ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 148: เกาะผู้หญิงกิน

 317 Views

หลังจากฟังสิ่งที่เหยินปาเชียนพูดแล้ว จักรพรรดินีจึงพยักหน้า “ตกลง ข้าจะให้คนส่งสมุนไพรยามาให้เจ้าพรุ่งนี้เช้า มาหาข้าหลังจากช่วงการฝึกนะ ข้าจะพาเจ้าไปยังพระคลังหลวงเพื่อรับของน่ะ”

 

เหยินปาเชียนรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อยหลังจากได้ยินสิ่งที่จักรพรรดินีพูด ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเกาะจักรพรรดินีกินด้วยการนำทรัพย์สินของวงศ์ตระกูลของนางกลับไปยังดาวโลกเพื่อซื้อของ

 

โชคไม่ดีที่หนทางยังคงยาวไกลจนกว่าเขาจะได้รับผลกำไรบนดาวโลก ถ้าหากเขาไม่ใช้เวลาและพลังมากมายในการทำทุกอย่างเพื่อหารายได้ เขาก็จะเกาะจักรพรรดินีกิน

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คิดเกี่ยวกับคัมภีร์ศิลปะการต่อสู้และสมุนไพรยาที่จักรพรรดินีจัดหามาให้ มันดูราวกับว่าเขาถูกกำหนดให้เกาะนางกินยังไงยังงั้น

 

“เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่รึ ?” เมื่อเห็นว่าเหยินปาเชียนนิ่งเงียบไป จักรพรรดินีก็ถามออกมา

 

“ข้าน้อยรู้สึกว่าเกาะฝ่าบาทกินขอรับ” เหยินปาเชียนตอบกลับด้วยความเคอะเขิน หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้พบกับสายตาแห่งการสอบสวนของจักรพรรดินีและได้อธิบายความหมายของการเกาะผู้หญิงกินไป

 

“ทำไมล่ะ เจ้าไม่ต้องการเกาะข้ากินรึยังไง ?” จักรพรรดินีผู้สวยสดงดงามเหลือบมองมาที่เขาด้วยความน่าหลงใหลและแฝงด้วยความหมายซ่อนเร้น

 

เหยินปาเชียนมองไปหานาง เขาตัวสั่นอย่างต่อเนื่อง

 

“คิดซะว่าเจ้ากำลังจะซื้อของมาให้ข้าก็แล้วกัน” จักรพรรดินีพูดต่อ

 

“ข้าน้อยรู้อยู่แก่ใจขอรับ” เหยินปาเชียนพยักหน้า จักรพรรดินีมักจะเย็นชาอยู่เสมอ เป็นผลให้ในช่วงเวลาที่นางเป็นคนนุ่มนวลและอ่อนหวาน ราวกับว่านางฟ้าได้กลายเป็นคนธรรมดาที่น่าทึ่งเป็นพิเศษเลยทีเดียว

 

เหยินปาเชียนเดินทางไปพร้อมกับจักรพรรดินี เขานั่งอยู่ตรงนั้นสักพักก่อนที่จะยืนขึ้นแล้วออกไป ชิงยวนกับหงหลวนเข้ามาในพระราชวังหย่างซินหลังจากที่เห็นเขาออกไปแล้ว

 

หลังจากที่เหยินปาเชียนออกไป จักรพรรดินีก็กลับคืนไปสู่รูปแบบเดิม

 

มันให้ความรู้สึกว่าพระราชวังนั้นหนาวเย็นเป็นพิเศษ

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น คน 5-6 คนถือถุงกระดาษไปวางไว้อีกห้องในสวนสัตว์ผิงเล่อ หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปตักน้ำแล้วจุดไฟเพื่อทำอ่างอาบน้ำยาเหลว

 

“นักเล่าเรื่องเหยิน ท่านต้องฝึกฝนการอาบน้ำยาเพื่อให้สามารถดูดซับผลกระทบของมันได้นะเจ้าคะ” หญิงสาวอายุประมาณ 30 ปีมองมาที่เหยินปาเชียนแล้วพูดออกมา

 

