กับทุกคน ทุกคนยกเว้นเถาจี้หยวนก็ไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติ สีหน้าที่เกิดความสำนึกได้เกิดขึ้นบนหน้าของเถาจี้หยวนในตอนที่เขาพูดออกมา “เข้าใจแล้ว”

 

นี่เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่พบบ่อยมาก ไม่ใช่ว่าไม่มีใครค้นพบ แต่ไม่มีใครชี้ให้เห็นและอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้รูปแบบการขยายตัวของความร้อน แน่นอนว่าไม่มีใครคิดที่จะใช้แนวคิดนี้กับเขาต้าหมัว

 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ ?” เถาจี้หยวนถามด้วยความสงสัย

 

“วัตถุจะขยายตัวเมื่อท่านทำให้มันร้อนขึ้น ถึงแม้ว่าท่านจะมองไม่เห็น แต่มันก็กำลังขยายตัวอยู่ และหลังจากที่วัตถุเย็นตัวลง มันก็จะหดตัว ถ้าทั้งสองกระบวนการเกิดขึ้นภายในระยะเวลาสั้น ๆ ปฏิกิริยานี้ก็จะเกิดขึ้น ปฏิกิริยานี้ไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นบนหินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโลหะด้วย”

 

เหยินปาเชียนให้คำอธิบายกับเถาจี้หยวนคร่าว ๆ ถ้าหากเขาพูดเกี่ยวกับทฤษฎีโมเลกุล เถาจี้หยวนจะไม่เข้าใจอย่างแน่นอน

 

สีหน้าอันหม่นหมองปรากฏบนหน้าของเถาจี้หยวน ในขณะเดียวกันกู่ฉงได้เบิกตากว้างแล้วถามออกมา “ใต้เท้าเหยิน แผนของท่านคือให้เผาเขาต้าหมัวงั้นรึ ?”

 

“พวกเราสามารถเผาได้แค่ส่วนหนึ่ง” เหยินปาเชียนหันหน้าแล้วตอบกลับไป บนยอดเขาต้าหมัวอาจมีพืชไม่มากนัก แต่บริเวณใกล้เคียงมีอยู่มากมายทีเดียว

 

เขาสามารถสั่งให้คนของกู่ฉงตัดไม้เพื่อเผาภูเขาส่วนหนึ่ง ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพจะต่ำมาก แต่เขาก็ยังอยากลองอยู่ดี อย่างน้อยเขาก็สามารถเพิ่มความเร็วในกระบวนการสกัดเหล็กได้

 

หลังจากที่เขากลับไปยังดาวโลก เขาจะทำการวิจัยเกี่ยวกับวิธีการทำกระจกเว้า จากนั้นเขาก็จะสามารถแก้ปัญหาการสกัดเหล็กของเขาต้าหมัวได้สมบูรณ์แบบ

 

น่าเสียดายที่เขาจะไม่ใช้ TNT 40 กิโลกรัมที่เขาเอามาที่นี่

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top