ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 198 : มาดวลกันตัวต่อตัว

 470 Views









        ยี่ ยูร์เวยและยี่ ยวีซวน ณ ขณะนี้เมื่อเห็นเหริน จื้อโยว่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆพวกเธอสองพี่น้องนั้น   ก็ถึงกับช็อค   เธอดูราวกับนางฟ้านางสวรรค์   นี่จึงทำให้พวกเธอทั้งสองต่างก็รู้สึกด้อยกว่า  ในทันที 



คราแรกที่ยี่ ยูร์เวยมองเห็นเธอนั้น   คิดว่านี่เป็นผู้ที่มีความสวยความงามที่อยู่ในระดับเดียวกับฉี ซู่หยุ่นเลยทีเดียว   ซึ่ง ณ ตอนนี้ตัวเธอก็ยืนอยู่ข้างๆกายของยี่ เทียนหยุน   มันทำให้ยี่ ยูร์เวยถึงกับช็อคอย่างหนัก   หลายวันที่ผ่านมานี้   ผู้หญิงที่สวยราวกับนางฟ้านางสวรรค์มาอยู่ร่วมกับผู้อาวุโสยี่ของเธอได้อย่างไร ?? 



” เจ้า   เจ้าคือใคร….. ”   หลิน หลี่มองไปที่เหริน จื้อโยว่ด้วยความประหลาดใจ   เขาไม่สามารถที่จะมองเห็นผู้หญิงคนนี้ได้   ว่าเธอมีตัวตนดำรงอยู่ที่นี่ได้อย่างไร 



ช่างเป็นผู้หญิงที่งดงามอย่างดูเป็นธรรมชาติอะไรเช่นนี้   นี่ทำให้หลิน หลี่รู้สึกอิจฉายี่ เทียนหยุนจนอยากจะเป็นบ้า 



” เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเสือก…..  ”   ยี่ เทียนหยุนปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าของหวัง ฉิ่ง   เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงเตะเข้าไปที่ตัวของหวัง ฉิ่ง   หวัง ฉิ่งที่ถูกเตะจนกระเด็นลอยไป   กลายเป็นกระหมดสภาพกระดุกกระดิกอะไรไม่ได้เลย   สภาพของเขาดูราวกับอึดอัด  หายใจไม่ออก   ” นำความยากลำบากมาสู่ผู้อื่นด้วยการจับเขามาเป็นตัวประกัน  คิดจะใช้พวกเธอเพื่อต่อรอง บีบบังคับขู่เข็ญข้าอย่างงั้นเรอะ ??  ต้องการที่จะฆ่าพวกเธออย่างงั้นเรอะ ??  ถ้ายังงั้นข้าก็จะให้เจ้า ได้ตายก่อนพวกเธอก็แล้วกัน ” 



พูดแล้วยี่ เทียนหยุนก็ปลดปล่อยเปลวเพลิงที่ไม่มีวันดับออกจากมือของเขา   มันตกลงสู่ร่างของหวัง ฉิ่ง   เปลวเพลิงก็ถูกจุดขึ้นมา   เสียงร้องอันดูโหยหวนทรมานก็ดังออกมาอย่างต่อเนื่อง   แต่เนื่องจากเขาได้รับบาดแผลสาหัส   ทำให้เขาไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวใดๆได้เลย



” ตึง!!  ประสบความสำเร็จในการฆ่าหวัง ฉิ่ง  ได้รับค่าประสบการณ์ 250,000 แต้ม   แต้มคลั่ง 3,400 แต้ม   ได้รับทักษะยุทธ์ฝ่ามือเมฆาล่องลอย   ก้าวย่างพลิกผันแห่งสวรรค์ “



นัยน์ตาของหลิน หลี่เต็มไปด้วยความกลัว   ชีวิตของพวกเขาทั้งสองมิมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาเลย  พวกเขาจะเป็นยังไงก็ช่าง   แต่ว่าตัวเขายังไม่อยากตาย



