ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 206 : ตบหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า

 529 Views









        ยี่ เทียนหยุนหลังจากค้นพบประตูทางออก   เขาก็ยกเท้าก้าวเดินออกสู่ทางออกแห่งนี้อย่างรวดเร็ว   สภาพแวดล้อมอันสวยงามก็ปรากฏขึ้นในสายตาของยี่ เทียนหยุน   ประดับประดาตกแต่งไปด้วยก้อนหิน   มีการเพาะปลูกต้นไม้   ซึ่งมันดูดีมีรสนิยมเป็นอย่างมาก   ดูแล้วก็เมือนกับว่าบริเวณทั้งหมดนี้   ให้ความรู้สึกที่ชวนสบายอกสบายใจเป็นอย่างมาก   



ที่นี่คือ หออักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์   นี่เป็นสถานที่ที่ใช้ในการบ่มเพาะฝึกฝนทักษะแห่งอักษณรูน   นี่เป็นผลประโยชน์ของคฤหาสน์   ที่จงใจจะให้ศิษย์แต่ละคนต้องอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน   ทั้งนี้และทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับระดับของแต่ละบุคคล   ป่าเขาวงกตแห่งนี้สามารถที่จะใช้แยกแยะหรือจัดแบ่งระดับของผู้คนได้เป็นอย่างดี 



แต่ถ้าหากว่าผู้ที่ผ่านการคัดสรรมีเป็นจำนวนน้อยหรือว่าน้อยมากแล้ว   แน่นอนว่านี่จะเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์



” ผู้มาใหม่   โปรดแสดงป้ายสัญลักษณ์แสดงสถานะของท่าน ” 



การ์ดผู้ทำหน้าที่ปกป้องเฝ้าระวังประตูทางออกแห่งนี้   เมื่อเห็นยี่ เทียนหยุนเข้า   พลันก็รู้สึกแปลกประหลาดใจ   นั่นก็เพราะว่าเขายังมองดูเด็กเป็นอย่างมาก   แต่ทว่าอย่างไรก็ตามทีพวกเขาก็มิได้ขับไล่ยี่ เทียนหยุนแต่อย่างใด   เรื่องราวทั้งหมดจะต้องขึ้นอยู่กับกฏระเบียบ   เพียงแค่มีป้ายแสดงสถานะยืนยันนั่นก็นับว่าเพียงพอแล้ว   แต่ด้วยความคุ้นเคยของพวกเขา   มันจึงรู้สึกแปลก



” ป้ายสถานะอย่างงั้นเรอะ   นี่คือป้ายของข้า ”   ยี่ เทียนหยุนนำป้ายแนะนำตัวที่เหอ เชียนหานได้ให้เขาไว้ออกมา   แล้วก็พูดว่า   ” นี่คือป้ายโทเค็นของข้า   ไม่รู้ว่าสามารถที่จะใช้ได้หรือไม่ ?? ” 



” นี่มิใช่ป้ายแสดงสถานะนี่   นี่คือป้ายแนะนำตัว   หรือว่านี่อาจจะเป็นป้ายแนะนำที่ผู้ดูแลเหอเป็นคนให้มา….. “



” เห้ย   แต่ป้ายสัญลักษณ์นี้ดูแปลกๆอยู่นะ   นี่อาจจะดูไปแล้วไม่ใช่ป้ายแนะนำตัวก็เป็นได้….. ” 



ในขณะที่การ์ดต้องการที่จะเพ่งมองดูรายละเอียดของป้ายให้ชัดเจน   ร่างเป็นจำนวนมากก็ออกมาจากป่าเขาวงกต   สายตาของพวกเขาก็เหมือนถูกดึงดูด   



” เจ้า   เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ?? “



ณ ขณะนี้กลุ่มของเฟิง ยู่หลงก็พลันออกมาจากป่าเขาวงกต   เมื่อพวกเขาพบเห็นยี่ เทียนหยุนที่อยู่ด้านหน้า ณ บริเวณทางออกแห่งนี้   ต่างก็ถึงกับสะดุ้งตกใจ   แม้แต่หยาง ซิซูก็ยังรู้สึกกลัว 



สปีดช่างรวดเร็วอะไรเช่นนี้   เปรียบเทียบกับพวกเขาแล้วเร็วกว่าเป็นอย่างมาก   พวกเขาต่างก็เข้าออกที่นี่กันอย่างบ่อยครั้ง   แต่การเข้าสู่ป่าเขาวงกต 1 ครั้ง   หนทางก็จะเปลี่ยนเล็กน้อย 1 ครั้ง   ดังนั้นแล้วในแต่ละครั้งที่พวกเขาเข้าออกหนทางก็เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน   นี่ก็ถือเป็นการฝึกฝนรูปแบบหนึ่ง  



ไม่คิดเลยว่าการเข้ามาที่นี่ครั้งแรกของยี่ เทียนหยุน   จะกลับรวดเร็วกว่าพวกเขาเป็นอย่างมาก   นี่มันมิใช่อัจฉริยะมารร้ายเช่นนั้นหรือ !! 



