*****สำหรับท่านที่จะเติมเหรียญสามารถ IB แจ้งมาที่ Facebook UpdatesNovel - นิยายแปล ได้เลยนะค่า****
ขนาดตัวอักษร

บทที่  260  ถ้าเจ้ากล้าออกมาข้าจะระเบิดเจ้าเป็นชิ้น ๆ!

 313 Views

บทที่  260  ถ้าเจ้ากล้าออกมาข้าจะระเบิดเจ้าเป็นชิ้น ๆ!

ผู้แปล : Resurrection novels

 

ทันทีที่คำพูดของ ซูเชวี่ย ดังออกมา … พื้นที่ทั้งหมดเต็มไปด้วยความเงียบพร้อมกับใบหน้าของทุกคนที่แสดงออกมาอย่างน่าตกใจ

 

ท่านหญิงหย๋า คะ…เคยโดนเขาเยงั้นหรือ?

 

มันเป็นเรื่องจริงหรือไม่

 

ท่านหญิงหย๋า ถูกขังไว้เพื่อรักษาความบริสุทธิ์และความไร้เดียงสาของนางให้กับเทพอัคคี หากนางสูญเสียความบริสุทธิ์ไปนั่นไม่ได้หมายความว่าอาณาจักรจะสูญเสียการปกป้องจากเทพอัคคีงั้นหรือ?

 

ทันทีที่จักรพรรดิอัคคีได้ยินจิตใจของเขาก็สั่นด้วยความกลัว

 

แต่หลายลมหายใจถัดมาเขาฟื้นสติได้

 

ตอนนี้เขาได้ตระหนักว่า ซูเชวี่ย อาจพยายามหลอกเขา ท้ายที่สุดเขาก็ได้ขังท่านหญิงหย๋า ไว้ในค่ายกลอันทรงพลัง หาก ซูเชวี่ย และหาก ซูเชวี่ย ทำลายค่ายกลเข้าไปเขาจะต้องรู้ได้อย่างแน่นอน

 

นอกจากนี้ท่านหญิงหย๋า ยังหลงรัก ลี่เบ่ย และไม่ใช่ ซูเชวี่ย

 

ดังนั้น…นี่มันคือการหลอกลวง!

 

“ฮ่าฮ่า!  เด็กน้อยเจ้าไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการเช่นนี้เพราะข้าจะไม่เชื่อเจ้าแน่ๆ! เตรียมแท่นบูชาให้พร้อม! เมื่อดวงตะวันกำลังมาถึง ข้าจะอัญเชิญเทพอัคคีลงมาเพื่ออวยพรอาณาจักรเรา และหลังจากนั้นข้าจะสังหารเด็กคนนี้เพื่อรักษาความสงบของอาณาจักรเราสืบไป!

 

จักรพรรดิอัคคีสะบัดมือของเขาและขันทีหลายคนก็วิ่งตรงไปยังศูนย์กลางของแท่นบูชาทันที พวกเขาแต่ละคนเอามีดออกมาและกรีดไปที่ฝ่ามือก่อนจะปล่อยเลือดหยดลงไปที่ใจกลางแท่นบูชา และเมือเลือดหยดลงไปมันก็ก่อตัวขึ้นเป็นลวดลายแปลก ๆ

 

ทันใดนั้นแท่นบูชาก็สั่นสะเทือน

 

ฝูงชนถึงกับนิ่งค้างอย่างกลัว

 

จักรพรรดิอัคคีดูมั่นใจมากขึ้นเมื่อเขาเห็นแท่นบูชาสั่นสะเทือน

 

ดูเหมือนว่า ซูเชวี่ย จะโกหกจริงๆ

 

ทุกคนรู้ว่าท่านหญิงหย๋า ชื่นชอบ ลี่เบ่ย และเนื่องจาก ซูเชวี่ย และ ลี่เบ่ย มาจากพรรคเดียวกัน มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่ ซูเชวี่ย จะเป็นบ้าและทำอะไรที่ไร้มนุษยธรรมกับพี่น้องของเขาเอง

 

“ฮ่าๆๆ! ข้าว่าแล้ว เด็กคนนี้กำลังหลอกเราจริงๆด้วย!”

 

“ ใช่ เขานั้นไร้ศีลธรรมเกินไป ถ้ามีคนที่ไม่รู้จักเขาดีพอ เขาก็จะถูกหลอกอย่างแน่นอน!”

 

“เด็กคนนี้นั้น ช่างประพฤติตนคล้ายกับอาจารย์ของเขาอย่างแท้จริง เพราะ ต้วน จิ่วเต๋อ นั้นเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นขี้โกงและลวงโลก”

 

“และถึงกระนั้นมันก็ดูเหมือนว่าเขาจะน่ากลัวกว่า ต้วน จิ่วเต๋อเสียอีก!”

 

ฝูงชนต่างพากันกระซิบกระซาบ

 

จักรพรรดินีที่ยืนอยู่ข้างๆ มองไปยัง ซูเชวี่ย พร้อมกับม่านตาของนางที่กำลังเปล่งประกาย เขาเป็นคนที่เดาทางไม่ได้จริงๆ

 

“บูมบูม!”

