ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 144: ความจริงใจ

 375 Views

“พวกเรามาถึงแล้ว !” เหยินปาเชียนจอดรถ เขาลงจากรถแล้วเปิดประตูให้จักรพรรดินี จากมุมมองของคนดู เขาดูค่อนข้างเป็นสุภาพบุรุษเลยทีเดียว

 

หิมะตกบนหัวของทั้งสองคน จักรพรรดินีมองท้องฟ้าอย่างมีความสุข ภายใต้แสงไฟที่สว่างไสว เกล็ดหิมะก็เปรียบดั่งนางฟ้าที่ลงมาตอนกลางคืน แล้วตกลงบนผมและร่างกายของพวกเขา

 

เพียงแต่ว่ามันหายไปทันทีที่ตกลงบนผมของจักรพรรดินี

 

“เข้าไปข้างในกันเถอะ” เหยินปาเชียนแนะนำพร้อมกับทำเสื้อคลุมที่จักรพรรดินีสวมให้แน่น

 

สถานที่ที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้คือซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าบางทีจักรพรรดินีอาจสนใจสถานที่แห่งนี้มากกว่าก็เป็นได้ ที่นี่คือสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับนางในการสังเกตชีวิตประจำวันของสามัญชนในประเทศจีน

 

“คนเยอะจังเลยเนอะ” จักรพรรดินีพูดออกมาพร้อมกับมองดูจำนวนคนที่เข้าออกตรงทางเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต ในต้าเย่า ร้านค้าไม่เคยได้เจอผู้คนหนาแน่นขนาดนี้ แน่นอนว่าไม่มีแม้แต่ร้านค้าที่ใหญ่ขนาดนี้ในต้าเย่าตั้งแต่แรกแล้ว

 

เหยินปาเชียนและจักรพรรดินีเดินเคียงข้างกันในซูเปอร์มาร์เก็ต นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ควรจะเดินช้าไปแม้แต่ครึ่งก้าว ยิ่งไปกว่านั้น เหยินปาเชียนก็ยังต้องให้ความสนใจในการช่วยเหลือจักรพรรดินี เพื่อปกป้องผู้คนรอบตัวนาง

 

ไม่ว่าเขาจะกลัวจักรพรรดินีโกรธ หรือจักรพรรดินีอยู่ในนามของภรรยาในอนาคตของตนหรือไม่ การที่เขามีความคิดที่จะป้องกันไว้ก็เป็นสิ่งที่ดีที่ ท่าทางของเขาเป็นธรรมชาติมาก จากมุมมองของคนนอก ไม่มีอะไรแปลกประหลาดแต่อย่างใด

 

ในปัจจุบัน เหยินปาเชียนไม่แน่ใจว่าตนรู้สึกอย่างไร เขาเพียงแค่ต้องการที่จะทำอย่างนั้น

 

บางทีมันอาจเป็นความคิดเดิม ๆ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างหลังจะไม่ได้ใช้

 

อย่างไรก็ตาม เหยินปาเชียนนั้นตระหนักถึงสิ่งหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะมีหลายคนเดินไปมา แต่เมื่อใครสักคนอยู่ใกล้ตัวจักรพรรดินี พวกเขาจะเปลี่ยนทางเดินโดยจิตใต้สำนึก ไม่มีวิญญาณแม้แต่ดวงเดียวอยู่ในรัศมีครึ่งเมตรของจักรพรรดินี

 

 

 

ทั้งสองคนเดินไปข้างหน้า สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของทุกคนก็คือรูปลักษณ์หน้าตาของจักรพรรดินี นางดูงดงามมากจริง ๆ ท่าทางที่ดูสง่างามแต่เฉยเมยของนางให้กลิ่นอายอันงดงามอย่างหาใครเทียบไม่ได้ นางดูไม่เหมือนคนที่อยู่ที่นี่ ถึงแม้ว่าความรู้สึกที่นางให้กับคนอื่นนั้นเยือกเย็นเล็กน้อย แต่นางก็ยังคงได้รับความสนใจจากผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่ดี

 

ทั้งสองคนเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต เหยินปาเชียนเข็นรถเข็นพร้อมกับเดินเคียงข้างจักรพรรดินี

 

สายตาของจักรพรรดินีจับจ้องไปที่สินค้ามากมายทั้งสองฝั่ง นางตื่นตาตื่นใจกับสินค้ามากมายรอบตัวนาง

 

“อันนี้คือมันฝรั่งทอด ถือได้ว่าเป็นของว่างชนิดหนึ่ง มันไม่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมากเลยล่ะ” เหยินปาเชียนอธิบายด้วยเสียงเบา ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาสังเกตเห็นว่าสายตาของจักรพรรดินีหยุดค้างที่สินค้าสักชิ้น ในขณะเดียวกัน เขาจะหยิบสินค้าใส่ลงในตะกร้ารถเข็น

