ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 271 : ยกย่องสรรเสริญโดยผู้คนนับ 1,000

 546 Views




 

 

 

 

 



    เมื่อได้พบกับเควสนี้อีกครั้งหนึ่ง   นี่ก็ทำให้ยี่ เทียนหนุนถึงกับช็อค   มันจะไม่ดูเหมือนว่าสิ่งนี้อันที่จริงแล้ว   มันจะเป็นการฝึกฝนก้าวทีละก้าวอย่างงั้นเรอะ ??  ระยะทดลอง ??  จารได้นิดหน่อย ??  พูดได้ว่า ??   จากเหตุการณ์นี้ชัดเจนว่า   ยี่ เทียนหยุนจำเป็นที่จะต้องสอนแนวความรู้ให้กับจิ่ว หลิงหยุน อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เธอกลายมาเป็นผู้ที่แข็งแกร่งขึ้น   ยี่ เทียนหยุนจึงจะสามารถสำเร็จรูปแบบเควสนี้ได้อย่างสมบูรณ์  



” ฝึกฝนนักบุญหญิง…  หรือว่าการฝึกฝนนักบุญหญิงนี้ นี่จะเป็นการช่วยนิกายหยกสวรรค์ของพวกเรา ?? ”   ยี่ เทียนหยุนจับคาง   เมื่อก่อนนั้นยี่ เทียนหยุนยังอุตสาห์คิดว่านักบุญหญิงอย่างจิ่ว หลิงหยุนนี่เป็นคนเผ่าไหนกันแน่นะ   แต่มาตอนนี้   จะดูเหมือนว่า   เธอจะเป็นนักบุญหญิงของพวกเราเหล่านิกายหยกสวรรค์ซะแล้ว !!



นี่เป็นการฝึกฝนนักบุญหญิงของนิกายหยกสวรรค์   มิใช่นักบุญหญิงของผู้อื่นแต่อย่างใด



” พี่ใหญ่ยี่   นี่ข้าวาดถูกหรือไม่ ?? ”   จิว หลิงหยุนยกสายตาของเธอขึ้นสอบถาม



” อืม ถูกต้องแล้ว   มา   ข้าจะสอนวิถีทางแห่งการวาดที่แข็งแกร่งกว่านี้ให้กับเจ้า !! ”   นัยน์ตาของยี่ เทียนหยุนก็กลายเป็นเจิดจรัส   เขายังคงสอนเนื้อหาในด้านอื่นๆให้กับเธออย่างต่อเนื่อง   



หลังจากที่ 1 รอบผ่านไป อย่างรวดเร็ว จิ่ว หลิงหยุน ก็สามารถที่จะเรียนรู้ทั้งหมดได้ในคราวเดียว   การรับรู้ทำความเข้าใจของเธอจัดได้ว่าช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้ !!   หากจะให้พูดง่ายๆเลยก็คือว่า  นี่อาจจะเรียกได้ว่า  อัจฉริยะมารร้ายเลยก็ว่าได้   แต่ถ้าหากดูในด้านฐานพลังของเธอแล้ว ก็จะพบว่า   ฐานพลังของเธอนั้นยังอยู่ในขีดจำกัด   ฐานพลังของเธอยังมิได้สูงมากมายอะไรนัก   แต่ก็สามารถที่จะวาดอักษรรูนในระดับมาตรฐานนี้ออกมาได้   นี่ก็ถือได้ว่า  ช่างน่าทึ่งเลยทีเดียว



แต่ทว่า… ในครั้งนี้ไม่มีเควสอะไรออกมา เหมือนกับที่ผ่านๆมา   มันดูเหมือนว่าจิ่ว หลิงหยุนคงจะต้องก้าวเข้าสู่ในระดับต่อไปก่อน  มันถึงจะดี   หากมิฉะนั้นแล้วก็คงจะมิได้สำเร็จเควสอะไร



