*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 33 : อัจฉริยะขยะ !!

 40 Views

  

# 33 :  อัจฉริยะขยะ !! 

 ยี่  เทียนหยุนยอมรับการแข่งครั้งนี้  ทำให้อาหลิงและฉินเสี่ยรู้สึกประหลาดใจ  พวกเธอรู้ว่าพื้นฐานพลังของยี่ เทียนหยุนนั้นแข็งแกร่งแต่จากบันทึกที่พวกเธอรู้มา  พื้นฐานพลังของยี่ เทียนหยุนนั้นอยู่ในขั้นปรับแต่งวิญญาณระดับที่ 1

พื้นฐานพลังของหม่า เหลียนเปิ่งอย่างน้อยก็ขั้นปรับแต่งวิญญาณระดับ 4  อัตราส่วน 1:4 จะสู้ได้หรือ??

” รุ่นน้องนี่อาจจะท่าไม่ดี  พื้นฐานพลังของเขาเปรียบเทียบกับเจ้าแล้วสูงกว่าเป็นอย่างมากถ้าบาดเจ็บขึ้นมา  พวกเราจะกลับไปรายงานกับท่านเจ้าตำหนักได้อย่างไร ?? ” อาหลิงรีบพูดจาโน้มน้าวในทันที

” พี่สาวทั้งสอง ข้านั้นเร่งเครื่องตบเกียร์ 5 มาแล้ว  ไม่จำเป็นที่จะมีสิ่งใดต้องกังวลหรอก  ข้าจะทำให้เขาจ่ายค่าตอบแทนเช่นเดียวกับเรา !!” ยี่ เทียนหยุนถือดาบหนักที่เขาเป็นคนหล่อออกมาด้านนอก

สองพี่สาวอาวุโสทั้งสองมองหน้าซึ่งกันและกันด้วยความเศร้า  ยี่ เทียนหยุนตัดสินใจอย่างนั้น  พวกเธอทั้งสองไม่สามารถที่จะห้ามปราบได้เลย  ทำได้แค่เพียงตามไปดูเท่านั้น  อาวุธที่ตัวเองเป็นคนตีออกมาถูกพูดยังกับว่ามันเป็นผ้าขี้ริ้วที่เอามาขายให้กับทุกๆคน  ทำให้เหล่าผู้คนบังเกิดความโมโหโกธาขึ้นมา

เมื่อกลุ่มของยี่ เทียนหยุนเดินออกมาหม่า เหลียนเปิ่งก็ได้ยืนรออยู่ด้านนอกแล้ว  เห็นยี่ เทียนหยุนเดินออกมาอดรนทนไม่ไหวฉีกยิ้มบนใบหน้าเปิดเผยคำพูดเหน็บแนมออกมาว่า  ” ข้าคิดว่าเจ้าจะหลบซ่อนอยู่ในกลุ่มสตรีเท่านั้น  ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีความกล้าอยู่บ้าง !! “

ยี่ เทียนหยุนนั้นพำนักอยู่ที่ตำหนักหยกสวรรค์จึงดูเหมือนว่าจะอยู่ในมวลสตรี  นี่จึงเป็นเหตุให้โดนดูถูกจากผู้ชายจำนวนมาก  จริงๆแล้วมันน่าอิจฉาซะมากกว่า

ข้าก็คิดว่าซุกซ่อนในกลุ่มสตรีจะรู้สึกดีที่จะใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นได้โดยที่ไม่ต้องกังวลอะไรมาก !! ” ยี่ เทียนหยุนเยาะเย้ย

” จะใส่ร้ายใครหรือไม่ข้าไม่รู้  รู้แต่ว่าผู้คนทั้งหมดที่นี่ล้วนเป็นสักขีพยานว่าอาวุธของผุู้ใด  ใครมันจะแน่กว่ากัน !! ” นัยน์ตาของหม่า เหลียนเปิ่งเป็นประกายระยิบระยับจิตสังหารเพิ่มขึ้นหลายส่วน  เขาดึงกระบี่วิญญาณระดับสูงออกมา  แสงวาบแว่บผ่านคมกระบี่

รอบๆพวกเขาล้วนห้อมล้อมไปด้วยผู้คน  นั่นก็คือเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินผ่านไปมา  มองดูอย่างคึกคักพร้อมที่จะพนันขันต่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในครั้งนี้

