ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 81 : ซวน เทียน (ความลับสวรรค์) ขั้นกษัตริย์ !!

 836 Views









        ยี่ เทียนหยุนเฝ้าสังเกตสถานการณ์ที่อยู่รอบๆบริเวณ  นอกเหนือไปจากดอกไม้และบรรดาต้นไม้แล้วก็ไม่มีสถานที่ผิดปกติอันใดจะปรากฏให้เห็นเลย  แต่….. จู่ๆก็ปรากฏทางเดินขึ้นมา  ยี่ เทียนหยุนจึงเดินไปตามทางเดินที่โผล่ขึ้นมา  พลันปรากฏลานบ้านพร้อมกับบ้านขนาดเล็กขึ้นในสายตาของเขา 






ลักษณะภายนอกที่มองดูนั้นตัวบ้านยังไม่ได้แตกหักแต่อย่างใด  แต่ดินแดนแห่งนี้นั้นมันคือภาพลวงตา  ภาพลวงตาแน่นอนว่าย่อมที่จะไม่ถูกทำลาย  มันสามารถที่จะรักษาสภาพดั้งเดิมของสิ่งนั้นๆเอาไว้ได้ 






ถึงแม้ว่าบ้านที่ปรากฏจะยังไม่ถูกทำลาย  แถมบ้านนั้นก็มองดูธรรมดาเป็นอย่างมาก  ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นมาด้วยไม้ธรรมดาๆ  ภาพลวงตานั้นสามารถที่จะสร้างได้ดั่งใจนึก  ต้องการสร้างให้หรูหรามันก็ดูหรูหรา  แต่ที่นี่นั้นมันช่างดูเรียบง่ายธรรมดาเป็นอย่างมาก






ยิ่งดูธรรมดาก็อาจจะยิ่งมีปัญหาก็เป็นได้  เส้นทางแห่งผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงนั้นเป็นถนนที่เรียบง่ายไม่ได้มีความหรูหราแต่อย่างใด  






เมื่อยี่ เทียนหยุนมาถึงยังบ้านไม้หลังเล็กนี้  เขาก็ยื่นมือออกมาทำการเคาะประตูอย่างสุภาพ  ” ธัมพ ” เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นในทันใด ณ บ้านไม้อันสงบสุขแห่งนี้  เสียงที่ปรากฏออกมานั้นจึงดังก้องเป็นพิเศษ 






” เข้ามา ” เสียงที่ลึกและทุ้มต่ำถ่ายทอดออกมาจากด้านใน 






ในใจของยี่ เทียนหยุนพลันสะดุ้ง  เขาไม่คิดว่าจริงๆแล้วที่นี่จะมีคนอาศัยอยู่ด้วย !! เขาก็เคาะประตูตามมารยาทเท่านั้น  พอเป็นพิธีรีตอง  ที่นี่นั้นเป็นอีกอาณาเขตหนึ่ง  ยี่ เทียนหยุนไม่คิดว่าข้างในบ้านไม้หลังเล็กนี้จะมีคนอยู่  เขาเพียงหยั่งเชิงตรวจสอบดูก็เท่านั้นเอง  






ทันใดนั้นยี่ เทียนหยุนก็ผลักประตูเบาๆ  ลานที่ปรากฏแก่สายตาของเขานั้นมันเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้  มีชายชรานั่งอยู่ภายในศาลา  ลักษณะของเขานั้นดูสบายๆและไร้ซึ่งความกังวลใดๆ






” ผู้เยาว์น้อมคารวะผู้อาวุโส !! ” ยี่ เทียนหยุนเดินเข้ามาด้วยความเคารพนอมน้อม  เขามองดูชายชราผู้นี้ภายใต้ความเคารพ 






ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถสร้างซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์ขึ้นมาได้  แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ใช่คนธรรมดาสามัญอย่างแน่นอน  ดังนั้นยี่ เทียนหยุนจึงต้องการที่จะแสดงความเคารพต่อชายชราผู้นี้  ยังไงซะผู้เชี่ยวชาญก็ย่อมที่จะได้รับความเคารพอยู่เสมอในทุกยุคทุกสมัย  






” ไม่ต้องมากพิธีไป  ตัวข้านั้นไม่ใช่นายของที่นี่ ” ชายชราพูดด้วยรอยยิ้ม






” ท่านไม่ใช่เจ้านายของที่นี่ยังงั้นเรอะ ?? ” ยี่ เทียนหยุนพลันสะดุ้ง  เขาอาศัยอยู่ที่นี่แต่ไม่ใช่นายของที่นี่อย่างงั้นเรอะ ?? 






