ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 76 : เริ่มแล้ว

 658 Views


        ด้วยประสิทธิภาพของจิ่ว หลิงหยุนจึงทำให้ผู้คนทั้งหมดต่างก็พากันตกอยู่ในอาการช็อคจริงๆ  พวกเขาต่างก็ไม่คิดว่าบุคคลที่ยี่ เทียนหยุนนำมาจะมีความสามารถอันน่าทึ่งถึงเพียงนี้  มันทำให้ผู้คนเป็นจำนวนมากรู้สึกอับอายขายขี้หน้าในความด้อยกว่าของตัวเอง  เธอกลายมาเป็นศิษย์ภายในในทันที  ก่อนหน้านั้นเป็นพวกเขาที่พูดกล่าวหาตัวเธอว่าจะสามารถทนได้มากที่สุดก็แค่ 2-3 รอบ  มันทำให้ใบหน้าในปัจจุบันของพวกเขานั้นประมาณว่าโป่งพอง  ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปซ่อนไว้ที่ไหน

 

นี่ยังจะเรียกว่าเป็นพวกเล่นเส้นเล่นสายอยู่อีกหรือ ?? เธอเข้าร่วมได้ก็เพราะความแข็งแกร่งของตัวเธอเองไม่ได้สอบเข้าได้ด้วยเส้นด้วยสาย

 

แต่อย่างไรก็ตามแม้แต่ตัวของยี่ เทียนหยุนเองก็ยังจะเซอร์ไพรส์  ผลการทดสอบในครั้งนี้มันเกินกว่าที่เขาคาดหมายเอาไว้มาก  ตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าจิ่ว หลิงหยุนจะมีพรสวรรค์ในด้านนี้  แล้วที่ยิ่งไปกว่านั้นมันยังโดดเด่นอีกด้วย

 

” ตึง!! ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นที่ทำภารกิจแอบแฝงเสร็จสมบูรณ์  – ฝึกฝนนักบุญหญิงเบื้องต้น – ได้รับค่าประสบการณ์ 50,000 แต้ม  จิ่ว หลิงหยุนความชอบเพิ่มขึ้น 50 แต้มแห่งศักดิ์ศรี 30 แต้ม!! ”

 

เสียงของระบบถูกถ่ายทอดในทันใด  มันทำให้ยี่ เทียนหยุนกลัวจนแทบจะกระโดด  ภารกิจฝึกฝนนักบุญหญิงในขั้นต้นอย่างงั้นเรอะ ??  มันคืออะไรกัน !!

 

” หรือว่าจิ่ว หลิงหยุนคือนักบุญหญิง ?? ”

 

ยี่ เทียนหยุนมองไปที่จิ่ว หลิงหยุน  นัยน์ตาเต็มไปด้วยความช็อค ” หลิงหยุนเจ้าคือนักบุญหญิงอย่างงั้นหรือ ?? ”

 

” อือ ?? นักบุญหญิงอะไร ?? ” ใบหน้าของจิ่ว หลิงหยุนเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม  ไม่รู้ว่ายี่ เทียนหยุน พูดเรื่องอะไร

 

” ….. หลิงหยุนเจ้ารู้เกี่ยวกับแหล่งกำเนิดของตัวเจ้าไหม ?? ” ยี่ เทียนหยุนสอบถาม

 

” ข้าไม่มีพ่อแม่มาตั้งแต่เด็กๆ  จิ่วหลิงหยุนพูดพลางส่ายศีรษะ….. ข้าเติบโตขึ้นมาในเขตสลัมพร้อมๆกับน้องชายของข้า ” เกี่ยวกับปัญหาต้นกำเนิดของเธอนี้  เธอกล่าวมันออกมาโดยที่ไม่ได้มีความเศร้าเสียใจและความรู้สึกอะไร

 

” น้องชายของเจ้าล่ะ….. คือน้องชายแท้ๆของเจ้าหรือเปล่า ?? ” ยี่ เทียนหยุนสอบถาม

 

” น้องชายของข้าไม่ใช่น้องชายแท้ๆ  ตัวข้าเก็บเขามาเลี้ยง….. นายน้อยยี่  ท่านทราบได้อย่างไรว่าเขาไม่ใช่น้องชายแท้ๆของข้า ?? ” จิ่ว หลิงหยุนถามด้วยความสงสัย

 

” นี่  ข้าก็ถามไปยังงั้นๆเอง  ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เจ้าจะต้องใส่ใจหรอก….. ” ยี่ เทียนหยุนกลบเกลื่อน  เขาไม่ได้ถามคำถามจริงจังที่มันลงลึกในรายละเอียดต่อ  แต่ความรู้สึกข้างในภายในจิตใจของตัวเขานั้นจริงๆแล้วผุดความคิดอย่างอื่นขึ้นมา