” แน่นอนไม่มีปัญหา ” ยี่ เทียนหยุนยิ้มอย่างสงบ เขายกดาบหนักในมือขึ้นมาแล้วพูดว่า  ” ข้าจะใช้ดาบหนักเล่มนี้ทดสอบอาวุธของเจ้าที่ดูเหมือนจะเป็นอุปกรณ์วิญญาณระดับสูง  ว่าจริงๆแล้วมันจะแน่ซักแค่ไหน !! “

เมื่อบรรดาผู้เข้าชมเหตุการณ์พบเห็นความแตกต่างของอาวุธทั้งสองก็พากันส่ายหัว  ที่ยี่เทียน หยุนใช้ก็คือดาบหนัก  ที่หม่า เหลียนเปิ่งใช้ก็คือกระบี่ที่บอบบาง  ไม่ต้องสงสัยก็รู้ว่าทางฝั่งของหม่า เหลียนเปิ่งได้เปรียบกว่า  อาวุธของเขามันยืดหยุ่นและคล่องตัวมากกว่าทางฝั่งของยี่ เทียนหยุนที่เล่นกับดาบหนัก  จุดนี้ทำให้ผู้คนต้องปรบมือ !!

ถ้าให้ผู้ชมเป็นฝ่ายเลือกว่าอาวุธของใครที่เหนือกว่า  พวกเขาคิดว่าฝั่งของยี่ เทียนหยุนนั้นคิดผิด

” นี่เป็นการเปรียบยุทธ์ธรรมดาๆเท่านั้น  ไม่ใช่ประลองเป็นตาย  ข้าหวังว่าจะไม่พบเห็นสถานการณ์ที่ฆ่าฟันกัน ”  ยูร์เวยในชุดม่วงเดินมาพร้อมกับมองดูเหลียง เถียนเฉิงอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า ” ถ้ามีเหตุการณ์แย่ๆเกิดขึ้นกับแขกผู้มีเกียรติของพวกเรา  อย่าตำหนิตึกสายฝนแห่งสวรรค์ก็แล้วกันว่าพวกเรานั้นไม่สุภาพ !! “

” โดยธรรมชาติแล้วพวกเราเปรียบยุทธ์กันเป็นการดีแล้วไม่ต้องถึงขนาดเข่นฆ่ากันหรอก ”  หม่า เหลียน เปิ่งขานรับคำพูดของยูร์เวย

นัยน์ตาของหม่า เหลียนเปิ่งนั้นเผยให้เห็นถึงการดูถูกดูแคลน  กระบี่บางสู้กับดาบหนักเพียงแค่เทคนิคการเคลื่อนไหวก็ทำให้ยี่ เทียนหยุนตายได้แล้ว

บรรดาพรรคพวกของทั้งสองฝ่ายต่างก็ยืนอยู่ด้านหน้า  ด้านหน้าจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย

” แขกผู้มีเกียรติของตึกสายฝนแห่งสวรรค์จะต้องปัญญาอ่อนอย่างแน่นอน  ดาบหนักสู้กับดาบบางมิเป็นการรนหาที่ตายหรอกรึ ?? “

” ศิษย์ของนิกายหลอมโลหะเทวะจะพ่ายแพ้ได้อย่างไร  อาวุธที่ใช้ก็เป็นอาวุธเบา  ดูก็รู้ว่าแตกต่างกันเป็นอย่างมาก  ข้าคิดว่าแขกผู้มีเกียรติของตึกสายฝนแห่งสวรรค์จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้  “

”  คล้ายกับว่ามีอาการป่วยทางจิตอ่อนๆ  ขึ้นเวทีไปสู้โดยไม่สนอะไรเลย  นิกายหลอมโลหะเทวะระดับในการปรับแต่งอุปกรณ์ไม่ต้องพูดถึงแม้กระทั่งอาวุธก็มีความบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์ยิ่งกว่าเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้ว  นิกายหลอมโลหะเทวะต้องชนะอย่างแน่นอน !! “

………

เหล่าผู้ชมที่ห้อมล้อมไม่ได้ให้คะแนนยี่ เทียนหยุนเลย  เมื่อมองดูความห่างชั้นของอาวุธก็รู้แล้วผนวกเข้ากับสถานะของนิกายหลอมโลหะเทวะ  ทุกๆคนเต็มใจที่จะเชื่อมั่นในอาวุธของนิกายหลอมโลหะเทวะว่าในด้านพลังแล้วมีความทนทานเข้มแข็งจึงแข็งแกร่งกว่า !!

