ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 91 : ก่อกบฏ

 969 Views









        อำนาจแห่งพลังมาจากตำแหน่งที่สูง  แรงกดอันมหาศาลพุ่งตรงมายังที่นี่จากสถานที่ห่างไกล  บรรดาศิษย์ชั้นนำของตำหนักหยกสวรรค์ต่างก็พากันออกมา  ในตอนนี้พลังของที่นี่นั้นต่างก็ถูกสูบออกไปอย่างช้าๆแต่รวดเร็ว  พวกเขาต่างก็ตระหนักได้ถึงสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลอันนี้  ต่อมาพวกเขาก็ค้นพบในทันทีว่า  มันมีความผิดปกติมาจากด้านข้างหลังภูเขา  พวกเขาจะต้องถูกสูบจนหมดตัวแน่หากว่ายอมจำนน






ไม่ต้องรอให้พลังถูกสูบเป็นเวลานาน  ใครบางคนก็กลับมารายงานให้ทราบในทันทีว่า






” ท่านเจ้าตำหนัก…..  มีผู้เชี่ยวชาญการ์ดเฝ้าระวังอยู่บริเวณด้านข้างหลังภูเขา  พวกมันไม่ยอมให้พวกเราได้ผ่านออกไป !! ”    Deacon (ผู้ดูแล) รีบกลับมารายงานอย่างรีบเร่ง






” ดูเหมือนว่าพวกมันมีการเตรียมพร้อมที่จะเสียสละ…..  ” 






ฉี ซู่หยุนขมวดคิ้ว  ปัญหาได้มาเยือนแล้ว  กลุ่มอิทธิพลที่มาแน่นอนว่าพวกมันไม่ได้มาเพียงลำพังเป็นแน่  แต่พวกมันต่างก็ยกโขยงกันมา  กลุ่มของบรรดาชายชรา  เหล่าบุคคลที่อยู่แต่ในโลงศพ  ดูเหมือนว่าพวกเขาจะปลดปล่อยกลิ่นอายที่รุนแรงออกมาจากร่างกายของพวกเขา ณ ขณะนี้

  






และไม่ใช่มาแค่คนเดียว  แต่มากันถึง 6 คน  ใบหน้าของคนทั้งหกนั้นเป็นล้วนเป็นไปตามกาลเวลา  รอยย่นเป็นท่อนๆปรากฏอยู่บนใบหน้าของพวกเขา  รอยตีนกาที่โค้งลึก  แต่แสงที่อยู่ภายในตาของพวกเขาทั้งสองข้างนั้นไม่ได้เป็นประกายระยิบระยับเฉกเช่นในวัยหนุ่ม  แต่อยู่ในสภาพที่ลมหายใจแขวนอยู่บนเส้นด้าย 






บุคคลทั้งหกนี้  ต่างก็เป็นบรรพบุรุษของกลุ่มอิทธิพลทั้งสาม  ฐานพลังนั้นอยู่ในขั้นแก่นการควบแน่นระดับสูงสุด  ห่างจากขั้นแก่นวิญญาณเพียงแค่ระดับเดียวเท่านั้น  แต่เดินทางมาถึงอายุปูนนี้แล้ว  แน่นอนว่าย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะเลื่อนระดับ  สภาพของพวกเขาในตอนนี้พูดได้ว่าคลานออกมาจากโลงศพ 






ผู้นำของตนเองทั้งหมดถูกฆ่าตาย  ทั้งๆที่พวกเขาแท้ที่จริงแล้วต่างก็เก็บตนตัดขาดตัวเองออกจากโลกภายนอก  จึงต้องออกมาพร้อมกับพกพาความโกรธอย่างถึงที่สุดมาด้วย  ภายใต้สถานการณ์ที่เร่งด่วนเช่นนี้  ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่จะเป็นการบั่นทอนอายุของพวกเขาให้สั้นลง  แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือก 






