ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 150: เราเองก็หมดหนทางเหมือนกัน

 307 Views

หน้าต่างและประตูในชั้นที่สองยังคงพังอยู่ จนถึงวันนี้เขาก็ยังไม่ได้จัดการกับปัญหานี้เลย เขาเพียงแค่ใช้ผ้าห่มปิดช่องว่างไว้

 

ก่อนหน้านี้ ตอนที่จักรพรรดินีอยู่ที่นี่ เขาก็ไม่มีเวลาจัดการเรื่องนี้ ดังนั้นเขาควรจะจัดการปัญหานี้โดยทันที

 

เหยินปาเชียนเปลี่ยนชุดเป็นชุดอื่น เขากำลังพิจารณาว่าควรจะลบข้อมูลออกจากกล้องวงจรปิด แล้วนำฮาร์ดดิสก์ออกจากจอมอนิเตอร์โดยตรงเพื่อทำลายหรือไม่ เขาพร้อมที่จะตรงออกไปทิ้งลงในแม่น้ำ

 

โชคดีที่คราวที่แล้วพ่อแม่ของเขาไม่ได้แจ้งความเรื่องการที่เขาหายตัวไปกับตำรวจ มิฉะนั้นภาพที่บันทึกไว้จะทำให้เกิดปัญหาใหญ่โตอย่างแน่นอน

 

ทุกวันนี้ เหยินปาเชียนไม่กระตือรือร้นที่จะตรวจสอบสาเหตุของความสามารถในการเคลื่อนย้ายของตนอีกต่อไป ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาคงจะไม่สามารถหาสาเหตุได้ในตอนนี้ ในวันข้างหน้า หลังจากที่ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นแล้ว เขาก็จะดูว่าจะสามารถหาสาเหตุได้หรือไม่

 

ในวันแห่งโชคชะตาวันนั้น ในเสี้ยววินาทีที่เขาได้เคลื่อนย้าย ตอนที่จักรพรรดินีปรากฏตัวแล้วคว้าเขาไว้ในทันทีนั้น เขาก็สามารถรู้สึกได้ว่าคนที่มีความแข็งแกร่งอย่างจักรพรรดินีจะสามารถรู้สึกได้ว่าเขาเคลื่อนย้าย

 

ถ้าอย่างนั้น เมื่อความแข็งแกร่งของเขาบรรลุถึงขั้นนั้นแล้ว การรับรู้ของเขาอาจจะชัดเจนขึ้นในตอนนั้นก็เป็นได้

 

เขาเพียงแค่ไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นหรือเปล่า

 

เหยินปาเชียนออกไปซื้อซิมการ์ด จากนั้นเขาก็ไปซื้อโทรศัพท์มือถือมา 2 เครื่อง

 

โทรศัพท์มือถืออีกเครื่องนั้นเตรียมไว้ให้จักรพรรดินี ถ้าหากนางมายังโลกนี้อีกครั้ง มือถือนี้น่าจะมีประโยชน์ทีเดียว

 

มิฉะนั้นแล้ว ถ้าหากเขาคลาดกันกับนางสักวันหนึ่ง มันก็คงจะแย่พอดู

 

อันที่จริงแล้ว ในวันที่สามที่จักรพรรดินีอยู่ที่นี่ เหยินปาเชียนได้พานางเข้าห้าง เขาได้เดินไปเข้าห้องน้ำ และในตอนที่เขาออกมา เขาก็พบว่าจักรพรรดินีหายไปแล้ว หัวใจของเขาเกือบจะหยุดเต้นเลยทีเดียว

 

โชคดีที่เขาเพียงแค่ตกใจไปเอง จักรพรรดินีอยู่ในร้านค้าที่อยู่ข้าง ๆ กัน

 

แต่ทว่า เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เตือนใจเขา

 

ในวันข้างหน้า ถ้าหากนางมาที่นี่อีกครั้ง เขาคงไม่สามารถคล้องเชือกไว้ที่เอวของนางได้หรอก

 

เมื่อจัดการเรื่องซิมการ์ดกับมือถือแล้ว เหยินปาเชียนก็โทรหาครอบครัว ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขายังจำเบอร์โทรศัพท์ของพ่อแม่ได้อยู่

 

ส่วนสายที่เฉินชิ่งได้โทรมานั้น เขาจะใช้แอพวีแชทติดต่อไปทีหลัง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถกู้ข้อมูลรายชื่อของคนอื่นได้ ก็ไม่เป็นไร อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้กะจะติดต่อกับพวกนั้นจริง ๆ หรอก

 

“ฮัลโหลพ่อ”

 

“เห้อออ พ่อจะคอยช่วยเหลือแกเสมอนะ ไม่ว่าแกจะชอบผู้หญิงแบบไหนก็เหอะ”

 

ในขณะที่เหยินปาเชียนฟังคำพูดของพ่อของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดอะไร เขาก็ยังรู้สึกอบอุ่นอยู่ในใจ

 

“ตราบใดที่แกไม่ได้พาผู้ชายกลับบ้านก็คงจะดีล่ะนะ”

 

“ฮึ้กกก !”