 

“อันนี้คือบิสกิต เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่เอาไว้กินแก้หิวในบางครั้ง สามารถเลือกรสชาติตามความชอบส่วนตัวได้นะ”

 

“อันนี้คือผลไม้กระป๋อง ผลไม้ข้างในสุกดี และอากาศได้ถูกดูดออกไปแล้ว สามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลานาน”

 

“อันนี้คือเกลือ”

 

เมื่อเหยินปาเชียนพูดถึงเกลือ จักรพรรดินีก็หยิบถุงเกลือขึ้นมา นางวิเคราะห์มันอย่างละเอียดแล้วพูดออกมา “ขาวและละเอียดมาก จากสิ่งที่ชั้นจำได้ เกลือในพระราชวังไม่สามารถบรรลุถึงคุณภาพของเกลือนี้ได้ เงิน 1 ตำลึงซื้อได้กี่ถุงงั้นรึ ?”

 

เหยินปาเชียนทำการคำนวณ เงิน 1 ตำลึงหนัก 50 กรัม ซึ่งเท่ากับประมาณ 200 หยวน “เธอสามารถซื้อเกลือได้ 100 ถุงนะ”

 

จักรพรรดินีมองเหยินปาเชียนแล้วพูดออกมา “ที่ต้าเย่าน่ะ เงิน 1 ตำลึงสามารถซื้อเกลือได้อย่างมากก็แค่นี้เอง”

 

เหยินปาเชียนพยักหน้าเพราะเขาเข้าใจปัญหานี้ ที่ต้าเย่านั้น เงิน 1 ตำลึงสามารถซื้อเกลือได้เพียงก้อนเดียวเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นเกลือชนิดหยาบแถมยังขาดความมันวาวอีกด้วย

 

เงิน 1 ตำลึงสามารถซื้อเกลือที่ละเอียดกว่านั้นได้แค่ถุงเดียวเท่านั้น

 

ระหว่างสองโลก ราคามีความแตกต่างกัน 100 เท่าเลยทีเดียว

 

“ชั้นปรารถนาสิ่งนี้ ถ้าพวกเราจะเริ่มสงครามกับมหาจักรวรรดิเซี่ย ชั้นเกรงว่ามันยากที่จะซื้อเกลือจากทั้งแคว้นหยูนและแคว้นเฉิน” จักรพรรดินีหันมองที่เหยินปาเชียนด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยพลังทั้งสองข้าง นางกำลังรอคำตอบของเขา นี่เป็นครั้งแรกเลยที่นางพูดคำว่า ‘ปรารถนา’

 

ถึงแม้ว่า ‘ชั้นปรารถนาสิ่งนี้’ กับ ‘ชั้นต้องการสิ่งนี้’ มีเพียง 1 คำที่แตกต่างกัน แต่ความรู้สึกที่แสดงให้กับผู้คนที่ได้ฟังนั้นแตกต่างกันอย่างมากทีเดียว

 

เหยินปาเชียนลังเลสักพัก “ผมรู้ที่ที่สามารถผลิตเกลือได้ นั่นก็คือภูเขาเก้ายอด ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองหลาน ผมเคยได้ยินมาว่ามีหนองน้ำสีดำที่มีพิษอยู่ตรงนั้น อาจเป็นไปได้ที่พวกเราจะกรองเอาเกลือออกมา เพียงแต่ผมไม่แน่ใจในผลลัพธ์ เพราะงั้นผมจึงไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้กับเธอ แรกเริ่มเดิมที ผมต้องการรอให้มันเทศสุกก่อนที่จะพูดคุยถึงปัญหานี้กับเธอน่ะ”

 

“ถ้ามันใช้งานได้อย่างที่เธอพูด ชั้นจะจดบันทึกคุณความดีของเธอไว้ หลังจากที่พวกเรากลับไป และเธอทำงานเหมืองแร่เสร็จแล้ว ให้จัดการเรื่องนี้ก่อน ถ้าหากพวกเราสามารถผลิตเกลือได้ ความหวาดกลัวก็จะลดลงไปมากในวันข้างหน้า นอกจากนี้ พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องเบี่ยงเบนความสนใจไปกับเรื่องอื่นเมื่อพวกเราประกาศสงครามกับมหาจักรวรรดิเซี่ย

 

ยังไงซะ ถ้าหากเหล่าสามัญชนไม่มีเกลือกิน พวกเค้าก็จะไม่สามารถอยู่รอดได้ล่ะนะ” จักรพรรดินีจ้องมองเหยินปาเชียน ในทำนองเดียวกัน นี่เป็นครั้งแรกเลยที่นางอธิบายลงลึกในละเอียด

