ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 142 : คำแนะนำ

 578 Views









        หลังจากที่พวกเขาออกมาจากด้านในสู่โลกภายนอกได้แล้ว   ต่างก็รีบซ่อนตัวอยู่ด้านข้างอย่างรวดเร็ว 



” พวกเรารีบออกจากที่นี่กันเถอะ   หากเหลย หยุนตระหนักได้ถึงสิ่งผิดปกติขึ้นมา   พวกเราอาจจะเกิดปัญหาขึ้นมาได้ ”   ยี่ เทียนหยุนพูดอย่างเคร่งขรึม 



ฮวน ฉินพยักหน้า   เธอสังเกตสถานการณ์โดยรอบอยู่พักนึงแล้วจึงพูดว่า   ” ที่นี่ไม่มีเรือ   ดูเหมือนว่าพวกเราคงจะต้องว่ายน้ำกันไปซะแล้ว ” 



” สำหรับสิ่งนี้เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกน่า   ข้าคิดว่ามันควรจะมีพญาเหยี่ยวรอพวกเราอยู่ทางด้านนั้น “



เขานำฮวน ฉินมาถึงชายฝั่ง   ก็เห็นพาหนะขนนกจอดอยู่ที่นี่   นี่เป็นพาหนะที่เมื่อก่อนฉิ่ง หลิวหยุน (เมฆที่ล่องลอยอยู่ในนภากาศสีฟ้า) นำมา   ณ ตอนนี้มันจอดอยู่ที่ชายฝั่งก็เพราะว่าพวกเขานั้นตายแล้ว  ยู่ ฉือเชียนแน่นอนว่ามิได้นำมันกลับไปด้วย  มันจึงจอดอยู่ที่นี่ 




” ไม่คิดเลยว่าที่นี่จะมีพาหนะขนนกจอดอยู่ด้วย   พวกเราสามารถที่จะขับมันออกไปได้ไหม ??  ”   ฮวน ฉินพูดอย่างประหลาดใจ    



” ได้ซิก็เจ้าของล้วนถูกข้าฆ่าตายหมดแล้ว  ข้าเห็นพวกเขาแล้วมันเกะกะลูกกะตา   ขวางหูขวางตาข้าซะเหลือเกิน ”   ยี่ เทียนหยุนยิ้มบาง 



” ใครกันนะที่กล้ายั่วยุเจ้าได้  ช่างรนหาที่ซะจริงๆ ”  ฮวน ฉินนั้นนางย่อมที่จะรู้ว่าฐานพลังของยี่ เทียนหยุนค่อนข้างสูงอีกทั้งเคล็ดวิชาก็ยังมีมาก   เขาเป็นตัวตนที่ดำรงอยู่ในขั้นแก่นวิญญาณ  เพียงวัยเยาว์เขาก็ถึงขั้นนี้แล้ว   ถือได้ว่าพรสวรรค์ของเขาสูงมากทีเดียว   ” ถ้ายังงั้นพวกเราออกจากสถานที่บัดซบแห่งนี้กันเถอะ   ตัวข้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วและข้าก็จะไม่กลับมาเหยียบที่นี่เป็นหนที่สองอีกครั้งเป็นแน่ ”    



” อืม   แต่ตอนนี้คงถึงเวลาที่เราจะต้องบอกลากันแล้วละ   ข้าจะคิดถึงเส้นทางอันยาวนานของพวกเรา   ตัวข้าจะไม่กลับไปยังเมืองใหม่แห่งสรวงสวรรค์ ”   ยี่ เทียนหยุนกล่าว



” แต่เจ้าไม่มีพาหนะขนนกนะ   ถ้ายังงั้นเจ้าก็ต้องหาเรือเพื่อนั่งกลับไปนะซิ…..  ” 



พริบตาเดียวมังกรดำก็ถูกเรียกออกมา   มันทำให้ฮวน ฉินถึงกับสะดุ้งโหยงตกใจกลัว



” ท่านคิดว่าข้าจำเป็นที่จะต้องมีพาหนะขนนกอย่างงั้นรึ ??  ”   ยี่ เทียนหยุนยกยิ้ม 



” ข้าละอยากที่จะรู้จริงๆว่า   เจ้ามีภูมิหลังอะไรถึงได้มีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เป็นพาหนะเช่นนี้ได้ ”  ประสบการณ์ในครั้งนี้ของนักบุญหญิงช่างคุ้มค่าซะจริงๆ   ฮวน ฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย   เธอคืนสติอย่างรวดเร็ว 



นี่จะว่าไปก็ไม่มีอะไรพิเศษสำหรับเธอ   พวกเธอมีการติดต่อกับกลุ่มอิทธิพลเกรด 4   หรือแม้กระทั่งเผ่าวิญญาณก็มีสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ 



