ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 82 ความเกรี้ยวกราดของหลิงฮัน

 108 Views

หลิงฮันรีบเดินทางและมาถึงยังห้องรับรองแขกของตำหนักโอสถสวรรค์อย่างรวดเร็ว โดยปกติแล้วห้องนี้จะใช้สำหรับแขกคนสำคัญของตำหนักโอสถสวรรค์ แต่เพราะหลิงฮันมีสถานะที่ไม่ธรรมดา ญาติของเขาจึงถูกพามายังห้องนี้ด้วย

เขาพลักประตูเข้าไปและถามในทันที “ที่ตระกูลเกิดอะไรขึ้น?”

ภายในห้องมีชายวัยกลางคนที่กำลังเดินวนไปมา เมื่อมันเห็นหลิงฮัน มันรีบพุ่งเข้ามาหาเขาราวกับลูกศรที่พุ่งออกมาจากคันธนู

“ท่านลุงหยางปิง!” หลิงฮันจำญาติคนนี้ทันที มันคือสมาชิกของหนึ่งในตระกูลสาขาของตระกูลหลิง

“นายน้อยฮัน!” ดวงตาของหลิงหยางปิงเต็มไปด้วยน้ำตาในขณะที่พูดออกมา เสียงของมันสั่นคลอนเพราะความเศร้าโศกที่ไม่อาจลบทิ้งไปได้ “ตระกูลหลิงของเรา ตระกูลหลิง… ถูกทำลายโดยตระกูลเชิง!”

ตระกูลเชิง?

หลิงฮันพูดอย่างรวดเร็ว “ท่านลุงหยางปิง ใจเย็นๆก่อนแล้วค่อยอธิบาย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

หลิงหยางปิงสงบสติลงได้เล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มพูดอีกครั้งโดยที่มือยังคงสั่นอยู่ “มีปีศาจเฒ่าอยู่ในตระกูลเชิง มันชื่อเชิงจือเยว่ ทุกๆคนต่างก็พูกกันว่ามันตายไปนานแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเก็บตัวบ่มเพาะพลังจนกระทั่งถึงตอนนี้! เมื่อไม่กี่วันก่อน มันทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุ! ในตอนที่มันทะลวงผ่านระดับสำเร็จ มันได้พาตระกูลเชิงมาบุกรุกตระกูลเราในทันที แถมยังสังหารสมาชิกเกือบทุกคนของตระกูลหลิงทิ้ง!”

“ฟุบ” ข่าวนี้ราวกับเป็นฟ้าผ่า แววตาของหลิงฮันรู้สึกราวกับจะกลายเป็นมืดมนและหมดสติไปในทันที โชคดีที่หลิวอู๋ตงไหวตัวทันและช่วยพยุงเขาเอาไว้ ไม่เช่นนั้นเขาคงลงไปนอนหมดสติที่พื้นแล้ว เขาฟืนทำใจให้สงบและถามกลับไป “แล้วบิดาของข้าล่ะ?”

“ผู้นำตระกูลถูกจับกุมโดยเชิงจือเยว่ และตอนนี้กำลังถูกมัดเอาไว้ที่ทางเข้าเมือง เชิงจือเยว่ได้ประกาศเอาไว้ว่าจะเมื่อนายน้อยกลับมามันจะสังหารนายน้อยต่อหน้าผู้นำตระกูล และหลังจากนั้นมันจะสังหารคนอื่นทิ้งทั้งหมด!” หลิงหยางปิงพูดด้วยความโกรธ “ข้าไปจัดการธุระที่นอกเมืองในขณะที่เหตูการณ์นี้เกิดขึ้น ดังนั้นจึงได้รอดจากภัยพิบัติครั้งนี้มาได้ เมื่อข้ารู้ข่าว ข้าจึงรีบมาที่นี่ในทันที นายน้อยฮัน ท่านจะต้องไม่ลงมืออย่างวู่วาม และจะต้องไม่ตกลงไปในกับดักของตระกูลเชิงเด็ดขาด ตอนนี้พวกมันกำลังรอให้ท่านเดินเข้าไปติดกับดักที่พวกมันวางเอาไว้อยู่”

