*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 61 : สร้างปัญหา

 52 Views

 



 ที่ยี่ เทียนหยุนถามเช่นนี้เป็นการเยาะเย้ยถากถางพวกเขา  มันทำให้หยวน ผิงรู้สึกหวาดกลัว  เวลานี้ในที่สุดหยวน ผิงก็รู้แล้วว่าตนเองนั้นเผชิญหน้ากับตัวมารอะไร  ที่ตระกูลหวางและตระกูลเจิ้งถูกฆ่าตาย  ไม่ใช่ว่าพวกเขาทั้งสองนั้นอ่อนแอจนเกินไปแต่เป็นเพราะว่ายี่ เทียนหยุนนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก !!






” ไม่คิดว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขนาดนี้  แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะยอมจำนนต่อเจ้าอย่างแน่นอน  เจ้าจะสับข้า ฟันข้าจะทำยังไงกับข้า ทั้งหมดล้วนตามใจเจ้า !! ” หยวน ผิงไม่มีการประนีประนอมยอมความ  เขามองยี่ เทียนหยุนด้วยสายตาที่เย็นชาแล้วพูดว่า ” ตราบเท่าที่เจ้าปล่อยข้าไปเมื่อนั้นปัญหาในวันนี้ก็จะถูกลบทิ้งไป  จะไม่มีการสืบสวนสอบสวนพวกเจ้าแม้แต่ครึ่งนาที  แต่ทว่า….. ตราบใดที่เจ้าฆ่าข้า  เจ้าจะต้องทนทุกข์ทรมานจากการไล่ล่าของพวกเราตึกกระแสลมแห่งสวรรค์ !! ผู้จัดการทั่วไปจะตาม ล้างแค้นให้กับข้า  ตัวเจ้าจะหนีรอดไปได้อย่างไร  ไม่มีทางที่เจ้าจะหนีรอดไปได้ !! “






หยวน ผิงถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้กลัวความตายแต่ก็มิวายที่จะข่มขู่ยี่ เทียนหยุน  ตราบใดที่ฆ่าเขา  จะต้องถูกไล่ล่าไปตลอดกาลไม่สามารถที่จะรอดพ้นจากเงื้อมือของพวกเขาไปได้






” เยี่ยม  ข้าก็คาดหวังเช่นนั้นอยู่แล้ว!! ”  ยี่ เทียนหยุน มองหยวน ผิงด้วยสายตาที่ยิ้มเยาะดูถูก  เขายกมือขึ้นดึงหน้ากากบนใบหน้าให้ยืดออก  เขาดึงหน้ากากแปลงเปลี่ยน 100 หน้าออกอย่างนิ่มนวล  เปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของเขา






หยวน ผิงรวมทั้งบุคคลที่เหลืออยู่ด้านหลังของเขาเมื่อพบเห็นใบหน้าที่แท้จริงของยี่ เทียนหยุนแล้ว  ต่างก็พากันรู้สึกหวาดกลัวในทันที  นี่มันเป็นเรื่องเหลือเชื่ออันใดกัน






แม้ว่าใบหน้านี้พวกเขาจะไม่เคยพบเห็นมาก่อนแต่พวกเขาก็คุ้นเคยกับใบหน้าที่อยู่ในใบประกาศจับ  ช่างเป็นใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกันซะนี่กระไร  ตึกกระแสลมแห่งสวรรค์นั้นถ่ายทอดข้อความออกมาว่า  ตราบใดที่สามารถจับตัวยี่ เทียนหยุนได้เมื่อนั้นก็จะได้กลายเป็นรองหัวหน้าสาขาของตึกกระแสลมแห่งสวรรค์  สาขาไหนก็ได้ !! สำหรับรางวัลของรองหัวหน้าที่สามารถจับกุมตัวยี่ เทียนหยุนได้นั้นแน่นอนว่าย่อมต้องเหนือกว่ารางวัลเหล่านี้  ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ผู้คนจำนวนมากมายต้องการที่จะจับกุมตัวของยี่ เทียนหยุน  สิ่งนี้สามารถที่จะทำให้หน้าที่การงานของพวกเขาก้าวหน้าประดุจหนึ่งขี่จรวด






ในตอนนี้บุคคลที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา  ไม่เพียงแต่จะมีฐานบ่มเพาะพลังที่น่ากลัวเพียงเท่านั้นแต่ยังอยู่ในเขตพื้นที่ของพวกเขาอีกต่างหาก 