” ใช่แล้วล่ะ  ข้านั้นเป็นเพียงข้ารับใช้ของที่นี่ตั้งแต่ครั้งโบราณกาล  เรียกข้าว่าผู้เฒ่าซวนก็พอแล้วละ  นี่คงจะเป็นพรหมลิขิตของสหายท่านนี้  โปรดตามข้ามา      ” ผู้เฒ่าซวนบอกใบ้ให้กับยี่ เทียนหยุนให้เดินตรงไปยังห้องๆหนึ่ง






ยี่ เทียนหยุนพยักหน้า  จากนั้นเขาก็เดินไปพร้อมกับผู้เฒ่าซวนเข้ามาภายในห้อง  ในห้องนั้นไม่มีสมบัติอะไรอยู่เลย  จะมีก็แต่เพียงศิลาวิญญาณที่แขวนอยู่บนโต๊ะ  มีถ้อยคำที่สลักเอาไว้ด้านบนว่า ” ซวน เทียน (ความลับสวรรค์) ขั้นกษัตริย์ ” อย่างชัดเจน  เจ้านายของที่นี่ก็คือ ซวน เทียน (ความลับสวรรค์) ขั้นกษัตริย์ !!






” ที่แท้ก็คือ ขั้นกษัตริย์ !! ” 






ยี่ เทียนหยุนในใจตอนนี้นั้นสั่นไปหมด  ถัดจากขั้นกษัตริย์ก็คือขั้นนักบุญ !! จริงๆแล้วปลายขั้นวิญญาณ  ผู้คนมักจะเรียกกันว่า กษัตริย์  ในผืนแผ่นดินใหญ่นี้ผู้ที่ดำรงอยู่ในขั้นนี้ถือเป็นจุดสูงสุด  ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเขาถึงสามารถที่จะสร้างโบราณสถานขนาดมหึมานี้ขึ้นมาได้  มีความแข็งแกร่งระดับนี้ก็ไม่มีความยากอันใดเลย 






” นี่คือศิลาวิญญาณของนายท่าน ” ผู้เฒ่าซวนถอนหายใจ 






” ซวน เทียน (ความลับสวรรค์) ขั้นกษัตริย์  เขา….. ” ยี่ เทียนหยุนสะดุ้ง  นี่เขาที่อยู่ในขั้นกษัตริย์ตายเเล้วอย่างนั้นหรือ ?? 






” ใช่แล้ว  แม้กระทั่งขั้นกษัตริย์ก็ยังมิอาจหนีพ้นต่อโชคชะตาแห่งความตาย ” ผู้เฒ่าซวนถอนหายใจ 






สีหน้าของยี่ เทียนหยุนกลายเป็นจริงจัง  เขากล่าวอย่างเคารพว่า  ” ถ้าอย่างนั้นผู้เยาว์ขอจุดธูปให้กับผู้อาวุโสเป็นลำดับแรกได้หรือไม่  เพื่อที่จะแสดงปฏิภาณแห่งการน้อมคารวะของผู้เยาว์นี้ ” 






ผู้เฒ่าซวนโบกมืออย่างนิ่มนวล  ธูปที่จุดแล้วก็ปรากฏอยู่ในมือของเขา  จากนั้นเขาก็ส่งต่อไปให้กับยี่ เทียนหยุน 






ธูปที่ยี่ เทียนหยุนรับมานั้นหอมหวนเป็นอย่างมาก  เขาหยุดอยู่ตรงหน้าของศิลาวิญญาณนี้  จากนั้นก็ทำการโค้งคำนับโดยการก้มต่ำเป็นจำนวน 3 ครั้งด้วยลักษณะอันเคร่งขรึม  ดูเคารพเป็นอย่างมาก  ในใจของเขานั้นรู้สึกสงสารเป็นอย่างมากที่บุคคลระดับขั้นกษัตริย์จะต้องมาจบชีวิตลง






หลังจากที่เขาโค้งคำนับเป็นจำนวน 3 ครั้งแล้ว  เขาก็นำธูปที่มีกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลเดินไปปักยังกระถางธูป  






ผู้เฒ่าซวนนั้นมองดูการกระทำของยี่ เทียนหยุน  พยักหน้าด้วยความพึงพอใจแล้วกล่าวว่า ” ดี ดี  อุปนิสัยของเจ้านั้นดี  เป็นผู้มีกริยามารยาท  มีคุณสมบัติที่จะกลายมาเป็นศิษย์ผู้สืบทอดของนายท่าน !! ” 






ยี่ เทียนหยุนพลันสะดุ้ง  ตัวเองนั้นแค่จุดธูปแสดงการเคารพ  ถึงกับมีคุณสมบัติที่จะกลายมาเป็นศิษย์ผู้สืบทอดเลยยังงั้นหรือ ?? 