” นี่คือเนื้อหาสำหรับอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า   เจ้าจะต้องมุ่งบ่มเพาะพลังในด้านนี้   คอยชี้แนะเหล่าบรรดาศิษย์ของนิกายหยกสวรรค์เราในด้านนี้   นับจากนี้เป็นต้นไป   ทั้งหมดคงจะต้องขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว !! ”   นี่คือ เนื้อหาอักขระอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ที่เขาปล้นมาได้จากคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์   อีกทั้งยี่ เทียนหยุนยังได้มอบพู่กันจารอักขระให้กับจิ่ว หลิงหยุนอีกด้วย 



ไม่ต้องสงสัยเลยว่า   นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับจิ่ว หลิงหยุน   ทั่วทั้งนิกายหยกสวรรค์   จิ่ว หลิงหยุนคือผู้ที่มีพรสวรรค์แข็งแกร่งที่สุด   แม้กระทั่งต่อให้เปรียบเทียบกับผู้ที่มีพรสวรรค์แห่งคฤหาสน์อักษรรูนแล้ว   ก็มิได้ที่จะด้อยไปกว่ากันเลย   แต่ถ้าหากจะให้พูดเปรียบเทียบกับบรรดาศิษย์ของหออักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แล้วละก็   ยี่ เทียนหยุนก็ไม่กล้าที่จะการันตีพูดว่าเธอจะได้ลำดับที่ 1   แต่อย่างน้อย  1 – 5 ก็ไม่มีปัญหาแม้แต่นิดเดียวอย่างแน่นอน 



” น…. นี่   นี่มอบให้ข้ายังงั้นเรอะ ??  แต่นี่มันเป็นของที่ล้ำค่าจนเกินไป   โดยเฉพาะอย่างยิ่งพู่กันจารอักษรรูนเหล่านี้ที่เป็นอุปกรณ์ระดับจิตวิญญาณ   ข… ข้า   ไหนเลยที่ข้าจะกล้ารับของเหล่านี้เอาไว้ได้ ”   จิ่ว หลิงหยุนหลังจากที่ตรวจสอบของทั้งหมดเหล่านี้   ก็ถึงกับกลายเป็นสั่นเทิ้มในทันที   อีกทั้งเนื้อหาเหล่านี้ก็ดูค่อนข้างลึกซึ้ง  ยากที่จะเข้าใจได้   แต่ถ้าหากว่าสามารถที่จะเรียนรู้พวกมันได้   อย่างน้อยๆก็จะได้ย่างเท้า ก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์เกรด 5   สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นของล้ำค่าแทบทั้งสิ้น 



” ทั่วทั้งนิกายหยกสวรรค์   นอกเหนือไปจากเจ้าแล้ว   ก็ไม่มีบุคคล คนอื่นอีกที่จะเหมาะสมกับสิ่งของทั้งหลายเหล่านี้เช่นเจ้า ”   ยี่ เทียนหยุนวาง มือลงบนบ่าของจิ่ว หลิงหยุน   พร้อมกับพูดจาอย่างยิ้มแย้มว่า   ” เดี๋ยวนี้เจ้ามิใช่ผู้นำศิษย์เพียงแค่ 1 กลุ่มอีกต่อไปแล้วเท่านั้นนะ   แต่ว่าบรรดาศิษย์ทั้งหมดของนิกายหยกสวรรค์จะต้องได้รับการคัดเลือกโดยเจ้า   ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องทำได้อย่างแน่นอน ”  



จิ่ว หลิงหยุนกำแหวนเก็บของแน่น   ทันใดนั้นเธอก็พยักหน้าอย่างจริงจัง   ดวงตาของเธอแลดูใสกระจ่างเป็นประกายระยิบระยับ   สายตาฉายแววแห่งความตื่นเต้น   ” ในเมื่อพี่ใหญ่ยี่ส่งเสริม   ข้าก็จะทำตามที่ท่านพูด   ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ค่อยมีหัวคิดอะไรมากมายนัก   แต่ทว่า… ตราบใดที่ข้าสามารถที่จะช่วยเหลือพี่ใหญ่ยี่ได้   ข้าก็มีความสุขแล้ว   ดังนั้นนับจากนี้เป็นต่อไป   ข้าจะมุ่งมั่นขยันขันแข็งหมั่นฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง…  ถึงแม้ว่า ณ ตอนนี้ข้ายังจะช่วยอะไรพี่ใหญ่ยี่ไม่ได้   แต่ข้าก็เชื่อว่า   ต่อไปข้าจะต้องช่วยพี่ใหญ่ยี่ได้อย่างแน่นอน !! “



