*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 12 : เป็นที่น่ารังเกียจ

 44 Views

### 12 :  เป็นที่น่ารังเกียจ

 ” มันช่างสดชื่นจริงๆ  สิ่งที่ได้รับจากการทำภารกิจสมบูรณ์มีมากมาย  เกราะเทพเจ้าและทอง 120  มันช่างคุ้มค่ากับเวลา “

ว่าด้วยเรื่องรางวัลนี้  ยี่ เทียนหยุนรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก  จะเสียใจก็เพียงแต่สมบัติที่ได้รับจากศิษย์นิกายวิญญาณสวรรค์นั่นน้อยไปหน่อย  อย่างไรก็ตามสามารถเข้าใจได้ว่ารางวัลที่ได้จากพวกเขานั้นยังห่างไกลกับของบอส  พวกเขาเป็นเพียงสัตว์ประหลาดขนาดเล็กเท่านั้น  ด้วยเหตุนี้ของที่ได้จึงค่อนข้างจำกัด

” ในตอนนี้จะดูคุณสมบัติได้อย่างไรในเมื่อเลื่อนมาอยู่ขั้นปรับแต่งวิญญาณแล้ว  ไม่รู้เลยจริงๆ ” ยี่ เทียนหยุนถ้าพูดถึงความเร็วในการยกระดับนี้  หากล่วงรู้โดยผู้อื่นเข้าแล้วล่ะก็  บรรดาเขาเหล่านั้นก็คงจะพ่นออกมาเป็นเลือดโดยแน่แท้

ตั้งแต่เริ่มบ่มเพาะพลัง  ระยะเวลาสั้นๆเพียงครึ่งเดือน  ตัวของยี่ เทียนหยุนก็ทะลวงเข้าสู่ขั้นปรับแต่งวิญญาณ  นี่เรียกได้ว่าดี….. แค่นั้นหรือ ??  ความง่ายนี้คือพรสวรรค์ของทรราชย์ผู้ยิ่งใหญ่ !!

ผู้เล่น  :  ยี่  เทียนหยุน

ชั้น  :  ปรับแต่งวิญญาณระดับ 1

ค่าประสบการณ์  :  1,573 / 30,000

แต้มคลั่ง  :  698  แต้ม

ทักษะวรยุทธ์  :  ทักษะดาวเหนือเร้นลับ ( เกรดระดับมนุษย์  ความชำนาญ 378 / 1,000 )

ความสามารถ  :  เทคนิคดูดซับพลังแห่งดาวดาวชั้นยอด (เกรดระดับมนุษย์ ความชำนาญ 378/1,000)กรงเล็บอินทรีย์  เทคนิคดาบขนนกร่วงโรย  ดั้นเมฆา

อาวุธ  :  ถุงมือแช่แข็ง ( เกรดเหล็กทั่วไป  ความชำนาญ 329 / 1,000 )

ชุดเกราะ  :   รองเท้าบูสท์ประจัญบานหมาป่าหิมะ

ความสามารถพระเจ้า  :  โหมดคลั่ง

กรงเล็บนกอินทรีย์และเทคนิคดาบร่วงโรยไม่สามารถที่จะยกระดับได้  เกรดที่สมบูรณ์เป็นเพียงเกรดระดับมนุษย์เท่านั้น  ระดับความสามารถของกรงเล็บอินทรีย์และเทคนิคดาบนี้ต่ำมาก  ศักยภาพไม่อาจที่จะพัฒนาได้  ถ้าพูดตามตรงถึงจะมีมากก็ไม่ต่างไปจากขยะ

อย่างไรก็ตามรูปแบบของยี่ เทียนหยุนในตอนนี้ยังมีอยู่น้อยมาก  ดังนั้นจึงต้องใช้ทักษะประกอบกันหลายอย่าง  มองดูไปที่ค่าความชำนาญ  เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากแต่ก็ยังไม่อยู่ในเกณฑ์พึงพอใจ  พูดได้ว่าการเลื่อนระดับของค่าความชำนาญนี้ช้าเป็นอย่างมาก  สัตว์อสูรในภูเขาหิมะค่อนข้างน้อยมาก  ยี่ เทียนหยุนเลเวลอัพเรียบร้อยแล้วแต่ค่าความชำนาญของเขาก็ยังมีแค่ไม่กี่ร้อยแต้ม