” ออกมาถึงก็พูดว่าข้าอยู่ที่นี่ได้อย่างไร   แล้วทำไมข้าถึงจะยืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้ละ   คิดที่จะทำให้ข้าหลงวนเวียนอยู่ในนั้นอย่างั้นนะเรอะ   ระดับของมันยังไม่เพียงพอหรอก !! ”   ยี่ เทียนหยุนมองดูเหมียว เหวินแล้วก็พูดเบาๆว่า   ” หรืออีกนัยหนึ่งก็คือว่า   ต่อไปนี้เจ้าจะต้องเดินด้วยหัว   ข้านั้นคาดหวังกับตัวเจ้าเป็นอย่างมากอยู่นะ   ถึงทักษะยุทธ์แบบใหม่ที่เจ้าจะทำให้ข้าดูนะ ” 



ดังสุภาษิตที่ว่าเอาไว้   ยี่ เทียนหยุนนั้นไม่แคร์ที่จะเหยียบย่ำไปที่หน้าของพวกเขา   ก็ในเมื่อกล้าที่จะพูดคำเหล่านี้ออกมา   พวกเขาก็ควรจะต้องเตรียมใจตรงจุดๆนี้เอาไว้บ้าง !! 



” น….. นี่   เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้   จ….. เจ้า   เจ้าจะต้องโกงอย่างแน่นอน !! ”   เหมียว เหวินจะไม่ยอมเชื่อถ้อยคำของยี่ เทียนหยุน   เขายังไม่เคยเห็นใครที่มาครั้งแรก   แล้วจะเร็วได้ขนาดนี้



” ไหนเจ้าลองบอกข้าซิว่าข้าโกงยังไง ?? ”   นัยน์ตาของยี่ เทียนหยุนหรี่แคบ   เขารู้สึกสนใจฟังคำกล่าวอ้างของฝั่งตรงข้ามเป็นอย่างมาก   ที่พูดว่าตนเองโกง



ยี่ เทียนหยุนมองดูเหมียว เหวินด้วยความรู้สึกสนอกสนใจเป็นอย่างมาก   เขาอยากจะรู้ว่าเหมียว เหวินนั้นจะพูดว่าเขาโกงว่ายังไง 



” จ….. เจ้า   เจ้าเคยมาที่นี่มาก่อน !! ”   เหมียว เหวินคิดอุบายออกมา 



” จริงรึ   หากว่าตัวข้าเคยมาที่นี่มาก่อน   แล้วทำไมตัวข้าถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลยละ ?? ”   ยี่ เทียนหยุนพูดอย่างมิได้แยแสต่ออีกว่า   ” ข้ามิใช่ศิษย์ของหออักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์   ถึงจะได้เคยมาที่นี่นะ   สมแล้วที่เจ้าเคยใช้หัวเดินแทนเท้านะ ” 



เหมียว เหวินถูกตอกจนหน้าแดง   เขาชี้ไปที่ยี่ เทียนหยุนด้วยความโกรธ   เขาอุตสาห์ใช้จิตวิทยาโจมตีใส่ยี่ เทียนหยุน   แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะหาเหตุผลมาหักล้างคำพูดของเขาได้   ศิษย์แห่งหออักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ทุกคน   พวกเขารู้จักหมด   ใครก็ตามที่เคยมาที่นี่   การ์ดเหล่านี้แน่นอนว่าพวกเขาก็จะต้องเคยพบเห็น   ซึ่งหากจะให้พูดตามตรงก็คือ เหมียว เหวินไม่เต็มใจที่จะยอมรับความจริงข้อนี้นี่เอง 



แน่นอนว่ายี่ เทียนหยุนย่อมที่จะมาที่นี่เป็นครั้งแรก   แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ สปีดของยี่ เทียนหยุนเร็วกว่าพวกเขาถึง 1 ช่วงใหญ่   หากว่านำมาเปรียบเทียบกับพวกเขา   ณ ตอนนี้เหมียว เหวินจะต้องเดินด้วยหัว 



” นี่เจ้าพูดว่า   เขามาที่นี่เป็นครั้งแรก   และที่ยิ่งไปกว่านั้นสปีดของเขายังจะเร็วกว่าพวกเจ้าอีกอย่างงั้นหรือ ?? ”   นี่คือความหมายที่การ์ดที่อยู่ใกล้นั้นตีความ   นี่เป็นเรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้น   แต่นี่จะไม่เป็นการพุดเกินจริงไปหน่อยเช่นนั้นหรือ ?? 



