ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 230 : Cybotaxis

 501 Views









 ปกป้องศักดิ์ศรีของคฤหาสน์ยอดสวรรค์ !!!



คำพุดเหล่านี้ทำให้พวกเขากลายเป็นเลือดลมพลุ่งพล่านอย่างเต็มเปี่ยมขึ้นมาในทันที   อิทธิพลในปัจจุบันของพวกเขาในปัจจุบันนั้นด้อยกว่ากลุ่มอิทธิพลอื่น   ศักดิ์ศรีกลายเป็นถูกย่ำยี   แล้วจะให้เอาแต่ปลงอย่างงั้นเรอะ ??   เมื่อ ณ ตอนนี้ยี่ เทียนหยุนคิดที่จะยืนหยัดขึ้นมา   เพื่อพวกเขาทั้งหมด   ไฟในตัวของพวกเขา ณ ตอนนี้จึงกลายเป็นลุกโชน ร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง



” พวกเราจะเชื่อฟังคำสั่ง   คำชี้แนะของเจ้าคฤหาสน์   เจ้าคฤหาสน์ให้เราทำอะไร   เราก็จะทำสิ่งไหน !! ”   ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้าอย่างหนักแน่น   เขาแน่ใจในความคิดของยี่ เทียนหยุนอย่างแท้จริง   ก่อนหน้านั้นเขาคิดแต่เพียงว่า   ศักยภาพของยี่ เทียนหยุนนั้นดี   ผนวกกับเจ้าคฤหาสน์คนก่อนมอบตำแหน่งเจ้าคฤหาสน์ให้กับยี่ เทียนหยุน   เขาจึงต้องยอมรับในโชคชะตา   ตอบรับว่ายี่ เทียนหยุนนั้นเป็น เจ้าคฤหาสน์



แต่ตอนนี้ เรื่องราวมันแตกต่างกันออกไป   ดูเหมือนว่า   คงจะต้องถึงเวลาทำตัวดิบกันซะบ้างแล้ว   จะเอาแต่ทำตัวเจี๋ยมเจี้ยม หลบๆซ่อนๆ   รังก็แต่จะโดนรังแก   หากว่าไม่เริ่มปฏิวัติซะตั้งแต่ตอนนี้   ผลลัพธ์ที่ได้ก็คงจะมีแต่ความเงียบงัน  ไร้ซึ่งชื่อเสียง   รอวันที่จะเหี่ยวเฉาตายไป !!   ไหนๆก็ไหนๆแล้ว   ควรที่จะทำตัวให้สง่าผ่าเผย   น่าเคารพ เกรงขาม  บากบั่น  มุมานะพยายามเพื่อ ศักดิ์ศรีของตัวเอง !! 



คฤหาสน์ยอดสวรรค์นั้นมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในอดีต   ทุกๆคนต่างก็รู้สึกภาคภูมิใจ   แต่ ณ ตอนนี้   ยังกับรั้วไม้ไผ่   ที่มักจะถูกรังแกโดยสุนัข   แล้วอย่างงี้จะให้ทำใจยอมรับได้อย่างไร



ยี่ เทียนหยุนแสดงรอยยิ้มน้อยๆออกมา   ต่อให้เป็นจักรวรรดิก็ตาม   เขาแค่ อยากที่จะทำให้รู้ว่า   หากมาเล่นกับเขา ก็ต้องถูกสั่งสอน   แต่ก็ไม่ถึงกับตาย !!   โดนฝั่งตรงข้ามกดหัวตัวเองซะขนาดนี้   คิดที่จะข่มขู่ คุกคามถึงขั้นให้ตัดมือทิ้ง   นี่เป็นเรื่องราวที่ยอมความกันไม่ได้   นับประสาอะไรกับกลุ่มอิทธิพลเกรด 3 ณ ขณะนี้   ยี่ เทียนหยุนนั้นไม่กลัวกลุ่มอิทธิพลเกรด 3 หน้าไหนทั้งสิ้น !! 



