ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 269 : ความจริง

 612 Views









     ความคิดของฉี ซู่หยุน   ยี่ เทียนหยุนจะไม่รู้ได้อย่างไร   การที่เธอหมายมั่นปั้นมือที่จะฝึกฝนนิกายหยกสวรรค์   ก็เพื่อจะเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในการสนับสนุนเขา   คอยพิทักษ์รักษาปกป้องเขา   ถึงแม้ว่าบางที   พลังระดับนี้แน่นอนว่าอาจจะยังไม่พอ ที่จะขับเคี่ยวต่อกรกับขุมกำลังอื่นได้   แต่อย่างน้อย… นี่ก็เป็นความคิดของฉี ซู่หยุน



เธอมิได้ตามคาดคั้นเพื่อที่จะเอาคำตอบจากยี่ เทียนหยุน   เพราะอาการเงียบของเขามันก็เป็นเครื่องยืนยันที่ดีที่สุดอยู่แล้ว   แต่อย่างน้อย  นี่ก็เป็นความคิดของฉี ซู่หยุน   ที่เธอทุ่มเทลงทุนลงแรงไปกับนิกาย… ทั้งหมดนี้ก็เพื่อยี่ เทียนหยุน



หลังจากนั้น  พวกเขาต่างก็ยิ้มให้กันอย่างอ่อนโยน   พวกเขามิได้คิดว่าการกระทำของตัวเองมันจะดูน่าอึดอัดใจอะไร   ต่างคนก็ต่างที่จะคิดถึงกันและกัน   นี่ต่างหากที่เป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชะโลมจิตใจอันนำไปสู่ความรู้สึกที่อบอุ่น



” ป้า  คืองี้   ข้ามีเรื่องสำคัญที่ลืมบอกท่านไป   ข้าจึงอยากที่จะไต่ถามขอความเห็นชอบยินยอมอนุมัติจากตัวท่านก่อน !! ”   สีหน้าของยี่ เทียนหยุนครานี้กลายเป็นดูจริงจัง



” เจ้ามีอะไรก็พูดมาสิ ”   ฉี ซู่หยุนยังคงไม่ไหวติง   เธอยังคงทำตัวประดุจลูกแมวที่ดูเกียจคร้าน   นอนซบอยู่กับอกของยี่ เทียนหยุนอยู่   นี่ถ้าหากว่าบุคคลอื่นเดินมาเห็นภาพนี้เข้าละก็   มีหวังคงจะได้ตกตะลึงพึงเพริด อยู่กับที่อย่างเป็นแน่ 



ถึงแม้ว่าทั้งสองจะไม่มีสายเลือดที่เกี่ยวข้องกัน   อายุก็แตกต่างกันไม่มากเท่าใดนัก   แต่ถ้าหากใครมาเห็นภาพๆนี้เข้าแล้วละก็   มันก็ชวนให้หวาดเสียวไปไกลได้ 



ยี่ เทียนก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมา   เขาพูดถึงสถานการณ์ของคฤหาสน์ยอดสวรรค์   ยกตัวอย่าง  เรื่องราวของซวน เทียน (ความลับสวรรค์) ขั้นกษัตริย์   ปัญหาของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งนิกายหยกสวรรค์



หลังจากที่เขาได้เล่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ออกมา   ฉี ซู่หยุนก็กลายเป็นผุด ลุกขึ้นมานั่ง   คิ้วทั้ง 2 ข้างของเธอต่างก็ขมวดเข้าหากัน   ” เรื่องนี้หากจะพูดไป จริงๆแล้วข้าก็ยังไม่แน่ใจนัก   คงจะต้องสอบถามเรื่องราวเหล่านี้กับท่านบรรพบุรุษถึงจะดี ”  



และแล้วฉี ซู่หยุนก็นำยี่ เทียนหยุนไปพบกับบรรพบุรุษ   เรื่องราวเหล่านี้เธอเองก็มิได้แน่ชัดนัก   ซึ่งเหล่าบรรดาบรรพบุรุษผู้อาวุโสนั้น โดยปกติแล้ว ก็ไม่ค่อยที่จะได้มาเกี่ยวข้องกับฉี ซู่หยุนมากนัก   จะมีก็แต่เพียงปัญหาสำคัญที่จำเป็นเพียงเท่านั้น   ที่บรรพบุรุษจะออกโรงมาสะสางปัญหาด้วยตนเอง 