” เจ้าไม่จำเป็นที่จะต้องประหลาดใจไปหรอก  นี่เป็นการมอบสิทธิให้แก่เจ้ามันก็เท่านั้นเอง….. แต่อย่างไรก็ตามข้าก็รู้สึกดีกับตัวเจ้า มากกว่าผู้อื่นที่ไม่มีแม้กระทั่งคุณสมบัติ ” ผู้เฒ่าซวนถอนหายใจอย่างเย็นชา  ” คนเหล่านั้นแม้ความสุภาพเพียงน้อยนิดก็ยังไม่มีและที่ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีความจริงใจต่อนายท่านอีกด้วย !! การแสดงปฏิภาณแห่งการคารวะนั้นก็ไม่มี  หวังแต่เพียงที่จะบรรลุเป้าหมายให้ได้เป็นผู้สืบทอด  แน่นอนว่าข้าย่อมไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างแน่นอน !! ” 






” ท่านหมายความว่าเมื่อก่อนก็มีคนเข้ามาที่นี่จริงๆอย่างนั้นหรือ  แต่เหตุผลที่ว่าตัวเขานั้นด้วยกริยาท่าทางที่แสดงออกมาท้ายที่สุดจึงไม่ได้รับตำแหน่งของผู้สืบทอด ?? ” ยี่ เทียนหยุนกล่าวด้วยความสงสัย 






” ใช่แล้วละและที่ยิ่งไปกว่านั้นข้าก็ยังให้บทลงโทษกับตัวเขาอีกด้วย !! ” ผู้เฒ่าซวนกล่าวอย่างเคร่งครึม ” ที่นี่คืออาณาเขตของข้า  ใครที่เคารพต่อนายท่านด้วยความจริงใจนั้น  ตัวข้าสามารถที่จะรู้สึกได้  พวกเขาที่มาไม่มีความคิดที่จะให้ความเคารพนบน้อมต่อนายท่านเลย  ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการสืบทอด !! ” 






แต่ทันใดนั้นเขาก็หันมาพูดกับยี่ เทียนหยุนด้วยรอยยิ้มว่า  ” เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก  อุปนิสัยของเจ้านั้นดีมีมารยาท  เจ้านายของข้าท่านนั้นมักจะเป็นผู้ที่มีความโอบอ้อมอารีย์  ตัวเจ้าได้แสดงให้เห็นถึงการให้ความใส่ใจในธรรมเนียมปฏิบัติ  เจ้านั้นสูงส่งเป็นอย่างมาก ” 






ยี่ เทียนหยุนอดรนทนไม่ไหวจนต้องลอบปาดเหยื่อ  โชคดีที่ตัวข้านั้นมีกริยาท่าทางที่ซื่อตรง  มิฉะนั้นแล้วคงจะต้องจบชีวิตลงอย่างเป็นแน่  ถึงยี่ เทียนหยุนจะไม่รู้ว่าการได้รับโทษที่ผู้เฒ่าซวนพูดถึงนั้นมันหมายความว่าอย่างไรแต่ถ้าหากมองดูจากสถานการณ์ในปัจจุบันแล้ว  มันก็พอจะประมาณได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นคงจะต้องตายไม่ก็กลายเป็นคนปัญญาอ่อนเป็นแน่ 






จิตวิญญาณของพวกเขานั้นเชื่อมต่อกับแผ่นศิลาหินแห่งการทดสอบ  ตราบใดที่จิตวิญญาณถูกโจมตี  ต่อให้ไม่ถึงแก่ความตายก็จะต้องกลายเป็นคนโง่อย่างแน่นอน  **ไม่ต้องมีอิทธิพลอะไร  คนเราก็เปลี่ยนไปเป็นคนปัญญาอ่อนได้






บางครั้งการใส่ใจในมารยาทก็เป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก  ผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากทำลายประตูหน้าหวังเพียงเพื่อที่จะยึดครองสมบัติ  แล้วมารยาทเพียงนิดมันจะมาจากที่ไหนกัน  ใครมันจะไปคิดว่าการเข้ามาก็ถือเป็นการทดสอบมารยาทแล้ว ??  






