ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 260 : สองบรรพบุรุษเฒ่า

 495 Views









   ” ดูเร็ว   เขามาจริงๆด้วย   ดูเหมือนว่าเขาคงจะคิดว่าตัวเองนั้นไร้เทียมทาน   ก็คงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ?? “



” อาเรย์ขนาดใหญ่สังหารเทพของพวกเราน่ะนะ   ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนกายาเข้ามา   มันผู้นั้นก็จะต้องตาย !! “



สีหน้าของพวกเขาดูเหี้ยมเกรียม   จังหวะการเต้นของหัวใจ  ของพวกเขานั้น  ดูเร็วขึ้นแล้วก็เร็วขึ้น   พวกเขาต่างก็ตระเตรียมที่จะเป็นสักขีพยาน ในการตายของยี่ เทียนหยุนและมังกรดำตัวนี้   ภายใต้อาเรย์ขนาดใหญ่ดับเทพให้สิ้นนี้ !! 



ยี่ เทียนหยุนดูเหมือนว่าจะไม่มีการป้องกันอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว   เขายังคงทำลายสิ่งต่างๆ  เข้ามาเรื่อยๆ   แต่เมื่อเขาก้าวเข้าสู่อาเรย์ขนาดใหญ่สังหารเทพนี้   ทั่วทั้งอาณาบริเวณแห่งอาเรย์ก็ส่องสว่างลุกโชนขึ้นมาแทบจะในทันที   หากมองดูจากท้องฟ้าในขณะเดียวกัน   ดวงตาขนาดมหึมาพลันปรากฏขึ้น   มันค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ   พร้อมกับลำแสงสีเทาอันน่าสะพรึงกลัวที่ยิงออกมา   มุ่งเข้าหายี่ เทียนหยุน   ความเร็วนั้นจัดว่าน่าทึ่งเลยทีเดียวละ !! 



” …. !! …. “



ลำแสงสีเทาที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความตายที่ถูกยิงลงมานี้   ราวกับการมาถึงของวันสิ้นโลก   ทุกที่ที่มันผ่าน  จะต้องกลายเป็นเหี่ยวแห้งและอับเฉา  หรือว่ากลายเป็นถูกย่อยสลายลงอย่างช้าๆ   นี่เป็นฤทธานุภาพแห่งการกัดกร่อนที่แข็งแกร่งที่สุดที่ยี่ เทียนหยุนเคยได้เห็นมาเลย ณ ปัจจุบันนี้ !!  



นี่เป็นพละกำลังอันแข็งแกร่งที่สุด   ของผู้ที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนกายาระดับสูงสุด   นี่คือข้อมูลที่ได้มาจากดวงตาตรวจสอบที่ส่งออกมา   ค่าประสิทธิภาพพละกำลังแห่งการต่อสู้ที่เข้าโจมตียี่ เทียนหยุนในครั้งนี้อยู่ที่ 7,300,000 หน่วย   นี่เป็นค่าการโจมตีที่ตัวเขาจะต้องต้านรับ 



” เปิดการใช้งานเทคนิคการดูดซับพลังแห่งดวงดาวชั้นยอดเต็มกำลัง !! “



ไอเย็นพาดผ่านดวงตาทั้ง 2 ข้างยี่ เทียนหยุน   มันดูเป็นประกายระยิบระยับ   และแล้วมันก็เปลี่ยนเป็นกระแสลมหมุนขนาดมหึมาอันดูน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือของยี่ เทียนหยุน   แสงสังหารเทพที่ถูกยิงออกมานี้   ราวกับจะถูกดูดกลืนแทบจะในทันที   ยิ่งมันส่งพลังออกมามากเท่าไร   มันก็จะถูกดูดกลืนมากยิ่งขึ้นเท่านั้น !!   จึงไม่มีอะไรที่จะต้องเป็นกังวล   ก็เพราะเทคนิคการดูดซับพลังแห่งดวงดาวชั้นยอด  ทรงพลังถึงเพียงนี้   มันสามารถที่จะหลอมละลายทักษะของฝ่ายตรงข้ามลงได้   ร่างกายก็จะต้องทานทนต่อการใช้เทคนิคด้วย   ถึงจะสามารถดูดซับได้  โดยที่ไม่หลอมละลายไปเองซะก่อน 