” ไม่ต้องทำอะไรจนเกินตัว   เจ้าจะต้องทำเพื่อตัวเจ้าเอง   จงเพียรพยายามอย่างหนักเพื่อตัวเอง ”   ความรู้สึกของยี่ เทียนหยุนในตอนนี้กลายเป็นสั่นไหว   เขายื่นมือออกมาถูศีรษะของจิ่ว หลิงหยุนไปมา   จากนั้นก็พูดจาอย่างยิ้มแย้มว่า   ” มา…  พวกเราจะจารอักขระอักษรรูนนี้ด้วยกัน   มันยังมีสถานที่อยู่อีกหลายแห่ง   เพื่อฝึกฝนความแข็งแกร่งของบรรดาศิษย์ !! ”  



” อืม!! ”   จิ่ว หลิงหยุนพยักหน้า   นัยน์ตาเปล่งประกายระยิบระยับอย่างดูตื่นเต้น



หลังจากนั้นพวกเขาทั้ง 2 ก็วาดอักขระอักษรรูนด้วยกัน   ณ ขณะนี้ทั่วทั้งห้องบ่มเพาะพลังก็เต็มไปด้วยอักขระอักษรรูน   แต่ประสิทธิภาพของมันนั้นแข็งแกร่งกว่าหออักษรรูนศักดิ์สิทธิ์อยู่ 1 ส่วน   นี่เป็นการปรับปรุงโดยยี่ เทียนหยุน   ดังนั้นแล้วผลที่ได้ จึงดูแตกต่าง   ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบกับหออักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แล้วละก็   ย่อมที่จะมีสมรรถภาพที่สูงกว่า  



แน่นอนว่านี่จะมีผลกระทบต่อการบ่มเพาะพลัง   ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่าอย่างชัดเจน   จนสามารถที่จะบรรลุถึงระดับมาตรฐานสากล  ที่ดีได้อย่างแน่นอน 



” ตึง!! ประสบความสำเร็จในการจารอักขระอักษรรูนเกรด 3   ได้รับค่าความชำนาญ 50 ดาว “



” ตึง!! ประสบความสำเร็จในการจารอักขระอักษรรูนเกรด 3   ได้รับค่าความชำนาญ 50 ดาว “



……



ยี่ เทียนหยุนนั้นเลือกที่จะวาดอักขระอักษรรูนเกรด 3 ออกมา   นั่นก็เพราะว่าระดับของมันค่อนข้างที่จะต่ำ   ซึ่งแน่นอนว่าค่าความชำนาญก็เลยต่ำตามไปด้วย   แต่อย่างไรก็ตามที   ยี่ เทียนหยุนก็จะต้องวาดอักขระตัวอักษร  ทั่วทั้งห้องบ่มเพาะพลังแห่งนี้จนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์   ซึ่งก็คงจะต้องใช้ระยะเวลานาน   กว่าจะสามารถจารอักขระอักษรรูนจำนวนมากเหล่านี้ให้เสร็จสมบรูณ์ได้   ค่าความชำนาญที่จะได้รับเมื่อรวมๆกันแล้ว   มันก็จะไม่ต่ำอย่างแน่นอน 