เหยินปาเชียนพยักหน้า ก่อนหน้านี้เขาได้เข้าใจสิ่งนี้ในระหว่างการฝึกฝน [การมโนภาพหยูอี้] แล้ว

 

เริ่มแรกคนกลุ่มนี้ได้ใส่สมุนไพรยาลงในอ่างใหญ่ หลังจากนั้นพวกเขาก็ต้มน้ำ แล้วสีของน้ำก็กลายเป็นสีเขียวเข้มที่ดูแปลกในทันที หลังจากที่อุณหภูมิของน้ำลดลงแล้ว พวกเขายังคงใช้เปลวไฟขนาดเล็กเพื่อรักษาอุณหภูมิต่อไป เหยินปาเชียนจ้องไปที่ของเหลวสีเขียวเข้มที่ดูแปลกเป็นเวลานานกว่าจะก้าวลงอ่างขณะที่สวมกางเกงขาสั้นอยู่

 

“ร้อนโคตร” เหยินปาเชียนสูดลมหายใจเอาอากาศเย็นเข้าไป มันมีอุณหภูมิอย่างน้อยที่สุดมากกว่า 40 องศา เมื่อลงอ่างด้วยวิธีนี้ ทำให้ร่างกายของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง เขารู้สึกราวกับว่ากำลังถูกต้มยังไงยังงั้น

 

เพื่อให้แน่นอนยิ่งขึ้น ฟืนที่อยู่ใต้อ่างส่งเสียงที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนผสมหลักที่ใช้ต้มในหม้อ

 

อย่างไรก็ตาม เขากำจัดความคิดที่ทำให้เสียสมาธิในเวลาไม่นาน จากนั้นจึงเริ่ม [การมโนภาพน้ำ]

 

หลังจากนั้นไม่นาน เหยินปาเชียนก็ลืมตาแล้วพูดกับคนที่อยู่รอบตัวอย่างหมดหนทาง “ขอโทษที่รบกวนพวกท่านทั้งหลาย ข้ากลัวคนแปลกหน้าและไม่ชินกับผู้คนที่อยู่ที่นี่ รอซักเดี๋ยวค่อยเข้ามาใหม่นะ”

 

เหยินปาเชียนหลับตาอีกครั้งเพื่อมโนภาพหลังจากที่พวกเขาออกไปพร้อมกับรอยยิ้มบนหน้า ถึงแม้ว่าจะยังมีเสียงฟืนที่กำลังเผาไหม้อยู่ แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเขาอีกต่อไป

 

โดยปกติแล้ว มันจะเต็มไปด้วยหมอกจาง ๆ และเขาไม่สามารถมองเห็นได้ไกลเท่าไรนัก เขาสามารถเห็นเพียงทะเลสาบและต้นไม้เพียงไม่กี่ต้นที่ดูเหมือนจริงมาก

 

เหยินปาเชียนเดินไปที่ทะเลสาบ และเมื่อเขาเริ่มว่ายน้ำไปข้างหน้า เขาก็ค้นพบว่ามีอะไรบางอย่างผิดแปลกไป น้ำในบริเวณใกล้เคียงเริ่มก่อคลื่น ถึงแม้ว่าคลื่นจะไม่ใหญ่ แต่มันก็เหนื่อยมากยิ่งกว่าเมื่อเทียบกับการว่ายน้ำในน้ำนิ่ง นอกจากนี้น้ำยังมีร่องรอยของสิ่งสีเขียวเข้มที่คล้ายกับพืชน้ำพันกันอยู่ทั่วร่างกายของเขา ราวกับว่าเขาแบกของหนักไว้บนหลังขณะที่ว่ายน้ำ ทำให้เขาว่ายน้ำช้าลง

 

เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้ เขาใช้เวลาในการว่ายน้ำไปยังใจกลางทะเลสาบนานขึ้น เขาทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำได้และดำดิ่งลงไปอีก ในครั้งนี้ ก่อนที่จะมาถึงจุดที่เขามาถึงก่อนหน้านี้ เขาก็หมดแรงจนถึงขั้นที่ทำให้เขาสร่างเมา

 

เหยินปาเชียนส่ายหัว เขายังคงเหนื่อยล้าอยู่ แถมร่างกายของเขายังมีอาการปวดบวมด้วย เขามองลงไปดูของเหลวยา สีของมันอ่อนกว่ามาก