ภายใต้การดูดซับอย่างบ้าคลั่ง   แต่ยี่ เทียนหยุนก็ยังสามารถที่จะต้านทานแสงสังหารเทพนี้  เอาไว้ได้อย่างแข็งขัน   พลังงานแห่งแสงของอาเรย์นี้  ก็ยังคงถูกดูดกลืนโดยเขา   เหมือนกับพลังงานสายฟ้าที่แล้วมา   ความยากของด่านนี้ยังมีอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น   ด้วยระดับของยี่ เทียนหยุน ณ ปัจจุบัน   มันจึงแทบจะไม่มีความยากอะไรเลย 



และแล้วเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว   เพิ่งจะเย่อกันได้เพียง 10 วินาทีเท่านั้น   พลังงานของดวงตาขนาดยักษ์   ก็เริ่มที่จะเสื่อมถอยลงไปหลายส่วนอย่างดูจะไม่เต็มใจนัก   มันค่อยๆปิดตาของมันลงอย่างช้าๆ   และก็หายไปในอากาศภายในทันใด   ส่วนทางฝั่งของยี่ เทียนหยุนนั้น   ก็มิได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง   ร่างกายของเขายังคงเหมือนเดิมทุกประการ 



ด้วยทักษะระดับเทวะซวน เทียน (ความลับสวรรค์) ของยี่ เทียนหยุน   มันจึงเป็นการยากที่เขาจะได้รับความเสียหายใดๆแม้แต่นิดเดียว   เขาจึงสามารถที่จะดูดซับพลังงาน  ของแสงสังหารเทพนี้ได้อย่างสมบูรณ์



” ข….. เขา   เขาดูดซับพลังงานนี้ได้อย่างงั้นเรอะ ?? “



พวกเขาต่างก็พากันช็อค   แสงสังหารเทพน่าสะพรึงกลัวซะขนาดนั้น   เขายังจะดูดซับมันได้อีกอย่างงั้นเรอะ   นี่มันเหลือเชื่อจนเกินไปแล้ว   หากว่าเป็นคนอื่น  เข้ามาชนกับแสงสังหารเทพนี้แล้วละก็   ร่างของเขา ก็คงจะเหลือ เพียงขี้เถ้าอย่างแน่นอน   แต่ยี่ เทียนหยุนกลับที่จะดูดซับพลังงานต่อหน้าต่อตาพวกเขา   นี่มันช่างน่ากลัวซะจริงๆ !!



ณ ตอนนี้ธนูน้ำแข็งเป็นจำนวนมากก็ได้พุ่งผ่านทะลุกำแพงหนาออกมา   จนกระทั่งพวกมันทะลวงผ่านเข้าที่ร่างของพวกเขา 



” น….. นี่ ”  



นัยน์ตาของพวกเขาต่างก็กลายเป็นเบิกโพลง   พวกเขาถูกแช่แข็งอย่างสมบูรณ์โดยธนูน้ำแข็ง   ไม่มีแม้กระทั่งออร่าอันน้อยนิดหลงเหลืออยู่อีกต่อไปเลย 



ยี่ เทียนหยุนก็เก็บหน้าไม้เทวะเยือกแข็งกลับไป   เขาพูดขึ้นพร้อมกับนัยน์ตาทั้ง 2 อันเย็นชาว่า        ” จงบดขยี้ที่นี่ให้กับข้าซะ !! “



ความโกรธของมังกรดำก็พุ่งทะยาน   มันพุ่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง   เปลวเพลิงถูกพ่นออกมาจากปากอย่างต่อเนื่อง   ตรงเข้าเผาไหม้ที่นี่อย่างลุกลาม   และแล้วอาเรย์ขนาดใหญ่สังหารเทพก็ถูกทำลายลง   ด้วยน้ำมือของยี่ เทียนหยุนอย่างรวดเร็ว   ทุกๆที่ ณ ดินแดนแห่งนี้   หากกวาดสายตามองดู   ก็จะพบว่า   ไม่มีที่ไหนที่ไม่ถูกทำลายเลย