ผู้นำนิกายของพวกเขาต่างก็ถูกฆ่าตาย  หากพวกเขาเอาแต่หลบซ่อนอยู่ในนิกาย  นี่จะไม่เป็นถูกคนทั้งโลกหัวเราะเยาะเอาอย่างนั้นหรือ  และที่ยิ่งไปกว่านั้นฝั่งตรงกันข้ามเองก็เป็นเพียงกลุ่มอิสตรี  การทำตัวเยี่ยงนี้ก็เท่ากับว่าด้อยกว่าอิสตรี  แล้วพวกเขาจะกล้ำกลืนฝืนทนอยู่ได้ยังไง 






ฐานพลังที่มานั้นอยู่ในขั้นแก่นการควบแน่นระดับสูงสุด  ที่เหลือก็อยู่ในขั้นแก่นการควบแน่นเป็นลำดับชั้น  ไม่ใช่คนทุกคนจะสามารถบรรลุถึงระดับขั้นแก่นการควบแน่นระดับสูงสุดได้ทุกคน 






เมื่อบรรลุถึงขั้นแก่นการควบแน่น  ช่วงชีวิตจะอยู่ที่  400-500 ปี  หากมองดูจากสภาพของพวกเขาแล้ว  นี่เป็นกลุ่มของสัตว์ประหลาดอายุยืน  หากต้องการที่จะมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นกว่านี้  แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องทำการเลื่อนระดับเพียงเท่านั้น  จึงจะสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นมาได้  






ฐานพลังที่อยู่ในขั้นแก่นวิญญาณ  อย่างน้อยจะสามารถอาศัยอยู่ได้ราวๆ 1,000 ปี  การจะทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นนี้  จะกระทำโดยไม่มีการเปิดเผยโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอยู่ในวัยชรา 






” ท่านเจ้าตำหนัก  ในตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรกันดี ?? ” ผู้อาวุโสใหญ่ที่กลับมา  สีหน้าในยามนี้ยังคงแลดูสง่างาม  ตำหนักหยกสวรรค์ของพวกเขาในตอนนี้นั้นเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด  เมื่อขาดยี่ เทียนหยุนไป  พลังของพวกเขาก็ตกลง  






” ข้านั้นต้องการที่จะออกไปดู  ว่าจะหาทางช่วยเทียนหยุนออกมาได้อย่างไร  ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะก่อปัญหาขึ้นมาอย่างกระทันหันแบบนี้…..  ” เมื่อยามรู้ข่าวว่ายี่ เทียนหยุนติดอยู่ด้านในนั้น  หัวใจของฉี ซู่หยุนก็วิตกกังวลเป็นอย่างมาก  เธอเตรียมตัวที่จะไปยังซากปรักหักพังโบราณสถานแห่งสวรรค์  แต่ก็ไม่คิดเลยว่าเธอจะไม่มีเวลาได้ไปซะแล้ว  






บรรดาเฒ่าประหลาดเหล่านี้เมื่อมาถึงต่างก็พากันโอบล้อมในทันที  ราวกับได้รับข่าวสารอะไรบางอย่าง  พวกเขาจึงรีบฉกฉวยโอกาสลงมืออย่างรวดเร็วในทันที      






เมื่อขาดพลังของยี่ เทียนหยุนไป  การจะต่อกรกับบรรดาเฒ่าประหลาดเหล่านี้ก็ย่อมที่จะเป็นไปได้ยาก  ถึงแม้ว่าฐานพลังของบรรดาเฒ่าประหลาดเหล่านี้จะต่ำกว่ามาตรฐานในช่วงพีคของตัวเอง  แต่ก็ยังถือว่ามีพลังที่แข็งแกร่งอยู่  จึงไม่สามารถที่จะประมาทพวกเขาเหล่านี้ได้  






” ท่านเจ้าตำหนัก  ในเวลานี้พวกเราไม่มี…..  ” ผู้อาวุโสใหญ่หม้อ ยู้รู้สึกว่าตนเองนั้นมีความผิด






” ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับท่าน  เด็กคนนี้มักจะสร้างปัญหาอยู่เป็นประจำ  มิฉะนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเหตุเช่นนั้นขึ้น….. ” ฉี ซู่หยุนพูดอย่างเคร่งขรึม  นั่นจึงทำให้เขาไม่ได้ออกมา  ” ในตอนนี้  พวกเราต้องเพ่งสมาธิไปที่กลุ่มของเฒ่าประหลาดเหล่านี้ !! ” 






