ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 199 : ฆ่า !!

 515 Views









        ยี่ เทียนหยุนมองหลิน หลี่ที่จมอยู่ในดินอย่างเย็นชา   ผลแห่งความเจ็บปวดของหลิน หลี่   ทำให้ทั่วทั้งร่างของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น   ใบหน้ากลายเป็นบิดเบี้ยว   แต่ยี่ เทียนหยุนก็มิได้รู้สึกสงสารเขาเลยแม้แต่นิดเดียว   จะมีให้ก็แต่เพียงความโกรธเพียงอย่างเดียวเท่านั้น !! 



ดีที่ว่าอาศัยพละกำลังความแข็งแกร่งของตัวเขา  วันนี้จึงตามทันได้อย่างรวดเร็ว   หาไม่แล้วยี่ ยูร์เวยและยี่ ยวีซวนคงจะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน



” ลุกขึ้นมาดวลเดี่ยวกับข้าสิ   อย่าทำให้ข้ารอนาน !! ”   ยี่ เทียนหยุนตะโกน   ความโกรธในหัวใจของเขามิได้ลดน้อยถอยลงแม้แต่นิดเดียวเลย !! 



สภาพของหลิน หลี่ก็เปรียบเสมือนครึ่งเป็นครึ่งตาย  ไหนเลยจะเคลื่อนไหวได้ตามอำเภอใจ   หน้าก็ดูซีดขาว   ความรู้สึกในตอนนี้ของเขาก็คือ ความอัปยศอดสู   แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นนั่นก็คือ  การตระหนกตกใจกลัว   เขาไม่คิดเลยว่าพลังของยี่ เทียนหยุนจะอุกอาจถึงเพียงนี้   หากเขารู้   เขาก็คงจะไม่ตอแยกับยี่ เทียนหยุนอย่างเด็ดขาด



” พลังของเจ้า   กลับที่จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร….. ”   คอของเขาค่อนข้างแห้ง   โทนเสียงที่ออกมาจึงฟังดูแห้งแหบจนเกินจะพรรณา



ยี่ เทียนหยุนมิได้ตอบเขา   เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า 2 ก้าว   ดึงแขนอีกข้างหนึ่งของหลิน หลี่พร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาว่า   ” ต้องการที่จะตบหน้าคนของข้าด้วยมือข้างนั้นก่อนหน้านี้อย่างงั้นเรอะ   เจ้าคงไม่ต้องการมันแล้วละซินะ !! “



ทันใดนั้นเอง   ยี่ เทียนหยุนก็ฉีกแขนข้างนี้ของหลิน หลี่   แขนก็ขาดออกมาอย่างสมบูรณ์   หลิน หลี่ก็กลายเป็นร้องเสียงหลงอย่างน่าเวทนาขึ้นมาอีกคราหนึ่ง   แขนอีกข้างของเขาถูกดึงขาด   ณ ปัจจุบันเขาจึงมิได้แตกต่างอะไรไปจากขยะ 



” ฆ่าข้า   ฆ่าข้าเซ่   คอยดูคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์จะต้องทำให้เจ้าสำนึกผิด !! ”   หลิน หลี่แผดเสียงดังลั่น   เขารู้ว่าต่อให้ตัวเองร้องขอชีวิตไปก็เปล่าประโยชน์   ยังไงๆยี่ เทียนหยุนก็จะต้องฆ่าเขาอย่างแน่นอน 



” วางใจเถอะ   หากว่าเกิดคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ยั่วยุข้าขึ้นมาเมื่อไร   ข้าก็จะบดขยี้มันซะ !! ”   ยี่ เทียนหยุนกล่าวอย่างเย็นชา



” คิดที่จะทำลายคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์เนี่ยนะ  ฮ่าๆฮ่าๆ…..  อาศัยกำลังของเจ้าหรือผู้ช่วยคนนั้นละ ??   ฮ่าๆ ฮ่าๆ   เจ้าไร้เดียงสาเกินไปแล้ว   เจ้าคิดหรือว่าคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ของเราจะมีฝีมือแค่นี้อย่างงั้นนะเรอะ ?? ”   หลิน หลี่ตะเบ็ง  สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยการดูถูก



