ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 274 : หลี่ หยา

 495 Views







     ยี่ เทียนหยุนมองดูผู้หญิงคนนี้   กับความรู้สึกที่ค่อนข้างที่จะคุ้นเคย   เหมือนจะเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อน   แต่เขาก็ยืนยันกับตัวเองว่ายังไม่เคยพบกับเธอมาก่อน   แต่เขาจะต้องเคยเห็นบุคคลที่คล้ายคลึงกับเธอมาก่อนอย่างแน่นอน… แต่มันที่ไหนกันละ   หากไม่เช่นนั้นแล้วเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาซะขนาดนี้



” พี่ใหญ่หญิงหลี่ท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อไร….. ”   บริกรหญิงเหล่านี้เมื่อเห็นเธอกลับมา   ต่างก็ทักทายเธอด้วยความเคารพ



พี่ใหญ่หญิงหลี่ ??  



ทันใดนั่นเอง ณ ตอนนี้ยี่ เทียนหยุนก็รู้แล้วว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้ดูคุ้นหน้าคุ้นตานัก   ที่แท้เธอก็คือหลานสาวหรือไม่ก็ลูกสาวของหลี เทียนหลงนี่เอง ??   



ผู้หญิงคนนี้เธอสังเกตว่ายี่ เทียนหยุนนั้นพินิจพิเคราะห์มองดูเธออย่างจริงจัง   จากนั้นเธอก็แย้มยิ้มพูดขึ้นมาว่า   ” นายน้อยท่านนี้   ใบหน้าข้ามีอะไรอย่างนั้นหรือ ?? “



” จริงๆแล้วข้าก็มิได้มีปัญหาอะไร   แต่คำพูดของท่าน  มันจะทำให้ความมุ่งหวังของข้าเป็นจริงได้ ”   ยี่ เทียนหยุนยกยิ้ม   ” นำข้าไปที่ห้องสูท VIP เถอะ   เพื่อที่ข้าจะได้เข้าใจสิ่งเหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้น ” 



” ไม่มีปัญหา   โปรดตามข้ามา ”   หญิงสาวที่ดูงดงามผู้นี้ก็ทำมือส่งสัญญาณบอกใบ้ให้กับยี่ เทียนหยุน   เป็นการเชื้อเชิญเขา… ให้เขาตามมา



หลังจากที่พวกเขาเดินจากไปแล้ว   บริกรหญิงหลายต่อหลายคนก็แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา   บ้างก็แสดงความไม่ชอบใจพี่ใหญ่หญิงหลี่ผู้นี้ทาง ด้านหลัง 



” ข้าไม่คิดเลยว่าตัวเธอจะให้การต้อนรับลูกค้าเป็นการส่วนตัว   มาขโมยธุรกิจของข้าไป !!   หากข้ารู้ข้อมูลของการประมูลล่วงหน้า   ธุรกิจนี้จะต้องตกเป็นของข้าอย่างแน่นอน !! “



” เบาๆหน่อยอย่าให้เสียงมันดังนัก   หากว่าใครได้ยินเข้า  มันจะไม่ดี….. บรรดาเด็กของเจ้าตำหนักหลีล้วนมีมาก   ว่าก็ว่าเถอะโดยธรรมชาติแล้วพรสวรรค์ทางด้านอักขระอักษรรูนของเธอนั้นแย่ที่สุด   จึงทำได้แค่  มาที่นี่เพื่อช่วยงานเพียงเท่านั้น   ข้าต้องขอเตือนเจ้าว่า   อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งไปมากกว่านี้   ถ้าไม่อยากที่จะได้รับการปฏิบัติตัวอย่างเย็นชาแล้วละก็ ?? “