 

เหยินปาเชียนเกือบกระอักเลือดเต็มปากออกมาเลยทีเดียว

 

นี่ก็ครึ่งเดือนแล้วนะ พ่อแม่ยังเอาเรื่องนี้มาล้ออยู่อีกหรอเนี่ย ?

 

“ที่ผมพูดส่ง ๆ ไปก่อนหน้านี้น่ะ ก็แค่จะไม่ให้แม่รีบเร่งมาหาผมอีก ผมโอเคดีพ่อ”

 

“ก็แหงล่ะ เป็นเพราะแกพูดออกมาอย่างง่ายดายนั่นแหละคือสาเหตุว่าทำไมมันถึงฟังดูน่ากลัวน่ะ” พ่อของเขายังคงต่อว่า “พ่อเกือบจะหัวใจวายเพราะแกเลยนะ”

 

“ว่าแต่แกจะพาผู้หญิงคนนั้นกลับบ้านมาหาพวกเราเมื่อไหร่ล่ะ ?”

 

 

 

หลังจากที่บอกให้พ่อแม่ของเขารู้ว่าเขาปลอดภัยแล้ว เขาก็วางแผนที่จะประเมินราคาอัญมณีสองสามชิ้นแล้วหาที่ขายมัน

 

เขานั่งในรถของตัวเองแล้วใช้มือถือค้นหาเว็บอยู่พักหนึ่ง เพียงแค่ค้นหาก็ยุ่งยากกว่าสิ่งที่เขาคิดไว้มาก

 

เนื่องจากเขาไม่มีใบรับรองแหล่งกำเนิด องค์กรขนาดใหญ่รวมถึงบริษัทที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบมาตรฐานจะไม่ยอมรับอัญมณีเหล่านี้

 

บางคนมีช่องทางในการขายโดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงประเด็นนี้ แต่ในมือของเขานั้น ของเหล่านี้ไม่แตกต่างจากทรัพย์สินที่ถูกขโมยมา นอกเหนือจากความจริงที่ว่าไม่มีเจ้าของที่ทำของหาย

 

ในทางกลับกัน มีบริษัทขนาดเล็กที่เขาสามารถพิจารณาได้อยู่บ้าง แต่อัญมณีเหล่านี้จะไม่ได้ราคาดีอย่างแน่นอนหากนำไปประเมินราคาที่บริษัทเหล่านี้

 

หลังจากที่เข้าเว็บมานานกว่าครึ่งวัน เขาก็ได้พบข้อมูลเข้าโดยบังเอิญ และมีเพียงไม่กี่เว็บเท่านั้นที่มีประโยชน์สำหรับเขา

 

เหยินปาเชียนปิดหน้าเว็บแล้วครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เขายังต้องไปหาเฉินชิ่งอยู่ดี อย่างน้อยที่สุดด้วยสถานะของเฉินชิ่ง เครือข่ายทางสังคมของเขาจะค่อนข้างกว้างขวางกว่าอย่างแน่นอน บางทีเขาอาจมีช่องทางให้เขาขายอัญมณีเหล่านี้ก็เป็นได้

 

เขาส่งข้อความหาเฉินชิ่ง หลังจากนั้นไม่นาน เฉินชิ่งก็โทรหาเขา “อ้าว วันนี้นายแปดหมื่นปีไม่ได้ไปเดทหว่ะ ทำไมวันนี้นายเกิดคิดถึงเราขึ้นมาล่ะ ?”