 

ถ้าเป็นอย่างนั้น จิ่ว หลิงหยุนก็อาจจะเป็นนักบุญหญิง  แต่ทำไมเธอถึงถูกทอดทิ้งเอาไว้ที่นี่กันน่ะ ?? นี่มันมีความเป็นไปได้เป็นอย่างมาก  หากมองดูจากพรสวรรค์ของเธอที่เริ่มจะผลิดอกออกผลออกมา  ถึงแม้ว่ามันจะไม่ถึงกับสร้างบันทึกแห่งประวัติศาสตร์  แต่ถ้ามองดูจากพื้นฐานบ่มเพาะพลังของเธอแล้วนั้น  นั่นแหละที่เป็นการสร้างประวัติศาสตร์

 

สถิติที่ได้รับบันทึกแรกเริ่มนั้น  ฐานบ่มเพาะพลังของคนผู้นั้นอยู่ในขั้นปรับแต่งกายาระดับที่ 8  มันเหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐานในการทดสอบขั้นพื้นฐานซะอีก  จิ่ว หลิงหยุนประสบความสำเร็จว่ายข้ามถึงฝั่งฝันในช่วงระยะเวลาอันสั้น  หากนำทั้งสองมาเปรียบเทียบกันแล้ว  จิ่ว หลิงหยุนทำได้ถึงขนาดนี้ก็ยิ่งใหญ่มากๆแล้ว

 

” ฐานบ่มเพาะของเจ้าค่อนข้างต่ำ  ไม่เช่นนั้นแล้วข้าจะอนุญาตให้เจ้าเข้าสู่ซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์ ” ยี่ เทียนหยุนคิดว่ามันน่าสนใจเป็นอย่างมาก  หากฝึกฝนตัวเธออย่างต่อเนื่อง  จิ่ว หลิงหยุน อาจจะกลายมาเป็นนักบุญหญิงจริงๆก็ได้  รางวัลที่ได้รับก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรบ้าง

 

นี่จะเป็นภารกิจอุปถัมภ์ค้ำชูที่พิเศษ !!

 

” ข้าสามารถที่จะเข้าร่วมตำหนักหยกสวรรค์ได้ก็มีความสุขมากๆแล้ว  เพิ่งจะเข้าร่วมก็สามารถที่จะเข้าสู่ซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์ได้แล้ว  นี่แน่นอนว่าย่อมที่จะถูกติฉินนินทาว่าร้าย ” จิ่ว หลิงหยุนส่ายหัว  เธอคิดว่าตัวเองนั้นไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่ซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์นี้  แม้กระทั่งฐานบ่มเพาะพลังก็ยังไม่เพียงพอ  นี่จะทำให้ยี่ เทียนหยุนตกอยู่ในความลำบากได้

 

” อย่าพึงดูถูกตัวเองอย่างไม่ถูกต้องอย่างงั้น  พรสวรรค์ของเจ้านั้นดีเป็นอย่างมาก  เจ้าได้พิสูจน์ตัวเองเมื่อช่วงเวลาก่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  จะขาดก็แต่เพียงฐานบ่มเพาะพลังที่ยังไม่ดีอยู่….. วางใจเถอะ  ตัวเจ้ายังมีโอกาสในอนาคต  หมั่นขยันฝึกฝน  มีปัญหาอะไรก็มาหาข้า  ตัวเจ้าจะต้องยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน ” ยี่ เทียน    หยุนแย้มยิ้มให้กับเธอ  ตัวเขาจะต้องเทรนจิ่ว หลิงหยุนให้ดี  ก็เพราะว่านี่คือ นักบุญหญิง !!

 

ระบบจะไม่มีทางโกหกตัวเขาอย่างแน่นอน  นี่คือภารกิจแอบแฝง !!

 

แต่ในทันใดนั้น  ยี่ เทียนหยุนก็รู้สึกผิดในบางสิ่งบางอย่างที่ตัวเองได้กระทำลงไป  เขาพาจิ่ว หลิงหยุน มาที่นี่นั้นเป็นการทำให้ตัวเธอต้องตกอยู่ในความยุ่งยากของปัญหา  เพิ่งจะเข้าร่วมตำหนักหยกสวรรค์  มันยังมีสิ่งต่างๆเป็นจำนวนมากที่รอให้เธอต้องกระทำ

 

และแล้วเวลาที่จะต้องไปยังซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์ก็มาถึง  ตำหนักหยกสวรรค์นั้นได้ทำการเลือกศิษย์ที่โดดเด่นทั้ง 8 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งก่อนหน้านี้นั้นก็มีฉินเสี่ยและก็อาหลิง

