ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 77 : เข้าข้างใน !!

 910 Views








        ยี่ เทียนหยุนจากรถม้า  เขามองเห็นผู้คนเป็นจำนวนมากในทันที  เป็นบุคคลที่มาจากหลายกลุ่มอิทธิพล  

 

ยี่ เทียนหยุนยกสายตาขึ้นมองดู  กลุ่มอิทธิพลโดยมากแล้วจะเป็นเกรด 2  กลุ่มอิทธิพลเกรด 3 นั้นจะไม่เข้ามายุ่งกับสถานที่แห่งนี้  โดยหลักแล้วพวกเขาไม่มีความชอบในซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์นี้  ในสายตาของพวกเขาแล้วสถานที่แห่งนี้ธรรมดาสามัญเป็นอย่างมาก  หากพวกเขาลงมือพวกเขาก็สามารถที่จะครอบครองซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์ได้เสียเป็นส่วนใหญ่

 

นี่ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มอิทธิพลที่ต่ำกว่าเกรด 2 ที่นี่เปรียบเสมือนแกะอ้วนสำหรับพวกเขา

 

การปรากฏตัวขึ้นของพวกเขานำพามาซึ่งความสนใจของเหล่าผู้คนภายในทันที  ต่างก็มองดูพวกเขาด้วยสายตาที่ผิดปกติ  3 กลุ่มอิทธิพลถูกกำจัดโดยตำหนักหยกสวรรค์  ด้วยพลังระดับนี้มันทำให้กลุ่มอิทธิพลที่เหลือค่อนข้างต่างพากันช็อคอย่างแท้จริง  บางก็ประหลาดใจ  บางก็คิดว่านี่มันช่างสุดยอดจริงๆ

 

ทั้งๆที่ตำหนักหยกสวรรค์เป็นกลุ่มอิทธิพลเกรด 1 แท้จริงแล้วจะมีพลังอำนาจที่น่ากลัวเป็นอย่างมากถึงเพียงนี้  นี่คือเหล่าบรรดาเหล่าหญิงชราที่กำลังคลานต้วมเตี้ยมมาเนี่ยน่ะ ??

 

ผู้คนภายนอกต่างก็ไม่รู้ว่า 3 กลุ่มอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่นั้นถูกฆ่าตายด้วยฝีมือของยี่ เทียนหยุน  ข่าวนี้ถูกปิดผนึกโดยสมบูรณ์  ฉี ซู่หยุนมีคำสั่ง  รับรู้กันแค่คนไม่กี่คนเพียงเท่านั้น  และที่ยิ่งไปกว่านั้นล้วนเป็นคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจแทบทั้งสิ้น  ดังนั้นแล้วผู้คนส่วนใหญ่จะต้องไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของยี่ เทียนหยุนที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากชนิดที่คาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว

 

ไม่มีใครรู้เรื่องราวของยี่ เทียนหยุน  นี่จึงเป็นประโยชน์ต่อตำหนักหยกสวรรค์  หลังจากที่บรรดากลุ่มอิทธิพลเหล่านี้ทราบข่าวต่างก็พากันสั่นเทิ้ม  ความกลัวที่มีต่อตำหนักหยกสวรรค์ก็ปรากฏขึ้นภายในจิตใจของพวกเขา  บางก็รู้สึกสุดยอดในพลังของตำหนักที่มี

 

ตำหนักหยกสวรรค์ต่างก็เชื่อว่าพวกเขาจะอยู่กันอย่างสงบหลังจากที่ข่าวได้แพร่กระจายออกไป  หากบรรดาเฒ่าหัวโบราณทั้งหลายคิดจะมารุมโจมตีพวกเขาก็คงจะต้องคิดหนักหลายตลบอยู่เป็นแน่  หากไม่ห่วงกลุ่มอิทธิพลของตัวเองแล้วล่ะก็

 

” ที่นี่นั้นโดยพื้นฐานแล้วจะเป็นกลุ่มอิทธิพลเกรด 2 ที่มา  ส่วนกลุ่มอิทธิพลเกรด 1 นั้นจะไม่มี….. ” ยี่ เทียนหยุนกวาดสายตามองดู  จำนวนผู้คนที่มาในครั้งนี้มิใช่น้อยๆ  การตัดสินโควต้านั้นตัดสินกันตามกลุ่มอิทธิพล  อิทธิพลที่ใหญ่กว่าก็จะได้รับโควต้าที่มากกว่า

 

ประชากรที่มาในครั้งนี้นั้นอย่างน้อยๆก็มีประมาณ 340 คนซึ่งนับเป็นจำนวนที่มากอยู่  แต่อย่างไรก็ตามตำหนักหยกสวรรค์ถือครองอยู่ถึง 8 โควต้า  ภาษีที่เหนือกว่านี้มันช่างน่ากลัวยิ่งนัก  มันสามารถที่จะพูดได้ว่าในกลุ่มอิทธิพลทั้งหมดนี่นับว่ายิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว  สิ่งนี่ล้วนทำให้บรรดากลุ่มอิทธิพลต่างก็พากันอิจฉาริษยาเป็นที่สุด

