ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 92 : การ์ดผู้พิทักษ์ !!

 830 Views









        ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของยี่ เทียนหยุนนั้นไม่มีใครรู้  แต่สามารถที่จะฆ่าผู้เชี่ยวชาญได้อย่างง่ายดาย  ฐานพลังของเขาจะต้องมิใช่น้อยๆอย่างแน่นอน  พวกเขาต่างก็เดากันว่ายี่ เทียนหยุนนั้นจะต้องบรรลุระดับสูงของขั้นแก่นการควบแน่นและเหนือกว่าระดับมาตรฐาน  ฐานพลังที่เขามีนั้นอาจจะเท่าเทียมกันกับพวกเขา






หากฐานพลังเท่ากัน  แต่ด้านร่างกายแน่นอนว่าก็ต้องยกให้ยี่ เทียนหยุน  ยี่ เทียนหยุนยังหนุ่มยังแน่นได้เปรียบพวกเขามาก  พลังงานทางสายเลือดของพวกเขาไม่เพียงพอ  อาจจะยุ่งยากในการจัดการ  ค่าพลังชีวิตต้องลดลงไปหลายปี  แน่นอนว่านี่ย่อมเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อยากที่จะพบเจอ 






จึงได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนอยู่เป็นระยะเวลานาน  ในที่สุดพวกเขาก็ได้รับข่าวดีเป็นอย่างมาก  นั่นก็คือยี่ เทียนหยุนนั้นถูกขังอยู่ในซากปรักหักพังโบราณสถานแห่งสวรรค์






ในตอนนี้ก็ปล่อยให้ไส้ศึกกลับเข้าสู่ภายในของตำหนักหยกสวรรค์  รอเวลาที่จะโจมตีพวกเขา  เมื่อถึงเวลาที่จะต้องต่อสู้กัน  พวกเขาก็จะหลีกเลี่ยงการได้รับบาดเจ็บลงได้






” ช่างน่าสงสารอะไรอย่างนี้  เมื่อพรสวรรค์ของมารร้ายกลับติดอยู่ในซากโบราณสถาน  ข้าไม่รู้ว่าเขาผ่านเข้าไปได้อย่างไร  แต่ถ้าติดอยู่ด้านใน  ต่อให้ไม่ตาย  แต่หลังจาก 3 ปีผ่านไปเขาได้กลับออกมา  ตำหนักหยกสวรรค์ก็จะไม่มีอีกต่อไป    แล้ว !! ” บรรพบุรุษเหวิน เถียนพูดด้วยรอยยิ้มว่า  ” คนอื่นๆต่างก็คิดกันว่าตำหนักหยกสวรรค์ของพวกเจ้ามีการ์ดอันน่ากลัวอยู่ในมือ  มีรึที่ข้าจะไม่รู้ ?? นอกเหนือไปจากเหล่าหญิงชราทั้งหลายเหล่านี้แล้ว  ก็ไม่มีอะไรอีก  แล้วจะเอาอะไรมาขับเคี่ยวกับพวกเรา ?? ”  






บรรพบุรุษเหวิน เถียนเข้าโจมตีพวกเขาอย่างต่อเนื่อง  มันค่อยๆทำให้ความรู้สึกภายในใจของเขาเกิดอาการลังเลสองจิตสองใจ  มันค่อยๆคิดอยู่ภายในใจ  หากไม่ยอมจำนนก็คือตายสถานเดียว  






” ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย  จงเลือกที่จะยอมจำนนซะ  ข้าจะดูแลพวกเจ้าเป็นอย่างดี…..  หากต่อสู้  ตายสถานเดียว !! ” บรรพบุรุษเหวิน เถียนสายตาเย็นชา  เขาชำเลืองมองไปรอบๆ  พวกเขาไม่ได้นับฉี ซู่หยุน  พวกเขาเลือกที่จะโน้มน้าวใจเหล่าบรรดาศิษย์ที่มีฐานพลังอ่อนแอจำพวกนี้  หากศิษย์คนไหนที่กลัวตายก็จงเลือกที่จะยอมจำนนซะ