 

” ซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์เตรียมที่จะเปิดออกอย่างนั้นหรือ ?? ” ยี่ เทียนหยุนสอบถาม

 

” ใช่แล้วล่ะ  เวลานี้ให้เจ้าเป็นคนนำคณะไป  ผู้อาวุโสใหญ่จะคอยให้การสนับสนุนช่วยเหลือ  ส่วนตัวข้าจะคอยปกป้องตำหนักหยกสวรรค์อยู่ที่นี่ ” ฉี ซู่หยุนกล่าว    อย่างมีแรงกระตุ้น

 

หากว่าส่งผู้อาวุโสออกไปทั้งหมด  ที่นี่ก็จะกลายเป็นว่างเปล่า  นิกายหลอมโลหะเทวะอาจบุกเข้ามาสร้างปัญหาให้กับที่นี่ได้  มันก็จะเป็นปัญหาให้กับเรา  ตัวข้าจึงไม่สามารถที่จะไปยังสถานที่แห่งนั้นได้  ซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์ถือเป็น การเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันหาได้ยากที่ตัวข้าอาจจะต้องพลาดโอกาสไปในครั้งนี้

 

” นี่มันไม่เกี่ยวกันซักหน่อย  ถ้าหากว่าบรรดาพวกเฒ่าหัวโบราณของนิกายหลอมโลหะเทวะบุกเข้ามาล่ะ….. ” ยี่ เทียนหยุนกล่าวอย่างเป็นกังวล

 

” เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก  พวกเราได้ทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดตื่นขึ้นมาจากการเก็บตัวฝึกวิชาแล้ว  ทำให้พวกเราไม่ต้องกลัวพวกมันอีกต่อไป !! ตำหนักหยกสวรรค์ของพวกเราจะไม่ปล่อยให้พวกมันเล่นกับเราเหมือนเช่นพวกเราเป็นลูกไก่อยู่ในกำมือของพวกมันอีกต่อไป !! ” ฉี ซู่หยุนกล่าวด้วยสายตาที่เย็นชา

 

ยี่ เทียนหยุนครุ่นคิดอย่างเงียบๆ  แท้ที่จริงแล้วตัวเขาเองนั้นต้องการที่จะไปเยี่ยมเยียนบรรดานิกายเหล่านี้เป็นการส่วนตัวเป็นอย่างมาก  ยี่ เทียนหยุนยังไม่เคยได้แก้แค้นพวกเขาเลย  ที่ตั้งของนิกายเหล่านี้มีระยะทางที่ไกลเป็นอย่างมากและที่ยิ่งไปกว่านั้นหากรุกล้ำเข้าไปในอาณาเขตของพวกเขา  มันคงจะไม่เป็นการดีซักเท่าไรนัก

 

ถึงแม้ว่าฐานบ่มเพาะพลังของยี่ เทียนหยุนนั้นจะดี  แต่มันก็ยังไม่ถึงขนาดที่ว่าจะไป-มาได้ดั่งใจกับอิทธิพลที่ก่อตั้งขึ้นมาเหล่านี้ได้  คอยจนกระทั่งฐานพลังยกระดับขึ้นอีกครั้งหนึ่งค่อยว่ากันอีกที  แต่อย่างไรก็ตามพื้นที่บริเวณละแวกรอบๆใกล้เคียงบริเวณนี้อาจจะไม่มีสถานที่ไหนที่ดี  ที่จะสามารถโปรโมทฐานบ่มเพาะพลังขึ้นมาได้  สัตว์อสูรธรรมดาๆ  ฆ่าไปก็ไม่ได้ประสบการณ์อะไรขึ้นมา

 

” ยังงั้นก็ได้  ถ้าหากว่าทางท่านมีปัญหาอะไรท่านต้องรีบติดต่อสื่อสารให้พวกเราได้รับทราบในทันทีน่ะ !! ” ยี่ เทียนหยุนพูดเสียงต่ำ  ” ข้าต้องการที่จะปกป้องพวกเราทุกคนที่อยู่ที่นี่ !! ”

 

” ไม่เป็นไรหรอกน่า  หากเจ้าคิดว่าบรรดากลุ่มเฒ่าประหลาดเหล่านี้คิดจะออกมา  เราก็จะให้พวกเขาออกมา  เวลาแห่งความตายได้ถูกกำหนดเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว  จะกลัวก็แต่ว่าพวกเขานั้นจะเป็นพวกผู้เฒ่าที่เป็นเต่าหดหัวไม่กล้าที่จะออกมาก็เท่านั้นเอง ” ฉี ซู่หยุนพูดด้วยรอยยิ้มจางๆว่า ” ยังพอมีเวลาให้เตรียมตัว  ซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์มันยังไม่ได้เริ่มขึ้นหรอก ”

