ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 236 : เม็ดยาโอสถเทพแห่งความชั่วร้ายจงเปิดออก

 560 Views









” ท่านพี่   ท่านว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ?? ”   นัยน์ตาคู่สวยของเจ้า ยู่ดูเป็นประกายระยิบระยับ   ” ส่วนตัวข้าเดาว่าเจิ้ง อู๋จะต้องเป็นฝ่ายชนะ !! “



” ข้าคิดว่าบุคลิกของเจ้าคฤหาสน์ยี่ดูสง่างาม   เขาอาจจะมีภาษีที่ดูดีกว่า ”   นัยน์ตาคู่สวยของยู่ ฉือเชียนนั้นดูสนอกสนใจในตัวของยี่ เทียนหยุน



” พูดแล้วไม่อนุญาตให้กลับคำพูดนะ   ท่านมองดูเขาสิ   ยืนอย่างแน่นิ่ง  ไม่ไหวติงอะไรเลย   มิใช่ว่าเขากำลังกลัวอยู่หรอกหรือนั่นนะ ”   เจ้า ยู่พูดไปก็ยิ้มไป   ” ข้าว่าเขาด้อยกว่า   ถ้าอย่างงั้นพวกเราก็มาพนันกันดีกว่า   หากว่าเจิ้ง อู๋ชนะ   ครั้งหน้า  ท่านพี่จะต้องไปกับข้า  เพื่อไปพบกับนายน้อยฮัว!!”



” นี่คิดจะให้ข้าไปกับเจ้า  เพื่อที่จะไปพบกับนายน้อยฮัวอย่างงั้นเรอะ   ทำไมถึงไม่ไปกับคนของเจ้าละ ?? ”   ยู่ ฉือเชียนถลึงตาใส่ 



” ข้า…..  ข้ารู้สึกไม่ค่อยจะดีนะ ”   เจ้า ยู่ยิ้มอย่างเขินๆ 



” ได้   ถ้าหากว่าเจ้าชนะ   ข้าจะยอมไปกับเจ้า !! ”   ยู่ ฉือเชียนยกยิ้ม   ” แต่ถ้าหากว่าเจ้าแพ้   เจ้าจะต้องไปฝึกวรยุทธ์ด้วยกันกับข้า !! “



” ….. !!  ท่านพี่   การฝึกของท่าน   มันจะไม่หักโหมจนเกินไปหน่อยอย่างงั้นหรือ ?? ”   เจ้า ยู่รู้สึกช่วยไม่ได้ขึ้นมากะทันหัน   ” ข้าจะต้องไม่แพ้ให้กับท่านหรอก  เพียงข้ามองตาคน  ข้าก็รู้แล้ว  ข้ามักจะคำนวณได้อย่างแม่นยำเสมอ  ข้ามองคนไม่พลาดหรอก !! ” 



คนเป็นจำนวนมากต่างก็เบือนหน้าหนี   ไม่อยากที่จะดูฉากผลลัพธ์ที่ตามมา   ยี่ เทียนหยุนกำดาบวิญญาณน้ำแข็งที่อยู่ในมือแน่น   แต่เขาก็ยังยืนอยู่ที่เดิมอย่างเฉยเมย  ดูไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ   รอให้ฝ่ายของเจิ้ง อู๋เป็นคนลงมือก่อน  หากว่ามองจากภายนอกเข้ามา  ก็จะคลับคล้ายคลับคลา  ดูราวกับว่า  เขากำลังตื่นกลัวคู่ต่อสู้อยู่     



โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีใครที่รู้ว่า  ยี่ เทียนหยุนไม่ใช่พวกสายบุก  นั่นก็เพราะว่าคู่ต่อสู้หรือฝั่งตรงข้ามของเขานั้น  ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นฝ่ายทำให้เขาต้องเริ่มก่อน !!   