เหล่าศิษย์ต่างก็มองหน้ากันด้วยความเศร้า  จริงๆผ่านไปกี่นาทีเท่าไรไม่รู้ที่พวกเขาลังเล  เกิดอาการสองจิตสองใจ  เผชิญหน้ากับบรรพบุรุษของบรรดากลุ่มอิทธิพลในครั้งนี้  ไม่มียี่ เทียนหยุนเหมือนครั้งก่อน  แล้วพวกเขาจะต้านทานเอาไว้ได้อย่างนั้นหรือ ?? 






ฉี ซู่หยุนปิดตาของเธอลงอย่างนิ่มนวล  เธอตะโกนอย่างสุดเสียงกระจายไปในอากาศว่า  ” ใครคิดที่จะยอมจำนน  ก็จงยอมจำนนซะ  ข้าจะไม่ตำหนิพวกเจ้า ” 






เมื่อคำพูดของเธอจบลง  บรรดาศิษย์จำนวนมากต่างก็อยู่ในอาการเศร้าสลดหดหู่ใจ  แต่ศิษย์ภายนอกนั้นปราศจากความลังเลใดๆ  พวกเขาต่างก็ก้าวถอยหลังตามหลักพื้นฐาน  พวกเขาคือศิษย์ภายนอก  ไม่มีความรู้สึกที่ลึกซึ้งใดๆต่อตำหนักหยกสวรรค์  ไม่จำเป็นที่พวกเขาจะต้องสละชีวิตเพื่อตำหนักหยกสวรรค์  






ส่วนศิษย์หลักเป็นจำนวนมากนั้นตกอยู่ในอาการลังเล  พวกเขาไม่รู้ว่าจริงๆแล้วหากพวกเขาเลือกที่จะปกป้องที่นี่มันจะดีหรือไม่ ?? หากเลือกที่จะอยู่ที่นี่แล้วจะไม่พบกับจุดจบคือความตายอย่างนั้นหรือ  ต่อต้านไปก็เท่านั้นไม่มีความหมายอะไร






หากตาไม่ได้บอดในตอนนี้  ก็สามารถที่จะมองเห็นสถานการณ์โดยรวมได้  ที่นี่ถูกโอบล้อมไปด้วยผู้เชี่ยวชาญเป็นจำนวนมาก  ลำพังเพียงแค่บรรพบุรุษทั้ง 6 ก็เพียงพอแล้วที่จะสั่นสะเทือนที่นี่ได้  กลุ่มพลังที่รุมล้อมตำหนักหยกสวรรค์ในตอนนี้นั้นแข็งแกร่งกว่าคราวก่อนอยู่หลายเท่า  






ศิษย์หลักบางคนยังคงลังเล  แต่แล้วในที่สุดพวกเขาก็เลือกที่จะละทิ้งตำหนักหยกสวรรค์  เข้าไปสู่แคมป์ตรงข้าม






ผู้อาวุโสหลายต่อหลายคนต่างก็พากันส่ายหัว  แต่พวกเขาก็ไม่ได้ดุด่าว่ากล่าวอะไรต่อพวกเขา  ชีวิตเป็นของพวกเขา  ผู้อาวุโสไม่สามารถที่จะควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้  






” พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่  พวกเจ้าไม่เชื่อใจในตัวของเจ้าตำหนักอย่างงั้นหรือ !! ”  เวลานี้  มีเสียงตะโกนหนึ่ง  ตะโกนใส่บรรดาศิษย์เป็นจำนวนมากที่กำลังจะเดินไปอยู่ฝั่งตรงกันข้าม  และเจ้าของเสียงนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน  นั่นก็คือจิ่ว หลิงหยุนผู้ที่ยี่ เทียนหยุนนำมานั่นเอง !! ”   






