ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 147: รินไวน์ให้ข้าซิ

 483 Views

“ฝ่าบาท โปรดฆ่าชายคนนั้น แล้วเลือกคนอื่นมาเป็นพระสวามีของฝ่าบาทเถิดขอรับ” เจ๋อโค่วไห่พูดออกมาทันที จักรพรรดินีหรี่ตามอง แววตาอันเยือกเย็นมีแสงวูบวาบอยู่ข้างใน

 

ต่อมาจักรพรรดินีก็มาอยู่ตรงหน้าเจ๋อโค่วไห่ นางคว้าคอเขาอย่างแรงแล้วยกเขาขึ้น

 

“ฝ่าบาท ได้โปรดปรานีข้าน้อยด้วยเถิด !” การแสดงออกทางสีหน้าของฉีชิงเปลี่ยนไปอย่างฮวบฮาบ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบขี้หน้าเจ๋อโค่วไห่ แต่เขาก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้คงไม่ตายหรอก

 

ขณะที่ยกเจ๋อโค่วไห่ขึ้นไปข้างบน จักรพรรดินีก็จ้องตาเขา ในตอนที่หน้าของเจ๋อโค่วไห่เริ่มแดงก่ำและเริ่มอ้าปากค้างเพื่อสูดอากาศแล้ว จักรพรรดินีก็ได้โยนเขาไปอีกด้านหนึ่ง

 

“เจ้าไม่ควรที่จะเข้ามาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของข้านะ เจ้าออกไปได้” จักรพรรดินีพูดอย่างเย็นชา จากนั้นนางจึงกลับไปที่โซฟา

 

ขณะที่เจ๋อโค่วไห่จับคอของตัวเองไว้ เขาก็หายใจหอบอยู่บนพื้นอย่างแรง จากนั้นเขาก็ยืนขึ้น โค้งคำนับให้จักรพรรดินี แล้วเดินออกไป

 

ด้านนอกพระราชวัง ฉีชิงมองมาที่เจ๋อโค่วไห่แล้วพูดออกมา “เหตุใดเจ้าถึงพูดออกไปเช่นนั้นล่ะ ? พวกเราไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนพระองค์นะ”

 

ตลอดเวลามานี้ ฉีชิงไม่เข้าใจว่าทำไมเจ๋อโค่วไห่ถึงได้พูดอย่างนั้นออกไป

 

“ในตอนนี้น่ะ มันไม่ได้เป็นเรื่องส่วนพระองค์อีกต่อไปแล้ว เจ้าหนุ่มนั่นกำลังร่ายมนตร์ใส่พระองค์ ไม่ช้าก็เร็วมันจะนำพาความหายนะเข้ามา ข้ารู้สึกว่าถึงฝ่าบาทจะไม่ชอบก็เถอะ ในฐานะบริวารของพระองค์ ข้าต้องย้ำเตือนพระองค์” เจ๋อโค่วไห่ตอบกลับไป

 

ฉีชิงมองมาที่เจ๋อโค่วไห่ เขายังคงนิ่งเงียบอีกสักพัก เขาไม่เชื่อคำพูดของเจ๋อโค่วไห่ ยังไงซะ เจ๋อโค่วไห่ก็เป็นบุคคลที่ไม่พอใจในเรื่องของจักรพรรดินีมากที่สุด

 

แถมเขายังเป็นบุคคลที่มีเล่ห์เหลี่ยมจัดที่สุดที่ฉีชิงเคยพบอีกด้วย

 

ในบางครั้ง ฉีชิงก็รู้สึกว่าเจ๋อโค่วไห่อาจไม่ใช่ชนเผ่า

 

ฉีชิงไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าเจ๋อโค่วไห่ยินดีที่จะเสี่ยงชีวิตของตนในการทำให้จักรพรรดินีโมโหเพื่อผลประโยชน์ของนาง

 

ถ้าอย่างนั้นเป้าหมายของเขาคืออะไรล่ะ ?