” ตายยย !! ”   เจิ้ง อู๋ปลดปล่อยรังสีแห่งการฆ่าฟันออกมา   เขาพุ่งไปที่จุดตายของยี่ เทียนหยุน  นี่ชัดเจนว่า  เขาต้องการที่จะฆ่ายี่ เทียนหยุน ลงอย่างแท้จริง   จ๊อบนี้ไม่มีการปรานี 



อักขระอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในมือของเจิ้ง อู๋นั้น  เปล่งประกายระยิบระยับอันเจิดจรัสออกมา  และที่ยิ่งไปกว่านั้น  มันดูแข็งแกร่งยิ่งขึ้น  และก็ยิ่งขึ้น  นี่แสดงว่าพลังของมันถูกระเบิดออกมาแล้ว 



เจิ้ง อู๋เตรียมตัวที่จะแทงยี่ เทียนหยุนในทันที   แต่อีกด้าน  ทางฝั่งของยี่ เทียนหยุน  ไอเย็นก็ได้ปกคลุมไปทั่วทั้งดาบวิญญาณน้ำแข็ง  ที่อยู่ในมือของเขาอย่างรุนแรง  มันเปล่งรัศมีออกมาชั้นแล้วชั้นเล่า  ชั้นแล้วชั้นเล่า  ทันใดนั้นเอง…..  เขาก็แทงมันออกไป  สวนมันเข้าไปตรงๆจากด้านหน้า  ปะทะเข้ากับคมดาบของอีกฝ่ายซึ่งๆหน้าตรงๆ   นี่เป็นการปะทะกันระหว่างอาวุธของทั้ง 2 ฝ่าย  วัดกันไปเลยคมต่อคม !! 



” ตึงงง !! “



เสียงดังฟังชัดก็แพร่สะพัดออกมา   เจิ้ง อู๋รู้สึกว่ามือของตัวเองถูกตัดออก  มันสั่นเทิ้มซะจนไม่มีความรู้สึก  และทันใดนั้นเอง  มือของเขาก็ไม่สามารถ  ที่จะจับดาบให้แน่นได้อีกต่อไป  ดาบยาวในมือมีอันต้องสั่นจนกระเด็น   ยี่ เทียนหยุนม้วนตัวอย่างรวดเร็ว  ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ  เขาตวัดเท้าเตะเข้าไปที่ร่างของเจิ้ง อู๋อย่างรุนแรง  เจิ้ง อู๋จึงได้แต่ปลิว ละลิ่วลอยละล่อง  ด้วยลูกเตะของยี่ เทียนหยุน



” ตู้มมม ++ ” 



เจิ้ง อู๋ถูกเตะออกจนปลิว   กลายเป็นอุกกาบาตดาวตก  ลอยละลิ่วปลิวละล่องข้ามหัวบรรดาผู้คนทั้งหลายไป  ราวกับกระสุนปืนใหญ่   จนในที่สุดเขาก็ชนเข้ากับกำแพง   กำแพงสั่นเพียงเล็กน้อย  จากนั้นก็ลื่นไถลตกลงมาจากกำแพง  ร่างก็ไหล ไปกองอยู่กับพื้น   ลมหายใจนั้นอ่อนแรงจนดูรวยริน  มันเบาซะจนแทบจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย



แรงปะทะกัน  ทำให้ดาบยาวในมือของเจิ้น อู๋นั้น  ถึงกลับลอยกระเด็นไปไกล  และแล้วตัวดาบอันแหลมคมก็ปักลงกับพื้น  มันจมลงไปครึ่งหนึ่ง  เห็นอย่างนี้ก็รู้แล้วว่า  ดาบยาวเล่มนี้ มันคมขนาดไหน 



ท่าเดียวก็ทำให้เจิ้ง อู๋ผู้นี้ถึงแก่ความตายแล้ว  ความยากไม่มีให้เห็นเลย  เหมือนเป็นเรื่องขี้ประติ้ว   เอามือปัดๆ เดี๋ยวเศษฝุ่นก็ปลิวไปแล้ว  