เมื่อจิ่ว หลิงหยุนแสดงจุดยืนของตัวเองด้วยการตะโกนพูดเช่นนั้นต่อหน้าศิษย์เป็นจำนวนมาก  ใบหน้าของพวกเขาพลันแดงก่ำไปทั่วทั้งใบหน้า  ยัยนี่เป็นบ้าไปหรืออย่างไร  ที่แสดงความคิดเห็นเช่นนั้นออกมา  หลังจากที่เข้าร่วมกับตำหนักหยกสวรรค์แล้วจะให้อยู่โยงไปจนตายเลยหรือยังไง






ใจของผู้อาวุโสหลายคนรู้สึกสั่นไหว  พวกเขาต่างก็ไม่คิดเลยว่า  ผู้ที่ยืนหยัดเป็นคนแรกจะเป็นเพียงสาวน้อยธรรมดาๆ  ที่ออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของพวกเขาและศักดิ์ศรีของตำหนักหยกสวรรค์  ที่สำคัญยังเป็นบุคคลที่ยี่ เทียนหยุนเป็นผู้นำมาอีกด้วย  ในช่วงเวลาวิกฤตนี้  เธอเลือกที่จะยืนหยัดต่อสู้โดยปราศจากความกลัว  






ทางด้านของฝั่งตรงข้าม  บรรพบุรุษผู้เฒ่าเปิดเผยสีหน้าดูแคลนออกมา  นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะมาสนทนาเจรจากันได้  หากยังคงอยู่ข้างเดิมต่อไป  นี่ย่อมจะเป็นการรนหาที่ตาย  ใครบ้างที่อยากจะตายกัน ??






ณ ช่วงเวลานี้  ใครบางคนก็เข้ามากระซิบบอกกล่าวประโยคอะไรบางอย่างกับบรรพบุรุษเหวิน เถียน  จากนั้นบรรพบุรุษเหวิน เถียนก็พูดจาเย้ยหยันว่า  ” นี่นะรึศิษย์ภายในตัวน้อยที่เจ้าเด็กคนนั้นนำกลับมา  ไม่สงสัยเลยว่าช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้  ยังเต็มใจที่จะช่วยตำหนักหยกสวรรค์พูดอยู่อีก…..  แต่เจ้าคงอาจจะหลงลืมความจริงที่ว่า  หากคนเราไม่มีชีวิตอยู่  แล้วความสลักสำคัญอะไรที่จะพึงมีได้อีก ?? ” 






” ก็เปรียบเทียบกับตัวข้ายังไงละ  ข้าต้องการที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของตำหนักหยกสวรรค์  ปกป้องตำหนักหยกสวรรค์ที่นายน้อยยี่ ต้องการจะปกป้อง !! ต่อให้ข้าจะต้องตาย  ข้าก็จะต้องปกป้องตำหนักหยกสวรรค์ให้จงได้ !! ” นัยน์ตาของจิ่ว หลิงหยุนเต็มไปด้วยความมั่นคง  ถึงแม้ฐานพลังของเธอจะไม่ได้สูงแต่คำพูดที่กล่าวก็เต็มไปด้วยพลัง 






” เยี่ยม  บุญคุณของตำหนักหยกสวรรค์มิใช่เล็กน้อย  สู้ตายในสนามรบย่อมที่จะดีกว่า  พวกเราจะต้องปกป้องตำหนักหยกสวรรค์ !! ” 






” ตัวข้าไม่มีพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็ก  ได้ตำหนักหยกสวรรค์ที่อุ้มชูตัวข้าขึ้นมา  ข้าขอปฏิญาณที่จะสู้จนตัวตายเพื่อที่จะปกป้องตำหนักหยกสวรรค์ !! “





พวกเขาต่างก็ถูกนำมา  ต่างก็จดจำได้ถึงบุญคุณของตำหนักหยกสวรรค์ที่มีต่อพวกเขาว่ามันมิใช่เล็กน้อย  ในเมื่อตำหนักหยกสวรรค์ไม่เต็มใจที่จะยอมจำนนสวามิภักดิ์  พวกเขาก็จะไม่เต็มใจเช่นเดียวกัน