” ไม่เลย   ตัวข้าเป็นเพียงผู้อาวุโสของกลุ่มอิทธิพลเล็กๆเท่านั้นเอง   โชคของข้าค่อนข้างดีก็เท่านั้น ”   ยี่ เทียนหยุนมิได้ปกปิดความจริง   มังกรดำเขาก็ยังมิได้ปกปิดอะไรเลย   นี่เปรียบเสมือนไพ่ตายของเขาเพียงใบเดียวเท่านั้น   ต่อไปคนอื่นก็จะต้องรู้ถึงตัวตนของมันอย่างแน่นอน 



พวกเขาทั้งสองมิได้มีความสัมพันธ์ที่เกลียดชังต่อกัน   ดังนั้นแล้วนี่จึงมิได้มีปัญหาอะไร  



” อิทธิพลเล็กๆ…..  ”   ฮวน ฉินฉีกยิ้มพูดว่า   ” ดูเหมือนว่าโชคของท่านคงจะดีมากละซินะ   ข้าคิดว่าท่านคงจะได้สืบทอดอะไรบางอย่างมา ” 



” ท่านจะพูดอย่างงั้นก็ได้ ”   ยี่ เทียนหยุนคิดว่า   นี่จริงๆแล้วก็ไม่มีมีอะไรที่ไม่ถูกต้อง   ระบบก็ถือได้ว่าเป็นของสืบทอดอย่างหนึ่ง 



” ท่านช่วยชีวิตข้าออกมา   ข้ายังมิได้ให้รางวัลอะไรกับตัวท่านเลย…..  ”   ฮวน ฉินเพิ่งจะกล่าวออกมาแต่ยี่ เทียนหยุนกลับส่ายหัวเบรคการพูดของเธอ 



” ข้าได้มันมาแล้ว   ท่านเคลื่อนย้ายอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ให้กับข้า   นี่ถือเป็นรางวัลอันสูงสุดแล้ว  อะไรอย่างอื่นล้วนด้อยค่ากว่าสิ่งล้ำค่าสิ่งนี้ ”   ยี่ เทียนหยุนทาบมือลงกับหน้าอกของเขาพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มน้อยๆ   



” ไม่เป็นไรหรอก   ข้าเพียงอยากจะให้ท่านช่วยเก็บรักษามันเอาไว้นะ ”   ฮวน ฉินยิ้มอย่างสงบ   เธอยื่นมือออกไปด้านหน้า   ใช้นิ้วเคลื่อนไหวไปมา   พลันปรากฏแสงสีทองอ่อนลอยขึ้นมา   มันชี้ไปที่ตำแหน่งหน้าอกของยี่ เทียนหยุน   พลันความทรงจำก็หลอมรวมเข้ากับอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนหน้าอกของเขา   ” สิ่งนี้ข้ามอบเป็นของขวัญให้กับท่าน  ท่านจงใช้มันให้ดี   แต่ว่าบางสิ่งบางอย่างก็มิอาจที่จะสาธิตให้ใครเห็นได้มิฉะนั้นแล้วมันอาจนำพาหายนะที่ร้ายแรงมาสู่ตัวท่านได้ ”   



ยี่ เทียนหยุนทำการตรวจสอบความทรงจำที่ได้ ณ เวลานี้ว่ามันคือสิ่งใดกัน   แต่หลังจากที่เขารู้   ใจเขาถึงกับสั่นในทันที   สิ่งที่ฮวน ฉินให้เขามานั้นมันมิใช่เคล็ดวิชาทักษะยุทธ์เทคนิคใดๆ   แต่มันคือวิธีการตัดอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์รวมไปถึงอักษรรูนระดับสูงเป็นจำนวนมากอีกด้วย   บางอย่างก็เป็นสิ่งที่มิได้เปิดเผยมิอาจแพร่งพรายของเผ่าวิญญาณได้นั่นก็เพราะว่ามันเป็น   ทักษะลับ !!!



ถึงแม้ว่ายี่ เทียนหยุนจะมีความสามารถทางด้านอักษรรูน   แต่ก็มิได้หมายความว่าตัวเขาจะเข้าใจในทุกๆตัวอักษรรูน   เขาเพียงเข้าใจอักษรรูนทุกๆตัวที่อยู่ในระดับปกติเพียงเท่านั้น   เมื่อเขาได้รับอักษรรูนมาแบบนี้ย่อมจะทำให้เขาจารึกตัวอักษรได้มากขึ้น   เขามีพื้นฐานความชำนาญของอักษรรูน   วันใดที่ระดับของเขาสูงขึ้น   เขาจะสามารถจารึกอักษรรูนที่สลับซ้ำซ้อนได้มากขึ้น 