” ปฏิบัติตัวเย็นชาแล้วยังไง   มาฉกแขกของฉันไปเนี่ยนะ ?? ”   บริกรหญิงคนนี้ถลึงตาใส่เพื่อนร่วมงานของเธอ   ” หากว่าตัวเธอมิใช่ลูกสาวของเจ้าตำหนักหลีแล้วละก็   ข้าก็คงจะทำตัวหยาบคายไปกับเธอเรียบร้อยแล้ว   ก็เพราะสถานะนี้ของเธอเพียงเท่านั้น  เธอจึงสามารถที่จะทำงานอยู่ที่นี่ได้ ” 



” ถึงมันจะเป็นเรื่องจริงแต่เราก็พูดไม่ได้   หากถูกได้ยินเข้ามันก็คงจะไม่ดีแน่… ”  



” ต่อให้ข้าไม่พูดแล้วยังไง   เจ้าคิดเรอะว่าแล้วที่นี่คนอื่นเขาจะไม่พูดกันอย่างงั้นเรอะ ??  ทุกๆคนต่างก็เห็นกันทั้งนั้น   ฐานบ่มเพาะพลังของเธอก็มิได้สูงอะไรมากมายนัก   จัดว่าแย่   ความสามารถทางด้านอักขระอักษรรูนของเธอก็เช่นกัน   หากว่าเป็นคนอื่นก็คงจะถูกขับออกไปนานแล้ว !! “



พวกเธอต่างก็พากันขุ่นเคืองไม่พอใจ   พร่ำบ่นอย่างต่อเนื่อง   แน่นอนว่าคำพูดของพวกเธอเหล่านี้ล้วนได้ยินโดยยี่ เทียนหยุน   ถึงแม้ว่าจะพูดด้วยโทนเสียงเสียงต่ำแต่เขาก็ยังได้ยิน   ส่วนร่างอันไฉไลของหลี่ หยาที่เดินนำ  อยู่ด้านหน้าของยี่ เทียนหยุนนั้น   ก็มิได้พูดอะไรออกมา   เธอยังคงเดินนำทางยี่ เทียนหยุนต่อไป 



ยี่ เทียนหยุนเชื่อว่าเธอจะต้องได้ยินอย่างแน่นอน   และก็ได้ยินอย่างชัดเจนด้วย   ถึงแม้ว่าฐานบ่มเพาะพลังของหลี่ หยาจะมิได้สูงมากนัก   แต่จะดีจะร้ายยังไงเธอก็อยู่ในขั้นมาตรฐานแก่นการควบแน่นระดับที่ 2   ซึ่งฐานพลังนี้หากว่าเป็นกลุ่มอิทธิพลโดยทั่วไปแล้ว   ก็ถือได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี   แต่ถ้าเป็นที่หอแห่งดวงดาวแล้วละก็   ก็อาจจะอยู่ในเกณฑ์ธรรมดาทั่วไป



โดยเฉพาะอย่างยิ่งอายุของหลี่ หยาเองก็มิใช่น้อยแล้ว   มองดูไปก็ตกราวๆ 25 – 26 ปี   นี่ก็ไม่ถือว่าน้อยแล้ว   แต่จุดสำคัญที่สุดก็คือ เธอเป็นลูกสาวของเจ้าตำหนักหลี   นี่มิใช่ความต่างที่เล็กน้อยแต่ทว่ามันเป็นความแตกต่างที่ราวฟ้ากับเหว   คำพูดทั้งหลายเหล่านั้นเป็นเครื่องยืนยันได้ดีที่สุด



ภายใต้การนำของหลี่ หย่าพวกเขาก็มาถึงห้องสูท VIP  พูดไม่ได้ว่ายี่ เทียนหยุนไม่ได้ใช้จ่ายอะไรออกไปเลยแล้วเขาจะมาถึงที่นี่ได้อย่างนั้นหรือ   เขาจะต้องใช้หยกหินวิญญาณในปริมาณที่สมน้ำสมเนื้อ   หากคิดที่จะผ่านเข้าสู่ห้องสูท VIP เพื่อที่จะพูดคุยรายละเอียดของการประมูลในครั้งนี้ได้  