” จ….. เจ้า….. ” หยวน ผิงปราศจากความลังเลใดๆทั้งสิ้น  เขาฟื้นคืนสติจากอาการช็อคแล้วชี้ไปที่ยี่ เทียนหยุนมองดูเขาอย่างโง่งมโดยที่เขาไม่ได้กล่าวคำพูดใดออกมา






” ไม่พูดคำที่เจ้าพูดเมื่อตะกี้นี้แล้วเหรอ  อะไรน่ะจะไล่ล่าข้าไปตลอดกาล?? เจ้าคงจะกลัวว่าข้าจะไม่เข้าใจตึกกระแสลมแห่งสวรรค์ซินะ?? ” ยี่ เทียนหยุนเยาะเย้ย  ต่อจากนั้นเขาก็ขว้างระดมหมัดต่อยเข้าใส่หยวน ผิงหมัดแล้ว หมัดเล่า หมัดแล้ว หมัดเล่า  หยวน ผิงก็ยังจะต้านทานเอาไว้ได้แต่….. มันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว






” แบง “






บุคคลกลุ่มนี้  ” อ๊า….. ” ก็ได้ร้องครางเสียงยาวในยามที่พวกเขาถูกฆ่าตาย ณ ที่นี้นี่เอง  เศษชิ้นส่วนของบรรดาค่าประสบการณ์ที่ได้ซึ่งจะคล้ายคลึงกับในเกมก็ลอยตกลงมาสู่ระบบในตัวของยี่ เทียนหยุน !!






” ตึง!! ประสบความสำเร็จในการฆ่าหยวน ผิงได้รับค่าประสบการณ์ 60,000 แต้ม  การ์ดประสบการณ์ 2 เท่า  เทคนิคดาบขนนกสวรรค์  แต้มคลั่ง 1,400 แต้ม !! “






” ตึง!!  ประสบความสำเร็จในการฆ่า Deacon (ผู้ดูแล) หลิวได้รับค่าประสบการณ์ 20,005 แต้ม  การ์ดประสบการณ์ 2 เท่า  แต้มคลั่ง 800 แต้ม!! “






…..






จบซีรีส์เรื่องยาวแห่งการฆ่าฟัน  ค่าประสบการณ์และไอเทมก็ระเบิดออก  ตกเข้าสู่แถวไอเทมอย่างต่อเนื่อง  แต้มของค่าประสบการณ์ที่ได้นั้นเติบโตเป็นอย่างมาก






” ตึง!! ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นยี่ เทียนหยุนประสบความสำเร็จในการทะลวงระดับเข้าสู่ขั้นแก่นการควบแน่นระดับที่ 5!! “






ในที่สุดหลังจากที่ยี่ เทียนหยุนได้เข่นฆ่าเหล่าผู้คนกลุ่มนี้แล้ว  เขาก็ต้อนรับการเลื่อนระดับอีกครั้งหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการทะลวงเข้าสู่ระดับที่ 5 ของขั้นแก่นการควบแน่น  ถึงแม้ว่าการเลื่อนระดับของตัวเขานั้นจะรวดเร็วเป็นอย่างมากแต่ตัวของยี่ เทียนหยุนเองก็ยังไม่พอใจ  เขาคิดว่าระดับของเขามันยังไม่เพียงพอ  หากเรื่องนี้รู้ถึงหูของผู้เชี่ยวชาญขั้นแก่นการควบแน่นถึงความทะเยอทะยานของยี่ เทียนหยุนแล้วล่ะก็  พวกเขาเหล่านั้นจะต้องระเบิดความโมโหโทโสออกมาอย่างแน่นอน






อะไรนี่ยังไม่พอใจยังหาว่าช้าไปอีกยังงั้นรึ ?? คนที่อายุราว 40 ปียังอยู่ราวๆขั้นแก่นการควบแน่นระดับที่ 3 ของฐานบ่มเพาะพลังเอง  ยี่ เทียนหยุนในตอนนี้เขามีอายุเท่าไรกัน ??….. 17 ปี  พูดไปแล้วก็เป็นเรื่องสยดสยองขวัญ






หลังการภารกิจฆ่ารูดม่านลง  ยี่ เทียนหยุนก็หันกลับไปด้านหลังโดยที่เขายังไม่ได้สวมใส่หน้ากากแปลงเปลี่ยน 100 หน้ายังคงเป็นหน้าสดของเขา  ด้วยความที่มีชื่อเสียงของยี่ เทียนหยุน  ทำไมเหยียน หลิงซุยและพ่อของเธอจะไม่รู้จักเขา