ถ้ามีการ์ดประสบการณ์ที่สามารถเลื่อนระดับค่าความชำนาญได้คล้ายกันแล้วล่ะก็  มันก็คงจะดีมาก  แต่อย่างไรก็ตามค่าประสบการณ์ก็คือค่าประสบการณ์ไม่มีอะไรที่เกียวกับค่าความชำนาญ

นอกจากนี้ยี่ เทียนหยุนยังสามารถเปิดแพ็คของขวัญเลเวล 1 ได้ในที่สุด  สิ่งเล็กๆนี้ไม่ใช่ว่าฐานพลังถึงระดับ 10 แล้วจะเปิดได้….. มันจะต้องเลื่อนระดับ 1 ขั้นจึงจะสามารถเปิดมันได้  เมื่อยี่ เทียนหยุนก้าวเข้าสู่ขั้นปรับแต่งวิญญาณก็เลยสามารถเปิดแพ็คของขวัญนี้ได้  อันที่จริงแล้วว่ากันตามปกติจะต้องทะลวงข้ามขั้นจึงจะสามารถเปิดแพ็คของขวัญนี้ได้

ขณะที่ยี่ เทียนหยุนกำลังตรวจสอบคุณสมบัติอยู่นั้น  จ้าว ฮั่วหลงที่อยู่ด้านล่างเวทีในตอนนี้ก็เกิดอาการกลัวโดยสมบูรณ์

” นี่….. นี่มันเป็นไปไม่ได้….. ” จ้าว ฮั่วหลงรู้สึกคับอกคับใจอย่างหาใดเปรียบ

ชนะ 3 คนอย่างสมบูรณ์  แถมยังไม่มีทีท่าที่จะหอบให้เห็นอีกด้วย !! ไหนจะอาวุธถุงมือนั่นอีกแล้วยังแสดงทักษะที่พวกเขามั่นใจ  จริงๆแล้วนี่มันหมายความว่าอย่างไร ??

ไม่เพียงศิษย์ของเขาที่ถูกฆ่าตายไป 3 คนแต่ยังสูญเสียโควต้าซากปรักหักพังโบราณอีกด้วย  แล้วยังเม็ดยาทะลวงวิญญาณอีก !! นี่ทำให้จ้าว ฮั่วหลงกำหมัดแน่นอย่างบ้าคลั่ง  เขาปรารถนาที่จะฆ่ายี่ เทียนหยุน  ถ้าเป็นด้านนอกแน่นอนว่ายี่ เทียนหยุนจะต้องถูกฆ่าด้วยฝ่ามือของจ้าว ฮั่วหลงไปแล้ว

” น…..นี่ร้ายกาจมาก  เมื่อกี้นี้มันทักษะดั้นเมฆาไม่ใช่เหรอ ?? ยี่ เทียนหยุนแสดงทักษะของนิกายวิญญาณสวรรค์ได้อย่างไรกัน ??  “

” นี่มันฉากอะไร  ยี่ เทียนหยุนแสดงทักษะดั้นเมฆาอย่างนั้นรึ ?? ยิ่งกว่านั้นสปีดความเร็วดูเหมือนจะเตรียมตัวมาจริงๆด้วย ?? “

………

หลังจากที่ผู้คนเริ่มจะตอบสนอง  ความรู้สึกภายในของพวกเขาช็อคจนยากจะบรรยาย  เปรียบเทียบกับการต่อสู้ครั้งก่อนทั้งสองครั้งแล้ว  การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้พวกเขาช็อคซะยิ่งกว่าช็อค!!  ศิษย์ตำหนักหยกสวรรค์สามารถใช้ทักษะยุทธ์ของนิกายวิญญาณสวรรค์ได้ ??