 

เห็นได้ชัดว่าเขาได้ดูดซับผลกระทบของการอาบน้ำยาแล้ว

 

ในครั้งนี้ การดูดซึมผลกระทบของการอาบน้ำยาจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์เพื่อที่จะถูกย่อย มันจะค่อย ๆ เสริมสร้างร่างกายของตัวเขาเองทีละน้อยด้วยเช่นกัน

 

เหยินปาเชียนกลับไปที่เตียงของตนแล้วพักผ่อนชั่วระยะ หลังจากนั้นเขาก็ไปพบจักรพรรดินี แต่ทว่า จักรพรรดินียังไม่เสร็จงานในราชสำนักเลย เขาจึงไปรอนางอยู่ด้านนอกพระราชวังหย่างซิน

 

หลังจากนั้นไม่นาน เหยินปาเชียนก็ได้ยินเสียงจากที่ห่างไกล เขารู้ได้ว่าจักรพรรดินีกลับมาแล้ว

 

“คนที่เหลือกลับไปได้ ซินเจ๋อ เจ้าไม่จำเป็นต้องตามมาก็ได้” จักรพรรดินีโบกมือให้ทุกคนที่อยู่ข้างหลังนาง หลังจากที่ทุกคนออกไป นางจึงบอกเหยินปาเชียน “ตามข้ามา”

 

พระคลังหลวงตั้งอยู่ในที่ที่ค่อนข้างลึกลับในพระราชวัง มันถูกสร้างขึ้นด้วยหินอย่างสมบูรณ์แบบ และไม่มีหน้าต่างหรืออะไรแบบนั้นเลย

 

หลังจากที่ประตูโลหะบานหนาและใหญ่เปิดออก ทหารหลวงก็ส่งคบเพลิงไปให้พวกเขาแล้วออกไป

 

เหยินปาเชียนชูคบเพลิงขึ้นแล้วเดินตามจักรพรรดินีที่อยู่ข้างหน้าไป เขาจุดเตาอั้งโล่ในพระคลังหลวงตามคำสั่งของจักรพรรดินี ในตอนนี้ ภายในก็เริ่มสร้างขึ้นแล้ว พระคลังหลวงนั้นเล็กกว่าที่เขาคิดไว้มาก ในชั้นแรก มีชั้นวางของมากมายที่วางดาบและอาวุธชนิดอื่น รวมถึงชุดเกราะด้วย ที่พิงกำแพงอยู่นั้นเป็นกล่องที่ทำจากทองคำและเงิน เครื่องประดับ เป็นต้น มันคือของขวัญทุกชิ้นที่มาจากการเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินี

 

ของส่วนใหญ่เป็นทองคำและเงิน กล่องเล็ก ๆ เพียงไม่กี่กล่องเท่านั้นที่มีเครื่องประดับ

 

ในขณะที่พวกเขามุ่งหน้าไปยังชั้นที่สอง อุปกรณ์ก็ได้เปลี่ยนเป็นตารางพร้อมกับชั้นวาง แถมยังมีวัตถุอยู่น้อยกว่ามากด้วย เหยินปาเชียนเดินไปรอบ ๆ เขาสังเกตเห็นว่าของทุกชิ้นเป็นสมบัติหายากที่มีมูลค่าสูงมาก ของส่วนใหญ่ที่นี่ไม่สามารถหาได้บนดาวโลก สมบัติที่หายากเช่นนี้อาจนำมาซึ่งราคาที่ดีบนดาวโลก แต่มันจะยากมากสำหรับเขาที่จะขายมันออกไป

 

เขาเป็นแค่คนธรรมดาและไม่มีช่องทางให้เขาขายของเหล่านี้ทุกชิ้น

 

“ฝ่าบาท กลับไปที่ชั้นแรกกันเถิดขอรับ ถึงแม้ว่ามูลค่าของสิ่งต่าง ๆ ที่นี่จะสูงมาก แต่มันก็ขายได้ยากขอรับ” เหยินปาเชียนพูดกับจักรพรรดินีด้วยความซื่อตรง

