ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 80 : ทำความเข้าใจ

 893 Views









        หลังจากที่ยี่ เทียนหยุนเดินเล่นเป็นวงกลมอยู่ที่นี่  เขาก็ค้นพบว่าที่นี่นั้นไม่มีอะไรที่หลงเหลืออยู่เลยเหมือนกับที่พวกของเขาได้บอกเอาไว้ไม่มีผิด  จะมีก็แต่เพียงแท่งหินศิลาจารึกที่อยู่ตรงกลางเพียงเท่านั้น 






การเดินเล่นอยู่ที่นี่อย่างคนตาบอด  ก็คงรังแต่จะเสียเวลาเปล่าเท่านั้นเอง






ก่อนที่ตัวของยี่ เทียนหยุนจะย้อนกลับไปที่แท่งหินศิลาจารึกนี้  ลำแสงที่บางเบาก็ได้จางหายไปและสิ่งที่ตามมาก็คือ มีแสงที่ตกลงมาจากท้องฟ้าและสิ่งของบางอย่างก็ตกลงสู่มือของศิษย์คนนั้น






ศิษย์คนนั้นจับต้องทักษะยุทธ์อันที่ได้ด้วยความตื่นเต้น  แต่เมื่อตัวเขาทำการตรวจสอบอย่างรอบคอบแล้ว  สีหน้าของเขาก็พลันหดหู่  ” ทักษะยุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับกลาง  มันไม่ใช่ทักษะยุทธ์ขั้นปฐพี….. ” เขาพลันส่ายหัว  คิดว่าตัวเองมันช่างน่าสงสารซะนี่กระไร  






ถึงแม้ว่าทักษะยุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับกลางจะเป็นทักษะที่ดีเป็นอย่างมาก  แต่พวกเขามาที่นี่ก็หวังที่จะได้ครอบครองทักษะในขั้นปฐพี  หากไม่ได้ครอบครองทักษะขั้นปฐพีแน่นอนว่าเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะพากันผิดหวัง 






เมื่อศิษย์คนนั้นเห็นยี่ เทียนหยุนเดินมา  ตัวเขาก็เกิดอาการหวาดกลัวและรีบซ่อนทักษะยุทธ์ที่ได้อย่างรวดเร็ว  ลำแสงที่สว่างไสวนั้นจะดำรงอยู่เพียงแค่ช่วงระยะเวลาอันสั้น  นี่เท่ากับว่าการได้รับการปกป้องก็จะสั้นตามไปด้วย  มันทำให้เกิดสถานการณ์ในการปล้นกันเกิดขึ้น 






หากฝั่งตรงข้ามที่มาปล้นทักษะยุทธ์นั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก  พวกเขาก็คงทำได้แค่กล้ำกลืนฝืนทนอยู่ภายในใจ  สิ่งที่สำคัญที่สุดในการมาครั้งนี้ก็คือ พวกเขามีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น  ถ้าหากทักษะยุทธ์ถูกช่วงชิงไป  พวกเขาก็จะต้องกลับบ้านมือเปล่า  ต่อให้กลับมา ณ สถานที่แห่งนี้อีกในปีถัดไปก็เปล่าประโยชน์  ทุกๆคนมีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวเพียงเท่านั้น !! ไม่สามารถที่จะมา ณ ที่แห่งนี้ได้อีกเป็นครั้งที่ 2  






นั่นก็เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับป้ายสัญลักษณ์  หลังจากที่เดินเข้ามา ณ สถานที่แห่งนี้  พลังงานภายในป้ายก็จะถูกบริโภคโดยสมบูรณ์  จะต้องออกจากที่นี่เพียงเท่านั้น  ป้ายสัญลักษณ์จึงจะเริ่มฟื้นฟูอย่างช้าๆ  ซึ่งก็ต้องใช้ระยะเวลาราวๆ 1-2 ปีจึงจะกลับเป็นเหมือนเดิม 






ถ้าหากว่าเข้าและออกจากที่นี่ได้ดั่งใจ  ก็คงจะไม่ต้องมานั่งบ่มเพาะทำความเข้าใจในทักษะยุทธ์อยู่ที่นี่หรอกกระมัง






และหลังจากที่พวกเขาได้รับทักษะยุทธ์แล้วนั้น  ก็จะต้องเริ่มต้นฝึกฝนการบ่มเพาะพลังของวิชายุทธ์ที่ได้รับมา  เพราะที่นี่นั้นอุดมไปด้วยพลังวิญญาณที่สูงกว่าโลกภายนอก  ดังนั้นแล้วต้องรีบบ่มเพาะทักษะอยู่ที่นี่ซึ่งถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากเป็นอย่างยิ่ง 