มิใช่เพียงแต่ความชำนาญทางด้านของอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์เพียงเท่านั้น   ทีนี้อาวุธชนิดต่างๆมากมาย   อุปกรณ์วิญญาณที่หล่อออกมาและสิ่งอื่นๆอีกซึ่งก็คือ   แม่แบบที่ใช้ในการหล่ออาวุธทุกๆชนิด   อาวุธที่คล้ายคลึงกัน   สูตรที่ใช้ในการหล่อหลอมอาวุธบางชนิดก็แตกต่างกัน   นี่ก็ย่อมให้ผลที่แตกต่างกัน  



ณ ตอนนี้ถึงแม้ว่าเขาจะยังขาดแคลนสูตรในการหล่ออาวุธอยู่แต่ก็ไม่เป็นไร   เขาสามารถที่จะจารึกอักษรรูนให้ผลกับอาวุธที่ออกมาได้ 



จุดสำคัญก็คือฮวน ฉินได้ให้คำแนะนำกับเขาว่า  




หากเรื่องนี้ถูกล่วงรู้ในภายหลังโดยคนของเผ่าวิญญาณเข้าแล้วละก็   ฮวน ฉินจะต้องถูกไล่ล่าอย่างแน่นอน   เผ่าวิญญาณไม่ได้อนุญาตให้แพร่งพรายความลับออกสู่คนนอก   การกระทำในลักษณะนี้ของฮวน ฉินจะไม่ถูกไล่ล่าจากเผ่าวิญญาณอย่างนั้นหรือ ??  ” 



” ท่านสอนข้า   ทำไม ??  ”   นัยน์ตาของยี่ เทียนหยุนเหมือนจะเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน   ภายในใจสั่นไหวมากยิ่งขึ้น   ถึงแม้ว่าการช่วยฮวน ฉินจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องแต่การที่เธอมอบอักษรรูนศักดิ์สิทธิ์ให้กับเขาแบบนี้   นี่มันเกี่ยวพันเกี่ยวเนื่องกับเผ่าวิญญาณที่ไม่อนุญาตให้สอนอักษรรูนใดๆให้กับคนนอกเฉกเช่นยี่ เทียนหยุน 



” มันไม่มีอะไรหรอกตัวท่านมิต้องคิดมากไป   ท่านช่วยข้าเอาไว้   นี่ก็เท่ากับว่าท่านก็ได้ช่วยเผ่าวิญญาณเอาไว้ด้วยเหมือนกัน ”   ฮวน ฉินยกยิ้ม   ” ยามนี้เมื่อข้ากลับไป   ก็ไม่รู้ว่าเผ่าวิญญาณจะเป็นตายร้ายดียังไง   หากมิอาจต้านทานกลุ่มอิทธิพลของเหลย หยุนเอาไว้ได้   เผ่าวิญญาณก็คงจะต้องถูกควบคุมโดยจักรวรรดิใต้ดิน   หากเป็นเช่นนั้นจริง  พูดง่ายๆเลยก็คือว่า   หากว่าข้ามิได้ถ่ายทอดทักษะลับนี้มอบให้กับท่านแล้วเกิดเผ่าวิญญาณถูกทำลายขึ้นมา   อย่างน้อยๆนี่ก็จะเป็นการเก็บรักษาสิ่งสำคัญของพวกเราเอาไว้   ดีกว่าท้ายที่สุดแล้วจะไม่ได้ถ่ายทอดให้ใครเลย ” 



ในใจของยี่ เทียนหยุนตอนนี้พลันสั่นไหว   การพูดอย่างนี้ก็ย่อมที่จะหมายความว่าเธอไม่ได้ทำเพื่อตัวเองอย่างแน่นอน   แต่เธอทำเพื่อเผ่าวิญญาณ  ซ่อนไว้แล้วมันจะดีเรอะ   แล้วทำไมถึงไม่มอบให้คนนอกกันละ ?? 



” นี่คงจะเป็นสิ่งที่เหลย หยุนต้องการที่จะครอบครองละซินะ   ท่านเชื่อใจข้าขนาดนั้นเลยเรอะ ??  ”   สายตาของยี่ เทียนหยุนครานี้ดูซับซ้อนเป็นอย่างมาก



ว่ากันตามความจริงแล้ว   สิ่งนี้ไม่อนุญาตที่จะผ่านให้กับคนนอก   ทักษะลับนี้มีไว้ก็เพื่อส่งต่อให้กับนักบุญหญิงคนต่อไปเท่านั้นที่จะได้ถือสิทธิ์ในการครอบครอง   เหล่าผู้อาวุโสคนไหนๆก็เป็นไปไม่ได้ที่จะได้ครอบครอง   ณ ตอนนี้  ฮวน ฉินได้มอบมันให้กับตัวเขาผู้ซึ่งเป็นคนนอก !!   หากเหลย หยุนนั้นรู้เข้าละก็   เขาจะไม่ตกอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งอย่างนั้นหรือ 