เมื่อยี่ เทียนหยุนยังคงเดินหน้า   พลันจู่ๆท้องฟ้าก็ปกคลุมไปด้วยเมฆดำอีกครั้งหนึ่ง   ประกายแสงอันแปลบปลาบ ก็กระพริบไปมา  อยู่ภายในเมฆดำอย่างต่อเนื่อง   พวกมันราวกับหลั่งไหลกันออกมา   มุ่งตรงกันมาที่นี่   และภายในหมู่เมฆสีดำ   ก็มีชายชรา 2 คนที่บินตรงมาที่นี่   โดยที่มีอักขระอักษรรูนเปล่งประกายระยิบระยับพร่างพราวดุจประหนึ่งรัศมีโดยรอบ   ห้อมล้อมชายชราทั้งสอง  



นี่เป็นอักขระอักษรรูนที่จารอักขระลงบนร่างกายของพวกเขา   ดูไปดูมาก็คล้ายกับการมาของเทพเจ้าสายฟ้า   ประกายแสงอันแปลบปลาบก็ปรากฏออกมาจากร่างของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง   เหมือนกับว่ามันออกมาจากภายในร่างกายของพวกเขา   นี่คือ อักขระสายฟ้า   และออร่าที่เปล่งออกมานั้น   เป็นออร่าของผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนกายาอันน่าสะพรึง   ที่มุ่งตรงเข้ามากดทับอาณาบริเวณแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง 



” ผู้เฒ่าบรรพบุรุษออกมาแล้ว   ผู้เฒ่าบรรพบุรุษของพวกเราออกมาแล้ว !! “



บรรดาผู้ดูแลที่หลบซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆ  ต่างก็ร้องตะโกนเสียงดังกันออกมา   เมื่อเห็นผู้เฒ่าบรรพบุรุษของตนเองออกมา   ความรู้สึกก็ถึงกับโล่งในทันที   นี่เป็นผู้เฒ่าบรรพบุรุษที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขา



” ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้ามาจากอิทธิพลกลุ่มไหน   แต่กล้าที่จะมารบกวนพวกเราทั้ง 2 ที่กำลังปิดตัวกักตนฝึกวิชา   อีกทั้งยังทำลายคฤหาสน์อักษรรูน ของพวกเราลงอีก   อย่างงั้นเจ้าก็มีโทษสูงสุดสมควรตายแล้ว !! “



เสียงของบรรพบุรุษเฒ่าสายฟ้าแห่งสวรรค์   ราวกับเสียงฟ้าผ่าที่ฟาดลงมา   นี่เพียงแค่เสียงพูดของเขาเท่านั้น   ยังดูราวกับคลื่นเสียงที่กวาดข้ามออกมา   เสมือนหนึ่งว่ามีสายฟ้าพุ่งตรงมายังที่นี่   หูนี่จึงราวกับหนวกไปชั่วขณะกันเลยทีเดียว



บรรพบุรุษผู้เฒ่าฟ้าคำรณ  :  ฐานบ่มเพาะพลังอยู่ในขั้นมาตรฐานของเปลี่ยนกายาระดับที่ 8   ทั่วทั้งร่างจารอักขระอักษรรูนธาตุสายฟ้าอย่างสมบูรณ์   สามารถที่จะระเบิดพลังอันยิ่งใหญ่ของฟ้าร้องและฟ้าผ่าได้   ค่าประสิทธิภาพพละการต่อสู้ ณ ปัจจุบันก็คือ 5,150,000 !!   จุดอ่อนคือ นักสู้ธาตุดิน   ผู้ซึ่งสามารถต้านทานผู้ที่มีพลังแห่งธาตุสายฟ้าลงได้   ทักษะยุทธ์ที่ใช้ก็คือ ประกายฟ้าคำรณ (การเคลื่อนไหว)  ทักษะฟ้าคำรณแห่งสรวงสวรรค์ !!   สิ่งของที่จะได้รับหากสังหารคนผู้นี้ลงได้ก็คือ  ทักษะประกายฟ้าคำรณ   เครื่องรางวิญญาณสายฟ้า   ความแข็งแกร่งจากสายฟ้า   เป็นต้น….. 



