ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 204 : คฤหาสน์ยอดสวรรค์

 559 Views









        หลังจากที่ยี่ เทียนหยุนซ่อมแซมอาเรย์ป้องกันขนาดใหญ่เกรด 5 เรียบร้อยแล้ว   ทั่วทั้งซากปรักหักพังโบราณสถานสวรรค์ก็มีการปรับปรุงขนานใหญ่   โดยเฉพาะอย่างยิ่งประตูหน้าที่มีอาเรย์ป้องกันขนาดใหญ่   ความแข็งแกร่งของมันก็กลับมาสมบูรณ์แบบแล้ว



” นี่มันยอดเยี่ยมมาก   ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่ซ่อมแซมแล้ว   คงจะมีก็แต่เพียงผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนกายาเพียงเท่านั้น   หากมิฉะนั้นแล้วก็มิอาจที่จะทำลาย…… “



ผลที่ได้นี้ทำให้ยี่ เทียนหยุนถึงกับช็อค   แม้แต่ผู้ที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนกายาก็มิอาจที่จะทะลวงผ่านเข้ามาได้   อย่างน้อยๆก็จะต้องโจมตีอยู่หลายปี   นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากสำหรับผู้บุกรุก   หากคิดที่จะทำลายการป้องกันแห่งนี้   อย่างน้อยก็จะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนกายา   และที่ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องอาศัยระยะเวลาที่ยาวนานอีกต่างหาก   จึงจะสามารถทะลวงอาเรย์ป้องกันขนาดใหญ่ของที่นี่ได้   



ช่างสมกับที่เป็นอาเรย์ขนาดใหญ่ที่ซวน เทียน (ความลับสวรรค์)  ขั้นกษัตริย์ได้เชื้อเชิญปรมาจารญ์อักษรรูนมาสร้างทิ้งไว้ซะจริงๆ   หากว่าตัวอาเรย์ได้ถูกซ่อมแซมตั้งแต่แรกแล้วละก็   ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนกายาก็เถอะ   ก็คงไม่สามารถที่จะทำลายป้อมปราการแห่งนี้ลงได้ !! 



” ในที่สุดก็สามารถที่จะซ่อมแซมอาเรย์ป้องกันขนาดใหญ่นี้ได้   แม้กระทั่งตัวข้าเอง   ก็จะต้องใช้ระยะเวลานานในการโจมตี   แถมความเสียหายที่เกิดขึ้นมันก็มิได้มากมายอะไรด้วย   ทีนี้พวกเราก็จะได้อาศัยอยู่รวมกัน ณ ที่แห่งนี้   ได้อย่างมีความสุข ”   ยี่ เทียนหยุนพยักหน้า   เมื่อเป็นเช่นนี้ตัวเขาก็รู้สึกวางใจ



ใกล้กันนั่น   ผู้เฒ่าซวนก็กลายเป็นมองดูอย่างโง่งม   ณ ตอนนี้   อาเรย์ป้องกันขนาดใหญ่ทั่งทั้งซากปรักหักพังโบราณสถานสวรรค์ก็ได้ถูกซ่อมแซมฟื้นฟูขึ้นทั้งหมดแล้ว   ความแตกต่างของมันก็อยู่ที่มา ณ ขณะนี้นอกจากมันจะสามารถป้องกันตัวเองได้แล้ว   มันก็ยังสามารถที่จะบินได้อีกด้วย   นี่ดูราวกับว่าปรมาจารย์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์มาเองเลย   ในตอนนี้สถานที่แห่งนี้หาใช่ซากปรักหักพังโบราณสถานสวรรค์อีกต่อไปแล้ว   แต่มันคือ ตำหนักโบราณสถานสวรรค์ !! 



