*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

บทที่ 11 รนหาที่ตาย

 64 Views

บทที่ 11 รนหาที่ตาย

 

เมื่อกระโดดลงไปในแม่น้ำ เกาเก้อ รู้สึกว่าในขณะนี้ทุกรูขุมขนในร่างกายของเขาจะถูกขยายและดูดซับน้ำจนหมด จากนั้นเขาก็ดำดิ่งลงไปสู่แม่น้ำและโยนลงไปในน้ำเหมือนวัว

 

“กร๊อบ กร๊อบ…”

 

กระดูกส่งเสียงคำราม

 

เยี่ยซินเฉิน เกาผิวหนังด้วยมือของเขา แต่เขาถูกหยุดไว้โดย เกาเก้อ ทันที

 

“อย่าเกานะ กระดูกของนายกำลังเติมโตมันจะไม่ช่วยอะไรแม้ว่านายจะทำร้ายตัวเองก็ตาม” เกาเก้อ บอก “อดทนและแช่น้ำให้นานขึ้นอีก”

 

เยี่ยซินเฉิน ไม่ตกใจแล้วต่อจากนั้นก็ได้ยินสิ่งที่ เกาเก้อ พูด

 

อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นไม่นาน เยี่ยซินเฉิน ก็ร้องอุทานอีกครั้ง

 

“พี่ใหญ่, ดูนั้น, อะไรวะนั้น!”

 

เกาเก้อ จ้องมองไปที่ เยี่ยซินเฉิน และพบว่ามีจุดดำๆมากมายราวกับเมล็ดงาปกคลุมรูขุมขนของเขา เกาเก้อ มองลงมาแล้วพบว่าตัวเองก็เหมือนกัน

 

“พวกนี้เป็นสิ่งสกปรกภายในร่างกายของเรา ทันทีที่พวกมันจางหายไปพวกเราก็จะสามารถออกไปได้” เกาเก้อ ตอบเบาๆ

 

เนื่องจากทุกคนกินธัญพืชมันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คนๆหนึ่งจะสะสมสารพิษในร่างกายของตนเอง ผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดของมันก็คือสารพิษทั้งหมดจากถายในร่างกายของมนุษย์ จะทำให้เขาเข้าสู่สภาวะพิการแต่กำเนิด โอกาสแบบนี้สามารถพบเห็นได้เรื่อยๆ

 

ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาแค่ขวดน้ำเล็กๆในแม่น้ำหลี่เหอก็สามารถประมูลได้หลายแสนหยวน ผู้ฝึกฝนที่ซื้อน้ำแห่งจิตวิญญาณไปก็จะ

ดื่มแทนที่จะแช่น้ำ

 

เมื่อคิดดูแล้ว เกาเก้อ และ เยี่ยซินเฉิน พวกเขากำลังนอนอยู่ในบ่อทอง!

 

ความรู้สึกนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ …

 

เมื่อ เกาเก้อ และ เยี่ยซินเฉิน ไปขึ้นฝั่งผิวหนังของพวกเขาทั้งคู่ขาวขึ้นและสิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจที่สุดคือรอยแผลเป็นบางส่วนบนผิวหนังดั้งเดิมของพวกเขาหายไปแล้วในตอนนี้

 

“พี่ใหญ่ทำไม ผมถึงรู้สึกว่าตอนนี้พวกเราสูงขึ้น?” เยี่ยซินเฉินเงยหัวและมองที่ข้อเท้าของเขาซึ่งไม่สามารถหุ้มด้วยกางเกงได้

 

“แน่นอน พวกเราสูงขึ้นเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่อะไรที่เกินจริง” เกาเก้อ คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “พวกเราไม่สามารถรอได้แล้วไปต่อ!”