” คาดไม่ถึงจริงๆ  ต้องตำหนิตัวเจ้าเองที่กล้ายั่วยุอิทธิพลของนิกายหลอมโลหะ     เทวะของพวกเรา !! ” หม่า เหลียนเปิ่งหรี่ตาเพ่งสมาธิ  จิตสังหารที่มีต่อยี่ เทียนหยุนเพิ่มขึ้นมาหลายส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่ายี่ เทียนหยุนคือคนของตำหนักหยกสวรรค์  ระดับความสามารถของช่างตีเหล็กถึงจะอยู่ไปก็คงไม่มีอนาคต !!

ช่วงเวลาต่อมาหม่า เหลียนเปิงกระชับกระบี่บางในมือของเขา  เปิดเรียกทักษะในทันที  ” ท่องนภา ”  คล้ายๆกับว่าเขาเหาะอย่างรวดเร็วตรงไปหายี่ เทียนหยุน  ราวกับลมกระโชกที่พัดมา  หลบหลีกเข้าด้านข้างของยี่ เทียนหยุนในทันใด  หม่า      เหลียนเปิ่งกระชับดาบบางเจาะเข้าไปที่ยี่ เทียนหยุนหมายที่จะเปิดรูเล็กๆบนร่างกายของเขา

หม่า เหลียนเปิ่งด้วยทักษะ  ด้วยสปีดนั้นเร็วเป็นอย่างมาก  แทงเข้าจุดสำคัญของยี่ เทียนหยุนโดยตรง  มันเป็นการเปรียบยุทธ์กันตรงไหน  นี่มันต้องการชีวิตชัดๆ

ยี่ เทียนหยุนสายตาพลันเย็นชา  ยกมือที่ถือดาบหนักขึ้น  คล้ายกับเป็นโล่ยกขึ้นมากำบังอยู่ด้านหน้าของตัวเอง

” ทำงาน !! “

ดาบบางแทงแต่โดนดาบหนัก  เพราะว่ากระบี่มันผอมบาง  เมื่อแทงเข้าไปชนเข้ากับดาบหนักเล่มนี้  กระบี่ของหม่า เหลียนเปิ่งก็มีอาการโค้งงอจนสั่นเป็นรูปครึ่งวงกลม

หม่า เหลียนเปิ่งตั้งสมาธิในทันที

” เกร้ง  เกร้ง  เกร้ง…..  ตึง  ตึง  ตึง “

หม่า เหลียนเปิ่งแทงกระบี่อย่างรวดเร็ว  แต่ดวยดาบหนักของยี่ เทียนหยุนที่เป็นโล่  ยกมาต้านเอาไว้จะเจาะเข้าไปได้อย่างไร  ไม่มีทางที่จะจ้วงแทงได้แม้แต่น้อย  จากสถานการณ์เช่นนี้หม่า เหลียนเปิ่งจึงตกเป็นฝ่ายที่ต้องบริโภคพลังงานตั้งแต่ต้นซึ่งมันก็กินพลังงานเขาไปมากทีเดียว

” พลังของเจ้ามีแค่นี้เองรึ?? มันทำให้ข้าผิดหวังซะจริง ”  ยี่ เทียนหยุนหรี่ตามองหม่า เหลียนเปิ่งด้วยตาข้างเดียวเพียงเล็กน้อย  ยี่ เทียนหยุนแม้เพียงครึ่งก้าวก็ไม่ได้ขยับ  คอยป้องกันกระบี่ด้วยดาบหนักที่ทำหน้าที่เป็นโล่ต้านรับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง

ช่วงเวลาต่อมายี่ เทียนหยุนวาดลวดลายกวัดแกว่งดาบหนักจากหลังมือสู่หน้ามือ  มันเป็นพลังที่ดุร้ายเมื่อยามถูกใช้โดยเขา  มันก่อให้เกิดคลื่นลมราวกับจะตัดท้องฟ้าออกเป็นส่วนๆเพียงแค่การฟาดของดาบหนักเล่มนี้