ยี่ เทียนหยุนเพียงแค่ชำเลืองมองดูเขาเพียงเท่านั้น  มันไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลย  เมื่อเขาพบสถานที่ที่เหมาะสมในการนั่งบ่มเพาะทำความเข้าใจ  ศิษย์คนนั้นก็พลันโล่งใจที่ยี่ เทียนหยุนนั้นไม่มีความสนใจต่อตัวเขาอีกต่อไป  ไม่เช่นนั้นแล้วก็ไม่รู้ว่าเขาจะมีจุดจบเป็นอย่างไร 






ยี่ เทียนหยุนหลังจากที่นั่งลงแล้ว  เพียงพริบตาลำแสงบางเบาก็เข้าปกคลุมตัวเขาในทันที  มันให้ความรู้สึกที่ว่าสติของเขานั้นถูกดึงเข้าไปสู่แผ่นหินศิลาจารึกของด่านทดสอบแห่งนี้ !! 






ทันใดนั้นยี่ เทียนหยุนก็รู้สึกว่าตัวเขานั้นได้เข้าสู่แสงที่สว่างไสวและถูกรายล้อมไปด้วยศิลาจารึกหินที่อยู่ในทุกๆที่  พื้นที่อยู่รอบๆก็เป็นพื้นทรายสีเหลือง  มันดูผิดปกติเป็นอย่างมาก  แต่ละศิลาจารึกหินก็ได้สลักชื่อของบรรดาทักษะยุทธ์ที่แตกต่างกันออกไป






ยี่ เทียนหยุนก็ทำการเดินสำรวจมองดูบรรดาเหล่าศิลาจารึกหินเหล่านี้  






” ฝ่ามือสวรรค์….. ” 






” ฝ่ามือเมฆาสวรรค์….. ” 






” ฝ่ามือเทพสังหรณ์….. ” 






………






มองดูเหล่าศิลาจารึกหินเหล่านี้  ก็ค้นพบว่ามันเป็นชื่อของทักษะยุทธ์บางอย่างทางด้านการโจมตี  ไม่ใช่ทักษะทางการเคลื่อนไหว  ที่ศิลาจารึกหินนี้มีเพียงชื่อของทักษะยุทธ์เพียงเท่านั้น  ไม่ได้บ่งบอกว่าแท้ที่จริงแล้วมันคือเกรดอะไร  ให้ผลกระทบอะไรบ้าง  มันไม่ได้ถูกระบุเอาไว้แต่อย่างใด 






ในการเลือกทักษะยุทธ์ก็คงจะต้องกำหนดจากชื่อเพียงเท่านั้น  ก่อนจะมาถึงที่นี่  ยี่ เทียนหยุนนั้นได้ทำความเข้าใจมาบ้างแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ซากปรักหักพังโบราณสวรรค์แห่งนี้นั้นเข้ามาก็ไม่ได้มีอะไรนอกจากการมาเลือกทักษะยุทธ์  แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่เลือกทักษะยุทธ์แล้ว  ศิลาจารึกหินอันนี้ก็จะหายไปชั่ว   นิรันดร์  จะไม่ปรากฏขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่ 2 






ดังนั้นทักษะยุทธ์ขั้นปฐพี  หลังจากที่เลือกได้แล้วมันก็จะหายไปโดยสมบูรณ์  จำชื่อของมันไว้ก็ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไร  ในเมื่อความสมบูรณ์ของทักษะยุทธ์ไม่มี 






จะอย่างไรก็ตามยี่ เทียนหยุนนั้นไม่ได้มีความสนใจ ณ ที่แห่งนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  เขานั้นเพียงต้องการที่จะสำเร็จภารกิจหลักจากที่นี่  สามารถที่จะควบคุมทั่วทั้งซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์ !!






” มันจะต้องเลือกทักษะอะไรนะ ถึงจะสามารถสำเร็จภารกิจหลักได้ ?? ” 






ยี่ เทียนหยุนขมวดคิ้ว  เขาเดินไปทั่วก็พบกับทักษะยุทธ์ที่มีในปัจจุบันเป็นจำนวนมาก  แต่อย่างไรก็ตามยี่ เทียนหยุนนั้นเชื่อว่าที่นี่นั้นจะต้องเป็นทักษะขั้นมนุษย์เสียเป็นส่วนใหญ่  ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถสร้างซากปรักหักพังโบราณสวรรค์แห่งนี้ขึ้นมาได้  มันจะมีทักษะยุทธ์ขั้นมนุษย์อยู่เป็นจำนวนมากก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร  