 

หลังจากที่เจ๋อโค่วไห่ขึ้นรถม้ากลับไปแล้ว ฉีชิงก็ยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน จากนั้นเขาก็ส่ายหัวแล้วตัดสินใจที่จะไม่คิดเกี่ยวกับเจ๋อโค่วไห่อีกต่อไป ชายคนนั้นมีเล่ห์เหลี่ยมจัดมากทีเดียว

 

จะว่าไปแล้ว พระองค์กับนักเล่าเรื่องของพระองค์ไปที่ไหนกันแน่ ? ฉีชิงนั้นอยากรู้เป็นอย่างมาก เขาเชื่อว่าตนจะได้รู้อย่างแน่นอนหากจักรพรรดินีมีเจตนาจะบอกตน ถ้าหากจักรพรรดินีมีเจตนาที่จะบอก เขาก็ไม่จำเป็นต้องถามเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

หลังจากที่ฉีชิงกับเจ๋อโค่วไห่ออกเดินทางไปสักพักหนึ่ง จักรพรรดินีก็ถอนหายใจ

 

“ฝ่าบาท เป็นอะไรไปเหรอเจ้าคะ มีอะไรอยู่ในพระทัยเหรอเจ้าคะ ?” หงหลวนนวดไหล่ของจักรพรรดินีแล้วถามออกมา

 

“รินไวน์ให้ข้าซิ !” จักรพรรดินีสั่งการ ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะเป็นตอนเช้า แต่นางก็รู้สึกราวกับว่าเป็นตอนเย็นในตอนที่นางกลับมาที่นี่พร้อมกับเหยินปาเชียน

 

นางชอบดื่มแอลกอฮอล์เพื่อกลบปัญหาของตัวเอง นี่คือวิธีในการลดความตึงเครียดของนาง

 

โดยเฉพาะตอนที่นางรู้สึกทุกข์ใจ

 

ณ ตอนนี้ นางรู้สึกทุกข์ใจเป็นอย่างมาก

 

 

 

เหยินปาเชียนทำ [การมโนภาพน้ำ] เสร็จแล้วก็นอนหลับอยู่ในห้องของตนตลอดทั้งวัน ในที่สุดเขาก็ตื่นขึ้นมาในตอนที่หญิงรับใช้คนที่มาส่งอาหารทำการเคาะประตู

 

เหยินปาเชียนรอให้เธอออกไปก่อนที่จะไปนั่งที่โต๊ะ ก่อนที่เขาจะจับตะเกียบ เขาได้กลิ่นอะไรบางอย่างในอาหารแปลกไป อาหารที่ดูคุ้นเคย และเครื่องเทศที่ใช้ทำอาหารก็มีกลิ่นที่คุ้นเคย

 

อาหารจานนี้ทำโดยห้องครัวหลวง

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ห้องครัวหลวงจะรับผิดชอบในการทำอาหารให้จักรพรรดินีเท่านั้น อาหารของคนอื่น รวมถึงเหยินปาเชียนจะทำโดยครัวอื่น

 

“องค์จักรพรรดินีจัดให้สินะเนี่ย ?” ความคิดนี้เข้ามาในใจเหยินปาเชียน เขาไม่สามารถคิดคำอธิบายอื่นที่เป็นไปได้

 

ดูจากอาหารจานนี้ เขาสามารถบอกได้ว่าทัศนคติของจักรพรรดินีที่มีต่อตนเปลี่ยนไปจริง ๆ หลังจากพวกเขากลับมาจากดาวโลก

 

เมื่อเหยินปาเชียนคิดถึงจักรพรรดินี ความรู้สึกคลุมเครือและซับซ้อนมากมายได้ปะทุขึ้นในใจ

 

“น่าเสียดายนะ เราเองก็ไม่คิดว่าจะกลับมาที่นี่ในทันที เราจะเอาสิ่งของมาที่นี่ในครั้งหน้าก็แล้วกัน” เหยินปาเชียนคิดถึงเสื้อผ้าและขนมที่เขาซื้อมาให้จักรพรรดินี เขาพบว่ามันค่อนข้างน่าขบขันทีเดียว

 

ประโยคของจักรพรรดินีที่เขาชอบคือ “ชั้นอยากได้สิ่งนี้”

 

ประโยคนี้มีอำนาจน้อยกว่าและอ่อนโยนกว่า “ข้าอยากได้สิ่งนี้”

 

เหยินปาเชียนรับประทานอาหารเสร็จแล้วจึงมุ่งหน้าไปยังพระราชวังชิงซิน เขายังจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการอ่านตัวอักษรต้าเย่า

 