” นายท่าน   นี่ท่านสามารถที่จะซ่อมแซมอาเรย์ขนาดใหญ่เหล่านี้ได้จริงๆหรือนี่   ทำไมเมื่อก่อนไม่เห็นท่านทำได้เลย ”   ถึงแม้ว่าผู้เฒ่าซวนจะถูกสร้างขึ้นมา   แต่เขาก็มีความคิด   มันเป็นบันทึกความทรงจำเล็กๆที่เขามี   อายุของยี่ เทียนหยุนเพียงเท่านี้แต่สามารถที่จะฟื้นฟูอาเรย์ขนาดใหญ่เหล่านี้ได้   แน่นอนว่านี่เป็นพฤติกรรมที่เหลือเชื่อเป็นอย่างมาก



นายท่านคนก่อนไม่มีความสามารถทางด้านนี้   ตัวเขาไม่ได้มีพรสวรรค์ทางด้านการจารอักขระอักษรรูนมากนัก   จึงได้ขอร้องปรามาจารย์อักษรรูนมาทำการติดตั้งอาเรย์ขึ้นที่นี่



” นี่ก็ไม่มีอะไรมากหรอก   ข้าก็แค่เพียงฝึกฝนออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย   ก็ประสบความสำเร็จแล้ว ”   ยี่ เทียนหยุนพูดไปยิ้มไป



”    !!!    ” 



” อ้อ  อย่างงั้นเองเรอะ….. ” 



ผู้เฒ่าซวนไม่มีอะไรที่จะไปต่อ   เขากลายเป็นไร้ซึ่งคำพูดในทันที   ได้แต่คิดว่า   นี่มันช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อซะจริงๆ 



หลังจากที่ฟื้นฟูอาเรย์ขนาดใหญ่เรียบร้อยแล้ว   ยี่ เทียนหยุนยังคงพำนักอยู่ภายในนิกายตำหนักหยกสวรรค์เป็นเวลาอีกหลายวัน   นั่นทำให้เขาค้นพบว่า   ที่นี่นั้นมีการบริหารจัดการที่ดี   บรรดาศิษย์ทั้งหลายต่างก็พากันก้าวหน้ากันอย่างรวดเร็ว   ขั้นปรับแต่งวิญญาณมีเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นจำนวนมาก   หรือแม้กระทั่งศิษย์ที่อยู่ในขั้นแก่นการควบแน่น   ก็มีอยู่มากกว่าแต่ก่อน 



อัตราการเจริญเติบโตของพวกเขาทั้งหมดก็จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี   หากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ   ก็คงจะพัฒนาขึ้นเป็นกลุ่มอิทธิพลเกรด 2 ระดับท๊อป



แต่มันก็ยังแตกต่างเหลื่อมล้ำกับกลุ่มอิทธิพลเกรด 3 อยู่อีกไกล   ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในขั้นแก่นวิญญาณยังต้องการอีกเป็นจำนวนมาก   ซึ่งปัจจุบันภายในนิกายก็มีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น   นอกจากยี่ เทียนหยุนแล้วก็มีฉี ซู่หยุน 



” ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงอีกต่อไปแล้ว   ภายใต้การบริหารจัดการของพวกเขา   ที่นี่จึงไม่มีปัญหาอะไรอีกต่อไป ”   ยี่ เทียนหยุนย่อมมิใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้   ดังนั้นแล้ว   ตัวเขาจึงทำได้แต่เพียง   เป็นกำลังใจอยู่ข้างๆก็เท่านั้นเอง



ขณะที่ยี่ เทียนหยุนกำลังเดินสำรวจอยู่นั้น   ก็เผอิญโชคดี   เข้าไปเห็นห้องเรียนที่   จิ่ว หลิงหยุนกำลังนั่งวาดอักขระอักษรรูนอยู่ด้านบน   ปากก็พร่ำสอนนักเรียนที่อยู่ต่อหน้าว่า   ” การจะวาดอักขระอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ใดๆก็แล้วแต่   จำเป็นที่จะต้องใช้ความอดทน   จำเป็นที่จะต้องตระหนักถึงพลังวิญญาณ….. ”   