” ตึง !!  ประสบความสำเร็จในการฆ่าเจิ้ง อู๋  ได้รับค่าประสบการณ์ 170,000 แต้ม  แต้มคลั่ง 2,600 แต้ม  แต้มบาป 30 แต้ม  ทักษะความชำนาญอักษรรูนเพิ่มขึ้น  500 แต้ม  ได้รับทักษะยุทธ์นิ้วเทวะ  ทักษะลับการควบแน่นพลังปราณ ” 



เจิ้ง อู๋ตายด้วยลูกเตะของยี่ เทียนหยุน   นี่คือพลังของยี่ เทียนหยุน   ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เร่งระเบิดพลังซักเท่าไร   แต่การโจมตีของเขานั้น   มันเตะเข้าไปที่จุดยุทธศาสตร์ของเจิ้ง อู๋   แล้วเขาจะไม่เด้ดสะม่อเร่ได้อย่างไร 



” น….. นี่ ” 



ผู้คนทั้งหมดต่างก็พากันช็อค   หนาน เฟิงหยุนเองก็ถึงกับตกใจ   ฐานพลังของเจิ้ง อู๋ผู้นี้ ที่เขาส่งออกไปนั้น   มิได้อ่อนแออย่างแน่นอน   แต่เขากลับไม่คิดเลยว่า   จะมาตายอย่างง่ายดายซะขนาดนี้   นี่นำพาความตกใจมาสู่ทุกคนกันอย่างถ้วนหน้า   ถึงแม้ว่าในสายตาของพวกเขา   ฐานพลังของเจิ้ง อู๋จะไม่ได้สูงส่งอะไรมากนัก   แต่อย่างน้อย   ตัวเขาก็เป็นผู้เยาว์ที่อยู่ในขั้นมาตรฐานของแก่นการควบแน่นระดับที่ 6 



กลับมาโดนยี่ เทียนหยุนฆ่าตาย  ในแบบชิวๆ   ท่ายากอะไรไม่มีให้เห็นเลย   นี่จึงนำพาความอึ้งมาสู่ทุกคน   แน่นอนว่านี่ย่อมไม่ใช่เรื่องราวที่พวกเขาคิดกันมาก่อน   นี่หมายความว่าอะไร   หมายความว่าฐานพลังของยี่ เทียนหยุนั้นจะต้องมากมายกว่าเจิ้ง อู๋หลายเท่านัก   แต่….. ในความคิดเห็นของพวกเขาจริงๆแล้ว   เจิ้ง อู๋ผู้นี้อาจจะติดประมาท  ชะล่าใจจนเกินไป  จึงตกเป็นเหยื่อของยี่ เทียนหยุนได้อย่างง่ายดาย



” น้องพี่  เจ้าแพ้แล้ว  เจ้าจะต้องตามข้าไปฝึกวรยุทธ์ด้วยกัน ”   ยู่ ฉือเชียนเองก็เพิ่งจะฟื้นคืนสติ   เธอนำมือมาปิดปากที่กำลังหลุดหัวเราะของตัวเองเอาไว้ 



” น….. นี่   นี่เป็นไปไม่ได้   เจ้าคฤหาสน์ยี่ผู้นั้นแข็งแกร่งอย่างงั้นเรอะ ??   ดูยังไงอายุของเขาแค่ 16 – 17 ปีเอง   แต่ฐานพลังกับอยู่ในขั้นแก่นการควบแน่นแล้วหรือนี่ ?? ”   เจ้า ยู่ไม่อยากที่จะเชื่อในสายตาของตัวเองเลย



เสียน เฝิงเองก็คิดว่าฐานพลังของยี่ เทียนหยุนน่าจะอยู่ในขั้นแก่นการควบแน่น   จะเรียกว่าอยู่ในขั้นสูงก็คงจะไม่ถูกต้องนัก   แต่ในความเป็นจริงแล้ว   นี่เป็นการปะทะพลังกัน ของระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย   แต่เขากลับที่จะฆ่าเจิ้ง อู๋ลงได้อย่างง่ายดาย   นี่จึงพลอยทำให้การแข่งขันระหว่างอาวุธทั้ง 2   ไม่สามารถที่จะดำเนินต่อไปได้อีก   พลอยหยุดชะงักกลางคันลงไปด้วย 