วันเวลาก็ผ่านพ้นไป   พวกเขาต่างก็ยังคงวาดอักขระอักษรรูนกันอยู่   ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นระยะเวลาที่นานมากแล้ว   และแล้วในที่สุดพวกเขาก็สามารถที่จะจารอักขระอักษรรูนได้เต็มทั่วทั้งห้อง   แน่นอนว่าพลังวิญญาณที่ใช้ไปก็ย่อมที่จะมิใช่น้อยๆ   ทั่วทั้งใบหน้าของจิ่ว หลิงหยุนทั้งหมดในตอนนี้ก็กลายเป็นสีแดง   พลังวิญญาณของเธอที่ถูกบริโภค  ก็ย่อมที่จะมิใช่น้อยๆเช่นเดียวกัน 



” ในที่สุดก็สำเร็จ   พวกเรามาลองดูเอฟเฟคของมันกัน ?? “



หลังจากนั้นพวกเขาก็เปิดใช้งาน   นี่ทำให้พวกเขาพึงพอใจเป็นพิเศษ   นี่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า  มันสามารถที่จะใช้งานจริงได้อย่างแน่นอน   ยี่ เทียนหยุนสามารถที่จะมองเห็นล่วงหน้าได้เลยว่า   นิกายหยกสวรรค์จะต้องถือกำเนิดเหล่าศิษย์ ผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านอักขระอักษรรูนเพิ่มมากขึ้นขนานใหญ่อย่างแน่นอน   และสำหรับสาขานักปรุงยาและช่างตีเหล็กนั้น   ถือได้ว่ายังคงมีบุคลากรที่ค่อนข้างน้อยอยู่   ยังคงขาดผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมอย่างเป็นจำนวนมากอยู่   2 สาขานี้คงจะต้องพับเอาไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว 



” ถ้าอย่างงั้นพี่ใหญ่ยี่   ข้าจะไปนำศิษย์มาทดลองในตอนนี้พร้อมๆกันเลยนะ !! ”  จิ่ว หลิงหยุนวิ่งออกไปอย่างตื่นเต้น   



ยี่ เทียนหยุนแย้มยิ้ม   แต่จริงๆแล้วตัวเขาก็ยังมิได้หยุดมือเลย   เขายังคงวาดอักขระอักษรรูนอย่างต่อเนื่อง   ภายในห้องบ่มเพาะพลังส่วนที่เหลือ   เขาต้องการที่จะวาดอักขระอักษรรูนให้กับห้องบ่มเพาะพลังทั้งหมด   ต่อไปมันจะได้มีจำนวนที่เพียงพอสามารถที่จะรองรับกับจำนวนศิษย์เหล่านี้ได้



ไอเดียอันหลากหลายก็ผุดขึ้นมาในขณะที่จารอักขระอักษรรูน   และแล้วเสียงอันน่าอภิรมณ์ยินดีก็ดังขึ้นมา   ” ตึง!!  ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นยี่ เทียนหยุน ที่ประสบความสำเร็จในการเลื่อนระดับขึ้นสู่ความสามารถทางด้านอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ระดับสูง !!  ระดับถัดไป ต้องการค่าความชำนาญ 500,000 ดาว !! ”   



หลังจากที่เลื่อนระดับขึ้นมาสู่ระดับสูง   นัยน์ตาของยี่ เทียนหยุนก็พลันเจิดจรัส   ความเร็วในการวาดอักขระอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ของเขานั้น   ก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วแทบจะในทันที    2-3 แถวอักขระตัวอักษร   กลายเป็นเรื่องหอมหวานสำหรับยี่ เทียนหยุนในการวาดตัวอักษร   เรื่องก็กลับกลายมาเป็นว่า  เขาใช้พู่กันจักรพรรดิจารอักขระอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ต่อเนื่องอย่างเมามัน !! 



นี่เป็นความจริงอันแสนจะร้ายกาจ   ความเร็วในระดับนี้ของยี่ เทียนหยุนมันช่างน่าทึ่งเป็นอย่างมาก   รวดเร็วประดุจสายฟ้า !!  



ณ เวลานี้เองจิ่ว หลิงหยุนก็นำศิษย์คนอื่นๆมาได้ตามที่ต้องการ   และเมื่อพวกเขาได้เข้ามาเห็นยี่ เทียนหยุนที่กำลังจารอักขระอักษรรูนได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้   พวกเขาต่างก็พากันช็อค   พวกเขายังไม่เคยเห็นใครวาดอักขระอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์เกรด 3 ที่เร็วขนาดนี้มาก่อน !!  