” นายน้อยท่านนี้  ได้โปรดนั่งลงก่อน ”   หลี่ หยา บอกใบ้ยี่ เทียนหยุนให้นั่งลง  แล้วตัวเธอถึงได้นั่งตามมา   เธอยิ้มแล้วก็พูดขึ้นมาว่า   ” นายน้อย  คำพูดก่อนหน้านี้ของท่าน   แสดงว่าท่านต้องการที่จะซื้อก้อนหยกหินวิญญาณขนาดใหญ่และมากไปกว่านั้นก็คือว่า ขนาดของมันจะต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ด้วยใช่หรือไม่ ?? “



” ถูกต้องแล้ว   สภาพยิ่งสมบูรณ์เท่าไร  ก็ย่อมที่จะดีกว่าเท่านั้น   อย่างน้อยๆก็ต้องอยู่ในระดับ 50-60 จิน (25-30กก.) ขึ้นไป ”   ยี่ เทียนหยุนกล่าวในขณะที่พิจารณาหลี่ หยาขึ้นลงไปมา   เธอจะต้องเป็นลูกสาวที่อายุน้อยที่สุดของหลี เทียนหลงอย่างแน่นอน 



” เรื่องนี้ไม่มีปัญหา   มีใครบางคนต้องการที่จะขายก้อนหยกหินวิญญาณในปริมาณที่มหาศาล ณ ห้องประมูลอย่างแน่นอน   และที่ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อีกต่างหาก   แถมยังมีมากว่าระดับ 200 จิน (100กก.) ขึ้นไป   อย่างน้อยๆเขาก็มีถึง 5 ก้อน ”   หลี่ หยายกยิ้ม   ” ไม่ทราบว่าปริมาณสินค้าในระดับนี้สามารถที่จะทำให้ท่านรู้สึกพึงพอใจหรือไม่ ?? “



” พอใจ  ข้ารู้สึกพึงพอใจ !! ”   นัยน์ตาของยี่ เทียนหยุน ณ ปัจจุบันแลดูเปล่งประกายเจิดจรัส   นี่คือสิ่งที่เขาต้องการเป็นที่สุด   มีเยอะก็ย่อมที่จะดีกว่า   หากคุยโวโอ้อวด เกินไปก็ใช่ว่าจะดี   อาจจะถูกตัดออก  โทษฐานหมั่นไส้ได้   แต่ถ้าหากว่าพูดน้อยจนเกินไป   การซื้อขายก็อาจจะไม่ได้เกิดขึ้น



” เจ้าของก้อนหยกนั้นหวังว่าจะมีใครบางคนที่จะซื้อสินค้าของเขาไป   แต่เขาจะไม่ยอมขายเพียงแค่เล็กน้อยหรือว่าแบ่งขาย ”   หลี่ หยาพูดว่า   ” ไม่ทราบว่าท่าน  จะยังคงทำการค้านี้  กับเราหรือไม่ ?? “



” ไม่มีปัญหา   เรื่องนี้ไม่มีปัญหาสำหรับข้าอย่างแน่นอน   ตราบใดที่เป็นสินค้าดีมีคุณภาพ   ข้าย่อมไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ”   ยี่ เทียนหยุนกล่าวอย่างไม่แยแส 



ณ ตอนนี้เขามิได้ขาดแคลนเงินทอง   ก็เขาเพิ่งจะปล้นสดมภ์สมบัติมาเป็นจำนวนมาก  แล้วเขาจะยากจนได้อย่างไร ?? 