ยี่ เทียนหยุนสามารถแสดงความเร็วที่เหนือกว่าเหตุผลใหญ่ก็คือ  เขาได้สวมใส่รองเท้าบูสท์ประจัญบานหมาป่าหิมะของเขา  หากมองดูที่เท้าของเขาก็จะไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร  แต่พอเวลาวิ่ง สปีดความเร็วก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลอย่างน้อยๆก็เพิ่มขึ้น 2 เท่า  โดยธรรมชาติแล้วเปรียบเทียบได้กับหม่อ เฉิงที่ได้แสดงขีดสุดของความเร็วเมื่อครั้งก่อน

” ผู้อาวุโสจ้าว  การแข่งขันครั้งนี้ผู้แพ้ก็คือนิกายวิญญาณสวรรค์ของท่าน !! ” ฉี ซู่หยุนมองดูพวกเขาด้วยสายตาที่เย็นชา  ในที่สุดพวกเขาก็ประสบความพ่ายแพ้

ใบหน้าของเหล่าศิษย์จากนิกายวิญญาณสวรรค์บ่งบอกถึงความไม่เต็มใจที่จะยอมรับ  มาอย่างมั่นใจเอาเข้าจริงๆกลับโดนขับไล่  ความอัปยศอดสูในครั้งนี้  มันสามารถจินตนาการได้

” เขา  เขาไม่ใช่ศิษย์ของตำหนักหยกสวรรค์ !! ตำหนักหยกสวรรค์ไม่เคยรับศิษย์ผู้ชาย  นี่จึงไม่ต้องรักษาสัญญา !! “

” ก็คือ !! ตำหนักหยกสวรรค์จะรับแต่สตรีโดยพื้นฐาน  แล้วผู้ชายก็มีสถานะไกลเกินกว่าจะเรียกว่าศิษย์  ส่วนมากจะเป็นเพียงแค่ศิษย์นอกเท่านั้น !! “

………

เหล่าบรรดาลูกศิษย์ของนิกายวิญญาณสวรรค์คิดว่าการแข่งขันครั้งนี้ไม่ต้องรักษาสัญญา  ตำหนักหยกสวรรค์รับแต่ศิษย์ผู้หญิงมาโดยตลอดจู่ๆก็มีผู้ชายโผล่ขึ้นมา  จะไปนับได้ยังไง ??

ศิษย์เหล่านี้ตายด้าน  ยี่ เทียนหยุนจะไม่ทนต่อการถูกดูถูกเหยียดหยามถ้าไม่นับผลการแข่งขัน  ทำไมให้เขาลงแข่งตั้งแต่แรก?? นี่ไม่ใช่เป็นการถอดหน้ากากของจ้าว ฮั่วหลงอย่างชัดเจนหรอกรึ ??

ยี่ เทียนหยุนหยอกล้อกับจ้าว ฮั่วหลงว่า ” ผู้อาวุโสจ้าว  ศิษย์ของท่านกำลังงัดปากท่านอยู่น่ะ ?? “

” เจ้าใช้ทักษะลับของนิกายเราวิญญาณสวรรค์ได้อย่างไร !! ” จ้าว ฮั่วหลงจงใจเปลี่ยนหัวข้อ  สายตาเย็นชามองมาที่ยี่ เทียนหยุนแล้วสอบถาม

” นี่  ข้ามองดูแล้วเรียนรู้ได้หลายส่วน  ผู้อาวุโสจ้าวคิดว่าข้าจะเป็นคนต่ำช้าที่ไปขโมยของของท่านมาจากนิกายวิญญาณสวรรค์อย่างนั้นรึ ?? ” ยี่ เทียนหยุนกล่าวอย่างไม่แยแส

” จริงๆ  ถ้าขโมยมานิกายวิญญาณสวรรค์ก็ควรจะต้องเสียดายด้วย !! ” ฉี ซู่หยุนกล่าวเสริมด้วยความเย็นชาอีกว่า ” ผู้อาวุโสจ้าวตอนนี้ท่านแพ้แล้ว  ยังมีคำไหนที่อยากจะพูดอีกไหม !! “

จ้าว ฮั่วหลงสีหน้าพลันน่าเกลียดในทันที  เดินมาถึงจุดนี้แล้วจะไม่นับผลการแข่งขันก็ทำไม่ได้  เพราะเมื่อก่อนเป็นเขาที่ยอมรับผลการแข่งขันก่อนหน้านี้  ตอนนี้ลูกศิษย์ตายไปแล้วถึงสามคน  แถมยังจะมาเสียโควต้าไปอีก  เขาจะไม่คิดถึงศิษย์รักได้อย่างไรนับเป็นความอัปยศอดสูของเขา