” อาศัยพลังเพียงเท่านี้แต่คิดจะมากำราบข้ายังงั้นรึ  จงหายไปซะ !! “

หม่า เหลียนเปิ่งพุ่งทะยาน  กระบี่บางในมือระเบิดประกายแสงแวววาว  ภายใต้การระเบิดพลังของเขากระบี่ที่ดูบอบบางราวกับเปลี่ยนไปคล้ายไม้เท้าเหล็กที่แข็งอย่างหาใดจะเปรียบ

” ทำงาน !! “

พลังทั้งสองพุ่งเข้าชนกันด้านหน้า  พลังของยี่ เทียนหยุนที่ดุร้ายป่าเถื่อนถูกยันเอาไว้  แรกเริ่มพลังพื้นฐานของหม่า เหลียนเปิ่งก็ไม่เลวอีกทั้งการปรับแต่งอุปกรณ์ของเขาพลังก็ไม่ด้อยไปกว่ายี่ เทียนหยุน !!

” โหมดคลั่ง  ทำงาน !! “

ในเวลาต่อมา  นัยน์ตาของยี่ เทียนหยุนทั้งสองข้างกลายเป็นสีทองเมื่อเขาระเบิดพลัง  พลังแห่งโหมดคลั่งถูกเปิดออกในทันที  พลังที่ระเบิดออกมานั้นเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าแทบจะในทันที !!

” ธัมพ !! “

ทันใดนั้นพลังที่ป่าเถื่อนก็ถาโถมเข้ากดทับกระบี่บางของหม่า เหลียนเปิ่งจนโค้งงอในทันที  ยังไม่ทันที่หม่า เหลียนเปิ่งจะตอบสนองแต่ก็ต้องเจอกับพลังที่น่าสะพรึงกลัวที่เพิ่มขึ้นมาหลายเท่าหากเปรียบเทียบกับครั้งก่อน  แรงกดอันมหาศาลกดทับลงบนกระบี่ของเขา  หม่า เหลียนเปิ่งในตอนนี้เหมือนถูกหวดด้วยไม้แร็กเก็ต

” แปง ”  หม่า เหลียนเปิ่งกระเด็นลอยไป  หลังจากที่ลื่นไถลไปไกลจึงค่อยๆหยุดลง  ภายใต้ความกดดันที่หนักหน่วงนี้มันทำให้เขาได้รับบาดเจ็บภายใน  เขารู้สึกว่าลำคอของเขานั้นมีรสหวาน  มีเลือดออกมาจากปากของเขาหยดลงที่พื้น

เห็นสิ่งนี้ต่อหน้าต่อตา  พวกเขาก็พากันช็อค  อาหลิงและฉินเสี่ยต่างก็คิดว่านี่มันเป็นระดับที่ 1 ของขั้นปรับแต่งวิญญาณแน่เรอะ ?? ตั้งแต่เริ่มแข่งขันนี่มันเป็นมาตรฐานของขั้นปรับแต่งวิญญาณระดับ 5 นี่ !!

ยี่ เทียนหยุนมองหม่า เหลียนเปิ่งอย่างเย็นชา  ดาบหนักในมือของยี่ เทียนหยุนนั้นหากมองดูให้ดีก็จะพบว่าไม่ได้รับความเสียหายใดๆเลย  ไม่มีแม้แต่รอยขนแมว นี่….. แสดงให้เห็นถึงความเหนือล้ำของอาวุธที่เหนือกว่าหลายเท่า  หากทบทวนก็จะพบว่ากระบี่บางเล่มนั้นถูกกดดันจนถึงกับโค้งงอไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง  ราวกับกระบี่นั้นอ่อนแอ

” นี่คือพลังอาวุธของเจ้ายังงั้นรึ ?? เจ้าไม่ได้พูดว่าอาวุธอุปกรณ์วิญญาณของข้าเป็นเพียงแค่อุปกรณ์วิญญาณระดับกลางมิใช่รึ  ถ้าแน่จริงเจ้าก็แทงอาวุธของข้าทะลุให้ได้ซิ !! ” ยี่ เทียนหยุนเยาะเย้ย  ” ข้ารู้สึกว่าอาวุธของเจ้าคือ  อาวุธของอัจฉริยะขยะ !! “

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top