” ถ้าเป็นเช่นนั้น   นี่ก็เป็นเรื่องง่ายในการดำเนินการซื้อ-ขาย ”   นัยน์ตาของหลี่ หยากลายเป็นเจิดจรัส   เธอยังคงพูดต่ออีกว่า   ” แขกฝั่งตรงข้ามของเรานั้นเขาไม่ต้องการทองคำ   เม็ดยาโอสถอะไรก็ไม่ต้องการ   แต่เขาต้องการอุปกรณ์จิตวิญญาณในการแลกเปลี่ยน   นี่ไม่ทราบว่า ?? “



ทองอาจจะใช้จ่ายหมุนเวียนได้โดยทั่วไป   แต่สำหรับเคสนี้  ทองมิอาจจะนำมาใช้ได้   โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันต้องมาเผชิญหน้ากับหยกหินวิญญาณ   หยกหินวิญญาณ ณ ที่นี้ก็เท่ากับสกุลเงินตรา  เมื่อเป็นเช่นนี้  ทองก็กลายเป็นไม่มีค่า  ก็เลยต้องหลบไปอยู่ข้างหลัง  เมื่อเจอกับสกุลเงินตราระดับสูงเข้าไป 



ยกตัวอย่างเช่น   หินวิญญาณเป็นสกุลเงินตราที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในการใช้จ่ายหมุนเวียน   แต่หยกหินวิญญาณก็จะเป็นสกุลเงินตรา  เกรดที่สูงกว่า   ความหมายโดยนัยก็คือว่า   มันมีพลังวิญญาณที่สูงกว่า   ราคาก็ย่อมที่จะแพงกว่า



” นี่ก็ไม่มีปัญหา ”   ยี่ เทียนหยุนตอบอย่างเรียบง่ายตรงไปตรงมา   เขาสามารถที่จะปรับแต่งอุปกรณ์วิญญาณได้   ดังนั้นแล้วเขาจึงมิได้กังวลแต่อย่างใด 



” ข้าขออนุญาตล่วงเกินท่านซัก 1 คำถาม  ไม่ทราบว่าที่ท่านหาซื้อหยกหินวิญญาณเหล่านี้   อาเรย์ขนาดใหญ่อะไรที่ท่านจะใช้กับมันอย่างงั้นหรือ ?? ”   หลี่ หยาสอบถาม



ก้อนหยกหินวิญญาณขนาดใหญ่แน่นอนว่ามันย่อมที่จะมิใช่สกุลเงินตรา   หากว่านำมันมาใช้เป็นสกุลเงินตราเพื่อใช้จ่ายหมุนเวียนแล้วละก็   สถานประมูลแห่งนี้ก็คงจะผิดเพี้ยนกลายเป็นไม่สมเหตุสมผลไปซะแล้ว   โดยพื้นฐานแล้วก้อนหยกหินวิญญาณขนาดใหญ่นั้น   เขามักที่จะเลือกใช้ก้อนที่ใหญ่ที่สุด   เพื่อนำไปใช้กับอาเรย์ขนาดใหญ่เพื่อเป็นพลังงานในการสตาร์ท



” ก็ไม่มีอะไรหรอก  ท่านมีปัญหาอะไรอย่างงั้นเรอะ ?? ”   อันที่จริงแล้วยี่ เทียนหยุนมิได้หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้แต่อย่างใด   โดยหลักแล้วสิ่งนี้มักที่จะนิยมนำมาแกะสลักทำเป็นรูปปั้น   เอาไว้ประดับประดาบ้านเรือน   แต่ยี่ เทียนหยุนก็มิได้พูดแบบนั้นออกไป 



” ข้ามิได้มีปัญหาอะไร…..  เพียงแค่อยากที่จะถามท่านก็เท่านั้นเอง   หากว่าข้าได้แลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านอักษรรูนกับนายน้อยก็คงจะดี   ไม่แน่ว่าตัวท่านอาจจะได้เข้าร่วมกับพวกเราหอแห่งดวงดาวได้ !! ”   หลี่ หยาพูดสนับสนุนในทันทีต่ออีกว่า   ” ตราบใดที่ท่านสามารถจะเข้าร่วมกับพวกเราได้  ท่านก็จะได้เป็นแขกผู้ทรงเกียรติของหอแห่งดวงดาว   พวกเราจะไม่ปฏิบัติต่อท่านยังไม่ยุติธรรมอย่างแน่นอน   เชื่อว่าตัวท่านคงจะรู้เรื่องประวัติศาสตร์ของพวกเราหอแห่งดวงดาว   ตัวท่านจะไม่พลาดผลประโยชน์ที่จะได้รับอย่างแน่นอน !! “