ใบหน้าของหนาน เฟิงหยุนในตอนนี้กลายเป็นดำคล้ำ   เขาไม่คิดเลยว่าผลลัพธ์ในปัจจุบันมันจะออกมาเป็นเช่นนี้   และในตอนนี้เอง   การ์ดที่นั่งอยู่ใกล้ๆกับตัวเขา   บุคคลที่เมื่อก่อนคอยปกป้องหลิน เฟิงอยู่ข้างกาย   ก็พูดอะไรต่อมิอะไรกับหนาน เฟิงหยุน…..  พลันสีหน้าของหนาน เฟิงหยุนก็เปลี่ยนไปในทันที   ” ทำไมเจ้าไม่พูดกับข้าให้เร็วกว่านี้  หา   เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ !! ” 



พวกเขาคุยอะไรกัน   ยี่ เทียนหยุนก็ฟังไม่ถนัด   แต่เขาก็พอ ที่จะเดาออกมา   พวกเขาจะต้องคุยกัน  เกี่ยวกับเรื่องฐานพลังของตัวเองอย่างแน่นอน   ตัวเขาเคยใช้เท้าเตะการ์ดคนนั้นจนปลิวไป   นี่จึงแน่นอนว่า   ฐานพลังของยี่ เทียนหยุนนั้นจะต้องไม่ต่ำกว่า   ระดับของการ์ดผู้เชี่ยวชาญคนนี้อย่างแน่นอน   ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะไม่ได้สื่อสารกันให้ชัดเจนก่อน



หนาน เฟิงหยุนนั้นคิดว่าส่งศิษย์ที่อยู่ในขั้นแก่นการควบแน่นออกไป  แล้วจะเอาชนะยี่ เทียนหยุนได้   มาตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไร้เดียงสาจนเกินไป



” เจ้าคฤหาสน์หนาน   ไม่ทราบว่าข้าพอที่จะคู่ควรเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าคฤหาสน์แล้วหรือยัง ?? ”   สายตาของยี่ เทียนหยุนที่พูดนั้น  ช่างดูเย็นชาเป็นอย่างมาก



” ย่อมมีคุณสมบัติ !! ”   หนาน เฟิงหยุนแทบจะกัดฟันพูด   ณ ตอนนี้เขาไม่สามารถที่จะส่งใครออกไปได้อีกแล้ว   นี่เป็นเพียงการเพิ่มความสนุกคั่นเวลาเพียงเท่านั้น   จึงสามารถที่จะส่งได้เพียง 1 คนเพื่อที่จะสู้กับอีก 1 คนเพียงเท่านั้น   หากขืนคิดจะส่งไปมากกว่านี้   เขาก็คงต้องส่งระดับผู้อาวุโสออกไปแล้ว



ซึ่งอายุระหว่างทั้ง 2 นั้นมีช่องว่างมากจนเกินไป   ถึงแม้ว่าหนังหน้าของหนาน เฟิงหยุนจะหนาซักขนาดไหนก็ตามที   เขาก็ไม่สามารถที่จะส่งผู้เล่นระดับผู้อาวุโสลงไปเล่นได้ 



”  ……  ”   



เสียน เฝิง ณ เวลานี้ถึงกับปรบมือให้กับยี่ เทียนหยุน   ไอเย็นพาดผ่านสายตาของเสียน เฟิงอย่างรวดเร็วและก็นิ่มนวล   ” เยี่ยม  เยี่ยม   เป็นฮีโร่ตั้งแต่ครั้งยังวัยหนุ่ม   อายุขนาดนี้ก็มีฐานพลังเช่นนี้แล้ว   ไม่คิดเลยว่า   คฤหาสน์ยอดสวรรค์จะฝึกคนเช่นนี้ออกมาได้   นี่คือ ผู้ที่มีความสามารถอันยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง   ในอนาคตเจ้าจะต้องกลายเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน ” 