 

“นายอยู่ไหน ? บ่ายนี้มากินข้าวกัน” เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

“เราอยู่ที่สำนักงานทนายความ พักหลังนี่เรายุ่งมากจนตีนไม่แตะพื้นเลย เรากำลังเตรียมข้อมูลสำหรับคดีความน่ะ มาเจอกันที่ห้องล็อบบี้สำนักงานทนายความของเรานะ มีร้านอาหารที่ใช้ได้อยู่ที่นั่น พอมาถึงแล้วก็โทรมาละกัน”

 

เหยินปาเชียนสามารถได้ยินเสียงเคาะคีย์บอร์ดจากปลายสาย

 

“โอเค”

 

 

 

อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา เหยินปาเชียนก็มาถึงห้องล็อบบี้สำนักงานทนายความที่เฉินชิ่งทำงานแล้วโทรหาเขา หลังจากผ่านไป 5 นาที เขาก็เห็นเฉินชิ่งรีบวิ่งมา เฉินชิ่งเปิดประตูรถเข้าไปนั่งตรงที่นั่งด้านหน้าทันที

 

“พักนี้นายยุ่งขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ? คุณชายเฉินที่เป็นแบบนี้ไม่ค่อยได้เห็นเลยนะ”

 

“เราไม่มีทางเลือกหรอก คนที่กำลังจะแต่งงานก็ต้องช่วยเหลือทั้งครอบครัวน่ะสิ”

 

เหยินปาเชียนมองเขาด้วยความดูถูกเหยียดหยาม รายได้ประจำปีของเฉินชิ่งนั้นไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายรายเดือนซะอย่างนั้น

 

เขาไม่รู้สึกละอายใจที่พูดอย่างนั้นเหรอ ?

 

ถ้านายต้องการช่วยเหลือครอบครัวจริง ๆ ล่ะก็ สิ่งที่นายต้องทำก็คือกลับไปทำธุรกิจของพ่อซะ

 

“ทำไมนายถึงอยากเจอเราล่ะ ?” เฉินชิ่งถามออกมา

 

“ไปคุยกันที่ร้านอาหารเหอะ”

 

หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองคนก็นั่งอยู่ในห้องส่วนตัวในร้านอาหาร เหยินปาเชียนล้วงอัญมณีสีแดง 2 ชิ้น และสีเขียว 3 ชิ้นขึ้นมาวางบนโต๊ะ

 

“ช่วยเราหาช่องทางขายของพวกนี้หน่อยดิ”

 

“นี่นายเอาของพวกนี้มาจากไหนเนี่ย ? เป็นของที่ถูกขโมยมาหรอ หรือว่านายไปปล้นสุสานตอนที่นายขึ้นไปที่ภูเขาเมื่อหลายวันก่อนน่ะ ? อย่าลืมสิว่าเราทำงานด้านกฎหมายนะ” เฉินชิ่งเหลือบมองอัญมณีบนโต๊ะแล้วไม่ได้รีบตรวจดูรายละเอียด ในทางกลับกัน เขากลับตัดสินอัญมณี 2 ชิ้นด้วยความตลกขบขัน

 

“มันบริสุทธิ์นะ เพียงแต่ว่าเราไม่สามารถเปิดเผยที่มาของสิ่งเหล่านี้ได้ นั่นแหละคือเหตุผลที่เรามาหานายน่ะ”

 

ขณะที่ฟังสิ่งที่เหยินปาเชียนพูด เฉินชิ่งก็หยิบอัญมณีไปทีละชิ้น เขาวางไว้ในมือแล้วศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ ทับทิม 2 ชิ้นมีขนาดเท่ากับเล็บหัวแม่มือ นอกจากนี้ เห็นได้ชัดว่าแต่ละชิ้นถูกขัดเงาสีเป็นสีแดงเข้มคล้ายกับเป็นลูกไฟ ขณะที่ถือไว้ที่แสง ภายในนั้นใสมาก โดยมีเพียงขอบเท่านั้นที่มีรอยร้าวเล็กน้อย

 

ขนาดของทับทิมทั้งสองชิ้นไม่แตกต่างกันมากนัก นอกจากนี้ ระดับความบริสุทธิ์ของมันก็ค่อนข้างคล้ายกันด้วย

 

ส่วนมรกตนั้น เป็นเงาสีเขียวเข้ม และระดับความบริสุทธิ์ของมันก็ดีเลิศด้วยเช่นกัน แต่มันมีตำหนิเล็กน้อยเมื่อเทียบกับทับทิม 2 ชิ้นก่อนหน้านี้

 

“เราไม่ค่อยรู้เรื่องมากนักหรอก แต่เมื่อก่อนเราได้เห็นอัญมณีมาค่อนข้างเยอะ มูลค่าของอัญมณีพวกนี้ไม่น่าจะน้อยนะ เราสามารถช่วยให้นายติดต่อกับคนอื่นเพื่อขายมันได้นะ ถึงยังไงก็เถอะ เนื่องจากไม่รู้แหล่งกำเนิด อีกฝ่ายอาจจะกดราคาเอาได้นะ” เฉินชิ่งวางอัญมณีสองสามชิ้นไว้ข้างหน้าเหยินปาเชียนหลังจากที่อธิบาย