และแล้วพวกเขาก็มาพบกับบรรพบุรุษผู้อาวุโสอย่างรวดเร็ว   หลังจากที่บรรดาบรรพบุรุษหญิงชราภาพเหล่านี้   ได้รับทรัพยากรเป็นจำนวนมาก   พวกเธอต่างก็หมั่นฝึกฝนบ่มเพาะฐานพลังกันอย่างแข็งขัน   ฐานพลังของพวกเธอดูจะแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น   แต่ทว่า…  อย่างไรก็ตามที   ถึงแม้ว่าพวกเธอจะพยายามมากซักเพียงใด   มันก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ดี   เมื่อคนเราแก่ตัวขึ้น   พลังสายเลือดก็จะยิ่งถดถอยลง   นี่ก็เป็นสาเหตุเดียวกับยี่ เทียนหยุนในตอนต้น   ก็ในเมื่อพลังสายเลือดเลวจนเกินจะบรรยายแล้ว   การบ่มเพาะพลังก็กลายเป็นไม่มีความหมาย   ความคิดที่จะฝ่าระดับก็เป็นเพียงสิ่งที่เลือนลอย 



” ท่านบรรพบุรุษ   เรื่องราวในสมัยก่อนของพวกเรานิกายหยกสวรรค์   นามที่แท้จริงของท่านบรรพชนผู้ก่อตั้งนั้น ท่านมีนามว่ากระไรเช่นนั้นหรือ ??   ฉี ซู่หยุนสอบถามอย่างตรงไปตรงมา 



แต่เมื่อบรรดาบรรพบุรุษหญิงชราเหล่านี้เห็นยี่ เทียนหยุนเข้า   พวกเธอต่างก็เร่งรีบที่จะลุกขึ้น   พวกเธอนั้นต่างก็หวาดกลัวครั่นคร้ามต่อบุลิกลักษณะของยี่ เทียนหยุน   จึงไม่กล้าที่จะแสดงลักษณะกริยาอันดูเป็นการประมาท  ไม่เหมาะสมต่อหน้าของยี่ เทียนหยุนแม้แต่นิดเดียว   และก็ ถ้าหากว่าไม่มียี่ เทียนหยุนซะแล้ว   พวกเธอก็คงจะจากไปเป็นที่เรียบร้อย ตั้งนานแล้ว   แล้วทีนี้ใครกันละ ที่จะกล้าทำตัวเหินห่างไม่ใส่ใจต่อยี่ เทียนหยุนได้กันละ  



แต่ถ้าจะให้ย้อนอดีตกลับไป… สีหน้าของพวกเธอในตอนนั้น   ก็ทำทีราวกับว่าเหินห่าง  ไม่ดูดำดูดี   แต่ตรงจุดนี้ยี่ เทียนหยุนเองก็มิได้เก็บเอามาคิดเอามาใส่ใจให้มากความนัก   หาไม่แล้ว  เขาก็คงจะไล่กระทืบพวกเธอไปตั้งนานแล้ว  ที่คิดจะขับไล่ไสสงตัวเขาในตอนนั้น  ให้ออกจากตำหนัก  ไปต่อสู้ดิ้นรนตามยถากรรม ณ โลกภายนอก   แต่ก็ยังนับเป็นโชคดีของพวกเธอเหล่านี้   ที่ยังมีไหวพริบปฏิภาณอันชาญฉลาดหลงเหลืออยู่บ้าง   ไม่ได้ดันทุรังกระทำการอันเกินกว่าเหตุจนเกินไป   และแน่นอนว่า ก็ยังมีผู้อาวุโสบางคนในตอนนั้น   ที่ยุแย้งให้ความคิดเห็นที่ว่า   หากว่าเลี้ยงดูหรือว่าให้การฝึกฝนกับยี่ เทียนหยุนแล้ว   เขาจะเติบโตขึ้นมาได้อย่างงั้นเรอะ