เธออบรมสั่งสอนศิษย์ผู้มาใหม่ทีละคนๆ   จะสอนสั่งยังไงให้แต่ละคนข้ามไปถึงฝั่งได้   ณ ปัจจุบันนี้จิ่ว หลิงหยุนเป็นผู้เดียวที่มีบทบาทหน้าที่รับผิดชอบในงานสำคัญๆ   เธอประสบความสำเร็จในการเลื่อนขึ้นสู่นักอักษรรูนเกรด 2   โดยศิษย์แต่ละคนจะต้องผ่านการคัดสรรจากตัวเธอ   ตามความแข็งแกร่งของแต่ละบุคคล   ซึ่งปริมาณที่ออกมาก็ค่อนข้างที่จะสอดคล้องกันในแต่ละสาขาวิชา   บางคนก็เป็นช่างตีเหล็กบ้าง   บ้างก็เอาดีทางด้านการวาดอักขระอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์



ยี่ เทียนหยุนมองดูแล้วก็พยักหน้า   มิได้เข้าไปรบกวนพวกเขา   ห้องการเรียนการสอนอื่นๆก็เป็นดังนี้   เช่นเดียวกัน   ล้วนมุ่งฝึกฝนบรรดาศิษย์ไปในทางที่คล้ายกัน   พวกเขาต่างก็มุ่งมั่นพัฒนาไปข้างหน้ากันอย่างเต็มที่



” คงจะถึงเวลาแล้วที่ข้าจะต้องจากไป….. ” 



ยี่ เทียนหยุนจะต้องไปที่คฤหาสน์ยอดสวรรค์แล้วในตอนนี้   ตามแผนกำหนดการเดิม   เขาอยู่ดูสถานการณ์ของที่นี่เป็นระยะเวลานานแล้ว   และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื้อเชิญของหัวหน้าหอแห่งดวงดาว   ณ งานเลี้ยงรับรองที่จัดขึ้นในตอนหัวค่ำที่คัดสรรเชิญแต่บรรดาแขกผู้มีเกียรติ   เวลาที่ใกล้เข้ามาทำให้เขารู้สึกกระวนกระวาย   ทุกข์ร้อนใจเป็นกังวล



หลังจากที่บอกอำลาฉี ซู่หยุนแล้ว   ยี่ เทียนหยุนก็ใช้ปีกฟีนิกซ์   บินออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว   ทิศทางนั้นมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ยอดสวรรค์



โดยที่ตั้งของคฤหาสน์ยอดสวรรค์ก็มิได้อยู่ไกลมากนัก   ภายใต้การสอบถามเพียงเล็กน้อย   หลังจากนั้นก็บินตรงไปอย่างรวดเร็ว 



หลังจากที่เดินทางอย่างเร่งรีบเป็นระยะเวลาเกือบ 2 วัน   ในที่สุดเขาก็มาถึงยังตำหนักใหญ่ของคฤหาสน์ยอดสวรรค์



” ในที่สุดก็มาถึงคฤหาสน์ยอดสวรรค์ซักที…..  ”   เขามองดูสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้   พลันพยักหน้า 



เรื่องราวประวัติความเป็นมาของคฤหาสน์ยอดสวรรค์นั้นนับได้ว่าเยี่ยมยอดมาก   ลำพังเพียงแค่ออร่าของประตูหน้านี่ก็ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมากแล้ว   จะดีหรือร้ายยังไง   พวกเขาก็ยังคงเป็นกลุ่มอิทธิพลเกรด 3   ทำไมพวกเขาถึงไม่มีใครยอมรับนะเรอะ   ได้ยินมาว่าทรัพยากรภายในของพวกเขากลายเป็นว่างเปล่า   นี่จึงทำให้ศิษย์ไม่สามารถจะยกระดับขึ้นมาได้   จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมความนิยมของพวกเขาถึงได้ตกต่ำลดลง



หากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป   เกรงว่านอกเหนือจากก้อนสำลีหรือปุยนุ่นแล้ว   คงจะมิอาจเอาชนะใครได้อีก   ภายในนั้นเกรงว่าจะกลวง