” ท….. ท่าน ท่านคือยี่ เทียนหยุน….. ยี่ หยุนเทียน  ยี่ เทียนหยุน….. ท่านคือบุคคลที่ตึกกระแสลมแห่งสวรรค์ออกใบประกาศจับกุมตัว !! ” เหยียน หลิงซุยกลายเป็นช็อค  ข่าวของยี่ เทียนหยุนนั้นเลื่องลือระบือไกลขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศ






” ใช่แล้ว  ข้าคือบุคคลในใบประกาศจับที่ตึกกระแสลมแห่งสวรรค์ต้องการตัว ” ยี่ เทียนหยุนไม่ต้องการที่จะอธิบายอะไรมากมาย  พลันกล่าวกับพวกเขาว่า ” ที่นี่เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย  ท่านทั้งสองจึงไม่ควรที่จะอยู่ที่นี่  จะเป็นการ ดีที่สุดที่ท่านจะย้ายออกไป  มิฉะนั้นแล้วตึกกระแสลมแห่งสวรรค์จะต้องส่งคนมาทำการสอบสวนที่นี่  อีกทั้งฝั่งอิทธิพลของทางตระกูลหวาง  สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่เป็นผลดีต่อท่านทั้งสอง “






รองประธานแห่งตึกกระแสลมแห่งสวรรค์ตายอยู่ที่นี่  มีรึที่พวกเขาจะไม่ส่งคนมาสอบสวน??






” ไม่มีปัญหา  น้องยี่ พวกเราจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ ” หัวหน้าตระกูลเหยียน พยักหน้าพร้อมกับกล่าวออกมาว่า  ” เจ้าต้องระวังตัวน่ะ  จะต้องไม่ถูกจับโดยตึกกระแสลมแห่งสวรรค์ “






” ท่านหัวหน้าตระกูลเหยียนไม่ต้องเป็นกังวลว่าข้าจะนำความเสียหายมาให้กับพวกท่าน?? ”  ยี่ เทียนหยุนแย้มยิ้ม






” ถ้าหากว่าเจ้าคิดที่จะเอาเปรียบพวกเราตระกูลเหยียนแล้วละก็  ก็จะไม่ช่วยชีวิตข้า  ไม่ช่วยชีวิตของเหยียนเอ๋อร์หรอก ” หัวหน้าตระกูลเหยียนพูดอย่างอารมณ์ดีแย้มยิ้ม  ไร้ซึ่งความกังวลใดๆ






ยี่ เทียนหยุนส่ายหัว  ” 5555 ” เขาหัวเราะเบาๆ  ไม่ได้ตอบอะไร






” นายน้อยยี่  ท่านต้องออกเดินทางแล้วหรือ….. ”  เหยียน หลิงซุยอยากที่จะรั้งยี่ เทียนหยุนเอาไว้แต่เธอก็ไม่รู้จะหาเหตุผลอันใด






ระดับพลังที่ยี่ เทียนหยุนแสดงออกมานั้นมันช่างโดดเด่นเป็นอย่างมาก  พวกเขาพ่อ-ลูกต่างก็พากันคิดว่าจะต้องมีนิกายที่ทรงอำนาจยืนอยู่ข้างหลังของยี่ เทียน    หยุนอยู่เป็นแน่  ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงไม่มีคุณสมบัติที่เพียงพอที่จะรั้งตัวของยี่ เทียนหยุนเอาไว้






ยี่ เทียนหยุนยิ้มบาง  พริบตาเขาก็หมุนตัวใส่หน้ากากแล้วก็พูดถ้อยคำเพียงไม่กี่คำว่า  ” ใช่แล้ว  ข้ามีปัญหาที่จะต้องไปสะสาง  ข้าหวังว่าโชคชะตาจะนำพาพวกเราทั้งสองให้กลับมาพบกัน อีกครั้ง  ลาก่อน !! “






เหยียน หลิงซุยนั้นอยากจะพูดอะไรกับยี่ เทียนหยุน  แต่ในที่สุด….. เธอก็ได้แต่ฝังคำพูดของเธอลงในหัวใจของเธอเองพร้อมกับถอนหายใจออกมา…..