หลิงหยางปิงเต้มไปด้วยความกังวล ในตอนที่มันเข้าไปยังเมืองต้าหยวน มันรู้ข่าวที่หลิงฮันได้รับชัยชนะในการประลองต้าหยวนปีนี้มาเรียบร้อยแล้ว เขาโค่นอัจฉริยะอย่างองค์ชายสี่และจิงหวู่จื้อลงได้ นั่นหมายถึงอนาคตของหลิงฮันนั้นเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ที่ไม่มีขีดจำกัด ตราบใดที่เขาสามารถมีชีวิตรอดไปได้จนถึงอายุสามสิบ เขาจะต้องสามารถกลายเป็นจอมยุทธที่ทรงพลังในระดับก่อเกิดธาตุได้เอย่างแน่นอน

แน่นอนว่ามันกลัวว่าหลิงฮันจะทำอะไรวู่วาม เพราะอย่างไรหลิงฮันก็ยังเยาว์วัยอยู่ และรุ่นเยาว์มักจะใจร้อนและทำอะไรตามอารมณ์ หลังจากที่รู้ว่าบิดาของตัวเองถูกจับตัวไว้ สิ่งที่เขาจะทำเป็นอย่างแรกเลยคือต้องรีบไปช่วยโดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งนั้นจะทำให้เขาต้องเสียชีวิตและทำให้ความหวังสุดท้ายของตระกูลหลิงหายไป

“ข้าเข้าใจ ท่านลุงหยางปิงไม่ต้องเป็นกังวล ข้ารู้ขีดจำกัดของตัวเองดี!” เมื่อเขารู้ว่าบิดาของเขายังไม่ตาย จิตใจของหลิงฮันจึงสงบลง แต่เขาจะยอมอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไรได้อย่างไร?

ถูกบังคับให้คุกเข่าอยู่ที่ทางเข้าเมือง ต้องทนทุกข์ทรมานจากอากาศที่ร้อนและหนาวเหน็บ และถูกคนที่ผ่านไปมามองดูราวกับเป็นของสิ่งของที่เอาไว้แสดงโชว์… นี่คือสิ่งที่สมควรทำกับมนุษย์รึ?

ยิ่งกว่านั้น ถึงแม้จอมยุทธระดับรวมธาตุจะมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่ง แต่การที่ไม่ได้รับอาหารหรือน้ำดื่ม พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดามากนัก เวลาที่พวกเขาจะทนอยู่ได้มีเพียงแค่ห้าหรือหกวัน และหลังจากนั้นพวกเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน

เขาต้องรีบลงมือให้เร็วที่สุด!

หลังจากเรียกหลิวอู๋ตงให้ไปด้วยกันกับเขา ทั้งสองคนจึงรีบเดินทางกลับไปยังเมืองหมอกเมฆาในทันที

ระดับก่อเกิดธาตุ?

ถ้าอีกฝ่ายทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุมานานแล้วและมีพลังต่อสู้อยู่ในขั้นสองหรือสามของระดับก่อเกิดธาตุ เขาคงจะรู้สึกกลัวอยู่บ้าง แต่เชิงจือเยว่เพิ่งจะทะลวงผ่านระดับไป ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ เขารู้สึกได้ว่าไม่มีอะไรที่จะต้องกลัว

…ยิ่งกว่านั้น หอคอยทมิฬในตันเถียนของเขาได้มอบโอกาสหนึ่งครั้งให้เขาสามารถเพิ่มระดับพลังบ่มเพาะได้หนึ่งระดับเต็ม ซึ่งจะทำให้พลังของเขากลายเป็นระดับก่อเกิดธาตุขั้นสี่ในทันที!