ในเวลานี้  ชายชราทั้งหกก็ได้เดินเข้ามา  ทุกๆย่างก้าวนั้นดูจริงจัง  กลิ่นอายของคนทั้งหกนั้นดูห้าวหาญ  พละกำลังที่นิกายพวกเขามีเท่าไหร่  ต่างก็นำออกมาใช้จนหมด  รวมไปถึงบรรดาชนชั้นนำและผู้ดูแลทั้งหลาย  ที่ต่างก็ปิดล้อมเป็นวงกลมอย่างกระชับรัดกุมอยู่ที่นี่






ด้วยสถานการณ์ของตำหนักหยกสวรรค์ในตอนนี้  ไม่มีทางที่พวกเขาจะสามารถฝ่าออกไปได้  มีแต่จะถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหดก็เท่านั้น 






” เจ้าพวกเด็กน้อยทั้งหลายเอ๋ย  คงเห็นว่าหมดสมัยของพวกเราแล้วซินะ  ที่ตั้งนานแล้วพวกเราไม่ออกมา  คงจะคิดว่านี่เป็นโลกของพวกเจ้าอย่างงั้นเหรอ ?? ” นั่นคือบรรพบุรุษของนิกายหลอมโลหะเทวะผู้ที่มีฐานพลังอยู่ในขั้นแก่นการควบแน่นระดับสูงสุด  เหวิน เถียน !! 






” ฆ่าคนของเราไปตั้งหลายคน  บัญชีนี้พวกเจ้าจะต้องชดใช้ !! ” ใกล้กันนั้น  ฐานพลังอ่อนกว่าเล็กน้อยแต่ก็ยังอยู่ในขั้นแก่นการควบแน่นระดับที่ 9 คนผู้นี้ก็คือ บรรพบุรุษของนิกายวิญญาณสวรรค์  เทียน เฟิง !! 






” เห็นว่าพวกเรากลุ่มอิทธิพลเป็นเวลานานแล้วไม่ได้ออกมา  คงจะคิดว่าพวกเราคงจะไม่ปรากฏตัวออกมาแล้วละซิท่า ?? ในยุคแรกที่พวกเราต่างก็มีวีระกรรมสะท้านแผ่นดิน  พวกเจ้ามันยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ !! ” บรรพบุรุษตึกกระแสลมแห่งสวรรค์  เฟิง หยุนผู้มีฐานพลังอยู่ในขั้นแก่นการควบแน่นระดับที่ 9 






ฐานพลังที่ต่ำที่สุดของพวกเขาก็คือ ขั้นแก่นการควบแน่นระดับที่ 9 ไม่มีต่ำกว่านี้  ไม่เช่นนั้นก็คงจะไม่เรียกกลุ่มนี้ว่า  เหล่าสัตว์ประหลาดเฒ่า  3 คนนี้คือตัวแทนที่เป็นที่เคารพนับถือภายในนิกายของพวกเขา  เป็นเหล่าบรรพบุรุษชราผู้มีประสบการณ์มากที่สุด  






คำพูดที่พวกเขาเปล่งออกมานั้นมันแฝงไปด้วยกลิ่นอายที่ทรงพลังอย่างมหาศาล  มันกดดันเหล่าวิญญาณของผู้คนเป็นจำนวนมาก  ทำให้พวกเขาต่างก็รู้สึกแน่นหน้าอก  หายใจได้อย่างยากลำบาก






” เลิกพล่ามได้แล้ว  เจ้าพวกบรรดาเฒ่าประหลาดทั้งหลาย  พวกเราตำหนักหยกสวรรค์ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงกลุ่มอิทธิพลเกรด 1 แต่ก็ไม่ได้ความว่าพวกเรานั้นจะอ่อนแอ !! ” 






ในเวลานี้  บรรพบุรุษจำนวน 3 คนได้เดินออกมาจากตำหนักหยกสวรรค์  อายุก็ประมาณหญิงชรา  พวกเธอเดินมาด้วยท่าทีอันสงบนิ่ง  พวกเธอนั้นเป็นเหล่าบรรพบุรุษที่เก็บตัวด้วยความสันโดษอย่างต่อเนื่อง  ในตอนนี้เกิดเหตุการณ์คับขันขึ้น  พวกเธอจึงต้องออกมาพร้อมกันถึง 3 คน