ใครบางคนในตอนนี้ที่กำลังลังเลสองจิตสองใจ  ก็ได้แรงบันดาลใจกลายเป็นมั่นคงขึ้นมาในทันทีด้วยการนำของจิ่ว หลิงหยุน 






นัยน์ตาที่สวยงามของฉี ซู่หยุนเป็นประกายแสงระยิบระยับ  เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าจิ่ว หลิงหยุนจะมีความสามารถทางด้านนี้ด้วย  ความสามารถในการเป็นผู้นำ 






” ฮ่าๆฮ่าๆ  กะอีแค่กลุ่มคนปัญญาอ่อน  รอก่อนเถอะ  ข้าจะทำให้พวกเจ้านั้นรู้ว่าอะไรที่มันเรียกว่า นรกนะ !! ปฏิญาณตนว่าจะสู้จนตัวตายเพื่อปกป้องตำหนักหยกสวรรค์อย่างงั้นเรอะ ?? ได้ !! ” บรรพบุรุษเหวิน เถียนหัวเราะแล้วก็พูดว่า  ” ไปจับพวกมันมา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งนังเด็กผู้หญิงคนนั้น  ข้าละอยากที่จะรู้จริงๆว่า  เจ้าจะมีความกล้าซักแค่ไหนที่ไม่กลัวความตายนะ !! ” 






เมื่อได้รับคำสั่ง  พวกเขาต่างก็แยกย้ายกันออกไป  พวกมันทั้งหมดจะต้องถูกจับกุมตัวมาฆ่าที่นี่  ต่อหน้าของท่านบรรพบุรุษ ที่จิตสังหารในตอนนี้นั้นทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและเอ่อล้นท่วมที่นี่เต็มไปหมด 






มือสังหารที่บรรพบุรุษผู้เฒ่าทั้ง 6 ส่งออกไปนั้น  ถูกฉี ซู่หยุนปราบปรามแทบจะในทันที  เธอชักดาบออกมา  เคลื่อนตัวตรงไปด้านหน้า  แต่ก็ต้องปะทะเข้ากับใครบางคนประเภทที่ว่าตัวเธอนั้นไม่กล้าที่จะหลุดออกจากสมาธิได้แม้แต่วินาทีเดียว






บรรพบุรุษเฒ่าทั้ง 3 ปะทะกับฉี ซู่หยุนที่เป็นกองหน้า  ตัวเธอสามารถที่จะต้านทานได้มากที่สุดจำนวน 4 คน  บรรพบุรุษเฒ่าอีก 2 คนที่เหลือก็จะต้องพึ่งพาอาศัยอาวุโสคนอื่นที่เหลืออยู่เข้าต้านทาน  แต่ช่องว่างความห่างชั้นของพลังนั้นมันมีมากจนเกินไป  เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะต้านเอาไว้ได้นาน






” แปง !! ” 






บรรดาเหล่าศิษย์ของตำหนักหยกสวรรค์ต่างก็ถูกโจมตีจนกระเด็น  บ้างก็บาดเจ็บสาหัส  บ้างก็ปางตาย  เหล่าบรรดาศิษย์ที่ถูกฆ่าในครั้งนี้  ไม่มีทางที่จะถูกลืมเลือนเป็นอันขาด  เหล่าศิษย์ที่ทรยศต่างก็ยืนมองดูบรรดาศิษย์ที่ถูกฆ่าตายจากระยะไกล  พวกเขาต่างก็คิดกันว่าทางเลือกของตัวเองนั้นเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดแล้ว  หากพวกเขายังคงอยู่ฝั่งโน้น  พวกเขาคงจะพบกับจุดจบแห่งความตาย  ไม่ก็ถูกจับกุมตัว  พวกเขาไม่สามารถที่จะจินตนาการได้เลยว่า  จริงๆแล้วเมื่อเวลานั้นมาถึงแล้วพวกเขาจะเป็นอย่างไร