หลิวอู๋ตงพาฮูหนิวไปกับพวกเขาด้วย ทั้งสามคนขี่ม้าสองตัวกลับไปยังเมืองหมอกเมฆา อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่นางไม่รู้ว่าหลิงฮันครอบครองพรศักดิ์สิทธิจากหอคอยทมิฬ นางจึงรายงานเรื่องถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่เมืองหมอกเมฆาไปยังจูเฮอซินและจางเหวยชาง

ชายชราทั้งสองกำลังอยู่ในช่วงทดลองหลอมเม็ดยาหวนคืน เมื่อพวกมันได้รับข่าวนี้ จูเฮอซินได้โกรธขึ้นมาในทันที ในใจของมัน มันได้นับว่าหลิงฮันเป็นอาจารย์ของมันครึ่งหนึ่งแล้ว และตอนนี้บิดาของอาจารย์ของมันกำลังได้รับความอัปยศจากศัตรู พร้อมทั้งกำลังจะรอให้ถูกสังหารอีก แล้วจะไม่ให้มันโมโหได้อย่างไร?

มันไม่ใช่คนเดียวที่โมโห จางเหวยชางเองก็โกรธเป็นอย่างมากเช่นกัน มันเป็นหนี้หลิงฮัน และมันกำลังเป็นกังวลอยู่กับเรื่องที่ว่าไม่สามารถตอบแทบหนี้บุญคุณกลับไปได้เสียที ดังนั้นมันจึงรีบออกเดินทางมาด้วยกันกับจูเฮอซิน

นักปรุงยาระดับดำสองคนรีบออกเดินทางไปพร้อมกัน ข่าวนี้จึงแพร่กระจายออกไปยังทั่วทุกมุมของเมืองต้าหยวนราวกับติดปีกในทันที

“ว่าไงนะ? บิดาของหลิงฮันถูกตระกูลเชิงจับตัวไป และกำลังจะถูกสังหารพร้อมกับหลิงฮันเมื่อเขากลับไปถึง?”

“ตระกูลเชิงเป็นตระกูลแบบใดกัน? พวกมันข่างกล้าจริงๆ”

“โอ้ ตระกูลเชิงเป็นเพียงตระกูลเล็กๆที่หนึ่งในสมาชิกของตระกูลพวกมันเพิ่งจะทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุได้?”

“ไปกันเถอะ รีบเตรียมการไปช่วยเหลือหลิงฮันเดี๋ยวนี้ นี่ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี พวกเราจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับราชันในอนาคตได้!”

“ฮ่าๆๆ นี่นับว่าเป็นโอกาสที่พระเจ้าประทานมาให้จริงๆ ด้วยการที่แทบจะไม่ต้องเสียอะไรไปเลย แต่กลับจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหลิงฮันได้! รีบจัดกองกำลังและตามข้าไปยังเมืองหมอกเมฆา!”

“…”

เมื่อตระกูลใหญ่ทุกตระกูลในเมืองได้รับข่าวนี้ พวกมันทั้งประหลาดใจและมีความสุข พวกมันประหลาดใจเรื่องที่ความกล้าของตระกูลเชิงและมีความสุขเพราะโอกาสที่จะได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหลิงฮันได้ตกลงมาที่ตักของพวกมัน

ลองคิดดู หากพวกมันส่งคนไปช่วยหลิงฮันนำตัวบิดาของเขากลับมา หนี้บุญคุณที่จะได้รับจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน?

“พวกเรารีบเตรียมตัว และมุ่งหน้าไปยังเมืองหมอกเมฆา!”

ตระกูลใดที่มีจอมยุทธในระดับก่อเกิดธาตุล้วนแต่รีบออกเดินทางในทันที พวกมันอยากจะเป็นคนแรกที่ช่วยหลิงตงซิงออกมา หนี้บุญคุณที่เกิดขึ้นนั้นเพียงพอแล้วที่หลิงฮันจะใช้ทั้งชีวิตตอบแทนพวกมัน!

พวกมันเดินทางไม่หยุดพักแม้แต่น้อย โชคดีที่สัตว์ขี่ของพวกมันคือ‘ม้าเท้าดำ’ที่มีสายเลือดของสัตว์อสูรอยู่ ไม่เช่นนั้น หากเป็นม้าธรรมดาจะต้องตายเพราะความเหนื่อยล้าแน่ๆ

หลังจากหลิงฮันเดินทางไปครึ่งวัน เมืองหมอกเมฆาได้ปรากฏขึ้นมาในสายตา

จากที่ไกลๆ หลิงฮันสามารถมองเห็นได้ว่ามีคนประมาณสิบกว่าคนกำลังก้มหัวอยู่ที่ทางเข้า และคนที่อยู่ตรงกลางคือหลิงตงซิง

“ท่านพ่อ!” เขาตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ

“ฮ่าๆๆ เจ้าเด็กนี่กล้าที่จะกลับมาจริงๆด้วย!” เชิงเหวิงควินหัวเราะและยกเท้าขวาเหยียบไปยังใบหน้าของหลิงตงซิง “เอาล่ะ ข้ายอมรับแล้วว่าเจ้ามีบุตรที่ดีจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าอันตรายแต่ก็ยังกล้ากลับมารับความตาย!”