นี่เป็นการมาที่นี่ครั้งแรกของยี่ เทียนหยุน   แถมสปีดนั้นยังรวดเร็วกว่าหยาง ซิซูซะอีก   ซึ่งพวกเขาที่อยู่ ณ ที่นี้ต่างก็เป็นบรรดาศิษย์แถวหน้า   สามารถที่จะเร็วกว่าพวกเขาได้นี่   พรสวรรค์ของเขาจะมิใช่ว่าอยู่ในระดับท้าทายสวรรค์เช่นนั้นหรือ ??    และก็ดูเหมือนว่า   เขาจะยังอายุน้อยอีกต่างหาก   พรสวรรค์ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว 



” ใช่แล้ว   ความเร็วของเขาเร็วกว่าสปีดของพวกเรา ”   สายตาของหยาง ซิซูมองดูยี่ เทียนหยุนอย่างซับซ้อน   เธอยังพูดต่ออีกว่า   ” ดูเหมือนว่าบุคคลที่ผู้ดูแลเหอแนะนำมาในครั้งนี้   จะมิได้น่าผิดหวังเช่นครั้งก่อน   ที่ไม่สามารถผ่านด่านทดสอบเขาวงกตได้ ” 



เนื้อหาของด่านทดสอบเขาวงกตนี้ก็คือ  พลังวิญญาณ   แต่มันก็จะต้องใช้หัวคิดด้วย   ถึงแม้ว่าความยากจะไม่ถึงกับ  ยากมากนัก   แต่มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างแน่นอน   อย่างน้อยมันก็ไม่สามารถเข้าไปเดินทอดน่องแล้วก็ออกมาได้   แต่มันจะต้องใช้หัวคิดเข้าช่วยในบางจุด   พวกเขาต่างก็ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า   ยี่ เทียนหยุนจะสามารถผ่านด่านได้อย่างรวดเร็ว   นี่มันไกลเกินกว่าจินตนาการของพวกเขาจะนึกถึง



” ไม่ทราบว่าข้ามีคุณสมบัติที่จะผ่านด่านทดสอบนี้หรือไม่ ?? ”   ยี่ เทียนหยุนยกยิ้มน้อยๆ 



” ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ”   หยาง ซิซูพูดยิ้มแย้ม   ” และที่ยิ่งไปกว่านั้นเจ้ายังนับว่า  เป็นผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นอีกด้วย   ยินดีต้อนรับเจ้าเข้าสู่หออักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ !! “



ครั้งแรกที่หยาง ซิซูเข้ารับการทดสอบจากที่นี่นั้น   เธอกินระยะเวลายาวนานมากกว่า 2 ชั่วโมงไปมาก   จึงจะออกมาได้   แต่พอมาดูยี่ เทียนหยุนในตอนนี้นี่ซิ   ออกมาได้อย่างสบายๆ   ความแตกต่างระหว่างทั้ง 2 ช่างมีมากซะเหลือเกิน 



” ความสามารถแค่เล็กน้อยแต่โทนเสียงช่างใหญ่โตซะจริงๆ ”   เฟิง ยู่หลงพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา   เขากำลังเตรียมที่จะจากไปกับเหมียว เหวิน   แต่ก็ยังหันมาพูดกับยี่ เทียนหยุนอย่างเฉยชาอีกว่า   ” ภายในหออักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์   ความสามารถระดับนี้ยังไม่พอที่จะให้ชำเลืองมองซะด้วยว้ำไป   เจ้าระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ…..  คนเรานะ บางทีก็อย่าได้ชนเข้ากับสิ่งที่ไม่สมควรชนจะดีกว่า   ไม่อย่างงั้นข้าจะทำให้เจ้าเสียใจไปตลอดชีวิต !! “



เฟิง ยู่หลงพูดเตือนยี่ เทียนหยุนว่าควรอยู่ห่างๆจากหยาง ซิซูเอาไว้   ไม่ควรที่จะอยู่ใกล้เธอให้มากนัก   มิฉะนั้นแล้ว   ตัวเขาก็อาจที่จะลงมือกับยี่ เทียนหยุนได้  