” ถึงตอนนี้   ตาเจ้าแล้ว….. ”   ยี่ เทียนหยุนหันศีรษะ   เขามองดูหลิน หลี่ที่นอนอยู่กับพื้น   ฝั่งตรงข้ามนำเม็ดยาฟื้นฟูออกมาอย่างรวดเร็ว   นัยน์ตาของเขานอกเหนือจากความเกลียดชังแล้ว  ก็คือ  สายตาแห่งความลนลาน ดูลุกลี้ลุกลนนี้แหละ



เขาไม่คิดเลยว่าพลังของยี่ เทียนหยุนจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้   แถมผู้ช่วยที่เขานำมาก็ดูน่าสะพรึงกลัว  หากว่าเธอลงมือ   จะต้องฆ่าหวัง ฉิ่งได้ภายในทีเดียวก็เป็นแน่   แถมหวัง ฉิ่งก็เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในขั้นแก่นวิญญาณ !!   นี่ก็อาจจะหมายความว่า  ผู้หญิงที่ดูอ่อนเยาว์คนนี้   ฐานพลังของเธอย่อมที่จะแข็งแกร่งกว่าหวัง ฉิ่ง   หลิน หลี่จำได้ว่าตระกูลจูนั้น   เป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้ที่ทรงพลังเช่นนี้ ดำรงอยู่  คงจะมีก็แต่เพียงผู้นำตระกูลออกโรงเองเพียงเท่านั้น   แต่อย่างผู้นำตระกูลนะเรอะที่จะมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของยี่ เทียนหยุนนะ ?? 



” ปล่อยข้าไป   ข้าจะไม่ตรวจสอบเจ้าย้อนหลัง !!  ข้าเป็นคนของคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์นะ   เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไร !!  ข้าเป็นศิษย์หลักของคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์   หากฆ่าข้าก็เท่ากับว่าเจ้าเป็นศัตรูกับคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ !! ”   หลิน หลี่มองไปที่เหริน จื้อโยว่  โอกาสของความสำเร็จนั้น   แน่นอนว่าเขาคงจะไม่สามารถ  ที่จะหนีเอาตัวรอดได้   คงจะทำได้ก็แต่เพียงร้องขอชีวิต ก็เท่านั้นเอง



” คฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ ?? ”  ยี่ เทียนหยุนพูด อย่างเยาะเย้ยว่า   ” หากว่าฆ่าเจ้าที่นี่   เจ้าคิดเรอะว่าคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์จะรู้นะ ?? “



” เขา   พวกเขาจะต้องออกค้นหาข้าอย่างเป็นแน่ !!  แต่ตราบใดที่เจ้าปล่อยข้าไป   ข้าจะไม่สืบสาวราวเรื่องเจ้าอีกต่อไปอย่างแน่นอน   ข้าจะแนะนำตัวเจ้า  ให้เจ้าได้เข้าร่วมคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์  ทำให้เจ้าได้กลายเป็นศิษย์หลัก…..  ”   หลิน หลี่เสนอเงื่อนไขเพื่อที่จะล่อใจยี่ เทียนหยุนอย่างต่อเนื่อง   การพร่ำบอกหรือนำเสนอโดยการเอ่ยอ้างชื่อกลุ่มอิทธิพลคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างหนักนั้น   ก็เพราะว่าภายในทวีปพรมแดนแห่งสวรรค์นี้  อันดับของคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์   ถือว่าติดอยู่ในกลุ่มที่ดีที่สุด



” เข้าร่วมคฤหาสน์อักษรรูนศักดิ์สิทธิ์อย่างงั้นเรอะ ??  แต่ทว่า   ข้ามิได้รู้สึกสนใจเลย   และที่ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าคิดว่าคำพูดของเจ้าเชื่อถือได้อย่างงั้นเรอะ ??  ข้าคงจะคาดว่า   หากข้าเข้าสู่คฤหาสน์อักษรรูนเมื่อไหร่แล้วละก็   เมื่อนั้นคงจะเป็นจุดจบของข้า ”  ยี่ เทียนหยุนพูดอย่างมิได้แยแสอะไร   ” คำที่เจ้าเคยพูดว่า   การจะก้าวออกสู่โลกภายนอก   ก็จะต้องพบเจอทั้งคนดีและคนไม่ดี   ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนๆทั่วโลก   มันก็เป็นอย่างนี้   คำพูดนี้ถ้ายังงั้นข้าก็ขอคืนให้กับเจ้าก็แล้วกัน “