” น… นี่   สปีดช่างรวดเร็วอะไรเช่นนี้   นี่คือทักษะความสามารถของผู้อาวุโสยี่อย่างงั้นเรอะ ?? “



” ไม่ใช่ว่าผู้อาวุโสยี่   จะถึงขั้นปรมาจารย์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แล้วอย่างงั้นเรอะ ??  



” ไม่น่าเชื่อ   ยังหนุ่มอยู่เลยแต่กลับเป็นถึงปรมาจารย์อักษรรูน   ช่างร้ายกาจนัก !! “



……



พวกเธอในตอนนี้ต่างก็เอามือมาปิดปากเล็กๆของตัวเอง   ด้วยความช็อค   



” มาตรฐานระดับนี้ของผู้อาวุโสยี่   แตะถึงระดับของปรมาจารย์อักษรรูนจริงๆด้วย ”   นัยน์ตาคู่สวยของจิ่ว หลิงหยุนกลายเป็นดูตื่นเต้น   ” เพื่อฐานบ่มเพาะพลังของพวกเจ้าแล้ว   ข้าและก็ผู้อาวุโสยี่ต่างก็ร่วมกันสรรสร้างที่นี่ขึ้นมา   นี่จะเป็นการช่วยเหลือพวกเจ้าในการบ่มเพาะพลังเป็นได้เป้นอย่างดี ”  



หากว่าอยู่กันในที่ส่วนตัวแล้ว   จิ่ว หลิงหยุนก็จะตะโกนเรียกยี่ เทียนหยุนว่า พี่ใหญ่ยี่   ส่วนที่เรียกว่าผู้อาวุโสยี่นั้น   ก็จะเป็นการเรียกชื่อเมื่ออยู่ภายนอก   ขณะที่อยู่กับคนนอก   หลักนี้ก็เป็นหลักการเดียวกับยี่ เทียนหยุนที่ใช้ตะโกนเรียกชื่อของฉี ซู่หยุน



” มาแล้วเรอะ ?? ”   ยี่ เทียนหยุนก็พลันยืนขึ้นแล้วปาดเหงื่อ



” ผู้อาวุโสยี่   ท่านช่างร้ายกาจนัก   นี่ท่านเป็นถึงปรมาจารย์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ จริงๆแล้วอย่างงั้นเรอะ ?? ”   บรรดาศิษย์ทั้งหลายต่างก็พากันกระโดดโลดเต้น ถามคำถามกันอย่างตื่นเต้น   นัยน์ตานั้นฉายแววแห่งความเลื่อมใสศรัทธา



” อืม… นี่   ก็น่าจะ อ่ะนะ ”   ยี่ เทียนหยุนแย้มยิ้ม   เขาเองก็คิดว่ามันน่าจะถึงขั้นนั้นแล้ว 



” ร้ายกาจจังเลย !! “



พวกเธอต่างก็อยู่ในอารมณ์ที่ตื่นเต้น   นัยน์เต็มไปด้วยความยกย่องเลื่อมใส   ความสามารถของยี่ เทียนหยุนที่แสดงออกมานั้นล้วนดึงดูดตรึงตาตรึงใจฝังอยู่ภายในใจของพวกเขาอยู่ลึกๆ  



” ตึง!!  ประสบความสำเร็จในการได้รับสมญานาม { ยกย่องสรรเสริญจากบรรดาเหล่าผู้คนนับพัน }   ผลที่ได้ของมันก็คือ ความสามารถในด้านสั่งการที่ถูกเลื่อนระดับขึ้นเป็น 100 แต้ม !! “



ข้อมูลก็ถูกยิงออกมา   แท้ที่จริงแล้วก็คือ ได้รับสมญานามนี่เอง !!            



       




         







    


                             ขอขอบคุณรูปภาพจากเวป Pixabay : Peter Lomas

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top