” เหยียนเอ๋อร์  เจ้าชอบเขาหรือ?? ” หัวหน้าตระกูลเหยียนแย้มยิ้มพูดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า






ใบหน้าที่สวยงามในตอนนี้ก็พลันแดง  พยักหน้า  แต่…..แล้วก็ส่ายศีรษะ  โดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา






” โอ้ว  ตัวข้าไม่คิดว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะมีฐานบ่มเพาะพลังที่สูงมากถึงเพียงนี้  ในอนาคตข้างหน้าเขาจะต้องกลายเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ฝึกยุทธ์ในระดับตำนานได้อย่างแน่นอน….. ” ความหมายของหัวหน้าตระกูลเหยียนนั้นชัดเจน  แน่นอนว่าผู้คนระดับนั้นไม่สามารถที่จะมองหาหรือจะแสวงหามิตรภาพความเป็นเพื่อนกับบุคคลเหล่านี้ได้






ถ้ายี่ เทียนหยุนค้นพบค่าความชอบของเหยียน หลิงซุยในตอนนี้ที่นี่นั้น  เขาจะไม่ต้องทำภารกิจอย่างแน่นอน  ค่าความชอบของเธอนั้นสูงถึง  270 แต้ม !! มันพุ่งพรวดขึ้นมาในทันที  ยี่ เทียนหยุนนั้นได้ช่วยทั้งตระกูลเหยียนเอาไว้  หัวใจของเธอในตอนนี้จึงแขวนไว้ที่เขา






ยี่ เทียนหยุนหลังจากที่แยกออกมาจากตระกูลเหยียน  ตัวเขาก็ยังจะพักอาศัยอยู่ในเมืองกระแสลมแห่งสวรรค์อีกหลายวัน  เขายังไม่ได้กลับไปยังตำหนักหยกสวรรค์ภายในทันทีแต่เขาก็ยังคงเดินไป – เดินมาภายในเมืองกระแสลมแห่งสวรรค์แห่งนี้  หลายวันต่อมาเขาก็ออกจากเมืองกระแสลมแห่งสวรรค์มุ่งหน้าไปที่ตำหนักหยกสวรรค์โดยตรง  เขาขึ้นขี่หมาป่าหิมะในทันใด  มันวิ่งอย่างคึกคะนองมุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว  พุ่งทะยาน อย่างรุนแรงและเฉียบขาด  ตรงไปสู่ตำหนักหยกสวรรค์ !!






…..






ภายในตำหนักหยกสวรรค์






” เจ้าตำหนัก  การสำรวจซากปรักปรักหังโบราณใกล้ที่จะเริ่มขึ้นแล้ว  ไม่ทราบว่าจะตัดสินใจอย่างไรเกี่ยวกับโควต้า….. ” ผู้อาวุโสใหญ่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆนั้นสอบถามด้วยความระมัดระวัง






ฉี ซู่หยุนสีหน้าจมลง  ตั้งแต่ที่เธอได้ยินว่ายี่ เทียนหยุนถูกไล่ล่าอยู่ข้างนอก  สีหน้าของเธอก็กลายเป็นสีหน้าที่เย็นชาและมันก็เป็นมาจนถึงในขณะนี้  ผู้คนที่พบเห็นต่างก็พากันสั่นเทาจากก้นบึ้งของหัวใจ  คำถามอะไรที่จะถามนั้นจะต้องถามด้วยความรอบคอบระมัดระวัง






เวลาแห่งการสำรวจซากปรักหักพังโบราณที่จะเปิดขึ้นนั้นเหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 สัปดาห์แล้ว โควต้าของยี่ เทียนหยุน  ยังคงว่างอยู่โดยที่ยังไม่ได้รับการตัดสินใจจนในที่สุดผู้อาวุโสใหญ่ก็อดรนทนไม่ไหว  ต้องยกคำถามนี้ถามขึ้นมาอย่างระมัดระวัง






ใครบ้างที่จะไม่รู้อารมณ์ของฉี ซู่หยุน  ตามปกตินั้นเธอจะเป็นคนที่อารมณ์ดีเป็นอย่างมากแต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปคลับคล้ายคลับคลาว่าเธอจมอยู่ในอารมณ์ส่วนตัว  ไม่ได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสต่อทุกคนเหมือนเช่นเคย






” ให้ว่างเอาไว้ก่อน  ไว้คอยเทียนหยุนกลับมา ” เสียงของฉี ซู่หยุนชวนพาให้เหน็บหนาวดังอยู่ภายในห้อง  ทำให้เหล่าผู้อาวุโสใครต่อใครอีกหลายๆคนนั้นชัดเจนว่าเหมือนถูกเป่าด้วยสายลมหนาวที่พัดผ่าน  ทำให้พวกเขานั้นไม่สามารถที่จะอดสั่นด้วยความกลัวได้