ยี่ เทียนหยุนจะไม่โอนอ่อนผ่อนตามให้กับศัตรูของเขาอย่างแน่นอน   สิ่งใดที่เป็นการโน้มน้าวชักชวน  สิ่งไหนที่เป็นกุศล   สิ่งไหนที่เป็นความใจดีใดๆก็แล้วแต่   ก็ย่อมที่จะได้รับการจดบันทึกเพื่อรายงานต่อไป   แต่สิ่งเหล่านี้ยี่ เทียนหยุนไม่สามารถที่จะบรรลุได้   ถึงแม้ว่าเขาจะมิใช่บัณทิตผู้ชาญฉลาดปราดเปรื่อง   แต่ถ้าหากว่าผู้อื่นไม่ยั่วยุล่วงเกินเขาก่อนแล้วละก็   ข้าก็จะไม่ล่วงเกินผู้อื่นกลับเช่นเดียวกัน



สีหน้าของหลิน หลี่กลายเป็นน่าเกลียด   นั่นก็เพราะว่าเขารู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่ยี่ เทียนหยุนจะปล่อยเขาไป



” ได้   หากว่าเจ้าแน่จริง   รอให้ข้าฟื้นตัวก่อน   แล้วเราก็มาดวลกันแบบแฟร์ๆ   เป็นตายมิต้องคำนึงถึง !! ”   ณ เวลานี้หลิน หลี่ยังคงพยายามที่จะคิดหาวิธีการดิ้นรนหนีเอาตัวรอด   โดยการท้าดวลประลองเป็นตายกับยี่ เทียนหยุน



” เจ้ายังจะมีหน้ามาพูดเช่นนี้อยู่อีกเรอะ ??  แล้วคนที่ช่วยเจ้าทั้ง 2 คนก่อนหน้านี้ละ   การกระทำของเจ้ามันควรจะเรียกว่าอะไรดี ?? ”   ยี่ เทียนหยุนพูดพร้อมกับสายตาที่เย็นชา   โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับใครบางคน   ที่เป็นคนต่ำช้าด้วยแล้ว



ซึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากจะว่ากันตามปกติแล้ว  คนประเภทนี้ก็มักจะหาข้ออ้าง   ข้อแก้ตัวสารพัด  เมื่อตัวเองดูท่าว่าจะแพ้   ก็จะพูดว่า   จะต้องมาดวลกันตัวต่อตัวบ้างละ   ซึ่งถ้าหากว่าแพ้การต่อสู้   ก็จะพูดว่า  เงื่อนไขในการประลองไม่เป็นที่น่าพอใจบ้างละ   อ้างเหตุอ้างผลโน้นนี่นั้นสารพัด   แล้วมันจะมีความหมายอะไร ??  มีแต่จะแสดงความอ่อนปวกเปียกของตัวเองออกมา   ก็เท่านั้นเอง



” ข้าถามเจ้าว่า   เจ้ากล้าที่จะดวลกับข้าตัวต่อตัวหรือเปล่าละ   หากว่าเจ้าเป็นลูกผู้ชาย  ก็มาดวลกันกับข้าตัวต่อตัว !! ”   หลิน หลี่ยังคงยืนกราน   ก่อนหน้านี้ที่เขากินยาฟื้นฟูเข้าไป  จึงทำให้อาการของเขาดูดีขึ้นเล็กน้อย 



” คิดที่จะยั่วยุข้าอย่างงั้นเรอะ ?? ”  ยี่ เทียนหยุนพูด อย่างไม่แยแส   ” แต่ก็เอาเถอะ   ข้าจะยอมรับคำท้าของเจ้าก็แล้วกัน !! ” 



” เธอจะต้องไม่เคลื่อนไหว   นี่จะเป็นการดวลเดี่ยวประลองเป็น-ตายของพวกเรา !! ”   หลิน หลี่พูดอย่างเย็นชา



” วางใจเถอะ   สู้กับขยะเช่นเจ้า   ไม่จำเป็นที่จะต้องให้เธอเข้ามายุ่งหรอกน่า   ตราบใดที่เจ้ามีความสามารถที่จะฆ่าข้าได้แล้วละก็   เจ้าก็สามารถที่จะเป็นอิสระออกจากที่นี่ได้ !! ”   สายตาของยี่ เทียนหยุนดูเย็นชา   เขานึกไปถึงคำพูดของหลิน หลี่ก่อนหน้านี้   เขาจึงต้องการที่จะลงมือฆ่าหลิน หลี่ด้วยมือของเขาเอง !! 