มาเท่าไรก็ฆ่าเท่านั้น   เปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นค่าประสบการณ์ ที่เพิ่มมากขึ้นก็เท่านั้นเอง 



” คฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์จริงๆแล้วไม่ยอมที่จะทำตามกฏ   อดีตที่ผ่านมา   จะดูเหมือนว่าหลิน หลี่นั้น   คิดว่าตัวเองเป็นคนของคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์   ถึงได้มีพฤติกรรมกร่างซะขนาดนั้น ?? 



ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกียรติยศของคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง   แต่ไหนแต่ไรมา    ความสามารถทางด้านอักขระอักษรรูนของพวกเขานั้นค่อนข้างที่จะแข็งแกร่ง   ผู้เชี่ยวชาญเป็นจำนวนมากที่มาคอยติดต่อ ผูกมิตรกับพวกเขา   จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า   ทำไมเขาถึงได้มีพฤติกรรมที่หยิ่งยโส โอหังนัก   ยี่ เทียนหยุนเคยคิดว่า   คฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์นั้น  คงจะมีเพียงหลิน หลี่คนเดียวเท่านั้นที่เป็นขยะ   แต่ ณ ตอนนี้  ดูเหมือนว่าตัวเขาจะเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง   นี่ถือได้เลยว่า   เป็นพวกขยะกลุ่มใหญ่ !! 



โดยปกติของคนหัวสูง  เจ้ายศเจ้าอย่างอย่างพวกนี้แล้ว   ก็มักจะทำตัวสามหาว   เป็นปกติอยู่แล้ว   ยิ่งเผชิญหน้ากับกลุ่มอิทธิพลเกรดต่ำ   จะไม่มีการไว้หน้า เลย แม้แต่นิดเดียว 



เรื่องเหล่านี้   ทำให้ยี่ เทียนหยุนรู้สึกชิงชังคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์   เขาได้แต่หวังว่า   คฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์   จะไม่ยั่วยุเขาอีก   หากไม่เช่นนั้นแล้ว   เห็นที เขาก็คงจะต้องบดขยี้คฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ให้ราบเป็นหน้ากลอง   คงจะได้ค่าความชำนาญชนิดที่ว่า   เป็นกอบเป็นกำกันละทีนี้   นี่จะทำให้เขาโปรโมทค่าความชำนาญอักษรรูนของตัวเองได้เร็วขึ้นไปอีก



และแล้วพวกเขาก็กลับเข้าห้อง   ยี่ เทียนหยุนก็อยู่ในห้องของเขา   ส่วนอีก 4 คนที่เหลือ  ก็ได้พักอาศัยอยู่อีกห้องหนึ่ง   หากว่าคิดที่จะบรรลุระดับพลังแล้วละก็   จะนอนได้อย่างไร   ถึงจะนั่งก็สามารถที่จะบ่มเพาะพลังได้   ดังนั้นแล้ว ถึงแม้จะมีเตียง  นั่นก็มิใช่ปัญหา 



ยี่ เทียนหยุนให้พวกเขา  มานอนห้องเดียวกัน   แต่ผู้อาวุโสใหญ่นั้น ยืนกรานที่จะให้ยี่ เทียนหยุน   พักอาศัยอยู่ในห้องคนเดียวตามลำพัง   เขาคือเจ้าคฤหาสน์   ก็สมควรที่จะต้องได้รับการปฏิบัติ เฉกเช่นนี้อยู่แล้ว



ยี่ เทียนหยุนรู้สึกอับจนหนทาง   เขาจึงพักอาศัยอยู่ภายในห้องเพียงคนเดียวเท่านั้น   เวลาของงานเลี้ยงรับรองก็คือ ตอนเย็นช่วงหัวค่ำของวันมะรืนที่จะถึงนี้   ดังนั้นแล้ว   ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องคอยนาน   ยี่ เทียนหยุนนั้นมีไพ่เด็ดอยู่ในมือยามนี้   ดังนั้นแล้ว   จึงไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะต้องคอย  เป็นระยะเวลานานจนเกินไป 



พริบตาเดียว   วันเวลาก็ผ่านพ้นไป   ในช่วงระยะเวลานี้   คฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ดูเงียบๆไป  ไม่มีใครที่จะมาก่อกวน สร้างปัญหาให้กับตัวเขาเลยในยามนี้   ก็ถือได้ว่าค่อนข้างที่จะดูเงียบเชียบเลยทีเดียว 