บรรพบุรุษผู้เฒ่าทรราชย์ฟ้าคำรณ  :  ฐานบ่มเพาะพลังอยู่ในขั้นมาตรฐานของเปลี่ยนกายาระดับสูงสุด   ทั่วทั้งร่างจารอักขระอักษรรูนธาตุสายฟ้าอย่างสมบูรณ์   สามารถที่จะระเบิดพลังอันยิ่งใหญ่ของฟ้าร้องและฟ้าผ่าได้   ค่าประสิทธิภาพพละการต่อสู้ ณ ปัจจุบันก็คือ 6,500,000 !!   จุดอ่อนคือ นักสู้ธาตุดิน   ผู้ซึ่งสามารถต้านทานผู้ที่มีพลังแห่งธาตุสายฟ้าลงได้   ทักษะยุทธ์ที่ใช้ก็คือ….. 



สิ่งของต่างๆของทั้งสองคนนั้นเหมือนกัน   จะแตกต่างกันก็แต่เพียงฐานบ่มเพาะพลังเพียงเท่านั้น   พวกเขาทั้ง 2 สามารถที่จะควบคุมพลังแห่งธาตุสายฟ้าได้   พวกเขาต่างก็มีความชำนาญเป็นพิเศษในพลังแห่งธาตุสายฟ้า   และนี่ก็ถือว่าเป็นธาตุแห่งพลังธรรมชาติที่ผิดปกติค่อนข้างมาก



ค่าประสิทธิภาพพละกำลังการต่อสู้ก็ท้าทายสวรรค์เช่นเดียวกัน   บรรพบุรุษผู้เฒ่าทรราชย์ฟ้าคำรณจะมีค่าประสิทธิภาพพละกำลังการต่อสู้ที่สูงถึง 6.5 ล้าน   แถมนี่ยังมิใช่ตัวเลขยามระเบิดพลังออกมาอีกด้วย   ก็ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอันน่าทึ่งซะขนาดนี้แล้ว   ก่อนหน้านี้เป็นที่ชัดเจนว่า   พลังของเงาปีศาจแห่งจักรพรรดิใต้พิภพอันยิ่งใหญ่นั้น   ดีที่สุดก็เพียงการโจมตีของผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนกายาระดับสูงสุด   แต่ก็มิอาจที่จะเทียบได้กับการปลดปล่อยพลังโจมตีที่แท้จริงของผู้ที่อยู่ในขั้นมาตรฐานเปลี่ยนกายาในระดับสูงสุดได้  



นี่เป็นเรื่องที่ยี่ เทียนหยุนคาดการณ์เอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่มีความรู้สึกเซอร์ไพร์สแต่อย่างใด 



” นี่คือพลังของผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนกายาอย่างแท้จริง….. ” 



ใจของยี่ เทียนหยุนนั้นรู้สึกร่าเริงยินดีอยู่หลายส่วน   โดยที่ไม่มีความกลัวเจือปนอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว   ฐานพลังขั้นเปลี่ยนกายาระดับสูงสุดแล้วยังไง   เขาจะนำความสว่างมาสู่โลกใบนี้ด้วยการกำจัดความชั่วร้ายไม่ให้หลงเหลืออีกต่อไป !!  