เธอเริ่มที่จะพูดชักจูงจิตใจของผู้คน   ข้อนี้ยี่ เทียนหยุนนั้นเข้าใจได้อย่างชัดเจนเป็นอย่างมาก   นี่นับว่าเป็นบริการในการยื่นข้อเสนอสถานะอันน่ายกย่องสรรเสริญให้กับตัวเขาเอง   เพื่อดึงดูดผู้คนให้มากยิ่งขึ้น   นี่ถือเป็นกลยุทธ์ในการดึงดูดลูกค้าเลยก็ว่าได้   ซึ่งก็คล้ายคลึงกับการเชื้อเชิญผู้เชี่ยวชาญให้เข้าร่วม   นี่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล     



” เรื่องนี้ไม่จำเป็น   ข้าเพียงแต่ต้องการที่จะมาซื้อของเป็นการชั่วคราว ก็เพียงเท่านั้น ”   ยี่ เทียนหยุนตอบปฏิเสธการเชื้อเชิญนี้  



ตราบใดที่เป็นผู้ที่มีความสามารถ   ก็จะต้องถูกเชื้อเชิญในทันที   ไม่มีข้อยกเว้น



” ถ้าอย่างงั้นก็ไม่เป็นไร….. ”   นัยน์ตาคู่สวยของหลี่ หยาฉายแววผิดหวังอยู่ถึงหลายส่วน   ทันใดนั้นตัวเธอก็พูดขึ้นมาว่า   ” เพื่อทำให้แน่ใจภายใต้เงื่อนไขของเรา   ทรัพย์สินทั้งหมดของท่านในตอนนี้   เราคงจะต้องขอมัดจำ  เอาไว้ส่วนหนึ่งก่อน   เพื่อมิให้เป็นกังวลว่า  จะมีใครบางคนตั้งใจที่จะมาป่วนงานประมูลของพวกเราในครั้งนี้ 



” ไม่มีปัญหา ”   ยี่ เทียนหยุนเข้าใจความคิดของพวกเขา   พลันแหวนเก็บของที่อยู่ในมือของเขาก็สว่างวาบขึ้นมาในทันที   ของก็ลอยออกมาอย่างนิ่มนวล   เป็น 3 อุปกรณ์จิตวิญญาณระดับสูงที่ตกอยู่บนพื้นดิน   ” ส่วนเล็กๆของข้าก็มีเพียงเท่านี้   นอกนั้นไม่มีแล้ว ?? ”   



ทรัพย์สมบัติเป็นจำนวนมากนั้น  ยี่ เทียนหยุนทำการเก็บพวกมันเอาไว้ที่นิกายหยกสวรรค์   แต่ที่ตัวเขาก็ยังมีอยู่อีกมาก   เขานั้นวางแผนที่จะมาที่นี่เพื่อซื้อก้อนหยกหินวิญญาณ   ดังนั้นแล้วเขาจะไม่ตระเตรียมทรัพย์สมบัติอันมั่งคั่ง ติดตัวมาด้วยอย่างนั้นรึ ?? 



” ได้เลย !! ”   นัยน์ตาของหลี่ หยาแลดูเปล่งประกาย   เธอพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่ว่า   ” ถ้าอย่างนั้นข้าจะนำท่านไปยังห้องสูท VIP เพื่อเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้   ข้าหวังว่าท่านจะสามารถซื้อหาในสิ่งที่ตัวเองชอบได้ในครั้งนี้ !! ”         

 

 

 

 












                                           ขอขอบคุณรูปภาพจากเวป Pixabay : Linda Hamilton

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top