เมื่อเข้ามายังพระราชวังชิงซินแล้ว เหยินปาเชียนก็โยนขนมทั้งมือลงบนโต๊ะ หลินเฉี่ยวเล่อที่กำลังสะลึมสะลือก็เริ่มมีพลังขึ้นมาทันที เธอมองเหยินปาเชียนด้วยสายตาอันเร่าร้อน ดูคล้ายกับไซบีเรียนฮัสกี้ที่มาขออาหารยังไงยังงั้น

 

“สอนคำศัพท์ข้าต่อสิ วันนี้พวกเราจะใช้วิธีอื่น เจ้าสอนข้าแบบคำต่อคำ แล้วข้าจะกลับไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง” เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

“ย่อมได้” หลินเฉี่ยวเล่อพยักหน้า

 

อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าเธอก็ตระหนักว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

 

เหยินปาเชียนไม่รู้จักตัวอักษรต้าเย่า แต่เขาจะใช้ภาษาเขียนแปลก ๆ เพื่อทำการจดบันทึก ด้วยเหตุนี้เอง หลินเฉี่ยวเล่อจึงรู้ว่าเหยินปาเชียนนั้นรู้วิธีการอ่านเพียงแต่ไม่ใช่ตัวอักษรต้าเย่า

 

ภาษาเขียนที่ต้าเย่าใช้นั้นคล้ายคลึงกับภาษาเขียนของมหาจักรวรรดิเซี่ย ถึงแม้ว่าชนเผ่าจะมีภาษาเขียนเป็นของตัวเอง แต่ก็มีจำนวนตัวอักษรน้อยมากและไม่เพียงพอที่จะใช้แสดงภาษาพูดของพวกเขา

 

ในวันนี้ เหยินปาเชียนไม่ได้ใช้วิธีที่เชื่องช้าและโง่เขลาที่ใช้ก่อนหน้านี้เพื่อเรียนรู้ตัวอักษรต้าเย่า เขาจะจดบันทึกไว้ด้านหลังตัวอักษรทุกตัวที่เขาได้เรียนแทน ด้วยวิธีนี้ เหยินปาเชียนสามารถรีดเอาทุกอย่างมาจากเธอได้ในระยะเวลาอันสั้น ในอนาคต เมื่อเหยินปาเชียนไม่ต้องการเธออีกแล้ว เธอจะเอาขนมเพิ่มได้อย่างไร ?

 

“ข้าจะไม่สอนเจ้าอีกแล้วล่ะ” หลินเฉี่ยวเล่อผลักโต๊ะออกไปแล้วเอนหลังลงบนเก้าอี้ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความรำคาญ

 

“ทำไมล่ะ ?” เหยินปาเชียนเงยหน้าขึ้นแล้วสังเกตเห็นได้ว่าเธอกำลังเหวี่ยงด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด

 

“ถ้าข้าสอนเจ้าด้วยวิธีนี้ เจ้าก็จะเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ในเวลาไม่ถึง 5 วันน่ะสิ” หลินเฉี่ยวเล่อบ่นพึมพำ

 

เหยินปาเชียนถูกปฏิกิริยาของหลินเฉี่ยวเล่อทำให้ขบขัน เขารู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ “ข้าจะเอาขนมมาให้เจ้าอีกในครั้งหน้า ในอนาคต ข้าจะเปิดร้านขายขนมแล้วจะส่งส่วยเป็นขนมให้กับเจ้า เอามั้ย ?”

 

เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลินเฉี่ยวเล่อก็ดีใจเป็นอย่างมาก “งั้นก็เป็นอันตกลง พรุ่งนี้ข้าอยากได้ขนมที่เจ้าให้ข้าจากปกติ 10 เท่านะ”

 

“ได้เลย” เหยินปาเชียนรู้สึกว่าสาวน้อยคนนี้หลอกลวงได้ง่ายมาก ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้มีเวลาที่จะเรียนจากเธอมากนัก นอกจากนี้ สถานะของเขาก็ไม่เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป เขาไม่จำเป็นต้องระวังเหมือนอย่างที่เคยเป็นในอดีต เขาไม่เกรงกลัวที่จะหลอกลวงเธอ

 

เขาได้มอบขนมบางส่วนที่เขานำมาที่นี่ครั้งล่าสุดให้กับจักรพรรดินี จึงยังมีเหลืออยู่บ้าง