อันที่จริง ณ ตอนนั้น   ถ้าหากว่าพวกเธอเชื่อตามคำยุยงส่งเสริมนั้น   แน่นอนว่า ณ ตอนนี้ พวกเธอคงจะต้องถูกยี่ เทียนหยุนตบหน้าไปแล้วหลายฉาดอย่างแน่นอน   พวกเธอคงจะไม่อยู่ขวางหูขวางตาเกะกะลูกกะตาเขาแล้วในตอนนี้   ตัวเขานั้นถูกเอาใจดูแลเติบโตขึ้นมาได้ก็เพราะฉี ซู่หยุน   หาได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากบรรดาหญิงชราเหล่านี้ไม่



” นามที่แท้จริงของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งนั้น….. ”   บรรพบุรุษหญิงชราก็ขมวดคิ้ว   พลางก็ส่ายหัวพูดขึ้นมาว่า   ” เรื่องนี้จริงๆพวกเราก็ไม่ชัดเจนนัก   บันทึกทุกอย่างถูกทำลายสิ้น   เราจึงมิอาจที่จะสืบค้นถึงประวัติข้อมูลของท่านบรรพชนได้เลย   ที่รู้มาก็เพียงว่า   ท่านบรรพชนผู้ก่อตั้งนั้นเป็นผู้ชาย   ซึ่งอันที่จริงเรื่องนี้ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดอีกเช่นเดียวกัน ” 



” ไม่มีข้อมูลอื่นเพิ่มเติมเลยอย่างงั้นเรอะ ?? ”   ยี่ เทียนหยุนค่อนข้างที่จะรู้สึกผิดหวัง   เขาต้องการที่จะหาข้อพิสูจน์   แต่ไม่คิดเลยว่า   ข้อมูลที่มีจะค่อนข้างจำกัด  



” แต่มันก็ยังพอมีข้อมูลอยู่บ้าง…  เหล่าบรรพบุรุษหญิงชราต่างก็มองหน้ากันอย่างรู้สึกช่วยไม่ได้  ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ”   นัยน์ตาของพวกเธอเปิดเผยให้เห็นถึงความอึดอัดใจอยู่หลายส่วน   แต่ในที่สุดพวกเธอก็พูดขึ้นมาว่า   ” ที่ข้ารู้มา  ก็แต่เพียงว่า   ท่านเจ้าตำหนักที่เป็นผู้หญิงนั้น….. แท้จริงแล้วก็คือศิษย์หญิงที่มีเรื่องกับท่านบรรพชนผู้ก่อตั้ง   เมื่อท่านบรรพชนจากไป   ตัวเธอก็ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าตำหนัก   ในที่สุดก็ขับไล่บรรดาศิษย์ผู้ชายออกจากที่นี่ทั้งหมด   เหลือทิ้งไว้ก็แต่เพียงศิษย์ผู้หญิงเพียงเท่านั้น ” 



นี่ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ทางด้านมืดของนิกายหยกสวรรค์   แน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่เต็มใจที่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้ซักเท่าใดนัก   ก็เพราะว่าความจริงนั้น มันอยู่สูงเป็นอย่างยิ่ง   คงไว้ก็แต่เพียงพื้นฐาน   ที่นิกายหยกสวรรค์นั้น รับเฉพาะศิษย์ผู้หญิง   นี่ก็เพียงพอแล้ว   ตัดเรื่องราวส่วนของบรรพชนผู้ชายผู้ซึ่งไร้หัวใจอันเป็นผู้ให้กำเนิดนิกายหยกสวรรค์ทิ้งไป   จะเหลือไว้ก็แต่เพียงเรื่องราวของนิกายที่รับเฉพาะศิษย์ผู้หญิง   ไม่มีศิษย์ผู้ชายอีกต่อไปนับแต่นั้นเป็นต้นมา 



นี่เป็นฉากหลังที่ถูกเปิดเผยออกมา   ศิษย์ผู้ชายนั้นให้ดำรงอยู่ในสถานะของศิษย์นอก   นี่เป็นการสานความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนระหว่างนิกาย