” ไม่ลองแล้วจะไปรู้ได้ยังไง   ต่อให้ข้ายังมิสามารถที่จะทำลายคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ลงได้จริง  แต่นั่นมันก็แค่ชั่วคราว   ข้าก็จะค่อยๆทำลายมันลงซะ   จนกว่าจะถึงเวลาลงมือครั้งใหญ่ของข้า !! ”  ยี่ เทียนหยุนยกแขนของเขาขึ้นมา   เปลวเพลิงก็ปรากฏขึ้นมาในทันใด   ซึ่งแน่นอนว่ามันก็คือ เปลวเพลิงที่ไม่มีวันดับ   พลังของเปลวเพลิงพุ่งสูงถึงขีดสุด   ความหนาวเย็นที่อยู่ภายในถ้ำแห่งนี้   ถูกไล่ออกจนกระจัดกระจายหายไปอย่างสมบูรณ์   ด้วยอุณหภูมิที่ร้อนจนถึงขีดสุด 



” จ….. เจ้า   เจ้า ”   เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตายก็ย่อมที่จะเกิดความกลัว   ร่างของหลิน หลี่ก็ถึงกับสั่นไม่ยอมหยุด 



” ข้าจะทำให้เจ้าได้ตายภายใต้เปลวเพลิงนี้  หากว่าชาติหน้ามีจริง   ก็อย่าได้มาซ่าส์กับข้าอีกละ…..  เข้าใจไหม   ไม่อย่างงั้นเจ้าจะได้ตายอย่างอนาถ !! ”   ยี่ เทียนหยุนสะบัดฝ่ามือของเขาออกไป   เปลวไฟที่ไม่มีวันดับอันน่าสะพรึงกลัวก็ถูกปลดปล่อยออกมา   เผาผลาญพื้นที่ตรงหน้าในทันที



” ต่อให้ข้ากลายเป็นวิญญาณร้าย   ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้า !! ”   ท้ายที่สุดหลิน หลี่ก็ยังคงแผดเสียงร้องของเขาออกมา



” เปลี่ยนไปเป็นวิญญาณร้ายนะเรอะ   ขอให้เจ้ามีฝีมือเถอะ   ยังไงๆข้าก็ไม่กลัววิญญาณร้ายอยู่แล้ว !! ”   ยี่ เทียนหยุนพูดเยาะเย้ย



แต่ช่างน่าสงสารอะไรเช่นนี้   หลิน หลี่ถูกฆ่าตาย  แต่เขาก็ไม่ได้กลับกลายเป็นวิญญาณร้ายอะไรนั่นแต่อย่างใด   นั่นก็เพราะว่าเขาถูกทำลายอย่างสมบูรณ์   แม้แต่ซากก็ไม่เหลือ 



” ตึง!! ประสบความสำเร็จในการสังหารหลิน หลี่  ได้รับค่าประสบการณ์  170,000 แต้ม   แต้มคลั่ง  2,400 แต้ม   ค่าความชำนาญอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ 500 แต้ม   ได้รับทักษะยุทธ์ฝ่ามือเมฆา (ทักษะขั้นปฐพีระดับต่ำ)   ได้รับกระดาษอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ (เกรดสูง)  เม็ดยาโอสถเพิ่มพลังงาน “



หากว่าฆ่านักอักษรรูน  ก็จะได้รับค่าความชำนาญอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์   นี่ถ้าหากว่าฆ่าทั้งคฤหาสน์   ค่าความชำนาญก็คงจะสะสมได้อย่างง่ายดายจนเพียงพอ   หากจะให้ว่ากันตามธรรมชาติแล้ว   เขาคงได้แต่หวังว่า   คฤหาสน์อักษรรูนศักด์สิทธิ์จะไม่มาหาเรื่องเขาก่อน   หากมิฉะนั้นแล้ว   เขาก็มิได้ใส่ใจที่จะลงมือปราบปรามฆ่าล้างทั้งคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ !! 



ครุ่นคิดเรื่องเหล่านี้สายตาของยี่ เทียนหยุนนั้นดูเย็นชา   เขาไม่เต็มใจที่จะหันไปมองศพเหล่านี้ซักเท่าใดนัก   ว่าแล้วก็หมุนตัวหันหลังกลับ   เดินออกสู่ภายนอกถ้ำ  



” ผู้อาวุโสยี่   ต้องขอขอบคุณท่านมากที่ช่วยพวกเราเอาไว้ ”   ยี่ ยูร์เวยและยี่ ยวีซวนที่ออกมาจากถ้ำพร้อมๆกับยี่ เทียนหยุน   ต่างก็รู้สึกซาบซึ้งใจ



” ไม่  ครั้งนี้เป็นข้าเองที่ดึงพวกเจ้าเข้ามามีส่วนร่วมเกี่ยวกับเรื่องบาดหมางในครั้งนี้   จนเกือบจะสร้างความผิดพลาดที่แก้ไขไม่ได้ขึ้นมาซะแล้ว !! ”  ความโกรธในหัวใจของยี่ เทียนหยุนก็ยังมิได้ลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด   เขาอนุญาตให้ศัตรูเล่นงานตัวเขาได้   แต่ว่านี่   มาทำกับเพื่อนของเขา   นี่มันคืออะไร ?? 



พบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้เข้า   มันทำให้ความโกรธของเขาแล่นขึ้นจนถึงขีดสุด   ขีดจำกัดความอดทน อดกลั้นของเขา   ล้วนพังทลายสิ้น   ราคาที่พวกมันจะต้องชดใช้นั้น   ลำพังเพียงแค่บดขยี้โดยปกติธรรมดาทั่วไป   มันคงยังไม่พอที่จะสาแก่ใจ



” ไม่เป็นไร   ตราบใดที่พวกเราสบายดี   อยู่รอดปลอดภัย  มันก็โอเคแล้ว…..  ความรู้สึกภายในของพวกเขากำลังรู้สึกดี ”   พวกเธอต่างก็รู้สึกชื่นชอบในตัวของยี่ เทียนหยุน   แต่อีกใจนึงก็ยังคงเป็นกังวลอยู่



ยี่ ยูร์เวยนั้นรู้ว่าพละกำลังของยี่ เทียนหยุนนั้นแข็งแกร่งมาก   แต่ตัวเธอก็มิวายเป็นกังวล  ว่าเขาจะทำอะไรไม่สะดวก   หากถูกเหนี่ยวรั้งตัวเอาไว้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการข่มขู่โดยใช้ตัวประกันให้เชื่อฟังคำสั่งของฝ่ายศัตรู   หากว่าให้ยอมจำนนโดยไม่มีการต่อสู้   นั้นก็จะต้องเป็นจุดจบของชีวิตอย่างแน่นอน 



” ข้าจะต้องมาอย่างแน่นอน   นี่เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบที่ข้าได้ก่อขึ้นมา   แน่นอนว่ายังไงๆข้าก็ย่อมที่จะต้องออกมาช่วยพวกเจ้า ”   ยี่ เทียนหยุนกล่าวอย่างเคร่งขรึม   ” ณ ตอนนี้พวกเจ้ากลับไปกันก่อน   ใครบางคนมันจะต้องไม่สร้างปัญหาให้กับพวกเจ้าอีก   ข้าวางแผนที่จะไปเยี่ยมพวกมันเป็นลำดับแรกในตอนนี้ !! “



ยี่ ยูร์เวยสัมผัสได้ถึงความอำมหิตในสายตาของยี่ เทียนหยุนในตอนนี้   นี่มันทำให้ร่างอันอ่อนนุ่มของเธอถึงกับสั่น   แต่ก็ยังพยักหน้าพูดว่า   ” อย่างนั้นก็ดี   พวกเราขอตัวนายน้อยกลับโรงแรมก่อน….. ” 



” อืม  มิสเหริน   เจ้าก็กลับไปด้วยกันกับพวกเธอด้วย   รอฟังข่าวจากข้าทางนั้นก็แล้วกัน ”   ยี่ เทียนหยุนพูดด้วยสายตาที่เย็นชา   ณ ช่วงเวลานี้   เขาต้องการที่จะเพียงลำพัง 



” ข้าทราบแล้ว   ท่านพี่ ”   เหริน จื้อโยว่พยักหน้าเป็นการตอบรับอย่างว่านอนสอนง่าย  



และแล้วพวกเขาก็จากไปอย่างรวดเร็ว   หลังจากที่พวกเขาจากไป   ยี่ เทียนหยุนก็ซัมม่อนมังกรดำออกมา   จากนั้นก็บินมุ่งหน้าไปทางตระกูลหวังอย่างรวดเร็ว   สปีดนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบจะแตะลิมิตสปีดสูงสุดแทบจะในทันที !! 



ตระกูลหวังอยู่ที่ไหนยี่ เทียนหยุนก้ไม่รู้   แต่เขาก็พอรู้ตำแหน่งที่ตั้งคร่าวๆโดยประมาณ   หากว่ามิได้ทำลายตระกูลหวังจนพังพินาศ   ยี่ เทียนหยุนก็จะไม่สามารถที่จะบรรเทาอาการโกรธที่อยู่ภายในใจของเขาให้มันทุเลาเบาบางลงได้ 



ในขณะเดียวกัน   ตระกูลหวังก็ยังไม่มีใครรู้ถึงสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนไปเลย



” ไม่รู้ว่าสถานการณ์ทางหลิน หลี่เป็นยังไงบ้าง  เขาได้ลงมือฆ่าเจ้าเด็กคนนั้นไปแล้วรึยัง ??   เกิดเขาทิ้งร่องรอยเอาไว้   นั่นอาจจะเป็นการก่อให้เกิดปัญหาอันใหญ่หลวงในอนาคต ”   ผู้นำตระกูลหวังขมวดคิ้วแน่น   ” เขาหวังว่าการกระทำของหลิน หลี่จะไร้ซึ่งข้อผิดพลาดใดๆ 



” ครั้งนี้มีผู้อาวุโสหวัง ฉิ่งไปด้วย   ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าเด็กคนนั้นจะสามารถรอดพ้นเงื้อมือของเราไปได้ ”  ผู้อาวุโสหวัง เส้าฮัวที่ยืนอยู่ใกล้กันนั้น   พูดเยาะเย้ย



” นั่นก็ย่อมจะแน่นอนอยู่แล้ว   อุตสาห์ส่งผู้อาวุโสหวัง ฉิ่งออกไป   ฆ่าลูกไก่ในครั้งนี้ถึงกับต้องใช้มีดฆ่าวัว !! ”   ผู้นำหวังพูดด้วยสายตาที่เย็นชา   ” ใครก็ตามที่มันมาขวางทางข้า   ไม่สามารถที่จะทำให้ข้าก้าวไปข้างหน้าได้   ข้าจะกำจัดพวกมันทิ้งทั้งหมด   รวมไปถึงตระกูลจูด้วย !! ”   



เมื่อพวกเขากำลังระบายอารมณ์กันอยู่นั้น   เสียงอันดังก็กระหึ่มมาจากด้านนอก   ” ตู้มม !! ”   เสียงร้องอันโหยหวนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง   นี่ทำให้พวกเขาทั้ง 2 ต่างก็ลุกขึ้นยืนอย่างรีบเร่งในทันที   พวกเขาพูดด้วยความสงสัยว่า   ” ด้านนอกเกิดเรื่องอะไรขึ้น  พวกเรารีบไปดูกันเถอะ !! “



จู่ๆผู้นำหวังก็พลันรู้สึกถึงลางร้ายที่ก่อตัวขึ้นมา   เขานำผู้อาวุโสใหญ่รีบวิ่งออกสู่ด้านนอก   เมื่อพวกเขาออกจากประตู   ก็ค้นพบว่าด้านนอกในปัจจุบันนั้น  ได้กลายเป็นทะเลเพลิงไปหมดแล้ว   ปกคลุมรวมไปถึงท้องฟ้า   ปกคลุมตระกูลทั้งตระกูล   เสียงร้องอันน่าทุกขเวทนาถูกส่งออกมาอย่างระงมทั่วไปหมดโดยมิได้ขาดสาย 



บรรดาลูกเหล่าศิษย์ตระกูลเฟิงเป็นจำนวนมาก  ต่างก็วิ่งหนีตายออกสู่ด้านนอกกันอย่างรวดเร็ว   พวกเขาพบเห็นใครบางคนที่กำลังชุ่มไปด้วยเปลวเพลิง  กลายเป็นขี้เถ้าต่อหน้าต่อตาในทันที   มิสามารถที่จะต้านทานความน่าสะพรึงกลัวของเปลวเพลิงที่ไม่มีวันดับนี้เอาไว้ได้  



” น….. นี่   นี่มันเกี่ยวกับอะไร ?? ”   พวกเขาต่างก็จ้องมองตาค้าง   สถานที่ตั้งตระกูลหวังของตัวเองพลันต้องมากลับกลายเป็นทะเลเพลิงไปได้ยังไงในบันดล   นี่จึงทำให้พวกเขาต่างก็พากันช็อค   และที่ยิ่งไปกว่านั้น   เปลวเพลิงนี้ยังดูเหมือนมิใช่เปลวเพลิงธรรมดาอีกด้วย   แต่มันเป็นเปลวเพลิงอันทรงพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างขีดสุด 



ครู่ต่อมา   การ์ดก็วิ่งเข้ามาจากด้านนอกอย่างเร่งรีบ  เขาลอบปาดเหงื่อเย็นภายในกายพลางรายงานว่า  ” เรียนท่านผู้นำตระกูล   มีบุคคลที่นำมังกรดำมาล้างผลาญพวกเรา ” 



” มังกรดำ !? ”   พวกเขาต่างก็พากันช็อคเป็นครั้งที่ 2   โดยทั่วไปแล้วหากสามารถที่จะครอบครองสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับนี้ได้แล้วละก็   ย่อมจะต้องเป็นกลุ่มอิทธิพลอันยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน   พวกเราไปล่วงเกินกลุ่มอิทธิพลใหญ่ขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไรกัน ?? 




























                     

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top