 

 

 

ตลอดช่วงบ่าย เหยินปาเชียนได้ท่องจำตัวอักษรไปมากกว่า 300 ตัว ก่อนหน้านี้เขาได้เรียนรู้ตัวอักษรไปหลายตัวแล้ว เขาต้องการเวลาเพียง 5-6 วันในการจดจำตัวอักษรทุกตัว

 

ในขณะเดียวกัน เขาก็เกิดความคิดใหม่ วันหลังเขาจะทำตารางเปรียบเทียบระหว่างตัวอักษรจีนกับตัวอักษรต้าเย่า เขาสามารถจ้างโปรแกรมเมอร์สองสามคนมาสร้างซอฟต์แวร์เปรียบเทียบเพื่อแปลตัวอักษรต้าเย่าเป็นตัวอักษรจีน สิ่งนี้สามารถทำให้เขาประหยัดเวลาได้มากทีเดียว

 

ในไม่ช้า เหยินปาเชียนก็ออกจากพระราชวังชิงซินไป เมื่อเขามาถึงทางเข้าสวนสัตว์ผิงเล่อ ทหารยามก็เรียกเขาตามหลัง “นักเล่าเรื่องเหยิน พระองค์ทรงเรียกให้เจ้าไปเสวยพระกระยาหารที่พระราชวังหย่างซินน่ะ

 

เหยินปาเชียนพยักหน้า หลังจากที่หยิบกระดาษทุกแผ่นที่มีตัวอักษรทั้งหมดที่เขาได้เรียนรู้ในห้องของตนแล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปที่พระราชวังหย่างซินเพื่อพบกับจักรพรรดินี

 

โดยปกติแล้ว ห้องโถงพระราชวังจะหนาวเย็นและว่างเปล่า

 

จักรพรรดินีเปลี่ยนกลับไปเป็นชุดมัสลินสีแดงพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีขาวข้างใน นางนอนอยู่บนโซฟาพร้อมกับโต๊ะที่วางไว้หน้านาง บนโต๊ะมีอาหารและซุป 1 ถ้วย ตรงข้ามนางมีเก้าอี้ว่างอยู่

 

“กราบถวายบังคมฝ่าบาท” เหยินปาเชียนถวายความเคารพจักรพรรดินี เขามองดูบริเวณโดยรอบแล้วก็รับรู้ว่าชิงยวนกับหงหลวนนั้นอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ จักรพรรดินีเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ในห้องโถงพระราชวังที่ว่างเปล่าและหนาวเย็น

 

“นั่งลงสิ” เมื่อจักรพรรดินีเห็นเหยินปาเชียน นางก็รู้สึกดีอกดีใจราวกับความรู้สึกในใจของนางชักกระตุก แต่ทว่า นางเพียงบอกให้เขานั่งลง

 

อันที่จริง นี่คือตัวตนปกติของนาง เหยินปาเชียนคิดกับตัวเองก่อนที่จะนั่งลง

 

ในขณะที่พวกเขากำลังรับประทานอาหารอยู่ พวกเขาก็ไม่ได้พูดคุยกันเลย เหยินปาเชียนเลื่อนจานอาหารที่จักรพรรดินีต้องการไปหานาง จักรพรรดินีรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ไหลผ่านหัวใจตน

 

การกระทำแบบเดียวกันกับที่คนอื่นทำให้ ก็ทำให้นางรู้สึกแตกต่าง

 

หลังจากที่พวกเขารับประทานเสร็จแล้ว จักรพรรดินีก็ถามออกมา “เจ้าจะออกเดินทางเมื่อไรรึ ?”

 

เหยินปาเชียนรู้ว่านางกำลังพูดถึงเรื่องเหมืองอยู่ สำหรับนางแล้ว มันเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

 

“ข้าน้อยจะต้องเตรียมตัวก่อนขอรับ ในตอนนี้ข้าน้อยยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายระหว่างดาวโลกกับที่นี่ได้ตามต้องการ เพราะงั้นข้าน้อยจึงไม่รู้ว่าจะได้อยู่ที่นี่กี่วัน มันจะเป็นปัญหามากหากข้าน้อยหายตัวไปโดยกะทันหันขอรับ” เหยินปาเชียนพูดอย่างนุ่มนวล

 

 

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top