ฐานบ่มเพาะพลังของพวกเธอต่างก็ไม่ได้สูงมากนัก  แค่เพียงขั้นแก่นการควบแน่นระดับที่ 8 เพียงเท่านั้น  หากนำมาเปรียบเทียบกับบรรพบุรุษของนิกายหลอมโลหะเทวะแล้ว  ก็จะพบว่าห่างกันถึง 2 ระดับเลยทีเดียว  พูดแล้วก็อาจจะหาว่าเป็นการกล่าวเกินจริง  ด้วยฐานพลังในขั้นแก่นการควบแน่นระดับที่ 8 นี้  ก็เพียงพอที่จะสั่นสะเทือนแผ่นดินใหญ่ในยุคแรกๆได้แล้ว






” ที่แท้เจ้าก็ยังไม่ตายนี่เอง  ดูเหมือนว่าเจ้าในตอนนี้คงยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก ” บรรพบุรุษเหวิน เถียนพูดเยาะเย้ย  ” พวกเจ้าได้ฆ่าคนของพวกเราตายไปเป็นจำนวนมาก  ในตอนนี้ข้าจะให้เจ้าได้เลือก  ยอมจำนนต่อพวกเรา  รวมเข้ากับนิกายของพวกเรา  กลายมาเป็นคู่ฝึกเต๋ากับบรรดาศิษย์ของพวกเรา  หรือไม่ก็ถูกพวกเราปราบปรามโดยการฆ่าล้างบางตำหนักหยกแห่งสวรรค์ของพวกเจ้า !! ” 






ไม่ว่าจะเลือกอันไหน  ล้วนแล้วแต่ก็ต้องจบลงด้วยโศกนาฏกรรม  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ทางเลือกแรก  นั้นเป็นหลักการที่น่าอายเป็นอย่างยิ่ง 






ดูจะเป็นการดัดแปลงคำพูดที่ฟังดูแล้วน่ารัก  เรียกว่าคู่ฝึกเต๋า  หากดูตามสภาพการณ์ในปัจจุบันแล้ว  คงจะเรียกได้ว่า  ไปเป็นทาสซะมากกว่า !! 






” ให้พวกเราไปเป็นทาสของพวกเจ้า  อย่าฝันหวานไปหน่อยเลย !! เรายอมที่จะเสี่ยงชีวิตดั่งเช่นทหารหาญจนถึงที่สุด  คนเช่นพวกเจ้าอย่าได้คิดหวังเลย !! ” บรรพบุรุษบิง ซินสายตาเย็นชา  เธอไม่ยินยอมพร้อมใจอย่างแน่นอน 






” ยอดเยี่ยม  งั้นพิชิตตำหนักหยกสวรรค์ของพวกเจ้าด้วยการฆ่าล้างบางซะให้หมด  นี่คือหนี้ที่พวกเจ้าจะต้องจ่าย !! ” บรรพบุรุษเหวิน เถียนพูดเยาะเย้ย  ” ลงมือ !! ” 






ในขณะที่เขาตะโกนออกมา  พวกเขาไม่ใช่เป็นฝ่ายเริ่ม  แต่เป็นตำหนักหยกสวรรค์ที่เริ่ม  มีใครบางคนที่เริ่มลงมือฆ่าฟันพวกเดียวกันเองอย่างกระทันหัน






” พัฟ…..  ” เลือดพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า  2 คน 3 คน….. 