” ทำไมข้าจะไม่รู้   ข้าประเมินได้ถึงความแข็งแกร่งของตัวท่านที่ได้ช่วยชีวิตของข้าเอาไว้   จากสายตาของข้า   มันทำให้ข้านั้นเชื่อใจในตัวท่าน…..  ฮวน ฉินฉีกยิ้มกว้าง ”   นัยน์ตาสีเงินทั้ง 2 ข้างล้วนเต็มไปด้วยความซับซ้อน   ” บางทีท่านอาจจะเป็นคนแรกเลยก็ว่าได้ที่ข้าจะทำอย่างนี้   หากว่าเป็นคนอื่นในเผ่าวิญญาณ   ข้าว่าเขาก็คงจะทำอย่างนี้เช่นเดียวกับข้า…..  ” 



จากดวงตาของฮวน ฉิน   ราวกับเห็นเรื่องราวก่อนหน้านี้ของเธอ   ยี่ เทียนหยุนต้องการจะพูดคำบางคำเพื่อที่จะปลอบประโลมเธอทำให้เธอสบายใจ  แต่มันก็ติดอยู่ที่ลำคอ   นั่นก็เพราะเขาไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดอะไรออกไปดี 



” เอ่ออันที่จริงแล้ว   ที่ข้าช่วยท่าน…..  ”   ยี่ เทียนหยุนไม่สามารถที่จะพูดโพล่งออกมาได้   เขาจึงได้แต่อั้มๆอึ้งๆ   เขารู้ถึงวิกฤตที่ฮวน ฉินจะต้องกลับไปเผชิญ   มันจะต้องเป็นคนที่หน้าใหญ่เป็นอย่างมากแน่ๆหากคิดที่จะก่อกบฏตรงๆ



” ความตั้งใจดีของท่านข้าขอขอบคุณด้วยใจ   แต่ข้ารู้ว่าท่านนั้นมีเรื่องสำคัญที่จะต้องไปจัดการ   ในยามที่ท่านหมดสติไปนั้นท่านยังตะโกนเรียกป้าของท่านอีกทั้งยังพูดถึงหลายสิ่งหลายอย่าง…..  และที่ยิ่งไปกว่านั้นฐานบ่มเพาะพลังของท่าน   ด้วยความสัตย์จริงมันยังต่ำกว่าศัตรูของข้า ”   ฮวน ฉินยิ้มในทันที   ” ท่านรักษาตัวอยู่ที่นี่ให้ดี   หากต้องการที่จะช่วยข้าก็จงใช้ความทรงจำที่ข้าได้มอบมันไว้ให้กับท่าน  ให้ดี   หากท่านกลายเป็นผู้แข็งแกร่งขึ้นมาวันใดแล้ว   ท่านสามารถออกตามหาข้าเพื่อช่วยข้าอีกครั้งหนึ่งได้ ” 



” ฐานการบ่มเพาะของข้าต่ำอย่างนั้นเรอะ ??  ”   ยี่ เทียนหยุนสะดุ้ง !! 



” ใช่แล้วละ   ถึงแม้ว่าฐานพลังที่อยู่ในขั้นแก่นวิญญาณจะนับว่าอยู่ในเกณฑ์ดี   แต่ที่ข้าต้องเผชิญด้วยก็คือผู้ที่อยู่ในขั้นเปลี่ยนกายา   แม้กระทั่งขั้นวิญญาณ   ดังนั้นแล้วต่อหน้าฐานพลังเหล่านี้ขั้นแก่นวิญญาณก็ไม่มีอะไรที่จะพูด   ตอนแรกฐานพลังของข้าก็อยู่ในขั้นมาตรฐานเปลี่ยนกายาช่วงปลาย   ผลจากการปิดผนึกมันก็เลยทำให้ข้าต้องหล่นลงมาอยู่ในขั้นแก่นการควบแน่น   ท่านคิดว่าเมื่อตัวเองไปแล้ว   จะสามารถช่วยข้าได้อย่างงั้นเรอะ ?? ”   ฮวน ฉินยิ้มบาง   ” ท่านยังหนุ่มยังแน่น  หากให้เวลากับท่านซักหน่อย   ท่านก็คงจะสามารถก้าวหน้าขึ้นมาได้   อาจจะในไม่ช้าหรือต่อไปท่านอาจจะแข็งแกร่งกว่าผู้คนอีกเป็นจำนวนมาก   ได้ยืนอยู่เหนือจุดสูงสุด !!  ” 



คำพูดเหล่านี้   มันช่างทำให้เลือดลมของยี่ เทียนหยุนพลันพลุ่งพล่านซะจริงๆ   ในใจของยี่ เทียนหยุนจริงๆแล้ว   เขาอยากที่จะยืนอยู่เหนือจุดที่สูงที่สุด  ก้มมองดูทัศนียภาพของโลกใบนี้ทั้งหมด !!            





























นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top