” ถึงเวลาแล้ว ”   ยี่ เทียนหยุนลืมตาของเขาขึ้นมา   เขาบ่มเพาะพลังเพียงเล็กน้อย   ด้วยการฝึกตัดตัวอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์อย่างง่ายๆ   เป็นการเก็บเกี่ยวค่าความชำนาญประสบการณ์ซักเล็กน้อย 



เขาต้องการที่จะยกนิกายหยกสวรรค์   มาไว้ที่คฤหาสน์ยอดสวรรค์ไวๆ   หากทั้ง 2 รวมเข้าด้วยกันเมื่อไรแล้วละก็   พละกำลังความแข็งแกร่งโดยรวม  ก็จะต้องพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย 



เขาเดินตรงมุ่งไปที่ประตู   เพื่อที่จะออกสู่ด้านนอก   เพิ่งจะก้าวเท้าออกมา  ก็พบกับกลุ่มของผู้อาวุโสใหญ่   พลันพวกเขาทั้ง 2 ต่างก็มองตาซึ่งกันและกัน   ต่างก็เห็นความนัยจากนัยน์ตาของทั้ง 2 ฝ่ายได้อย่างชัดเจน   นี่เป็นเวลาแห่งงานเลี้ยงรับรองที่ทุกคนต่างก็ใจจดใจจ่อรอคอย   แต่ก็ไม่มีใครเลย ที่จะเชื่อว่าเป็นการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว   ใครที่มันคิดอย่างงั้นก็นับว่าปัญญาอ่อนเต็มทนแล้ว 



ในตอนแรกที่หอแห่งดวงดาว   ผู้อาวุโสหยุนได้ทำการเชิญยี่ เทียนหยุนนั้น   เขาก็ได้อธิบายถึงความประสงค์ของจักรพรรดิใต้พิภพ   ที่ได้เชื้อเชิญบรรดากลุ่มอิทธิพล ให้มาในงานเลี้ยงรับรองนี้ทั้งหมด   เพื่อรับฟังเนื้อหาบางอย่างจากรัฐมนตรี   จริงๆแล้วมันจะเป็นเนื้อหาแบบไหน   เนื้อหาอะไร   แต่ก็เชื่อแน่ว่า   จะไม่ใช่คำยกย่องสรรเสริญเยินยออย่างแน่นอน 



” พวกเราไป ” 



พวกเขาต่างก็พยักหน้า   จากนั้นก็เดินมุ่งตรงไปที่ใจกลางแห่งพระราชวังเมืองชุมนุมมังกร   ปรากฏประตูกำแพงแห่งพระราชวังที่ล้อมรอบอยู่ใจกลางเมือง   มันดูเปล่งปลั่งไปด้วยเครื่องประดับทองคำและอัญมณีหยกสีเขียว   ลำพังเพียงแค่กำแพงมันก็สามารถที่จะตรึงผู้คนให้หยุดอยู่ที่ ณ ที่แห่งนี้ได้แล้ว   แต่อย่างไรก็ตาม   เรื่องทำนองนี้สำหรับเจ้าบ้านผู้เชื้อเชิญแล้ว   ย่อมถือว่าเล็กน้อยมาก 



แต่กลับให้กลุ่มอิทธิพลเกรด 3 ดิ้นรนหาโรงแรมกันเอาเอง   ตัวเองกลับอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหลังใหญ่   การปฏิบัติตัวเช่นนี้ช่างดูน่าเกลียดซะจริงๆ   พูดได้เลยว่าจักรพรรดิใต้พิภพนี้ช่างอหังการ  ไม่เห็นหัวคน ซะนี่กระไร   คิดที่จะเชิญชวนพวกเขามางานเลี้ยงรับรอง   แต่กลับไม่เตรียมบ้านไว้รองรับพวกเขา   ต้องดิ้นรนค้นหาที่พักอาศัยอยู่ตามโรงแรม