” แต่….. เมื่อเวลานั้นมาถึงแล้วเทียนหยุนเขาไม่กลับมาล่ะ ?? ” ผู้อาวุโสใหญ่เอ่ยถามด้วยความระมัดระวัง






” ก็ข้าพูดว่าให้ว่างเอาไว้ก่อน  คอยจนกระทั่งเทียนหยุนกลับมา  ไม่เข้าใจหรือยังไง ?? ” ฉี ซู่หยุนทำตาโต  สายตานั้นส่งประกายวูบวาบแห่งความเฉยชาที่หนาวเห็บ






ผู้อาวุโสต่างก็พากันตัวสั่น  ต่อมาก็พากันส่ายหัว  เจ้าตำหนักของพวกเขาในตอนนี้ราวกับตกอยู่ในภวังค์  ไม่รับรู้อะไรจึงเป็นสาเหตุให้พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะพูดจาอะไรอย่างไรดี






” เจ้าตำหนัก  ข้ารู้ว่าท่านกำลังกังวลเกี่ยวกับยี่ เทียนหยุนแต่ทว่าท่านก็ไม่สามารถที่จะทำแบบนี้ได้ตลอดไป  เมื่อเวลามาถึง  การสำรวจซากปรักหักพังโบราณก็จะเริ่มต้นขึ้น  หากโควต้ายังคงว่างเปล่าอยู่เช่นนี้สู้ไม่เต็มใจที่จะให้ศิษย์ที่มีความโดดเด่นคนอื่นๆไปแทนจะไม่ดีกว่ารึ?? และที่ยิ่งไปกว่านั้นยี่ เทียนหยุนในตอนนี้นั้นอยู่ข้างนอก  จากนี้เป็นต้นไปเขาจะไม่มีความสัมพันธ์กับพวกเราตำหนักหยกสวรรค์อีกต่อไปแล้ว  คำของนิกายหลอมโลหะเทวะและตึกกระแสลมแห่งสวรรค์ที่ว่า  ถ้าหากว่าเรากล้าที่จะให้ที่พักพิงกับยี่ เทียนหยุนผู้นี้  หรือว่ายื่นมือเข้าช่วยเหลือเขานั่นเท่ากับว่าจะต้องเป็นศัตรูกับพวกเขา!! ในเมื่อปัญหาถูกตั้งขึ้นมาเช่นนี้แล้ว  นี่จะไม่เท่ากับว่าเป็นการให้พวกเราแส่หาเรื่องหรอกเรอะ?? “






คำพูดนี่แน่นอนว่าจะเป็นใครไปไม่ได้นั่นก็คือผู้อาวุโสสองนั่นเอง  ถึงแม้ว่าเธอจะเปลี่ยนไปอยู่ในรูปโฉมของพฤติกรรมใหม่  แต่ในตอนนี้ยี่ เทียนหยุนได้สร้างปัญหาใหญ่เกิดขึ้นทำให้ตัวเธอนั้นไม่พอใจเป็นอย่างมาก  นอกจากไม่คิดที่จะกลับตัวกลับใจแล้วยังจะไปทำให้ทั้งสองนิกายโมโหสร้างปัญหาใหญ่ให้กับพวกเขาตำหนักหยกสวรรค์






” ผู้อาวุโสสอง  ตัวท่านนั้นคิดว่าเทียนหยุนนำปัญหามาให้กับพวกเราตำหนักหยกสวรรค์อย่างนั้นหรือ  ไม่ใช่ว่าเป็นพวกเขาเป็นพวกแพ้แล้วพาลอย่างงั้นรึ ?? ” คำพูดของฉี ซู่หยุ่นยังคงคมกริบเหมือนเช่นเคย เธอรู้รายละเอียดในทุกๆด้านจากปากของฉินเสี่ยหมดแล้ว






มันเริ่มมาจากข่ง เซิ่งเฟิ่งผู้ซึ่งกระทำงามหน้า  ต่อมาก็เป็นเหลียง เทียนเฉิงที่ใช้กำลังขับไล่ไสสงเขา  จนในที่สุดพอพวกเขาพ่ายแพ้เลยพาลเป็นโกรธจัด  เทียนหยุน ตั้งแต่ต้นจนจบเขาผิดเหรอ ผิดอะไร ??