แน่นอนว่ามันไม่ได้พูดชมเชย มันเพียงอยากจะพูดให้หลิงตงซิงทรมานเท่านั้น

หลังจากไม่ได้กินอาหารมากว่าสี่วัน สายตาของหลิงตงซิงได้กลายเป็นพร่ามัวจากความหิวโหย มันจึงไม่สามารถมองเห็นหลิงฮันที่อยู่ห่างออกไปจากตัวเมือง มันเพียงรู้สึกอย่างเลือนรางว่าได้ยินเสียงของหลิงฮัน มันเปิดปากพูดออกมาด้วยเสียงที่อ่อนแรง “ฮันเอ๋อร์ หนีไป! รีบหนีไป!”

“อย่าเสียแรงเปล่าเลย มันไม่ได้ยินเจ้าหรอก!” เชิงเหวิงควินเหยียบที่หน้าของหลิงตงซิงและจงใจป้ายดินที่อยู่ตรงเท้าใส่ ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย ความอดทนของมันได้หมดไปเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้ ตอนนี้มันรอไม่ไหวแล้วที่จะสังหารพ่อลูกคู่นี้

“สุนัขเฒ่า เจ้าแส่หาความตาย!” หลิงฮันกระตุ้นม้าให้วิ่งและมาถึงทางเข้าเมือง เขากระโดดออกจากม้าและชักดาบออกมาจากฟัก พร้อมกับฟันไปยังเชิงเหวิงควินในทันที

“ฟุบ ฟุบ ฟุบ” ปราณดาบห้าเล่มปรากฏขึ้นมา!

ด้วยความโกรธที่ระเบิดออกมา หลิงฮันได้ทะลวงผ่านและบรรลุปราณดาบเล่มที่ห้า!

“อะไรกัน!” เชิงเหวิงควินตกตะลึง ตรงหน้าของมันมีปราณดาบห้าเล่มปรากฏอยู่จริงๆ!

มันรีบปล่อยมือโจมตีออกไปต้านพลังที่พุ่งเข้ามา แต่การโจมตีของหลิงฮันที่เต็มไปด้วยความโกรธ แน่นอนว่าเขาใช้ออกมาด้วยพลังทั้งหมด รวมไปถึงปราณดาบที่มีถึงห้าเล่ม ความน่ากลัวของมันจะขนาดไหนกัน?

“อ้ากก…!!!” เชิงเหวิงควินกรีดร้องออกมาอย่างหวาดกลัว การโจมตีเดียวก็มากพอแล้วที่จะทำให้มันกระเด็นออกไป รวมไปถึงร่างกายของมันที่มีเลือดออกกระจายไปทั่ว

‘ตุบ’ มันร่วงลงไปกับพื้น มันไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ และมีเท้าข้างหนึ่งกำลังเหยียบลงมายังใบหน้าของมันอย่างโหดเหี้ยมไร้ความปรานี เชิงเหวิงควินรู้สึกเหมือนกับมันได้พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงสุดและชนเข้ากับก้อนหินขนาดมหึมา ราวกับว่าหัวของมันสามารถระเบิดออกได้ทุกเมื่อ ‘แกร่ก’ จมูกของมันแตกหักและฟันหลุดออกมาสี่ห้าซี่ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเลือด

“เจ้ากล้าสร้างความอัปยศต่อบิดาของข้า ข้าจะทำให้เจ้าได้สัมผัสกับนรกทั้งเป็น!” หลิงฮันพูดด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม ในครั้งนี้ เขากำลังโกรธอย่างแท้จริง

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top