” นี่ ไม่ทราบว่าท่านผู้เฒ่าซวนจะสามารถทดสอบข้าได้หรือยัง ?? ” ยี่ เทียนหยุนสอบถาม 






” เพื่อที่จะได้รับการสืบทอดจากตระกูลผู้นำอย่างท่านประมุขของพวกเรานั้น  หากไม่มีพละกำลังที่แน่นอนไฉนเลยจะสามารถรับการสืบทอดได้ ” ผู้เฒ่าซวนแย้มยิ้มพูดกับยี่ เทียนหยุน  เขานั้นรู้สึกดีในตัวของยี่ เทียนหยุน ” ระดับที่เจ้าต้องบรรลุนั้นง่ายมาก  เพียงแค่เอาชนะนายท่านให้ได้ !! ” 







” เอาชนะนายท่าน ?? ” ยี่ เทียนหยุนพูดว่า ” ซวน เทียน (ความลับสวรรค์) ขั้นกษัตริย์ไม่ใช่ว่าเขาเสียชีวิตไปแล้วหรอกรึ  แล้วเขายังจะสามารถต่อสู้ได้อีกเรอะ ?? ”   






” ธรรมดาแล้วก็ไม่ใช่นายท่านจริงๆหรอกแต่เป็นจิตวิญญาณที่นายท่านเก็บรักษาเอาไว้  ตราบใดที่เจ้าสามารถที่จะเอาชนะจิตวิญญาณนี้ลงได้  เจ้าก็มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้ได้รับการสืบทอด !! ” ผู้เฒ่าซวนกล่าวอย่างเคร่งขรึม  ” หากว่าเจ้าล้มเหลว  ภายใต้การสัมผัสเพียงเล็กน้อยของข้า  ความทรงจำในส่วนนี้ของเจ้าก็จะถูกลบหายไป  ส่วนอื่นมันจะไม่มีป้ญหาอะไร ” 






ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยินดีต้อนรับผู้ที่มีพรสวรรค์เป็นจำนวนมากในการเป็นผู้สำเร็จการสืบทอดนี้  แต่ก็ต้องดูความแข็งแกร่งของผู้ที่มาเยือนเป็นหลัก  หากจะว่ากันตามกฏแล้วที่นี่ไม่มีความยากอะไรให้กล่าวถึงเลย 






” ไม่มีปัญหา ” ยี่ เทียนหยุนพยักหน้า  แน่นอนว่าตัวเขานั้นไม่มีปัญหาอะไร  หากตัวเขาไม่สามารถที่จะต่อสู้ได้แล้วก็คงไม่มีใครที่จะสามารถต่อกรได้อีก






ที่นี่นั้นจำกัดพลังอยู่ที่ขั้นปรับแต่งวิญญาณ  ฐานบ่มเพาะพลังของเขานั้นอยู่ในขั้นแก่นการควบแน่น  แล้วเขายังจะต้องกลัวใครอีกละ ?? 






” ดี  ถ้ายังงั้นตอนนี้เจ้าพร้อมแล้วใช่ไหม ?? ” ผู้เฒ่าซวนสอบถาม 






” ข้าพร้อมแล้ว ” ยี่ เทียนหยุนกล่าวตอบ 






ผู้เฒ่าซวนพลันพยักหน้า  เขาโบกมือหนึ่งครั้ง  บ้านไม้หลังน้อยในปัจจุบันก็พลันจางหายไป  ปรากฏเวทีการต่อสู้ขนาดมหึมาขึ้นมาแทนที่ในปัจจุบัน  เนื้อที่โดยรอบของมันนั้นกว้างใหญ่ไพศาลจนไม่สามารถที่จะเห็นขอบเขตของมันได้ 






ปรากฏบุรุษหนุ่มร่างหนึ่งขึ้นมาอยู่ตรงหน้าของยี่ เทียนหยุน  เขาปิดตาแน่นหลังจากที่ปรากฏ  จากนั้นเมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ  แสงอันงดงามก็ยิงออกมาจากนัยน์ตาทั้งสองข้างของตัวเขา  ราวกับว่ามันสามารถที่จะทะลุผ่านโลกทั้งใบได้อย่างง่ายดาย !! 






ยี่ เทียนหยุนนั้นรู้สึกราวกับว่าตัวเองนั้นถูกมองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่งในทันที  ในปัจจุบันบุรุษหนุ่มที่ดูหล่อเหลาผู้นี้  ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่า เขาก็คือ  สปิริตคิงในวัยหนุ่มนั่นเอง  นัยน์ตาคู่นั้นสามารถที่จะมองทะลุปัญหาทั้งหมดได้อย่างชัดเจน  สมแล้วที่เป็นสปิริตคิง !! ถึงแม้ว่าจะเป็นสปิริตคิงในวัยหนุ่มแต่ก็ยังคงความห้าวหาญอยู่       






  













      

























นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top