” เฮ้  ท่านบรรพบุรุษมอบหมายงานให้พวกเรามาจับกุมตัวเจ้า  หญิงสาวตัวน้อย  ช่วงเวลาที่ผ่านมาเจ้าโต้เถียงอย่างดื้อรั้นเป็นอย่างมากต่อหน้าท่านบรรพบุรุษ  ยามที่เจ้าถูกจับกุมตัว  ข้าก็หวังว่าศิษย์ที่มีรอยยิ้มที่ดูจริงใจเช่นเจ้าจะสามารถพูดจาโต้เถียงหัวชนฝาได้อีกครั้งหนึ่ง…..   ”  สีหน้าผู้ที่มาเยือนนั้นดูดุร้าย  แถมยังดูชั่วร้ายเป็นอย่างมากอีกด้วย 






จิ่ว หลิงหยุนนั้นไม่มีความกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว  เธอกุมดาบยาวเอาไว้ในมือเตรียมตัวที่จะต่อต้าน






” ข้ายอมตาย  ดีกว่าที่จะถูกจับโดยเจ้า !! ” ในขณะที่พูดจิ่ว หลิงหยุนก็นำดาบออกมาจ่อเข้าที่คอของตัวเอง  เธอเตรียมตัวที่จะฆ่าตัวตาย  เพียงแต่เธอนั้นคิดว่า  คงจะไม่สามารถที่จะได้พบหน้าของยี่ เทียนหยุนได้อีกครั้งหนึ่ง  ไม่มีทางที่จะดูแลน้องชายของตัวเองให้ดีได้อีกครั้งหนึ่ง  เธอมิอาจจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้  แต่เธอก็จะไม่เสียใจ  ไม่เสียใจที่กระทำอย่างนั้นลงไป






” คิดจะฆ่าตัวตายอย่างงั้นเรอะ  ฝันไปเถอะ !! ” 






ฐานพลังขั้นปรับแต่งวิญญาณระดับที่ 4 เร่งความเร็วขึ้นมาในทันที  สปีดนั้นเร็วกว่าจิ่ว หลิงหยุน  เขายื่นมือออกไปปัดดาบยาวในมือของเธอทิ้งไป  แล้วก็จับแขนของเธอเอาไว้ในทันที  จิ่ว หลิงหยุนในตอนนี้จึงไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวได้ 






ฐานพลังของคนทั้งสองนั้นห่างชั้นกันไกลลิบ  เธอไม่มีทางที่จะต้านทานคนๆนี้เอาไว้ได้






” ข้าจะมองดูหญิงสาวตัวน้อยๆ เช่นเจ้าฆ่าตัวตายได้อย่างไร…..  เฮ้  ถึงรูปร่างหน้าตาเจ้าจะดูธรรมดา แต่ทรวดทรงองเอวของเจ้าก็ดูไม่เลว ” ศิษย์คนนี้มองดูไปยิ้มแย้มไป  เขามองดูหุ่นของเธอไปด้วยเลียลิ้นไปด้วย






พลันสีหน้าของจิ่ว หลิงหยุนก็ดูซีดเซียว  เธอเตรียมตัวที่จะกัดลิ้นของตัวเองเพื่อฆ่าตัวตายภายในทันที 






ในขณะนั้นเอง  ประกายแสงสีเงินก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้า  ศิษย์คนนั้นก็ถูกโจมตีจนกระเด็นลอยไป  ” ธัมพ ” เขากลิ้งอยู่หลายตลบจึงหยุดลง  เขามองดูไม่มีเสียงอีกเลยแม้แต่นิดเดียว 






เวลานี้ก็ปรากฏรูปร่างลักษณะขึ้นมาท่ามกลางสายตาของเหล่าผู้คน  นี่คือ หมาป่าหิมะ  หมาป่าหิมะที่ยี่ เทียนหยุนนั้นจัดแจงให้ป้องกันที่นี่เอาไว้  คำสั่งที่เขาได้ให้ไว้กับมันก็แสนจะเรียบง่ายเป็นอย่างมาก  ปกป้องฉี ซู่หยุนและก็จิ่ว หลิงหยุนเป็นพิเศษ  หากพวกเธอต้องพบกับอันตรายใดๆในปัจจุบัน  ตัวเจ้าจะต้องรีบเข้าปกป้องในทันที !!