 

มองดูจากฐานพลังที่มา  จะอยู่ในขั้นปรับแต่งวิญญาณระดับ 5 ซะเป็นส่วนใหญ่โดยประมาณ  ระดับสูงก็จะเป็นระดับ 7 มาตรฐานขั้นปรับแต่งวิญญาณจนกระทั่งถึงระดับสูงสุดของขั้นปรับแต่งวิญญาณ  นี่แน่นอนว่าเป็นการตะแบงระงับยับยั้งฐานบ่มเพาะพลังของตัวเองเอาไว้ไม่ให้เลื่อนระดับ  ก็เพื่อที่จะรอคอยการเปิดของซากปรักหักพังโบราณสวรรค์แห่งนี้

 

ก่อนที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นแก่นการควบแน่น  คงจะมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ภายในซากปรักหักพังโบราณแห่งนี้  มันช่างเป็นทางเลือกที่ดีซะนี่กระไร  และสิ่งที่เป็นเมนหลักส่วนมากก็คือ การเข้ารับการทดสอบ ณ สถานที่แห่งนี้

 

” ใช่แล้วละ  ตำหนักหยกสวรรค์ของพวกเราค่อนข้างที่จะพิเศษทีเดียว  ในสภาวะการณ์ปกติแล้วที่แห่งนี้จะรายล้อมไปด้วยกลุ่มอิทธิพลเกรด 2 ถึงจะมีคุณสมบัติมายังสถานที่แห่งนี้ ” ผู้อาวุโสใหญ่อธิบายอยู่ด้านข้าง ” พวกเราถึงแม้ว่าจะเป็น    กลุ่มอิทธิพลเกรด 1 แต่ถ้าหากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในปัจจุบันแล้ว  เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอิทธิพลเกรด 2 แล้วพวกเราในตอนนี้ก็ย่อมที่จะมีความแข็งแรงกว่า  ถ้าหากไม่ใช่เหตุผลที่ว่าศิษย์ของเรามีเป็นจำนวนน้อยแล้วละก็ไม่เช่นนั้นบรรดา กลุ่มอิทธิพลเกรด 2 จะไม่ใช่ตัวปัญหาสำหรับพวกเราอย่างแน่นอน ”

 

ยี่ เทียนหยุนพยักหน้าตอบรับ  ตำหนักหยกสวรรค์หากเปรียบเทียบกับกลุ่มอิทธิพลอื่นแล้วย่อมมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมากในเรื่องของจำนวนประชากร  แถมเนื่องด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ตำหนักจะต้องจัดหานั้นล้วนต้องสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอิสตรี

 

” เจ้าตำหนักฉีไม่ได้มากับพวกท่านด้วยหรอกหรือ ?? ” ณ เวลานี้ฮัว คุนผู้นำแห่งนิกายสวรรค์ก็ได้เดินเข้ามา  หลังจากที่บรรดาศิษย์ทั้งหลายได้พบเห็นบุรุษผู้นี้แล้ว  ต่างก็อดรนทนไม่ได้ต้องแอบทอดถอนหายใจให้กับบุรุษผู้ซึ่งดูราวกับ    บัณทิตและผู้ที่ดูเปี่ยมไปด้วยมารยาท  ช่างเป็นคนที่น่าดึงดูดใจมิใช่น้อย

 

” ที่แท้ก็คือท่านฮัว คุนผู้นำนิกายสวรรค์นี่เอง  เจ้าตำหนักฉีนั้นติดขัดปัญหาเล็กน้อยดังนั้นเธอจึงไม่มีเวลาว่างเป็นการชั่วคราว  ข้าจึงได้รับมอบหมายให้มาทำธุระที่นี่ แทนท่านประมุขนะ ” ถึงแม้ว่าการตัดสินใจจะด้อยกว่ายี่ เทียนหยุน  แต่หน้าที่ในการต้อนรับแขกภายนอกก็ต้องมอบให้กับผู้อาวุโสใหญ่เป็นผู้รับผิดชอบ

 

ข้าได้ยินมาว่า 3 กลุ่มอิทธิพลได้บุกเข้าโจมตีและคิดที่จะยึดครองตำหนักหยกสวรรค์แต่….. ท้ายที่สุดแล้วต่างก็ถูกกำจัด  บรรพบุรุษผู้ทรงเกียรติของพวกท่านนี่  ความแข็งแกร่งยังคงลึกล้ำยากแท้ที่จะหยั่งถึงเหมือนเช่นเคย !! ” ผู้นำนิกายสวรรค์ผู้นี้พูดจาเป็นการชิมลางก็เพื่อที่จะหยั่งเชิงในการดูท่าที