 

“ได้”

 

ท้ายที่สุด เหยินปาเชียนก็เลือกจี้หยกและตรามาจำนวนหนึ่ง จากนั้นเขาก็เลือกทับทิมและมรกตมาจำนวนหนึ่ง

 

“เอาไปอีกซักหน่อยสิ ของพวกนี้เพิ่งจะถูกทิ้งไว้ที่นี่นะ” จักรพรรดินีบอกกับเหยินปาเชียน

 

“ข้าน้อยจะเอาของพวกนี้ไปแค่นี้ก่อนขอรับ มันลำบากที่จะพกไปมากมายขนาดนั้น ครั้งนี้ข้าน้อยต้องการทดลองเพื่อดูว่าจำนวนวันที่ยาวนานที่สุดที่ข้าน้อยสามารถอยู่ที่นี่ได้คือกี่วัน เป็นไปได้สูงมากที่ข้าน้อยอาจถูกส่งกลับมาในทันที เพราะงั้นข้าน้อยเอาติดตัวไปน้อย ๆ คงจะดีกว่าขอรับ” เหยินปาเชียนตอบกลับอย่างสมเหตุสมผล

 

 

 

ในขณะเดียวกัน ในพระราชวังแห่งเมืองหลวงของมหาจักรวรรดิเซี่ย ผู้อาวุโสที่มีรูปร่างหน้าตาสง่างามกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ ด้านล่างเขามีคน 6 คนคุกเข่าตรงหน้าเขา

 

“ใครกัน ? กล้าดียังไงถึงได้มาลอบสังหารเจ้าชายแห่งมหาจักรวรรดิเซี่ย” ผู้อาวุโสคนนี้คือจักรพรรดิแห่งมหาจักรวรรดิเซี่ยองค์ปัจจุบัน ในขณะนี้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ไม่สามารถระงับได้

 

เจ้าชายแห่งมหาจักรวรรดิเซี่ยถูกลอบสังหารงั้นรึ ? เป็นเวลากี่ปีแล้วนะตั้งแต่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ? ช่างมีความกล้าที่มองสำนักพระราชวังแห่งมหาจักรวรรดิเซี่ยราวกับไม่มีอะไร

 

“ฝ่าบาท เจ้าชายที่เจ็ดมาถึงตัวเมืองเมื่อ 5 วันที่แล้ว และได้พัก 1 คืนก่อนที่จะออกเดินทางขอรับ พระองค์ถูกลอบปลงพระชนม์ที่หุบเขามังกรนิทราขอรับ มีสุดยอดระดับกงจักรมนุษย์ขั้นกลาง 95 คน และขั้นสูง 5 คน สุดยอดระดับกงจักรดินขั้นกลาง 1 คน และสุดยอดผู้อุทิศตนระดับตัวอ่อนดิน 2 คนที่มาพร้อมกับเจ้าชายที่เจ็ด แต่ก็ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตเลยขอรับ นอกจากนี้ ขบวนพ่อค้าที่เดินทางกลับจากต้าเย่าก็ถูกลอบสังหารและไม่มีผู้ใดรอดชีวิตด้วยเช่นกันขอรับ พวกเราสันนิษฐานว่าพวกเค้าอาจไปเห็นหน้าฆาตกรเข้าให้ขอรับ”

 

เพื่อให้สามารถฆ่าผู้ติดตามของเจ้าชายที่เจ็ดได้ทุกคนโดยไม่มีผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว ความสามารถแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาสามารถทำได้

 

ถึงแม้ว่าจะมีคนมาจัดการกับสถานที่เกิดเหตุแล้ว แต่ก็ยังคงมีร่องรอยหลงเหลืออยู่

 

จากการสอดแนมในที่เกิดเหตุ พวกเขาสงสัยว่ามันเป็นผลงานของชนเผ่า

 

แต่พวกเขาก็ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนมายืนยัน อีกทั้งพวกเขาก็ไม่รู้เหตุผลด้วยว่าทำไมฉีจี่เซียวหรือหงอู่ถึงได้จู่โจมเจ้าชายที่เจ็ด

 

“ข้าต้องการให้หล่อนชดใช้ !”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top