เหล่าศิษย์ต่างก็ถูกแทง  สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันแบบนี้  ต่างก็ทำให้ผู้คนนั้นตกอยู่ในความตะลึง






” เจ้าพวกทรยศ  พวกเจ้าก่อกบฏอย่างงั้นเรอะ !! ” ฉี ซู่หยุนสายตาพลันเย็นชา  ร่างของเธอหายไปอย่างรวดเร็ว  เธอต้องการที่จะขัดขวางบรรดาคนทรยศเหล่านี้  แต่…..  เหล่าเฒ่าบรรพบุรุษก็ล้อมรอบตัวเธอเอาไว้อย่างรวดเร็ว  เธอใช้ฝ่ามือขวาเข้าปะทะ 






” แปง ”   ฉี ซู่หยุนเซถอยหลัง  ไม่มีความได้เปรียบเลยแม้แต่นิดเดียว  






กบฏเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะมีปริมาณที่ไม่มาก  เพียง 45 คนเท่านั้น  แต่พวกเธอก็อยู่ภายใน !! ฐานพลังก็มิใช่น้อย  บางคนก็ถึงกับอยู่ในขั้นปรับแต่งวิญญาณ  และบางคนก็เป็นคนที่เข้าสู่ด่านทดสอบซากปรักหักพังโบราณสถานแห่งสวรรค์ !! 






ถึงแม้ว่าจะเป็นลูกศิษย์ในกลุ่มหัวกระทิเพียงเล็กน้อย  แต่ก็ไม่นึกไม่ฝันว่าจะกลายเป็นกบฏ  เหตุผลอันนี้มันยากที่จะทำใจให้ยอมรับได้  






” ฮ่าๆฮ่าๆ  ไม่ต้องคิดเลย !! ขาดเจ้าเด็กคนนั้นไป  พวกเจ้าจะมีปัญญาสร้างปัญหาอะไรได้  ได้ยินมาว่าฐานพลังของเจ้าเด็กคนนั้นบรรลุถึงขั้นแก่นการควบแน่น  นี่มันตัวมารร้ายชัดๆ ”  บรรพบุรุษเหวิน เถียนพูดจาเยาะเย้ยว่า ” ถูกขังอยู่ด้านในซากปรักหักพังโบราณสถานสวรรค์แห่งนั้น  ข้าคิดว่าเขาคงจะไม่ได้ออกมาแล้วละ  หากเขาตายอยู่ข้างใน  ดังนั้นแล้ว  พวกเจ้ายังจะมีการ์ดอะไรอยู่ในมืออีก !! ” 






พวกเขาถึงได้ฉกฉวยโอกาสได้อย่างรวดเร็ว  ที่แท้ก็มีไส้ศึกอยู่ภายใน !! เมื่อรู้ว่ายี่ เทียนหยุนไม่สามารถที่จะออกมาจากซากปรักหักพังโบราณสถานแห่งสวรรค์ได้แล้ว  พวกเขาก็ลงมือกันอย่างรวดเร็ว     






กำแพงที่ไม่มีรูระบาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีไส้ศึกอยู่ภายใน  มันจึงดูร้ายแรงยิ่งขึ้นไปอีก  พวกเขารู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของยี่ เทียนหยุน  ดังนั้นแล้วต่อให้โกหกผู้อื่นได้  แต่ก็ไม่สามารถโกหกพวกเขาได้  เนื่องจากยี่ เทียนหยุน  พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะลงมือตามอำเภอใจ






แต่ตอนนี้ในเมื่อคนไม่อยู่แล้ว  ก็ต้องรีบฉกฉวยโอกาส  คงจะมีแต่พระเจ้ากระมังที่รู้ว่ายี่ เทียนหยุนนั้นมีการ์ดอะไรอยู่ในมือ  ดังนั้นแล้วเลี่ยงได้พวกเขาจึงหลีกเลี่ยงไว้ก่อน






ในขณะเดียวกัน  ยี่ เทียนหยุนก็เร่งรีบเดินทางอย่างรวดเร็ว  เขารู้สึกแปลกๆไม่ค่อยดี  ร่างกายพลันเย็นเฉียบขึ้นมา  






” รู้สึกแปลกๆ  ทำไมข้ารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี…..  คงต้องรีบแล้ว !! ” ยี่ เทียนหยุนสายตาพลันเย็นชา  เขารีบเร่งความเร็วในการวิ่งยิ่งขึ้นไปอีก






เขาไม่ได้ขี่หมาป่าหิมะที่จะได้เร่งความเร็วถึงขีดสุดได้  เขาทำได้เพียงแค่วิ่งกลับไปเท่านั้น !! 

  




















นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top