ถึงแม้ว่าในการบ่มเพาะ   หากค้นพบสถานที่   ที่สามารถจะนั่งได้   ทุกๆที่ก็ดีหมด   แต่พรรคก็มีหน้าตา   สถานที่พักอาศัยยังไม่มีให้เลย   หรือจะให้ไปถามหากับเง็กเซียนฮ่องเต้



และแล้วพวกเขาก็มาถึงประตูทางเข้าอย่างรวดเร็ว   ทั้ง 2 ข้างมีการ์ดผู้ที่อยู่ในขั้นแก่นการควบแน่นคอยตรวจสอบ   หากแสดงป้ายเชิญก็สามารถที่จะผ่านเข้าไปได้   หากไม่มีก็ไม่สามารถที่จะผ่านประตูเข้าไปได้



” ป้ายเชิญละ !! ”   การ์ดบอกใบ้ส่งสัญญาณให้พวกเขาหยุด   เพื่อมอบป้ายสัญลักษณ์ออกมา 



ผู้อาวุโสใหญ่นำป้ายลายลักษณ์อักษรออกมา   มอบให้กับการ์ด   หลังจากที่ตรวจสอบเพียงเล็กน้อย   การ์ดก็พยักหน้าพูดว่า   ” เข้าไปได้ !! ” 



พวกเขาได้รับอนุญาตให้ผ่านในทันที   ลักษณะภายนอกของยี่ เทียนหยุนจะเป็นอย่างไร   พวกเขาไม่ใส่ใจ   ตาบใดที่มีป้ายสัญลักษณ์อันแสดงลายลักษณ์อักษรออกมาแสดง   ถึงแม้จะเป็นขอทานก็ดี   ก็สามารถที่จะเข้ามาได้   แต่….. แน่นอนว่าขอทานคนนั้นคงจะต้องมีความกล้าเป็นอย่างมาก   ที่จะกล้าทำเช่นนี้ได้   แล้วก็จะต้องทำเป็นตีเนียน  แกล้งทำเป็นไขสือซะด้วย   และก็แน่นอนว่าหากเป็นเช่นนี้   เขาก็คงจะไม่ชอบ ที่จะมีชีวิตอันมั่นคงยืนยาวซักเท่าใดนัก 



หลังจากที่ผ่านการตรวจอันเข้มงวดแล้ว   พวกเขาก็เข้าสู่ด้านใน   ภาพของกองทัพหน่วยลาดตระเวน   ที่เดินตรวจตรากันไปมา   ก็ปรากฏขึ้นในสายตาของพวกเขา   สายตาของผู้นำกองทหารมองมาที่นี่อยู่ชั่วขณะ   ผู้เชี่ยวชาญที่นำหน่วยลาดตระเวนก็คือ ผู้ที่อยู่ในขั้นแก่นวิญญาณ   ส่วนทหารประจำหน่วยนั้น อยู่ในขั้นแก่นการควบแน่น 



เกรดระดับนี้ย่อมที่จะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างที่มิใช่เล็กน้อย   สำหรับผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในขั้นแก่นวิญญาณแล้ว   หากว่าเป็นกลุ่มอิทธิพลเกรด 3 แล้วละก็   ก็จัดอยู่ในระดับของผู้อาวุโส   แต่ที่นี่เขาเอาไว้ทำผู้นำหน่วย   แน่นอนว่าเกรดของพวกเขาก็มิได้ด้อยไปกว่า   แต่ผู้อาวุโสนั้นจะดูสะดวกสบายและทำอะไรได้ง่ายดายกว่า   กลับกัน   สารวัตรทหารจะต้องคอยทำหน้าที่สอดส่องดูแล  เดินตรวจตราไปมา   ชัดเจนว่านี่เป็นสถานการณ์ที่มีการเข้มงวดกวดขันมากยิ่งขึ้น   



หากว่าต้องการที่จะอยู่ในระดับผู้อาวุโส   อย่างน้อยเขาผู้นั้นก็จะต้องอยู่ในขั้นเปลี่ยนกายา   แต่โดยทั่วไปแล้ว  จะเรียกว่า รัฐมนตรี  หรือนายพลแห่งกองทัพ