 

“เข้าใจละ” เหยินปาเชียนพยักหน้า เขาไม่ได้คิดจะขายอัญมณีในราคาตลาด ตราบใดที่เขาสามารถขายมันในราคาที่ดีพอได้ก็ไม่มีปัญหา

 

เมื่อเฉินชิ่งเห็นว่าเขาเข้าใจและรู้ว่าสิ่งนี้คงจัดการได้ง่ายแล้ว เขาจึงโทรไปยังหมายเลขหนึ่ง แล้วคุยกันสองสามประโยคก่อนที่จะพูดออกมา “อ้วนสู ผมมีคนที่มีอัญมณีที่ต้องการขายอยู่สองสามชิ้น มาดูสิ”

 

หลังจากนั้น เฉินชิ่งก็อ่านออกเสียงที่อยู่แล้ววางสาย

 

“เก็บไว้ก่อน ไว้คุยกันอีกครั้งตอนที่อ้วนสีมาถึงนะ” เฉินชิ่งบอกเหยินปาเชียน

 

หลังจากที่เก็บไว้ได้สักพัก เฉินชิ่งก็ลังเลก่อนที่จะพูดกับเหยินปาเชียน “ครั้งที่แล้ว เราเห็นนายอยู่กับผู้หญิง…”

 

เหยินปาเชียนมองตาเขาทันที “เป็นไปได้ยังไงที่นายอุส่ารอเราออกมาอยู่ข้างบ้านน่ะ ?”

 

“ความจริงน่ะไม่สำคัญหรอก” เฉินชิ่งตัดบท จากนั้นเขาก็พูดกับเหยินปาเชียนอย่างจริงจัง “ผู้หญิงคนนั้นสวยจังเลยนะ ภูมิหลังครอบครัวของหล่อนไม่น่าจะธรรมดา เพียงแค่เหลือบมองครั้งเดียวเราก็ดูออกแล้วล่ะ หล่อนไม่ได้เติบโตในครอบครัวธรรมดาเล็ก ๆ แม้แต่ครอบครัวของข้าราชการชั้นกลางก็ไม่สามารถให้กำเนิดผู้หญิงอย่างหล่อนได้ มีแค่คนที่อยู่ในระดับคนใหญ่คนโตเท่านั้นแหละที่จะสามารถทำได้

 

นายเองก็ถือว่าประสบความสำเร็จนะ ถ้าไม่นับปัจจัยอื่น เมื่อครีมโคลนดำเข้าสู่ตลาด เงินหลายร้อยล้านของนายก็จะไม่หายไปไหน แต่ว่านะ ในสายตาของคนบางคน นายก็ไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไป

 

จุดประสงค์ที่เราพูดแบบนี้ก็คือ ในประเทศเรายังคงสนใจเรื่องคู่รักที่เข้ากันได้ดีกับสถานะทางสังคมนะ สถานะของนายน่ะแตกต่างจากหล่อนมากเกินไป ถึงแม้ว่าโชคชะตาจะนำพาพวกนายทั้งสองคนมาเจอกันในช่วงเวลานี้ ก็อย่าไปยึดมั่นถลำลึกนักล่ะ”

 

“ขอบใจนะ” เหยินปาเชียนพูดออกมา ถึงแม้ว่าคำพูดของเฉินชิ่งจะไม่น่าฟัง แต่สำหรับเขาที่จะพูดอย่างนี้ออกมา เฉินชิ่งนั้นปฏิบัติต่อเขาในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง และด้วยเหตุนี้ เฉินชิ่งจึงเพียงแค่พูดออกมาด้วยความปรารถนาดี

 

เขาอดพูดไม่ได้ว่าดวงตาของเฉินชิ่งเป็นอันตรายจริง ๆ เขาเพียงแค่เหลียวมองจากระยะไกล แต่เขาก็สามารถอะไรเยอะแยะมากมาย

 

ใช่แล้วล่ะ คู่รักน่ะควรจะเข้ากันได้ดีกับสถานะทางสังคม

 

แต่ว่านะ เราเองก็หมดหนทางเหมือนกัน เราถูกลากเข้ามาในพระราชวัง โอเคมั้ยเพื่อน ?

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top