หากเกี่ยวข้องกับอิทธิพลเกรด 1  ทักษะยุทธ์ขั้นมนุษย์นั้นก็นับว่าเป็นวิชายุทธ์ที่ดี  แต่….. ถ้าพูดถึงอิทธิพลระดับสูงแล้ว  มันก็คือขยะดีๆนี่เอง 






หลังจากที่เดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบ  ยี่ เทียนหยุนก็ยังไม่อาจค้นพบเงื่อนงำอันใด  เสียงของระบบก็ไม่ได้มีการกระตุ้นเตือนดังขึ้นมา  นอกจากแสงของศิลาจารึกขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากแล้วก็ไม่พบเห็นสิ่งใดที่มีลักษณะสำคัญเลยแม้แต่นิดเดียว 






” มันดูเหมือนว่าคงจะต้องใช้ทักษะเฉพาะเพียงเท่านั้น….. ” 






ครานี้นั้นสายตาของยี่ เทียนหยุนก็แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์  จากนั้นเขาก็พูดว่า    ” รัศมีนำโชค !! ” 






นอกจากสิ่งนี้แล้ว  ของอย่างอื่นก็ไม่มีความหมาย  ต้องพึ่งพาอาศัยของสิ่งนี้เพียงเท่านั้น  มันทำให้โชคของเขาเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าภายในทันใด !! และในตอนนี้แต้มแห่งศักดิ์ศรีของยี่ เทียนหยุนนั้นมีถึง 100 แต้ม  นี่ก็เท่ากับว่าความโชคดีของเขานั้นมันจะเพิ่มขึ้นถึง 500 เท่า !! 






ก่อนอื่นเลยต้องรู้ก่อนว่า  โชคนั้นไม่ใช่สิ่งที่คำนวณได้  หากแต้มแห่งศักดิ์ศรีของเขาเป็น 0 ต่อให้อยู่ภายใต้รัศมีนำโชค  โชคที่ได้ก็คงจะไม่ดีนัก  มันก็คงจะก้าวข้ามผ่านสิ่งดีๆออกไปโดยที่ไม่รู้ว่า  มันจะต้องใช้แต้มที่สูงเป็นอย่างมาก 






แต่อย่างไรก็ตาม  ภายใต้การผนวกเข้ากับแต้มแห่งศักดิ์ศรี  โชคก็จะเปรียบเสมือนดั่งพายุลมบ้าหมูที่พัดผ่านเข้ามา  ไม่อย่างนั้นแล้วยี่ เทียนหยุนก็คงจะไม่มองแต้มแห่งศักดิ์ศรีนั้น  เป็นของที่มีประโยชน์หรอก






หลังจากที่เปิดรัศมีนำโชคแล้ว  ยี่ เทียนหยุนก็ไม่ได้เลือกศิลาจารึกหินแผ่นไหนเลย  แต่เขายังคงเดินไปอย่างไร้จุดหมาย ณ ที่บริเวณนี้  เขานั้นตั้งใจจะมองดูว่ามีสิ่งใดที่เปลี่ยนแปลงไป  หลังจากที่เดินวนเป็นวงกลมรอบใหญ่  เขาก็ยังไม่พบกับสิ่งผิดปกติอันใด  ทุกๆที่ที่เขาไป  ก็ยังคงเต็มไปด้วยแผ่นศิลาจารึกขนาดใหญ่โดยที่ไม่มีสิ่งใดจะเปลี่ยนแปลงเลย 






หรือแม้กระทั่งยี่ เทียนหยุนนั้นกวาดสายตามองดูสิ่งต่างๆอย่างรวดเร็วดั่งเช่นที่เคยกระทำในอดีต  แต่….. แผ่นศิลาจารึกหินขนาดใหญ่เหล่านี้ก็ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย 






” รู้สึกแปลกจริงๆ  ขนาดเปิดรัศมีนำโชคในตอนนี้แล้ว  ก็ยังไม่มีสิ่งผิดปกติอะไรเกิดขึ้นอีก ?? ” ยี่ เทียนหยุนนั้นคิดจนกระทั่งหัวคิ้วทั้งสองมาชนกัน  ” หรือว่าโชคของข้านั้นยังไม่เพียงพอในเวลานี้ ?? ” 






เขาเดินวนเป็นวงกลม  ค้นพบว่ามันไม่มีความสลักสำคัญอะไรเกิดขึ้นเลย  ยี่ เทียนหยุนก็เลยปิดรัศมีนำโชค  ในที่สุดแล้วตัวเขาก็คงจะต้องจำใจเลือกทักษะยุทธ์จากแผ่นศิลาจารึกเพียงเท่านั้น  ไม่อย่างงั้นแล้วเขาก็คงจะได้ติดอยู่ ณ ดินแดนพิศวงแห่งนี้เป็นแน่ 