 

” นั่นคือพลังของท่านบรรพบุรุษ  ย่อมไม่เรียบง่ายเป็นธรรมดา ” ผู้อาวุโสใหญ่พูดพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆบนใบหน้า ” อิทธิพลของตำหนักหยกสวรรค์ถึงแม้ว่าจะอยู่เพียงแค่เกรด 1 แต่เรื่องราวของพวกเราที่ก่อตั้งมานานหลายปีก็ไม่ใช่ว่าจะดูถูกกันได้ ”

 

คำพูดของผู้อาวุโสใหญ่นั้นจริงครึ่งไม่จริงครึ่ง  เธอวางเปลือกควันเอาไว้  ทำให้พวกเขายิ่งเชื่อมั่นในเรื่องราวความเป็นมาของตำหนักหยกสวรรค์อันน่าทึ่งด้วยการอาศัยโอกาสนี้  เสียงของผู้อาวุโสใหญ่นั้นปราศจากการปกปิดใดๆ  และห่างออกไปไม่ไกลนัก  บรรดากลุ่มอิธิพลที่ตั้งใจฟังอยู่ต่างก็ได้ยินกันทั่ว  พวกเขาต่างก็ตั้งใจในการพาตัวเองมาอยู่ที่นี่ก็เพื่อที่จะต้องการฟังคำตอบที่ชัดเจนจากปากคำของผู้อาวุโสใหญ่

 

” ถ้ายังงั้นนั่นก็เป็นความโชคร้ายของ 3 กลุ่มอิทธิพลแล้วที่กล้าไปยั่วยุตำหนักหยกสวรรค์เข้า  คงจะคิดว่าตำหนักหยกสวรรค์เป็นขนมหวานที่ตัวเองสามารถที่จะเคี้ยวได้โดยที่ไม่ได้พิจารณาถึงประวัติอันยาวนาน  ตัวเองจึงต้องถูกทำลายลงเช่นนี้ ” ผู้นำนิกายฮัว คุนกล่าวอย่างยิ้มแย้ม  เขาเยาะเย้ยถากถางพวกเขาในทันทีและเท่ากับว่าเป็นการสรรเสริญเยินยอตำหนักหยกสวรรค์ในเรื่องราวที่ถูกตบแต่งขึ้นมา

 

หลังจากที่ประมุขฮัวได้สอบถามเรื่องราวความเป็นมาต่างๆจากผู้อาวุโสใหญ่แล้ว  ในที่สุดเวลาของซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์ก็เปิดออก

 

” แบง !! ”

 

ทันใดนั้นทั่วทั้งหุบเขาก็เกิดอาการสั่นสะเทือนที่คล้ายกับจะเกิดแผ่นดินไหว  ทั่วทั้งดินแดนแห่งนี้ต่างก็สั่นสะเทือนไปทั่ว  ผู้คนที่มาในครั้งนี้ต่างก็ยังต้องการที่จะพูดคุยโอภาปราศัยกัน  แต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะหมดเวลาแห่งการพูดคุยลงแล้ว

 

ด้วยแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง  ประตูใบไม้ที่อยู่ด้านหน้าก็ค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ  มันเปิดเผยให้เห็นถึงแสงที่ส่องออกมาที่มาพร้อมกับอำนาจแห่งความอ้างว้างและโดดเดี่ยวจากภายใน  มันมอบความรู้สึกอันสิ้นหวังกับเหล่าผู้คน

 

” ประตูเตรียมที่จะเปิดออกแล้ว !! ”

 

ผู้คนต่างก็มารวมตัวกัน  เพื่อรอคอยที่จะเข้าไปยังด้านในของซากปรักหักพังโบราณสวรรค์แห่งนี้

 

ซากปรักหักพังโบราณสวรรค์จะเปิดออก 1 ครั้งในทุกๆ 3 ปี  สถานที่แห่งนี้มักจะตกอยู่ในช่วงเดือนกรกฏาคม  หากพลาดโอกาสในครั้งนี้จะต้องรอคอยอีกถึง 3 ปีดังนั้นพวกเขาจึงต้องมารวมตัวกันล่วงหน้าอยู่ที่นี่

 

มองดูฉากในปัจจุบัน  ยี่ เทียนหยุนรู้สึกสงสารตัวเองเป็นอย่างมาก  เขานึกว่าจะสามารถผ่านเข้าไปด้านในได้ในลักษณะที่เหมือนๆกัน  แต่ใครจะรู้ว่าฐานบ่มเพาะพลังสูงเกินไปไม่สามารถที่จะเข้าไปได้ !!