ข้อมูลเรื่องราวเหล่านี้  ก่อนหน้านี้ยี่ เทียนหยุนเองก็เคยได้ยินได้ฟังมา   จริงๆมันก็มิได้ถือว่าเป็นความลับอะไร   แต่เป็นเรื่องที่พูดไปก็จะชวนให้อึดอัดใจกันซะเปล่าๆ 



” หากว่าไม่รู้ชื่อ   ขอให้รู้เพียงนามสกุลก็ยังดี !! ”   ยี่ เทียนหยุนยังไม่ยอมแพ้



” นามสกุล…  นี่ข้าเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดเหมือนกัน  แต่ที่รู้จริงๆก็คือ… ”   บรรพบุรุษหญิงพลันครุ่นคิด



” ชื่ออะไรอย่างงั้นหรือ ?? ”   ยี่ เทียนหยุนสอบถาม



” หยกสวรรค์   นี่เป็นชื่อแรกของท่านเจ้าตำหนัก  ส่วนนามสกุลนั้นข้าก็ไม่รู้แน่ชัดนัก ” บรรพบุรุษหญิงถึงกับส่ายหัว 



” ดี !! ”   ยี่ เทียนหยุนถึงกับแย้มยิ้มในครานี้   ” นี่ก็เพียงพอแล้ว   นี่ช่างเป็นชื่อที่เหมือนกันกับเมื่อก่อนไม่มีผิด   ชื่อของเจ้านิกายหยกสวรรค์ของพวกเราคนแรก  ก็คือ เจ้านายของซากปรักหักพังโบราณสถานสวรรค์แห่งนี้ !!  หลังจากที่เขาออกจากนิกายหยกสวรรค์แล้ว   ก็มิได้เดินทาง จากไปไหนไกล   กลับตรงกันข้าม  เขาได้สถาปนาก่อตั้งซากปรักหักพังโบราณสถานสวรรค์แห่งนี้ขึ้นมา   นี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจซะจริงๆ ” 



” เรื่องนี้ !? ”   พวกเขาต่างก็พากันสะดุ้ง   พวกเธออาศัยอยู่ที่นี่มาก็เป็นระยะเวลานานมากแล้ว   แต่กลับไม่รู้ว่า  ใคร… ที่เป็นนายเหนือหัวของที่แห่งนี้   รู้ที่สุดก็เพียงว่า   ผู้ที่ถูกเรียกขานว่า ซวน เทียน (ความลับสวรรค์) ขั้นกษัตริย์   แต่ก็ไม่รู้ว่าชื่อที่แท้จริงของเขามีนามว่ากระไร



ยี่ เทียนหยุนแย้มยิ้ม   เขาเร่งรีบ   ” ผู้เฒ่าซวน   ผู้เฒ่าซวน !! “



ผู้เฒ่าซวนก็ออกมาอย่างรวดเร็ว   เมื่อเห็นยี่ เทียนหยุนเขาก็แสดงความเคารพในทันที   ” นายท่าน  มีอะไรอย่างงั้นหรือ ?? ” 



” ชี่อจริงของนายท่านคนก่อนมีชื่อเรียกว่าอะไร ?? ”   ยี่ เทียนหยุนสอบถาม



” ชี่อของนายท่านคนก่อนก็คือ เหอ ซวนเทียน ”   ผู้เฒ่าซวนกล่าวความจริงออกมา



” แล้วพรรคอะไรที่ผู้อาวุโสได้เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมาอย่างงั้นหรือ ?? ”   ยี่ เทียนหยุนสอบถาม



” เรื่องนี้จริงๆแล้วข้าเองก็มิได้ที่จะรู้แน่ชัดนัก   รู้แต่เพียงว่านายท่านคนก่อน   ท่านเอาแต่เฝ้าดูรูปภาพ   แล้วก็มักที่จะพูดรำพึงรำพันอะไรบางอย่างอยู่บ่อยๆ ”   ผู้เฒ่าซวนกล่าว 



” ภาพวาด ?? ”   ยี่ เทียนหยุนพูดไปก็ยิ้มไป   ” แล้วภาพวาดนั้นในตอนนี้มันไปอยู่ซะที่ไหนกัน ?? “