” ผู้มาเยือน   เจ้าเป็นใคร !! “



ยี่ เทียนหยุนต้องการที่จะเข้าไป   แต่ศิษย์นอกต่างก็กรูกันเข้ามา  ขวางทางของเขาเอาไว้ในทันที   มิให้เขาเข้ามา



” ข้ามาหามิสเหอ เชียนหาน ”   ยี่ เทียนหยุนบอกกล่าว



” มีป้ายแนะนำตัวมาด้วยหรือเปล่า ?? ”   เหล่าศิษย์ต่างก็สอบถาม



” มี ”   ยี่ เทียนหยุนนำป้ายสัญลักษณ์ออกมา   เมื่อฝั่งตรงข้ามเห็นดังนั้น   จึงพลันพยักหน้า  



” อืม  ถ้าอย่างงั้นเจ้าก็เข้ามาได้   ไปที่หน่วยลงทะเบียนของตำหนักอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์   หลังจากที่เดินเข้าไปถึงทางแยก   ก็ให้เลี้ยวซ้ายแล้วเจ้าก็จะเห็นเอง ”   เหล่าศิษย์นอกก็ต่างพากันอนุญาตให้ยี่ เทียนหยุนผ่านเข้าไปได้ในทันที 



เมื่อเขาเดินเข้ามา   เหล่าบรรดาศิษย์นอกต่างก็ส่ายหัว   ” นี่ผู้ดูแลเหอแนะนำคนใหม่เข้ามาอีกอย่างงั้นเรอะ ??   ครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะดีหรือจะร้ายยังไง   หากว่าเป็นเหมือนครั้งก่อน   นี่ก็นับว่าเป็นโชคร้ายซะจริงๆ…..  “



” เอาน่า   ยังไงๆผู้ดูแลเหอก็หวังดีกับคฤหาสน์ยอดสวรรค์   แต่ก็กลัวว่าเธอจะแนะนำพวกขยะเข้ามานะซิ….. ” 



ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น   หูของยี่ เทียนหยุนพลันก็กระดิก   ถ้าอย่างงั้นก็แสดงว่าบรรดาคนนอกหลายต่อหลายคนที่เหอ เชียนหานแนะนำมา   ต่างก็ไม่ดีพออย่างงั้นเรอะ ?? 



หลังจากที่เดินผ่านไปตามช่องทางเดิน   ยี่ เทียนหยุนก็เข้าสู่ตำหนักภายใน   เพิ่งจะเข้ามาก็พบว่า   ที่นี่มีศิษย์เดินเข้าออกอยู่ไปมา   โดยยี่ เทียนหยุนสังเกตว่า   ผู้ที่เดินออกไปนั้น   พลังของแต่ละคนล้วนไม่ต่ำกว่าขั้นปรับแต่งวิญญาณระดับที่ 6 เลย   นี่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีของระดับมาตรฐานสากล



เมื่อเหล่าศิษย์พบเห็นยี่ เทียนหยุน   พวกเขาก็ได้แต่เพียงชำเลืองมองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น   มิได้ให้ความสนใจต่อตัวของยี่ เทียนหยุนไม่   แต่ฝ่ายของยี่ เทียนหยุนเองก็มิได้เต็มใจที่จะให้ความสนใจต่อพวกเขาเช่นเดียวกัน   หากมองจากระยะไกลก็สามารถที่จะพูดได้ว่าตำหนักอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์สวรรค์   มีศิษย์ผ่านเข้าออกเป็นจำนวนมาก



หลังจากที่ยี่ เทียนหยุนเข้ามา   ภายในตำหนักอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์สวรรค์ก็มีเหล่าศิษย์อยู่เป็นจำนวนมาก  พวกเขาต่างก็เข้ามารับภารกิจ   จริงๆแล้วที่นี่ก็คือ ห้องโถงใหญ่สำหรับรับทำภารกิจ   และถ้าหากว่ารับทำภารกิจพิเศษ   ก็จะได้รับแต้มเป็นคะแนนจากภารกิจ   ระดับความยากของภารกิจก็จะสูงกว่าปกติอยู่ 1 ระดับ   รวมไปถึงรางวัลที่ได้ก็แน่นอนว่า   ย่อมจะต้องสูงกว่า   แน่นอนว่าคฤหาสน์ยอดสวรรค์จะไม่อุ้มชูเหล่าบรรดาศิษย์ที่เอาแต่กินกับนอน      