หมาป่าหิมะปรากฏกาย  มันทำให้ผู้คนเป็นจำนวนมากถึงกับช็อค  สัตว์อสูรจะมาปรากฏอยู่ที่นี่ได้อย่างไร  และที่ยิ่งไปกว่านั้น  ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าฐานพลังของมันนั้นจะสูงจนถึงขั้นแก่นการควบแน่นระดับที่ 7 !!






” ฮะวู้ !! ” 






หมาป่าหิมะแหงนหน้าขึ้นหอน  มันต้อนรับหมาป่าหิมะเป็นจำนวนมากอันหนาแน่น  พวกมันต่างก็เข้ามาล้อมรอบบริเวณแห่งนี้เอาไว้  ถึงแม้ว่าฐานพลังของพวกมันจะไม่ได้สูง  แต่พวกมันก็สามารถที่จะรับมือกับฐานพลังที่อยู่ในขั้นปรับแต่งวิญญาณบางคนได้  หรือถ้าจะให้พอเหมาะพอเจาะก็ต้องอยู่ในขั้นปรับแต่งกายา






ในขณะเดียวกันนั้น  ยี่ เทียนหยุนถึงแม้จะอยู่ในที่ที่ห่างไกล  แต่เขาก็ได้ยินเสียงของระบบ






” ตึง!! ประสบความสำเร็จในการฆ่าศิษย์นิกายหลอมโลหะเทวะ ได้รับค่าประสบการณ์ 2,800 แต้ม  แต้มคลั่ง 600 แต้ม  ค่าความชำนาญความสามารถของช่างตีเหล็ก 50 แต้ม ” 






ยี่ เทียนหยุนจ้องมองในทันที  ถึงแม้ว่าหมาป่าหิมะจะอยู่ห่างจากตัวเขาเป็นระยะทางอันไกลลิบ  แต่ไม่ว่ามันจะฆ่าสัตว์อสูรตนใดหรือบุคคลใด  ตัวเขาก็จะได้รับค่าประสบการณ์ในลักษณะที่คล้ายกัน  ดังนั้นหากหมาป่าหิมะทำการฆ่าสัตว์อสูร  ยี่ เทียนหยุนก็จะสามารถยกระดับได้อย่างแน่นอน






สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้มิใช่ค่าประสบการณ์  แต่เขาสามารถที่จะรับรู้ถึงจุดที่ว่า  มีใครบางคนถูกฆ่า !! 






” เจ้าพวกเฒ่าประหลาดทั้งหลาย  อุตสาห์มาเยี่ยมเยียนถึงที่…..  ช่างยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้  ถ้าอย่างนั้นในครั้งนี้  ข้าจะได้ฆ่าล้างบางพวกมันทั้งหมดอย่างยิ่งใหญ่ไปเลย !! ” ยี่ เทียนหยุนยกสายตาของเขาขึ้นมองดู  ไม่ไกลเท่าใดนักปรากฏประกายแสงสีขาวนวลอยู่ ณ บริเวณของตำหนักหยกสวรรค์






เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความล่าช้าและปัญหาใดๆเป็นจำนวนมาก  ยี่ เทียนหยุนจึงทำการเปิดโหมดคลั่งในทันที  เขาเร่งความเร็วจนถึงขีดสุด  สปีดรวดเร็วเป็นพิเศษ  เหมือนกับได้ขี่หมาป่าหิมะ !! 

           

  

  





















นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top