 

“พี่ใหญ่ทำไมคุณถึงรีบร้อนขนาดนี้?” เยี่ยซินเฉิน ไม่เข้าใจ

 

“ดินแดนลับแห่งนี้จะอยู่อีกแค่ 2 วันเท่านั้นพวกเราต้องรีบและหาโอกาสที่ดีกว่านี้” เกาเก้อ กล่าว

 

อันที่จริงเวลาเปิดของดินแดนลับแต่ละแห่งนั้นแตกต่างกัน แต่คราวนี้ดินแดนแห่งนี้อยู่เพียงแค่ 2 วันเท่านั้น

 

เขาจำได้ว่าแม่นมาก

 

ขณะที่ เกาเก้อ คิดหมาป่าแห่งภูเขาตวนหลง ก็ร้องโหยหวนขัดจังหวะความคิดของเขา

 

“พี่ใหญ่…พี่ใหญ่ เจ้าหมาป่าที่เคยมีคนเห็นใน ภูเขาตวนหลง?”

เยี่ยซินเฉิน ตกตะลึง

 

เกาเก้อ เดินไปข้างหน้าและทันใดนั้นรูม่านตาของเขาก็หดลง

 

ด้านหน้ามีไฟสีแดงกะพริบอยู่เล็กน้อย

 

“นั่นมันหมาป่าเพลิง” เกาเก้อ หายใจเข้าลึกๆ หลังจากได้ชำระล้างร่างกายให้บริสุทธิ์โดยแม่น้ำหลี่เหอและดอกไม้เทียนหลิง

การมองเห็นและการได้ยินของ เกาเก้อ และ เยี่ยซินเฉิน ก็พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นแม้แต่เสียงกรีดร้องของหญิงสาวเบาๆก็ได้ยิน

 

“ดูเหมือนว่ามีใครบางคนถูกหมาป่าทำร้าย” ใบหน้าของ เกาเก้อ พูดราวกับว่าเป็นเรื่องสนุกและจากนั้นหักนิ้วมือของเขา

“พวกเราจะไปดูกันไหม”

 

“อะไรนะ?” เยี่ยซินเฉิน พูดว่า “ไปหาหมาป่าน่ะเหรอ?”

 

“พวกมันคือหมาป่าเพลิง ถ้าพวกเรามีโอกาสฆ่าราชาหมาป่าพวกเราก็จะรวย!” เกาเก้อ พูดจบก็เดินไปอย่างรวดเร็ว

 

เยี่ยซินเฉิน กัดฟันของเขาสิ่งที่เขาทำได้ก็คือตามไปก่อน

 

“พี่ใหญ่ พี่กำลังพาผมไปตาย!” เยี่ยซินเฉิน พึมพำขณะที่เขาเดินจาม

 

แม้ว่าเขาจะบ่น แต่ก็ไม่มีความตื่นตระหนกบนใบหน้าของ เยี่ยซินเฉิน สิ่งที่เหมือนดอกไม้เทียนหลิงที่พวกเขาเจอก่อนหน้านี้และแม่น้ำหลี่เหอ เขายังไม่เคยได้ยินมาก่อน แม้เขาจะเกิดในครอบครัวศิลปะการต่อสู้แบบโบราณ อย่างไรก็ตาม เกาเก้อ มีความคุ้นเคยกับพวกมันมาก

ดังนั้นเมื่อพี่ใหญ่ตัดสินใจที่จะฆ่าราชาหมาป่าเพลิง เขาก็จะทำมัน!

 

เกาเก้อ ไม่ใช่คนที่ใจดีมากมายอะไรตรงกันข้ามเขา เขารู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ไม่สนใจอะไรถ้ามันไม่มีประโยชน์

 

สิ่งที่เขาสนใจจริงๆคือหมาป่าเพลิง

 

หมาป่าเพลิงถือได้ว่าเป็นมอนสเตอร์ระดับต่ำและพลังการต่อสู้ของมันนั้นไม่น่ากลัวนัก แต่ราชาแห่งหมาป่าเพลิง นั้นสามารถควบแน่นแกนกลางของสัตว์ร้ายได้แล้ว

 

ตราบใดที่เขาสังหารราชาหมาป่าเพลิงและได้รับแก่นกลางมันเขาก็จะได้รับผลประโยชน์มากมาย

 

ดังนั้น เกาเก้อ ไม่อยากที่จะพลาดโอกาสนี้!