จ้าว ฮั่วหลงสายตาเย็นชามองที่ยี่ เทียนหยุนแล้วพูดว่า ” ไม่มีปัญหาเจ้าจะเรียนรู้มันมาได้ยังไง  แต่นับจากนี้ไปห้ามเจ้าแสดงทักษะของพวกเราอีก !! “

นี่เป็นทักษะยุทธ์ที่เป็นความภูมิใจของพวกเรานิกายวิญญาณสวรรค์  โดยธรรมชาติแล้วไม่อนุญาติให้คนนอกได้แสดงแม้ต้องการที่จะให้ยี่ เทียนหยุนกำจัดพื้นฐานวรยุทธ์แต่มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้

” นี่เป็นสิ่งที่ข้าเรียนรู้เอง  จะแสดงหรือไม่แสดงล้วนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับท่าน ” ยี่ เทียนหยุนพูดอย่างไม่แยแส  ” ทักษะระดับนี้ข้าใช้ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก  ถ้ายึดตามจุดนี้ว่าห้ามแสดง  มันคงไม่ทำให้ดูดีขึ้นหรอกมั้ง?? แล้ว….. รางวัลของข้าเวลานี้ล่ะ ?? “

จ้าว ฮั่วหลงมองยี่ เทียนหยุนอย่างถมึงทึง  นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร !!

พริบตาเม็ดยาและป้ายสัญลักษณ์โลหะก็ตกลงบนมือของฉี ซู่หยุน  จ้าว ฮั่วหลงหมุนตัวด้วยใบหน้าที่ขุ่นมัวแล้วพูดว่า ” กลับนิกาย !! ” เขาไม่มีหน้าที่จะอยู่ต่อ  จ้าวฮั่วหลงจึงนำคนที่เหลือออกจากที่นี่ในทันทีอย่างรวดเร็ว

มองดูร่างของจ้าว ฮั่วหลงที่จากไปไกลแล้ว  สายตาของยี่ เทียนหยุนส่องประกายแวววาว  ศัตรูของเขานั้นผูกอาฆาต  แต่อย่างไรก็ตามเขามองดูบนศีรษะของจ้าว ฮั่วหลงที่มีป้ายชื่อส่องประกายระยิบระยับสีทองปรากฏบนหัวของเขา  เขาอยากจะสู้กับจ้าวฮั่วหลงด้วยกำปั้นซะจริงๆ  ถ้าฆ่าบอสระดับนี้ลงได้  ไม่รู้ว่าสมบัติอะไรที่จะออกมา

หลังจากที่นิกายวิญญาณสวรรค์ได้จากไปแล้ว  บรรดาเหล่าผู้ที่มีพรสวรรค์ของตำหนักหยกสวรรค์ที่เชียร์การแข่งขันระหว่างนิกายที่พวกเธอเป็นฝ่ายชนะ !! ทั้งหมดนี่คือ ยี่ เทียนหยุนนำมา  ถ้าเปลี่ยนตัวเป็นพวกเธอขึ้นเวทีแล้วละก็  คงจะแพ้อย่างแน่นอน  พวกเธอไม่มีอะไรเลยที่จะไปเปรียบเทียบกับเม่อเฉิงขึ้นเวทีเมื่อไรเป็นต้องแพ้อย่างแน่นอน

” เอาชนะศิษย์จากนิกายวิญญาณสวรรค์สามคนอย่างต่อเนื่อง  เทียนหยุนพื้นฐานของเจ้ากลัวว่าจะทะลวงปรับแต่งกายาขั้นสูงสุด !! ” ฉี ซู่หยุนคาดคะเนจากพลังที่ปะทุของยี่ เทียนหยุน  โดยพื้นฐานแล้วต้องอยู่ในระดับนี้

อย่างไรก็ตามนี่เป็นข้อมูลครั้งในอดีตแต่เขาในตอนนี้นั้นอยู่ในขั้นปรับแต่งวิญญาณระดับที่ 1 !!

” นี่….. สูงขึ้นนิดนึง ” ยี่เทียนหยุนถูจมูกแล้วยิ้ม  ถ้าไม่ใช่ฉี ซู่หยุน  เขาคงจะไม่เปิดเผย

” นี่….. ขั้นปรับแต่งวิญญาณระดับ 1?! ” ฉี ซู่หยุนช็อค  เขาเลเวลอัพตอนไหน ??


นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top