 

“เข้าใจแล้ว ผมจะพยายามทำสิ่งเหล่านี้ให้สำเร็จนะ” เหยินปาเชียนยอมรับคำพูดของจักรพรรดินี

 

จักรพรรดินีได้วิเคราะห์ดวงตาของเขาอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงพยักหน้า

 

ทั้งสองคนเดินหน้าต่อไป ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะไม่ได้สนใจคนอื่นเลย อันที่จริงพวกเขาก็ดึงดูดความสนใจจากผู้คนจำนวนมากที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

 

หรือบางทีความสนใจทั้งหมดอาจจะอยู่ที่จักรพรรดินีก็เป็นได้

 

“อันนี้คือแปรงสีฟันกับยาสีฟัน ใช้สำหรับทำความสะอาดฟัน เธอไม่จำเป็นต้องใช้กิ่งต้นหลิวอีกแล้วล่ะ

 

อันนี้คือเจลอาบน้ำ แชมพู…”

 

เหยินปาเชียนเข็นรถเข็นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับหยิบสิ่งของใส่รถเข็น สิ่งของทุกชิ้นเตรียมไว้ให้จักรพรรดินี

 

ในขณะนี้ เขามีความรู้สึกแบบคนรักที่เดินเล่นในซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วซื้อของใช้ด้วยกันอย่างแท้จริง

 

ถ้าหากเป็นเช่นนี้บ่อย ๆ ความรู้สึกนี้ก็ค่อนข้างดีทีเดียว

 

ไม่ว่าจะเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันหรือเป็นอาหารประเภทต่าง ๆ ที่พวกเขาเห็นก่อนหน้านี้หรือไม่ ความหลากหลายของประเภทและตราสินค้าทำให้จักรพรรดินีอุทานชื่นชม

 

ความหลากหลายของสินค้าในต้าเย่านั้นน้อยมาก ไม่สามารถเทียบได้กับความหลากหลายที่นี่

 

ในที่สุด ทั้งสองคนก็เลือกผักและผลไม้ที่จักรพรรดินีสนใจ จากนั้นพวกเขาก็ชำระเงินแล้วออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตไป

 

ผู้ชายสองสามคนที่ติดตามพวกเขามาตลอดทาง ได้มองดูพวกเขาทั้งสองคนจากที่ห่างไกล พวกเขารู้สึกผิดหวังและท้อแท้ ผู้ชายเหล่านั้นเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและความเกลียดชังต่อเหยินปาเชียน

 

หลังจากที่เดินวนในซูเปอร์มาร์เก็ตได้รอบนึงแล้ว จักรพรรดินีก็มีความเข้าใจชัดเจนเกี่ยวกับสินค้าหลากหลายประเภทบนดาวโลก ในขณะเดียวกัน นางก็สังเกตเห็นท่าทางของสามัญชนในซูเปอร์มาร์เก็ต มันเหมือนกับที่เหยินปาเชียนพูดจริง ๆ พวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างมั่งคั่ง

 

นางรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างต้าเย่ากับดาวโลก ดังนั้นนางจึงค่อนข้างรู้สึกอิจฉา ไม่ว่ากษัตริย์องค์ไหน พวกเขาก็ต้องหวังให้แคว้นของตนเป็นเช่นนี้อย่างแน่นอน

 

 

 

ทั้งสองคนนั่งอยู่ในรถ เหยินปาเชียนนั่งยิ้ม “ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่ข้าน้อยเท่านั้นที่คิดว่าฝ่าบาทเป็นเทพธิดา เมื่อครู่นี้ หลายคนก็คิดเหมือนกันด้วย มีหลายคนมองมาที่พวกเรา แต่ในความเป็นจริง พวกเค้ามองแต่ฝ่าบาท ข้าน้อยสงสัยว่าข้าควรจะควักลูกตาของพวกนั้นออกมาดีมั้ยขอรับ”

 

ครึ่งหนึ่งของประโยคเป็นเรื่องจริง และอีกครึ่งหนึ่งของประโยคเป็นเรื่องล้อเล่น

 

จักรพรรดินีเอียงคอมองเขา “เจ้ารู้สึกอย่างนั้นจริงรึ ?”