 

เสียงของหมาป่านั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

 

แสงสีแดงนั้นก็กำลังถูกขยายออกไปเช่นกัน

 

แสงสีแดงยังคงขยับขึ้นลงเหมือนเปลวไฟ

 

เกาเก้อ นับคร่าวๆและพบว่ามีหมาป่า 7-8 ตัว

 

“มันเป็นปัญหาใหญ่มาก” เกาเก้อ ขมวดคิ้วจากนั้นดึง เยี่ยซินเฉิน ไปนั่งยองภายใต้กำแพงหิน

 

เมื่อมาถึงจุดนี้พวกเขาสามารถเห็นรูปร่างของหมาป่าพวกนั้นได้แล้ว

 

ขนสีแดงของหมาป่าดูเด่นชัดเป็นพิเศษในชั้นของหมอก

 

พวกมันมีขนาดใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย นอกจากนี้พวกมันยังเร็วและก้าวร้าวมากขึ้น

 

“โชคดีที่พวกมันไม่ใช่มอนสเตอร์ระดับกลางหรือระดับสูง ไม่งั้น

พลังการต่อสู้ของพวกมันจะน่ากลัวที่สุด” เกาเก้อ เคยพบกับ

มอนสเตอร์ระดับกลางและระดับสูงมาก่อน มันเป็นพยัคฆ์สายฟ้าที่มีพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งและสามารถพ่นสายฟ้าออกมาได้ เมื่อคิดไปแล้วพยัคฆ์สายฟ้ายังคงชัดเจนในความทรงจำของ เกาเก้อ

 

พลังการต่อสู้ของมอนสเตอร์ระดับกลางและระดับสูงนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้และมีความซับซ้อนมากกว่า มอนสเตอร์เหล่านี้อาจมีวิธีการจู่โจมมากกว่า 1-2 แบบ

 

หมาป่าเพลิง 7 ตัวกำลังต่อสู้ด้วยกันในขณะที่หญิงสาวร่างสูงเรียวล้อมรอบอยู่ตรงกลาง เธอกำลังถอยหนีขณะถือมีดสั้นๆ 2 ด้ามไว้ในมือของเธอแล้วเคลื่อนที่เหมือนมังกรคลั่ง

 

“นั่นเธอเหรอ?” เกาเก้อ รู้สึกประหลาดใจมากและเขาไม่คาดคิดว่าเขาจะเห็นเซี่ยหลู ณ สถานที่แห่งนี้

 

“พี่ใหญ่ พี่รู้จักผู้หญิงคนนั้นเหรอ?” เยี่ยซินเฉิน ถามด้วยความรู้สึกตกใจ

 

“ใช่ ฉันเคยเจอเธอครั้งหนึ่ง” เกาเก้อ กล่าวง่ายๆ

 

เซี่ยหลูกำลังต่อสู้กับหมาป่า 7 ตัวและยังสามารถรักษาชีวิตไว้ได้โดย

ไม่แพ้ ความแข็งแกร่งในระดับนี้สร้างความประหลาดใจให้กับ เกาเก้อ ไม่น้อย

 

อัจฉริยะ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ใครๆก็บอกว่าเธอเป็นอัจฉริยะ!

 

อย่างไรก็ตาม…จากประสบการณ์ แม้แต่อัจฉริยะก็รอดยาก?

 

เกาเก้อ มองไปรอบๆและในที่สุดก็พบว่าราชาหมาป่าเพลิงกำลังยืนอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ที่จุดสูงสุด

 

รูปร่างของราชาหมาป่านั้นใหญ่กว่าตัวปกติ มันมีร่างกายที่แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพลังงาน เสียงร้องอย่างต่อเนื่องของมันสั่งให้หมาป่าโจมตีอย่างต่อเนื่อง

 