เมื่อคำพูดจบลง   หลิน หลี่ก็พุ่งออกมาในทันที   ก็ไม่รู้ว่าในมือของเขา  ไปเอาดาบมากมายขนาดนั้นมาจากที่ไหน   เขาพุ่งเป้าเล็งไปที่ยี่ เทียนหยุน อย่างชั่วร้าย   เงาแห่งประกายแสงสีเงินดูสว่างพร่างพรายอยู่ภายในถ้ำที่มืดสนิทแห่งนี้



รัศมีดาบดูส่องสว่างเป็นประกายระยิบระยับขึ้นมาในทันที  ประกายอันวูบวาบของมันอาจจะส่งผลให้ยี่ เทียนหยุนตาบอดหรือมองไม่เห็นชั่วขณะก็เป็นได้



” ประกายดาบเรืองแสง !! “



” คิดที่จะให้ข้าตายอย่างงั้นเรอะ !! ”   สายตาของยี่ เทียนหยุนดูขุ่นมัวและเย็นชา   ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขากลายเป็นบิดเบี้ยว   นี่ทำให้รู้ได้เลยว่าอารมณ์ของยี่ เทียนหยุนในตอนนี้   กำลังเกรี้ยวกราดเป็นอย่างมาก  



หลิน หลี่ลงมืออย่างไม่มีความลังเล   คมดาบในมือของเขาหมายที่จะแทง ไปที่คอหอยของยี่ เทียนหยุน   หากคิดที่จะจัดการกับใครซักคนแล้ว   ก็จะต้องลงมือฆ่าเขา   จะไม่มีการยั้งมืออย่างแน่นอน  ลงมือโดยใช้ท่าไม้ตายหมายที่จะสังหารชีวิตของศัตรู !! 



ไม่เห็นว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บตรงไหนเลย   พลังที่ระเบิดออกมานั้น   อยู่ในจุดสูงสุดของเขา   นี่คงจะเกี่ยวข้องกับเม็ดยาโอสถที่เขากินเข้าไปก่อนก่อนหน้านี้   ถึงได้ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว  ดูท่าว่าเม็ดยาโอสถนี้จะมีศักยภาพออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว 



โดยเฉพาะอย่างยิ่ง   หลักๆของเรื่องนี้เลยก็คือ ยี่ เทียนหยุนที่ยื้อชีวิตของเขาไว้นี่เอง   หากไม่เช่นนั้นแล้ว   ต่อให้ยาวิเศษอะไรก็ช่วยเขาไม่ได้   หวัง ฉิ่งเป็นตัวอย่างที่ดี   หากว่าเท้าใช้งานไม่ได้ซะแล้ว   ต่อให้หยิบเม็ดยาที่มีศักยภาพขนาดไหนออกมา   มันก็เปล่าประโยชน์



ยี่ เทียนหยุนเมื่อเผชิญหน้ากับลูกไม้ของหลิน หลี่เช่นนี้แล้ว   สายตาของเขาก็ดูวูบวาบอย่างต่อเนื่อง  หลิน หลี่คงจะคิดว่าเขาจะต้องพะวงอยู่กับการป้องกัน  สายตาของตัวเองเมื่อยามเผชิญหน้ากับประกายแสงอันระยิบระยับนี้   แต่ยี่ เทียนหยุนก็หาได้แคร์ไม่   เขาเคลื่อนตัวเข้าหาหลิน หลี่ในทันที  โดยระเบิดพลังออร่าอันน่าสะพรึงกลัวออกมา