ถึงแม้ว่ายี่ เทียนหยุนจะมิได้รู้สึกสนใจในตัวของหยาง ซิซู   แต่คำข่มขู่ของเฟิง ยู่หลงมันทำให้เขาค่อนข้างที่จะหงุดหงิด   จริงๆแล้วใครกันที่มันจะเสียใจกันแน่



” คอยก่อน   นี่เจ้าจะไม่เดินถอยหลังอย่างงั้นเรอะ   เจ้าจะไม่ใช้วิธีพิศดารในการเดิน  ที่จะทำตามคำสัญญาหรอกหรือ ”   พันธสัญญาก่อนหน้านี้   จริงๆแล้วยี่ เทียนหยุนก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรที่จะเปิดเผยมันออกมา   ก็ในเมื่อพวกเขาไม่ทำตามสัญญา   นี่ก็เท่ากับว่า   พวกเขาเป็นฝ่ายที่พูดเพ้อเจ้อ ไร้สาระออกมา



” เจ้าอยากตายอย่างงั้นหรือ ?? ”   เฟิง ยู่หลงพูดด้วยสายตาที่เย็นชา   เขานั้นเพิ่งจะดูถูกยี่ เทียนหยุนมาก่อนหน้านี้   ก็ใครมันจะไปคิดกันละว่า   เขาสามารถที่เดินผ่านเขาวงกตออกมาได้ภายในเวลา 2 ชั่วโมงกัน   และที่ยิ่งไปกว่านั้นหากเปรียบเทียบกับพวกเขาแล้ว   ย่อมที่จะเร็วกว่ามาก 



” เฟิง ยู่หลงเจ้ามีสิทธิที่จะโมโหอย่างงั้นเรอะ ??   ก็ในเมื่อคำเหล่านี้เจ้าเป็นคนพูดเองเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนมิใช่หรือ !! ”   หยาง ซิซูเมื่อเห็นเฟิง ยู่หลงข่มขู่ยี่ เทียนหยุนเช่นนั้นแล้ว   ก็รู้สึกไม่พอใจ 



ญาติพี่น้องรึก็ไม่ใช่   แต่เมื่อเธอเห็นเฟิง ยู่หลงช่างกระทำการเกะกะระรานซะเหลือเกิน   ก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก   นี่คือส่วนหนึ่งที่เธอไม่ชอบในตัวของเฟิง ยู่หลง   คนๆนี้ช่างอันธพาล   เขาคงจะไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ  อดทน  อดกลั้น   สันดานดิบแห่งความโลภที่ถือว่าตนเองมีพละกำลังอันยิ่งใหญ่   ก็เลยมักจะเล่นบทผู้ที่แข็งแกร่งกว่า   ใครก็ตามที่กวนใจเขา   เขาก็จะไม่ยอมเลิกรา



” เจ้าจะยังปกป้องขยะนี้อีกอย่างงั้นเรอะ ?? ”   เฟิง ยู่หลงส่ายหัว   ไฟแห่งโทสะลุกโชติอยู่ในดวงตาของเขา   เขาพูดจาเยาะเย้ยต่อว่า   ” วางใจเถอะ   ข้าจะไม่ทำอะไรเขาหรอก   แต่ที่นี่คือ หออักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์   ไม่ใช่หมู่บ้านที่อยู่บนภูเขา   ไม่สามารถที่จะใช้การดวลแบบไร้ระเบียบตามอารมณ์ได้   ทุกอย่างจะต้องทำตามดุลยพินิจของข้า !! ” 



คำพูดนี้ทำให้ยี่ เทียนหยุนถึงกับขมวดคิ้ว   สถานการณ์ภายในคฤหาสน์ตอนนี้ช่างต่ำตมยิ่งนัก   ดูเหมือนว่าจะมีศิษย์บางคนที่มีตระกูลคอยหนุนหลัง   ด้วยลักษณะเช่นนี้   จะไร้ซึ่งการรวมตัวเป็นหนึ่ง   ทำให้ทั้งคฤหาสน์กลายเป็นไร้ซึ่งอนาคต !! 



” จงเรียนรู้เอาไว้ว่าคำไหนที่สมควรพูด   คำไหนที่ไม่สมควรพูด   นี่เจ้าไม่รู้กฏข้อนี้อย่างงั้นเรอะ ?? ”   ยี่ เทียนหยุนพูดพร้อมกับสายตาที่ดูเย็นชา   กล้าที่จะสามหาวต่อหน้าเขาอย่างงั้นหรือ ??     






















           



   

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top