ในทุกๆเดือนก็อาจจำเป็นที่จะต้องเข้ารับทำภารกิจบ้าง   หากว่าไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้   ก็อาจที่จะถูกลงโทษได้   นี่เป็นวัฏจักรของเส้นทางที่จะนำไปสู่การพัฒนา



แต่ว่ายี่ เทียนหยุนไม่ได้มาเพื่อจะรับเควส   แต่เขามาตามหาคน   เขากวาดสายตาตรงไปยังด้านหน้า   ก็พบเห็นสถานที่ลงทะเบียน   เขาจึงได้ถือป้ายเดินไป ณ ที่แห่งนั้น   เมื่อมาถึงก็เกิดอาการช็อคในทันที   นั่นก็เพราะว่าผู้หญิงที่เขาเห็นมิใช่ใครอื่น   แต่ว่าเป็นผู้หญิงเมื่อครั้งนั้น   หยาง ซิซูคนที่เมื่อก่อนเขาเคยช่วยชีวิตของเธอเอาไว้   ซึ่งก็นับได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีจิตวิญญาณกล้าแข็งคนหนึ่ง



แต่ทว่าอย่างไรก็ตามที   ยี่ เทียนหยุนก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว   มอบป้ายแนะนำตัวแสดงต่อหยาง ซิซู



” นี่คือป้ายแนะนำตัวที่ผู้ดูแลเหอได้มอบให้กับข้าเอาไว้   ข้ามาที่นี่ก็เพื่อถามหาเธอ ”   ยี่ เทียนหยุนมอบป้ายให้กับหยาง ซิซู



” ผู้ดูแลเหอแนะนำมาอย่างงั้นเรอะ ?? ”   หยาง ซิซูเงยหน้าของเธอขึ้นมองดู   เพราะตั้งแต่ทีแรกเธอเองก็มิได้ตั้งใจดู   แต่เมื่อพิจารณามองดู   เธอก็พูดขึ้นว่าด้วยความทึ่งว่า   ” ยังดูเด็กอยู่เลยนี่ ?? “



” มีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ ?? ”   ยี่ เทียนหยุนร้องถาม



” จริงๆแล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก   ข้าคิดว่าเจ้ายังดูเด็กอยู่เลย   แล้วผู้ดูแลเหอใยถึงได้แนะนำเจ้ามา…..  ”   เธอพูดขึ้นมาในขณะที่กำลังยืนขึ้น   เสียงที่ออกมาจึงดูเล็กๆอย่างน่าสงสาร   แต่ยี่ เทียนหยุนก็ยังได้ยิน   ” มาซิ   ข้าจะนำท่านไปทำการทดสอบเอง ”  



” ทดสอบอะไร ?? ”   ยี่ เทียนหยุนรู้สึกประหลาดใจ   ตัวเองนั้นมาถามหาคน   ไหนเลยจะมาทดสอบ 



ณ ตอนนี้ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้ว   ที่บุคคลเหล่านี้ปฏิบัติต่อเขาราวกับบุคคลที่จะมาเข้ารับการทดสอบ   หากว่าผ่านการทดสอบก็จะกลายเป็นศิษย์ของคฤหาสน์ยอดสวรรค์ !!   นี่ช่างเป็นเรื่องที่น่าตำหนิซะจริงๆ   ฐานพลังของตัวเองหากว่าจะกลายเป็นผู้อาวุโสโดยตรง   ก็ย่อมไม่มีปัญหาแต่อย่างใด   ไหนเลยจะต้องมาเข้ารับการตรวจสอบ  























   



นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top