 

เหยินปาเชียนพยักหน้า

 

“ถ้าอย่างนั้น วันหลังก็อย่าโกหกข้าอีก” จักรพรรดินีหันมองออกไปนอกหน้าต่าง

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางบอกว่านางเกลียดการถูกหลอก แม้จะเป็นเพียงความกังวลเล็กน้อยจากการถูกผู้อื่นหลอก เมื่อไหร่ก็ตามที่นางพูดอย่างนี้ มันมักทำให้คนรู้สึกโดยนัยอยู่เสมอว่านางไม่ชอบสิ่งที่ปรากฏภายนอกที่น่าหวาดกลัวของตนเอาซะเลย ลึก ๆ ข้างในแล้ว นางเป็นคนที่ละเอียดอ่อนมากจริง ๆ

 

ส่วนใหญ่แล้วนางจะให้ความรู้สึกหยิ่งยโส ไร้เหตุผล น่าเกรงขาม และเยือกเย็น

 

เหยินปาเชียนรู้สึกว่าในคำพูดของนางมีความหมายอยู่ เขาเงียบไปสักพักและสงสัยว่ามันเป็นเพียงความเข้าใจผิดของตัวเองหรือไม่

 

จู่ ๆ เขาก็นึกถึงสิ่งที่เจ้าอาวาสได้พูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า “ถ้าหากโยมต้องการให้คนปฏิบัติต่อโยมด้วยความจริงใจ โยมก็ต้องปฏิบัติต่อพวกเค้าด้วยความจริงใจเสียก่อน ลิ้นลมไม่ได้ทำให้โยมประสบความสำเร็จในชีวิตหรอกนะ”

 

หัวใจของเขาสั่นเล็กน้อย แล้วเขาก็พูดออกมา “ฝ่าบาท มีนกชนิดหนึ่งในโลกนี้ที่ไม่เคยเหยียบพื้นดินตั้งแต่เกิดเลย มันบินขึ้นไปบนท้องฟ้าโดยตลอด แล้วจะตกลงพื้นเมื่อมันตายขอรับ

 

ข้าน้อยก็เหมือนกับนกชนิดนี้ ตั้งแต่ข้าได้พบกับฝ่าบาท ข้าน้อยก็ได้ติดตามรัศมีของฝ่าบาทมาโดยตลอด ข้าน้อยจะหยุดในวันที่ข้าตาย เหมือนกับนกพันธุ์ที่บินไปตามท้องฟ้าขอรับ ส่วนความแตกต่างระหว่างข้าน้อยกับนกชนิดนี้ก็คือ ถึงแม้ว่าข้าจะตายไป หรือต้องอยู่ในโลกใต้พิภพ ข้าน้อยก็จะมองลงไปที่นั่น เพื่อเฝ้าดูฝ่าบาทจากด้านล่างขอรับ”

 

“ไม่เคยมีใครพูดอย่างนั้นกับข้ามาก่อน ข้าจะทำให้เป็นจริง” จักรพรรดินีอุทานออกมาหลังจากช่วงเวลาแห่งความเงียบงัน

 

นางรู้สึกมีความสุขเล็กน้อยในขณะนี้ นางต้องการตบชายคนนี้ที่ทำให้กรอบความคิดของตนสับสนวุ่นวายให้ตายด้วยการตบเพียงครั้งเดียว ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่ที่ง่ายมาก แต่นางก็ไม่สามารถทำให้ตัวเองยกมือขึ้นมาได้เลย นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และมันก็เป็นเหตุการณ์เหมือนครั้งก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน ทั้งสองครั้ง นางไม่สามารถยกมือขึ้นมาได้เลย

 

นางไม่รู้ว่าทำไมตนถึงพูดคำที่ดูอ่อนแอแบบนั้น แถมนางก็ยังรู้สึกว่าหัวใจสั่นระริกอีกด้วย

 

เหยินปาเชียนมองดูจักรพรรดินีซึ่งหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างจากมุมมองด้านข้างของตน ในขณะนี้ จักรพรรดินีให้ความรู้สึกราวกับนางฟ้าที่ตกลงไปยังโลกมนุษย์กับเหยินปาเชียน มันได้กระตุ้นหัวใจของเขา

 

มันรุนแรงยิ่งกว่าที่เกิดขึ้นในห้องของเขาเมื่อบ่ายวันนี้ซะอีก

 

“นี่เป็นการจัดการของสวรรค์ และสวรรค์มีอำนาจสูงสุดขอรับ” เหยินปาเชียนพูดประโยคสุดท้าย

 

เขาหมายถึงจักรพรรดินีรวมทั้งตัวเขาเองด้วย

 

ในที่สุด เขาก็เกิดความตั้งใจอย่างแน่วแน่ ไม่ว่าอะไรก็ตาม เพื่อประโยชน์ของจักรพรรดินีในขณะนี้ เพื่อประโยชน์ของจักรพรรดินีที่มีพฤติกรรมแตกต่างไปจากแต่ก่อนโดยสิ้นเชิง เขาไม่ควรทำตัวเหมือนอย่างที่เคยทำอีกต่อไป

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top