” คงจะมีแต่ด้านอาวุธเท่านั้น   ที่ดูเหมือนว่า  จะยังไม่รู้ผล ??   เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า   ฝ่ายของเจ้าคฤหาสน์ยี่   สามารถที่จะต่อต้านดาบของอีกฝ่ายเอาไว้ได้   อย่างนี้คงจะไม่เรียกว่าด้อยกว่ากระมัง   เอาอย่างงี้เป็นยังไง   ข้าจะอนุญาตให้มีการส่งผู้เล่นมาท้าทายได้อย่างต่อเนื่องเป็นยังไง ??   ณ ตอนนี้ไม่ทราบว่า   ยังจะมีศิษย์คนไหนที่มีความโดดเด่น  มาเปรียบวรยุทธ์กับเจ้าคฤหาสน์ยี่อีกบ้าง   ทำให้พวกเราจะได้เปิดหูเปิดตา   เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ   ว่าทักษะความสามารถของเจ้าคฤหาสน์ยี่เป็นอย่างไรบ้าง ” 



คำพูดของเสียน เฟิงทำให้หลายต่อหลายคนต่างก็พากันช็อค   พวกเขาต่างก็ไม่รู้ว่าทำไม   เขาถึงได้มีวัตถุประสงค์พุ่งเป้าไปที่คฤหาสน์ยอดสวรรค์   พวกเขาต่างก็ไม่รู้ว่าคฤหาสน์ยอดสวรรค์ไปทำอะไรให้   ทำไมพวกเขาถึงได้พุ่งเป้าไปที่คฤหาสน์ยอดสวรรค์ ??  



ขนาดพวกเขายังไม่รู้   แล้วยี่ เทียนหยุนจะไปรู้ได้อย่างไร   สาเหตุจริงๆนะเรอะ   ก็พวกเขาฆ่าการ์ดเงาเป็นจำนวนมากนะซี   แล้วอย่างนี้เสียน เฟิงจะทนต่อความแค้น  ความขุ่นข้องหมองใจลงไปได้ยังไง   บรรดาการ์ดเงาเหล่านั้น   เสียน เฟิงมักจะใช้ให้พวกเขาออกทำภารกิจปราบปราม  หรือไม่ก็หาผลประโยชน์   เอาเปรียบกับบรรดากลุ่มอิทธิพลเป้าหมาย 



สายตาของยี่ เทียนหยุนพลันเย็นชา   ในใจนั้นคิดว่าทำไมโอสถเทพแห่งความโชคร้ายถึงยังไม่สำแดงผลออกมาอีกกันนะ ??  



” รึว่าโอสถเทพแห่งความโชคร้ายจะยังไม่เปิด   รีบๆเปิดซะทีซี่ !! ”  



” ตึง !!  ผลของโอสถเทพแห่งความโชคร้ายกำลังจะเปิดออก   ภายในเวลา 5 นาที !! “



ณ ขณะนี้ระบบได้ทำการถ่ายทอดเสียงออกมา   นี่ทำให้ยี่ เทียนหยุนถึงกับช็อค !!   ที่แท้เม็ดยาโอสถเทพแห่งความโชคร้ายนี้  ต้องการคำสั่งของเขาในการเปิดอย่างเป็นทางการรึนี่   มันถึงจะเปิดออก !!   เขาก็อุตสาห์คิดว่าเมื่อมันวิ่งเข้าสู่ร่างกายของเสียน เฝิงแล้ว   ก็สามารถที่จะสำแดงผลได้ในทันที   ที่ไหนได้  ไม่คิดเลยว่า  มันจะต้องใช้คำสั่งของตัวเองในการเปิดใช้   นี่ถึงกับทำให้ยี่ เทียนหยุนอดรน ทนไม่ไหว  จำต้องมีปฏิกริยา  มองค้อนตาหลับตาเหลือกระบบ   ก็ใครมันจะไปรู้ละ  ว่าจะต้องทำอย่างนี้กันละโว้ย ??      














































นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top