” อยู่ใน…  นายท่านคนก่อนก็มิได้บอกข้าอะไรข้า   หลังจากที่เขาตายจากพิษไข้อันเกิดจากการตรอมใจ   ที่เขามักจะรำพึงรำพันกับตัวเขาเอง   ข้าก็เลยเผามันไปพร้อมกัน กับนายท่าน ”   ผู้เฒ่าซวนพูด   แต่ทันใดนั้นเขาก็ได้พูดเสริมขึ้นมาว่า   ” แต่ว่าข้าก็สามารถที่จะเนรมิตมันขึ้นมาใหม่ได้   เพื่อทำให้นายท่านดูได้ ”  



” งั้นก็รีบเถอะ ”   ยี่ เทียนหยุนบอกใบ้เขา 



ทันใดนั้นผู้เฒ่าซวนก็ผายมือของเขาเบาๆ   ณ ปัจจุบันก็ปรากฏรูปภาพที่ดูมีหมอกหนาปรากฏขึ้นมา   แต่ทันใดนั้นเอง   ภาพก็ถูกวาดขึ้นมา   ผู้เฒ่าซวนนั้นสามารถที่จะเนรมิตภาพลวงตาขึ้นมาได้   กะอีแค่รูปภาพ   นี่จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาแต่อย่างใด 



พวกเขาต่างก็เขยิบเข้ามาใกล้  ก็เพื่ออยาก ที่จะเห็นรูปลักษณะ ของภาพๆนี้ได้อย่างชัดๆ   และแล้วก็เป็น  บรรพบุรุษหญิงที่อุทานเสียงดังออกมาว่า   ” น… นี่   นี่มิใช่ว่าเป็นรูปของท่านบรรพชนอย่างงั้นหรือ !? “



บรรพบุรุษหญิงคนอื่นๆต่างก็อุทานออกมาเสียงดังเช่นเดียวกัน   นี่เป็นภาพวาดของท่านบรรพชนที่เหลือทิ้งเอาไว้   พูดได้เลยว่า  เจ้าตำหนักรุ่นก่อนๆทั้งหมดก็จะต้องมีภาพๆนี้   นี่ก็เป็นบทบาทอื่นของเขานอกเหนือไปจากซวน เทียน (ความลับสวรรค์) ขึ้นกษัตริย์  



” นี่ดูเหมือนว่าซวน เทียนจะเอาใจใส่ให้ความสำคัญกับภาพๆนี้เป็นอย่างมาก….. ”   ยี่ เทียนหยุนพูดแล้วก็ส่ายหัว   ” มันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง ??  ผู้เฒ่าซวน   ท่านรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม ?? “



” ข้าเองก็ไม่รู้อะไรที่แน่ชัดนัก   แต่เท่าที่ฟังจากปากของนายท่านคนก่อนแล้ว   ท่านก็มักจะพูดแต่คำว่า  เสียใจอยู่เสมอๆ  อย่างไม่ยอมหยุดหย่อน   ที่ทำให้เธอต้องผิดหวังอะไรซักอย่าง   อย่างอื่นข้าเองก็ไม่ค่อยที่จะแน่ใจมากนัก ”   ผู้เฒ่าซวนพูดพลางส่ายหัว 



ยี่ เทียนหยุนก็พยักหน้า   เขาจะไม่ลงลึกพูดถึงรายละเอียดของเนื้อหาที่ดูจริงจังนี้   เรื่องของเมื่อก่อนก็ให้มันตายไปพร้อมกันกับเขา   ตราบใดที่รู้ความจริงนั่นก็เพียงพอแล้ว   นิกายหยกสวรรค์แท้จริงแล้วก็คือ ซวน เทียน (ความลับสวรรค์) ขึ้นกษัตริย์ที่เป็นผู้สร้างนิกายนี้ขึ้นมา   ซึ่งก็เป็นคนๆเดียว… กับผู้ที่ก่อตั้งคฤหาสน์ยอดสวรรค์ !!  








               



   

 

 

 

       



                           ขอขอบคุณรูปภาพจากเวป Pixabay : Gerd Altmann

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top