” หากเป็นดังนั้นจริง  พวกเราก็ควรที่จะอดทนด้วยความเข้าใจถึงจะเป็นการดี  เพราะถ้าหากว่าพวกเขาเข้าใจถึงปัญหานี้จริงๆแล้วแล้วมันจะกลายมาเป็นปัญหาที่สำคัญเช่นนี้ไปได้อย่างไร ?? ” ผู้อาวุโสสองกล่าวออกอย่างไม่พอใจ






” มันไม่ใช่ปัญหาที่ฝ่ายเราจะต้องทนอดทน !!  หากตำหนักหยกสวรรค์ของพวกเราอดทนอยู่เฉยๆไม่ได้ลงมือทำอะไรก็จะเป็นสาเหตุให้พวกเขาคิดว่าสามารถที่จะกดขี่ข่มเหงรังแกพวกเราได้  ไอ้พวกนิกายเหล่านี้  ท่านคิดหรือว่าตำหนักหยกสวรรค์จะไม่ถูกกระทำย่ำยีจนพอใจ ?? ” คำพูดของฉี ซู่หยุนนั้นเป็นคำพูดที่หลักแหลมลึกซึ้ง






การที่ต้องอดทนอยู่บ่อยๆมันเป็นการกระทำที่ดีจริงๆหรือ  หากว่ามันขึ้นมาขี่อยู่บนหัวเราเมื่อไรแล้วเรายังจะต้องอดทนอยู่อีกรึ ??






ยกตัวอย่างเคสโควต้าของซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์นี้ ในเมื่อยี่เทียนหยุน เป็นผู้เข้าต่อสู้ได้โควต้านี่มากับต้องมาสูญเสียโควต้านี้ไป  นี่ยังจะต้องยอมรับในโชคชะตาก้มหน้าก้มหน้าอดทนอีกอย่างงั้นรึ !!






ผู้อาวุโสสองแสดงสีหน้าหมดหวังในตอนนี้  พวกเขาไม่เคยต้องการที่จะต้องอดทน?? แต่ทว่าความแข็งแกร่งนั้นไม่เพียงพอ  จึงจำเป็นที่จำต้องเลือกที่จะยอมอดทนเพียงเท่านั้น






” ท่านเจ้าตำหนัก….. ” ในเวลานี้มีบอดี้การ์ดที่เดินเข้ามาจากภายนอกอย่างเร่งรีบ  พร้อมกับกล่าวด้วยความกลัวว่า  ” ท่านเจ้าตำหนัก  คนจากนิกายหลอมโลหะเทวะและนิกายวิญญาณสวรรค์มาที่นี่….. “






” หือ?? ซากปรักหักพังโบราณแห่งสวรรค์ยังไม่เปิดแต่พวกเขากลับเดินทางมาที่นี่ก่อนถึงเวลาอันสมควร….. จะต้องมีแผนการอะไรบางอย่างอย่างแน่นอน!! ” ฉี ซู่หยุน ยืนขึ้น  สีหน้าของเธอนั้นเย็นชายิ่งขึ้นไปอีก  ” หากมีเคราะห์ร้ายอะไรเกิดขึ้นกับเทียนหยุนแล้วล่ะก็  ข้าจะทำให้ทั่วทั้งนิกายหลอมโลหะเทวะกลายเป็นที่ฝังศพของพวกมัน!! “






เสียงของเธอนั้นหนาวอย่างสุดขั้ว  อย่างกับไม่ใช่เสียงของผู้ที่มีอายุอยู่ในช่วงราวๆ 20 กว่าๆ  แต่ก็ไม่มีผู้ใดที่จะสงสัยในคำพูดของเธอ….. ก็เพราะว่าเธอนั้นมีความสามารถที่จะทำอย่างที่เธอพูด  ถึงแม้ว่าฐานบ่มเพาะพลังในตอนนี้นั้นอาจจะไม่เพียงพอแต่พวกเขาก็ยังเชื่อมั่นว่าเธอนั้นอาจจะทำได้






พฤติกรรมของฉี ซู่หยุนนั้นแม้จะไม่ได้เป็นพฤติกรรมที่ผ่านการคิดพิจารณา       พิถีพิถันอย่างที่สุด  แต่ก็เป็นเพราะตัวเธอนั่นเองที่ทำให้ตำหนักหยกสวรรค์นั้นค่อยๆดีขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อยโดยเป็นลำดับ  มุ่งหน้าไปสู่ความมั่งคั่ง






















































  

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top