 

เมื่อประตูหน้าเปิดออกอย่างสมบูรณ์  แสงสว่างคล้ายม่านได้ปกคลุมอยู่ด้านบน  มันดูคลับคล้ายคลับคลาราวกับว่ามีประตูใบไม้ล่องหนที่มองไม่เห็นมาขัดขวางพวกเขาอยู่ด้านหน้า

 

” สามารถเข้าไปได้แล้ว !! ”

 

อย่างทันทีทันใด  ใครบางคนก็นำตราสัญลักษณ์พุ่งตรงไปด้านหน้าเพื่อเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว  ในยามที่ผ่านทะลุประตูหน้าล่องหนนี้ก็จะปรากฏคลื่นแสงที่ทรงพลัง  หากปราศจากป้ายสัญลักษณ์โดยพื้นฐานแล้วก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปได้

 

เพียงพริบตาเหล่าผู้คนเป็นจำนวนมากก็เข้าสู่ด้านในเพื่อเตรียมตัวที่จะเริ่มต้นการทดสอบ  ตำหนักหยกสวรรค์ก็เช่นเดียวกัน

 

ยี่ เทียนหยุนมองดูไปที่ม่านแสงนี้  พลันสมองของเขาก็เคลื่อนผ่านไปมาอย่างนิ่มนวลและรวดเร็วผุดไอเดียความคิดขึ้นมา  พริบตาเขาก็พูดกับผู้อาวุโสใหญ่ว่า ” ส่งป้ายสัญลักษณ์มาให้กับข้า  ข้าอยากจะลองดูว่าสามารถที่จะเข้าไปด้านในได้หรือไม่ ?? ”

 

เป็นการกระทำอย่างสามัญทั่วๆไป  ความคิดของยี่ เทียนหยุนที่ไม่ยอมลดราวาศอกมักจะสร้างปัญหาอยู่เป็นระยะๆ  และในตอนนี้เขาก็เป็นถึงผู้อาวุโสแล้วด้วย

 

” ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่ถอดใจซินะ  งั้นข้าจะให้เจ้าได้ลองดู ” ผู้อาวุโสใหญ่บอกใบ้เป็นนัยกับลูกศิษย์ให้มอบตราสัญลักษณ์ออกมาเพื่อส่งให้กับยี่ เทียนหยุน

 

หลังจากที่ยี่ เทียนหยุนได้รับตราสัญลักษณ์แล้วก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า  ” ขอบคุณ  ข้าจะลองดู ”

 

แค่เพียงพริบตาเขาก็ถือป้ายสัญลักษณ์เดินตรงไปยังทางเข้าของซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์  ผู้อาวุโสใหญ่นั้นคิดว่ายี่ เทียนหยุนจะต้องถูกบล็อคอยู่ด้านนอกอย่างแน่นอน !! แต่ปรากฏว่าเขาสามารถที่จะเดินก้าวเข้าสู่ด้านในได้โดยที่ไม่มีข้อจำกัด !!

 

” น….. นี่ มันเป็นไปได้อย่างไร ?? ” ผู้อาวุโสใหญ่เดินไปข้างหน้าด้วยความช็อคซะหลายก้าว  เธอมองดูม่านแสงด้วยความประหลาดใจ

 

ฐานพลังของยี่ เทียนหยุนนั้นแน่นอนว่าถูกจำกัด  แล้วเขาผ่านเข้าไปได้อย่างไร ??

 

ช่วงเวลาต่อมาผู้อาวุโสใหญ่ก็ยื่นมือของเธอออกไป  แต่มือนั้นไม่สามารถที่จะยืดออกให้ตรงได้  นั่นก็เพราะม่านแสงที่บล็อคอยู่นั่นเอง  หากจะให้พูดโดยพื้นฐานก็คือ มันไม่สามารถที่จะเข้าสู่ด้านในได้แม้เพียงแค่ครึ่งนาที

 

” แปลกจริง  มันก็ยังคงทำงานอยู่นี่นา….. ”  ผู้อาวุโสใหญ่ขมวดคิ้ว  ทันใดนั้นเธอก็พูดกับศิษย์ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามว่า  ” ส่งป้ายสัญลักษณ์มาให้กับข้า   ให้ข้าได้ลองดู ”

 

ศิษย์คนนั้นไม่ได้พูดอะไรมาก  เธอมอบป้ายสัญลักษณ์ให้ในทันที

 

หลังจากที่ผู้อาวุโสใหญ่ได้รับแล้ว  เธอก็ทดลองเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอีกครั้งหนึ่ง  แต่ผลลัพธ์ปรากฏออกมาว่า….. เธอนั้นถูกบล็อค !!

 

” แปลกจริงๆ….. ” ผู้อาวุโสใหญ่รู้สึกช็อค  ยี่ เทียนหยุนที่อยู่ในขั้นแก่นการควบแน่นสามารถที่จะเข้าไปได้ !!

  

 

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top