 

” ยังงั้นก็ดีเหมือนกัน  แต่มันช่างน่าสงสารอะไรเช่นนี้ที่ตัวข้าไม่สามารถที่จะเข้าไปได้  โอ้ว….. ” ยี่ เทียนหยุนส่ายหัว

 

” ฐานพลังของเจ้าก็สูง  แล้วเจ้าจะเข้าไปเพื่ออะไร ?? ” ฉี ซู่หยุนดีดไปที่กลางหน้าผากของยี่ เทียนหยุน  เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า  ” เจ้าจะขมขื่นไปทำไม  ข้างในนั้นไม่มีอะไรที่เป็นพิเศษหรอก !! ”

 

ฉี ซู่หยุนนั้นไม่รู้ถึงความกังวลที่แท้จริงของยี่ เทียนหยุนว่าแท้ที่จริงแล้วที่แห่งนั้นก็คือ ภารกิจหลักของยี่ เทียนหยุน

 

” ตัวเจ้าในปัจจุบันก็ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ”

 

เมื่อพวกเขามาถึงยังสถานที่ด้านนอก  ผู้อาวุโสต่างก็เตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว  นั้นก็เพราะว่าโควต้าที่มีอยู่เป็นจำนวนมากของตำหนัก  ในที่สุดผู้อาวุโสสองก็ทำความปรารถนาของตัวเองที่ให้ศิษย์ของตัวเองได้เข้าร่วมในครั้งนี้เป็นผลสำเร็จ  เธอได้มอบโควต้าให้กับลูกศิษย์ที่โปรดปรานของเธอ

 

ไม่ต้องพูดอะไร  พวกเขาต่างก็ขึ้นรถม้าของแต่ละคน  พวกเขาต่างก็เริ่มที่จะมุ่งหน้าตรงไปยังตำแหน่งที่ตั้งของซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์

 

หลายวันผ่านไป  ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงยังตำแหน่งที่ตั้งของซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์  ยี่ เทียนหยุนมองเห็นทิวเขาเป็นแนวยาวต่อเนื่องกันมาแต่ระยะไกล  เมื่อนานมาแล้วมีรถม้าเป็นจำนวนมากพลัดตกลงไปข้างใต้หุบเขานี้  ในการเดินทางมาครั้งนี้พวกเขาต่างก็แบ่งออกเป็นกลุ่มเล็กๆที่ดูราวกับว่า  ต่างคนต่างก็พูดคุยสัพเพเหระกันในทุกๆสิ่งมาตลอดทาง

 

การเดินทางต่างก็ขยับเข้าใกล้เป้าหมายขึ้นและใกล้ขึ้น  ในที่สุดยี่ เทียนหยุนก็ได้เห็นซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์ที่แท้จริง  โบราณสถานแห่งนี้เป็นสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ภายในเทือกเขาแห่งนี้  สถานที่แห่งนี้ดูราวกับมีประตูหน้าของเทือกเขาซึ่งข้างในก็คือซากโบราณสถานขนาดมหึมาอันสมบูรณ์  ถึงแม้ตัวเขาจะยังไม่ได้เข้าใกล้โดยสมบูรณ์แต่ยี่ เทียนหยุนก็สัมผัสได้ว่าสถานที่แห่งนี้นั้น  มีแรงกดทับอันมหาศาลอยู่ภายนอก  มันเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกสง่างามและภูมิฐานเป็นอย่างมาก !!

 

สถานที่แห่งนี้ให้ความรู้สึกที่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างย่อมที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา  ที่แห่งนี้ทันใดก็ล่วงผ่านมาแล้วถึง 10,000 ปี  ซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์นี้ช่างเป็นสถานที่ที่มีระยะเวลาอันยาว นานซะนี่กระไร  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามันก็กลายมาเป็นสถานที่แห่งการทดสอบ  กลุ่มอิทธิพลแต่ละกลุ่มต่างก็มีโควต้าที่แน่นอนเป็นของตนเอง  การจะผ่านที่นี่เข้าไปได้นั้นจะต้องมีป้ายสัญลักษณ์

 

หากปราศจากป้ายสัญลักษณ์ต่อให้ฐานพลังขั้นสูงก็ยังไม่สามารถที่จะผ่านเข้าไปได้

 

” นี่คือซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์  ไม่รู้ว่าข้าจะสามารถผ่านที่นี่เข้าไปได้อย่างไร ?? ”  ยี่ เทียนหยุนยังไม่ยอมที่จะล้มเลิกความคิดของเขา  เพราะว่านี่มันคือภารกิจหลักของเขา !!

 

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top