ยี่ เทียนหยุนเมื่อได้ยินว่า   ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งอันสูงส่งอย่างนายกรัฐมนตรีได้นั้น   จะต้องมีฐานพลังที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนกายา  ประมาณระดับชั้นที่ 6   นี่ก็ทำให้เขารู้สึกทึ่งแล้ว   มันช่างท้าทายสวรรค์ซะนี่กระไร   ลำพังเพียงแค่คนนี้คนเดียว   ก็สามารถที่จะทำลายบรรดาบรรพบุรุษเฒ่าของกลุ่มอิทธิพลเกรด 3 ลงได้แล้ว   ไหนเลยที่จะกล้าพูดจาสุ่มเสี่ยง   ถือวิสาสะขาดการยั้งคิดได้ 



ภายใต้การแนะนำ   พวกเขาก็เข้าสู่พระราชฐานชั้นในอย่างรวดเร็ว   ผู้บ่มเพาะเป็นจำนวนมากล้วนอยู่ที่นี่   ต่างก็กำลังพูดคุยกันอยู่ ณ ตอนนี้   กลุ่มอิทธิพลจำนวนมากก็นั่งกันอยู่เป็นกลุ่มๆอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้   เมื่อยี่ เทียนหยุนยกสายตาขึ้นมองดู   ก็ไม่มีใครที่เขารู้จักหรือสนิทสนมอยู่ ณ ที่แห่งนี้เลย 



แต่ทันใดนั้นเอง   สายตาของเขาก็พบกับรูปร่างที่สวยงามอันดูคุ้นเคยในทันที   ก่อนหน้านี้   ที่เขาอยู่ในเกาะปีศาจ   ก็ได้พบกับผู้หญิงทั้ง 2 คนนี้   เขาจำได้ว่า  ชื่อของพวกเธอก็คือ ยู่ ฉือเชียนและก็ เจ้า ยู่   และในวันนี้พวกเธอทั้งคู่   ต่างก็มาที่งานเลี้ยงรับรองแห่งนี้ด้วย   ในตอนแรกเขาคิดว่าผู้หญิงทั้ง 2 คนนี้   จะต้องเป็นศิษย์จากพรรคใหญ่อย่างแน่นอน   แล้วก็ใช่จริงๆซะด้วย   เพราะพวกเธอต่างก็ต้องมาเป็นตัวแทนของพรรคใหญ่อย่างแน่นอน   จึงได้มาปรากฏกายอยู่ ณ ที่แห่งนี้ได้



แต่ทว่าอย่างไรก็ตามที   ณ ตอนนี้  ยี่ เทียนหยุนนั้นมิได้สวมใส่หน้ากากแปลงเปลี่ยน 100 หน้า   ดังนั้นแล้วจึงไม่มีทางเลย   ที่พวกเธอจะจำเขาได้



” คฤหาสน์อะไรที่นั่งอยู่ตรงนั้น ?? ”   ยี่ เทียนหยุนชี้ไปที่ยู่ ฉือเชียนที่อยู่ทางนั้น



” ฝั่งนั้น   นั่นก็คือ บรรดาศิษย์หญิงของคฤหาสน์ดอกบัวขาว   ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากภายในทวีปพรมแดนสวรรค์แห่งนี้   โดยหลักๆแล้ว   พรรคนี้จะรับเฉพาะศิษย์ผู้หญิง…..  นี่ก็เหมือนกับนิกายหยกสวรรค์ของเจ้าคฤหาสน์ ”   ผู้อาวุโสใหญ่ตอบ 



” คฤหาสน์ดอกบัวขาว  ที่รับแต่ศิษย์หญิงเป็นพิเศษอย่างงั้นเรอะ…..  น่าสนใจ ”   นัยน์ตาของยี่ เทียนหยุนดูวูบวาบ   รับเฉพาะศิษย์ผู้หญิงอย่างงั้นเรอะ   มันก็พิเศษจริงๆนั่นแหละ   นี่แสดงว่านิกายหยกสวรรค์มิใช่เจ้าแรกหรอกหรือนี่   แต่พวกเขาก็คง  มิใช่เจ้าสุดท้ายอย่างแน่นอน              





















นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top