” โทษประหารชีวิตอย่างงั้นเรอะ ?? “



ยี่ เทียนหยุนยิ้มเยาะ   เขาบดขยี้เครื่องรางป้องกันในทันที   เงาปีศาจแห่งจักรพรรดิใต้พิภพอันยิ่งใหญ่ก็ปรากฏกายขึ้นมาในอากาศ  ราวกับเมินเฉยต่อโลกใบนี้และสองบรรพบุรุษเฒ่า  มันยืดขยายตัวออกมา  



” จักรพรรดิใต้พิภพอันยิ่งใหญ่ !! “



เมื่อพวกเขาได้เห็นแล้ว   ต่างก็รู้สึกช็อค   รวมไปถึงบรรดาศิษย์ทั้งหลายของคฤหาสน์อักษรรูนที่ดูอยู่ ณ สถานที่อันห่างไกล   พวกเขาต่างก็ถึงกับสั่น   ใยจักรพรรดิใต้พิภพอันยิ่งใหญ่ถึงได้ปรากฏตัวขึ้น ณ ที่แห่งนี้กัน ?? 



” เครื่องรางป้องกันของจักรพรรดิใต้พิภพอันยิ่งใหญ่มาอยู่ในมือเจ้าได้ยังไง ?? ”   บรรพบุรุษเฒ่าฟ้าคำรณถึงกับช็อค   ” เจ้าเป็นคนของจักรวรรดิใต้พิภพอย่างงั้นเรอะ ?? “



” แล้วเจ้าคิดว่าไงละ ?? ”   ยี่ เทียนหยุนต้องการผลลัพธ์เช่นนี้   เขาต้องการยุยงสร้างความสับสนขึ้นมา   ทำให้พวกเขาคิดว่าตัวเองเป็นคนของจักรพรรดิใต้พิภพ   บรรดาศิษย์ผู้หลบหนี   ต่างก็เริ่มที่จะเปิดประเด็นถกเถียงกันเป็นที่กว้างขวาง   รึจักรวรรดิใต้พิภพจะส่งคนผู้นี้มำทำลายคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ของพวกเขาอย่างงั้นเรอะ   นี่พวกเขากลายเป็นหม้อที่ถูกใช้แล้วเขวี้ยงทิ้งอย่างงั้นเรอะ



วินาทีนี้   เงาปีศาจแห่งจักรพรรดิใต้พิภพอันยิ่งใหญ่ก็เล็งมาที่บรรพบุรุษเฒ่าทั้ง 2    มันปลดปล่อยฝ่ามือแห่งจักรพรรดิใต้พิภพเทวะด้วยพลังอันแข็งแกร่งที่สุดออกมา



ทักษะก็จะต้องสู้ด้วยกันด้วยทักษะ   พละกำลังก็จะต้องสู้กันด้วยพละกำลัง   บรรพบุรุษเฒ่าฟ้าคำรณยื่นมือออกมา   พลันฟ้าร้องและฟ้าผ่าก็ออกมาพร้อมกัน   ฝ่ามือของจักรพรรดิใต้พิภพเทวะนี้  ก็ถูกทำลาย  สลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปในทันที !!   นี่คือความแตกต่างของระหว่างทั้งสอง   ขนาดบรรพบุรุษเฒ่าฟ้าคำรณมิใช่ผู้ที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนกายาระดับสูงสุด   แต่การจะทำลายเงาปีศาจแห่งจักรพรรดิใต้พิภพตนนี้   ก็หาได้มีปัญหาแต่อย่างใดไม่



” ถ้าหากว่าเจ้าเป็นคนของจักรวรรดิใต้พิภพจริงๆแล้วละก็   คฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราได้กระทำความผิดอันใดลงไปอย่างงั้นรึ   ถึงได้ทำให้เจ้าต้องมาทำลายคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรากันนะ !! ”   สายตาอันดูเย็นชาของพวกเขามองมายังยี่ เทียนหยุน   พวกเขาเอ่ยคำถามอย่างดูมิได้ทุกข์ร้อนใจแต่อย่างใดนัก  



” ผิดก็ยังทำเป็นนิ่งเฉย   ผิดก็ยังทำตัวเป็นหยิ่งยะโส   ผิดก็ยังทำตัวไร้ซึ่งปรานี !! ”   สายตาของยี่ เทียนหยุนก็กลายเป็นเย็นชาในแบบสุดขั้ว  ขึ้นมาในทันที                         













                        ขอขอบคุณรูปภาพจากเวป Pixabay : Name : Enriqu Meseguer 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top