“ถึงแม้ว่าเซี่ยหลูจะเก่งมาก แต่ความอดทนของหมาป่าเพลิงสูงมากหากเป็นแบบนี้ เซี่ยหลู่จะเริ่มอ่อนแอ แถมหมาป่าเพลิงเก่งมากในเรื่องการคว้าโอกาสแบบนี้ ดังนั้นถ้าเธอลดการป้องกันลง เธอจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆทันที … ” เกาเก้อ กระซิบเบาๆ

 

จากนั้นเขาก็เอื้อมมือไปหยิบของในกระเป๋า เป็นมีดพับซึ่งพร้อมสำหรับการต่อสู้เอาไว้

 

“แม่งเอ้ย พี่ใหญ่ พี่เอานำอาวุธมา! ฉันเองก็น่าจะเอามาด้วยกัน”

เยี่ยซินเฉิน บ่น “พี่ควรจะบอกผมก่อนหน้านี้ ผมจะเอาอาวุธของผมมาด้วย! ของพี่มันสั้นเกินไป”

 

เกาเก้อ ชำเลืองมองเขาและอยากตะโกนออกไปว่าแกนั้นละสั้น! ทำไมไม่ถอดกางเกงออกมาแล้ววัดกันไปเลยละไอ้เจ้าบ้า!

 

“ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันผมสามารถเอาชนะหมาป่าเพลิงได้อย่างแน่นอน สำหรับการเผชิญหน้ากับราชาหมาป่า ผมอาจจะกลายเป็นมื้อเย็นของมันหลังจากมันเดินไม่กี่ก้าว ดังนั้นสิ่งเดียวที่ผมทำได้คือโจมตีจุบอด อย่างไรก็ตามการระวังตัวของราชาหมาป่านั้นสูงมาก ยากที่จะโจมตีจากด้านหลังเว้นแต่ว่าจะมีใครสามารถดึงดูดความสนใจของมันได้…” เกาเก้อ กล่าวแล้วดวงตาของเขาก็ตกลงมาที่ เยี่ยซินเฉิน

 

เยี่ยซินเฉิน เกือบจะร้องไห้ออกมา

 

“พี่ใหญ่ ผมอีกแล้วเหรอ?”

 

เกาเก้อ หัวเราะ “ฉันมั่นใจว่าฆ่าราชาหมาป่าได้ นายดึงดูดความสนใจ ให้ฉันหน่อยได้ไหม”

 

เยี่ยซินเฉิน มอง เกาเก้อ จากนั้นมองราชาหมาป่าเพลิง ในที่สุดเขาถอนก็หายใจ “ผมน่าจะดึงดูดความสนใจของมันได้… ”

 

อย่างไรก็ตามเขาเคยทำสิ่งต่างๆแบบนี้มามากมายเช่นกัน

 

ตอนนี้เขาค่อนข้างคุ้นเคยกับมันแล้ว

 

นอกจากนี้เขายังมีความมั่นใจในตัว เกาเก้อ

 

เขารู้ว่าเนื่องจากพี่ใหญ่ของเขามั่นใจว่าทำได้ เขาก็ต้องทำได้

 

“พี่ใหญ่ ชีวิตของผม ผมขอมอบให้กับพี่แล้ว!” เยี่ยซินเฉิน ใช้เวลาไม่กี่ก้าวจากนั้นก็พูดกับ เกาเก้อ ด้วยใบหน้าที่ร้องไห้นิดๆ

 

เกาเก้อ ทำตัวราวกับว่าเขากำลังจะเตะ เยี่ยซินเฉิน ให้รีบออกไป

 

เขามองไปรอบๆแล้วหยิบหินก้อนหนึ่งขึ้นมาจากนั้นโยนมันไปหา

ราชาหมาป่า

 

“เฮ้ย! ไอ้หมาโง่! มาหาฉันนี้มา!” เมื่อ เยี่ยซินเฉิน พูดแบบนี้หัวใจของเขาก็สั่นไหว

 

เขาเคยกล่าวว่า เกาเก้อ ชอบรนหาที่ตาย

 

แต่ตอนนี้เป็นเขาเองที่รนหาที่ตายอย่างบ้าคลั่ง!

นิยายทั้งหมด

ตอนล่าสุด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top