เมื่อยี่ เทียนหยุนนั้นได้เลือกหนึ่งในศิลาจารึกที่ตัวเขารู้สึกชื่นชอบและเตรียมตัวที่จะกดไปที่แผ่นศิลาจารึกอันนั้นแล้ว  ทันใดนั้นมือของเขาก็ราวกับถูกไฟฟ้าช๊อต   อย่างรวดเร็ว  






” นี่….. มันไม่ถูกต้อง  ครั้นที่นี่คือเขาวงกต  แผ่นศิลาจารึกหินเหล่านี้ก็ย่อมจะเปรียบเสมือนกับแก่นอาเรย์อันน่าพิศวง !! ” ยี่ เทียนหยุนพลันได้สติขึ้นมา  เขาเพ่งสมาธิหรี่ตามองในทันที  สมองของเขาโยงเรื่องต่างๆเข้าด้วยกัน  ขวนขวายหาคำอธิบายด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว  เขาล็อคเป้ามองดูเหล่าแผ่นศิลาจารึก ณ ที่แห่งนี้ !! 






ยี่ เทียนหยุนตบเข่าดังฉาดใหญ่  ดุด่าตัวเองว่า ” ให้ตายเถอะพัฟผ่าซิ  เมื่อก่อนข้ามัวแต่กล่าวไร้สาระอันใดอยู่  ก็แค่ทำแบบนี้มันก็จบแล้ว  สิ้นเปลืองแต้มคลั่งของตัวเองไปโดยใช่เหตุจริงๆ !! ”  ยี่ เทียนหยุนในตอนนี้ดีใจอย่างสุดซึ้ง  เขาเดินวนเป็นวงกลมอยู่ได้ตั้งนาน  ในที่สุดก็หาทางออกเจอจนได้  






” ไม่ใช่การเลือกแต่เป็นการทำลาย !! ” ทันใดนั้นเขาก็เขวี้ยงหมัดของเขาออกไปที่แผ่นหินศิลจารึกอันหนึ่ง  ศิลาจารึกหินก็แตกออกกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเป็นจำนวนมากพร้อมๆกับเสียงที่ดังอย่างสนั่นหวั่นไหว 






หลังจากที่แผ่นศิลาจารึกหินได้แตกออก  สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆก็หายไปอย่างรวดเร็ว  ทรายสีเหลืองและแผ่นศิลาจารึกหินก็พลันหายไปพร้อมๆกัน  ช่วงเวลาต่อมายี่ เทียนหยุนนั้นยืนอยู่ ณ สถานที่ที่แห่งหนึ่ง  ที่ที่มีท้องทะเลและท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้า  ดินแดนแห่งความอ้างว้างและสงบสุข 






” ต้องทำลายถึงจะมายังที่นี่ได้จริงๆด้วย  มันดูเหมือนว่าความยากนั้นจะไม่ใช่น้อยๆเลยทีเดียว  หากหาคำอธิบายถึงเขาวงกตที่อยู่ด้านนอกนั้นไม่ได้  ก็คงจะไม่ได้มายังที่นี่  หากไม่เข้าใจถึงหลักการก็คงจะสามารถทำได้แค่เพียงเลือกทักษะยุทธ์เพียงเท่านั้น ” ยี่ เทียนหยุนพลันส่ายหัว  หากตัวเขานั้นเลือกที่จะกดแผ่นศิลาจารึกหินแล้วละก็  มันก็จะได้แต่ทักษะยุทธ์เพียงแค่นั้นแต่ไม่สามารถที่จะเข้ามา ณ ที่แห่งนี้ได้ 






มันดูเหมือนว่าโชคของข้ายังคงดีอยู่  รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของผู้สร้างนั้นคืออะไร  หากไม่ได้พิจารณาถึงเงื่อนไขข้อผูกมัดของสถานที่แห่งนี้ให้ถ่องแท้แล้ว  มันก็คงจะไม่มีความหมายสลักสำคัญอะไร 






หากเปรียบเทียบกับคนอื่นๆแล้ว  การทำลายมันจะเป็นไปได้อย่างไร  พวกเขาก็คงจะเลือกที่จะกดกันทังนั้น  ต่อให้โชคของบุคคลคนนั้นจะดี  เลือกทักษะยุทธ์ได้ถูกต้อง  ได้ทักษะยุทธ์ขั้นปฐพี  แต่หากมิใช่เลือกที่จะทำลายแล้ว  มันก็คือจุดจบแห่งความล้มเหลวของการมาที่นี่       






ยี่ เทียนหยุนจะไม่หยุดเพียงเท่านี้  เขาจะต้องได้ทั่วทั้งดินแดนซากปรักหักพังโบราณสถานสวรรค์แห่งนี้ !!  











    
























นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top