ขาทั้ง 2 ข้างของยี่ เทียนหยุน   ดูราวกับอัดแน่นไปด้วยพละกำลังอันมหาศาล   ขาทั้ง 2 ข้างของเขาย่ำลงไปที่พื้นอย่างรุนแรง   ด้วยพลังที่ระเบิดออกมานี้   ทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มมากขึ้น   ยี่ เทียนหยุนฉากออกด้านข้าง   การเคลื่อนไหวของเขาหลบดาบของหลิน หลี่ได้อย่างสบายๆ   จากนั้นเขาก็พุ่งตัวตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว   พร้อมกับเหวี่ยงหมัดออกไป เข้าหาใครบางคนอย่างรุนแรง !!   



” แพ้ไปซะ !! “



ยี่ เทียนหยุนเล็งไปที่ท้องของหลิน หลี่   ” ตั้ม !! ”  หลิน หลี่ถูกต่อยจนกระเด็นลอยไป   ดาบยาวที่อยู่ในมือของเขาล้วนตกหล่น   กระเด็นกระจัดกระจายกันไป   เมื่อไร้ซึ่งพลังในการควบคุม   พวกมันต่างก็กระจัดกระจายไปไกลกว่าเจ้านายของพวกมัน



ระหว่างบุคคลทั้ง 2   ความแตกต่างนั้นมีมากจนเกินไป   ยี่ เทียนหยุนอยู่ในขั้นแก่นวิญญาณระดับ 8  ส่วนฝั่งตรงข้ามหลิน หลี่นั้นอยู่ในขั้นแก่นการควบแน่นระดับที่ 2   แน่นอนว่าทั้งสองมิอาจถูกนำมาเปรียบเทียบกันได้



” พลังของเจ้ามีแค่นี้เองรึ ?? ”   ยี่ เทียนหยุนมองดูหลิน หลี่ที่นอนอยู่อย่างมิได้ใส่ใจ



” ไอ้เวรเอ้ย   ให้ข้าตายอย่างงั้นเรอะ !! ”   หลิน หลี่แผดเสียงร้องคำรามคล้ายวัวกระทิงเปลี่ยว   เขาระเบิดพลังออกมา   เหวี่ยงหมัดเข้าหายี่ เทียนหยุน  สายลมพลันก่อตัวถือกำเนิดเกิดเป็นพายุไซโคลน  นี่เกิดจากหมัดที่ดูป่าเถื่อนหมัดนี้ของหลิน หลี่ที่พุ่งตรงเข้าหายี่ เทียนหยุน



แต่ทว่า…..  ลมกรรโชกของหลิน หลี่รึจะสู้ลมกรรโชกของยี่ เทียนหยุน !! 



” ไปให้พ้น !! “



มวลกระแสลมที่เกิดจากการเหวี่ยงหมัดของยี่ เทียนหยุนชั้นแล้วชั้นเล่า   ชั้นแล้วชั้นเล่า   พุ่งตรงไปที่หลิน หลี่   หมัดต่อหมัดต่างก็เข้าปะทะกัน ” ตั้ม ”  กลายเป็นหลิน หลี่ที่ถูกต่อยจนกระเด็นอีกครั้งหนึ่ง  ตามมาด้วยเสียง   ” แคว๊กก ”   แขนขวาของเขาฉีกขาดออกจากลำตัวอย่างสมบูรณ์



” อ๊าคคค….. ”   หลิน หลี่ร้องเสียงหลง   เขาจับบริเวณแขนของเขาที่ฉีกขาดออกไป   นี่เป็นความเจ็บปวดที่แสนสาหัสนัก   เหงื่อกาฬของเขาแตกพลั่ก   มันไหลออกมาอย่างไม่ยอมหยุด



ตั้งแต่เล็กจนโต   หลิน หลี่ก็เพิ่งจะเคยได้ลิ้มรสความเจ็บปวดที่แสนสาหัสขนาดนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต   ฝั่งตรงข้ามนั้นช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้…..  ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่ยังดูเด็ก   แต่ไม่คิดเลยว่า   แท้ที่จริงแล้ว   เขาจะมีพลังอันน่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่ถึงเพียงนี้ !!   

























    




      

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top