 

เมื่อถึงตอนนี้แท่นบูชาก็เปิดออกมาพร้อมกับ รูปปั้นหินสูงกว่าหกเมตรของเทพอัคคี ที่ได้ปรากฏตัวขึ้น

 

กลุ่มคนทั้งหมดต่างกลั้นหายใจด้วยความกลัวและหยุดกระซิบกัน

 

รูปปั้นเทพอัคคี! มีข่าวลือเรื่องเทพอัคคีมีมานานเป็นพันๆปีแล้ว และไม่มีใครกล้าปฏิเสธการมีอยู่ของเขาเลย แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่มีใครที่จะสามารถยืนยันการมีอยู่ของเขาได้

 

อย่างไรก็ตามเทพอัคคีเป็นเทพที่ถูกเคารพนับถือมากที่สุดในอาณาจักรอัคคีและเป็นดั่งศาสดาของลัทธิในอาณาจักรนี้

 

ทันทีที่รูปปั้นโผล่ออกมาเอฟเฟคอันตระการตาที่ยิ่งใหญ่ก็ปรากฏขึ้น

 

ฝูงชนทั้งหมดที่เห็นเอฟเฟคอันสมจริงยิ่งกว่าฮอลีวูดนี้ต่างก็พากันเกร็งและเต็มไปด้วยความเคารพต่อรูปปั้น

 

ทันใดนั้น “พรวด…ฮ่าๆๆๆ!!!” มีเสียงหัวเราะดังขึ้นทำให้ความเงียบสงบหายไป

 

ทันใดนั้นทุกคนก็หันไปมองที่มาของเสียงหัวเราะ

 

จากนั้นพวกเขาเห็น ซูเชวี่ย กุมท้องของเขาอยู่ในขณะที่เขาหัวเราะอย่างควบคุมไม่ได้

 

“ฮ่าๆๆๆ นะ นี่คือเทพอัคคีของเจ้างั้นเหรอ! นี่มันเป็นรูปปั้นเทพีเสรีภาพจีนแดงใช่หรือไม่ นี่มันดูโง่มาก ฮ่าๆๆ?”

 

ซูเชวี่ย ตลกกับรูปปั้นนี้มาก รูปปั้นเทพอัคคีชิ้นนี้เป็นเพียงเทพีเสรีภาพรุ่นจีนแดง! หน้าอกของมันนั้นราบเรียบ และผมของรูปปั้นเองก็สั้นเหลือเกิน แถมรูปปั้นนี้ให้ความรู้สึกถึงความเป็นผู้ชายมากกว่า นอกจากนั้นมันก็ไม่มีความแตกต่างอื่น ๆแล้ว!

 

และความจริงที่ว่าจักรพรรดิอัคคีและคนอื่นๆกำลังเต็มไปด้วยความรู้สึกเคารพบูชาต่อรูปปั้น แต่ ซูเชวี่ย พลันหัวเราะออกมา มันจึงทำให้จักรพรรดิอัคคีโกรธมาก

 

“บังอาจ! เจ้ากล้าที่จะแสดงความไม่เคารพต่อเทพอัคคีได้เช่นไร!” จักรพรรดิอัคคีตะคอกด้วยความโกรธ

 

รูปปั้นนี้สร้างขึ้นมาโดยตระกูลจักรพรรดิ ว่ากันว่าบรรพบุรุษของราชวงศ์พวกเข้าได้รับพรและการปกป้องจากเทพอัคคี พวกเขาจึงได้สร้างรูปปั้นนี้ขึ้นมา แถมยังมีคำสอนที่ถูกส่งต่อกันมาว่า หากไม่มีรูปปั้นนี้ อาณาจักรอัคคีจะไม่รุ่งเรืองเท่าที่เป็นอยู่เช่นทุกวัน

 

อย่างไรก็ตามเทพอัคคีของพวกเขาถูกหัวเราะเยาะโดยเด็กคนนี้ ทำให้ไม่เพียงแต่จักรพรรดิอัคคีที่โกรธเขา แต่ยังมีคนอีกมากมายที่เริ่มโกรธเขาด้วยเช่นกัน

 

เมื่อมาถึงตอนนี้ ซูเชวี่ย ก็ไม่ได้ใส่ใจกับปฏิกิริยาของพวกเขา แต่เขาหัวเราะต่อไป  “ เทพสุนัขอัคคีอันใดกัน? พรรคทลายสวรรค์ของข้าไม่ได้เคารพสวรรค์อะไรนั่นเลยแม้แต่น้อย แล้วเทพโง่ๆนั่นมันอะไรกัน! มาเลย! แน่จริงก็ลงมา แล้วข้าจะทำให้รูปปั้นของเจ้าระเบิด ส่วนพวกเจ้าที่เหลือก็ไม่มีอะไรนอกจากเหล่าคนงมงายที่เชื่อเรื่องไร้สาระ ซึ่งในที่สุดชีวิตของพวกเจ้าก็จะตกต่ำเพราะความเชื่อ แล้วนี่ศตวรรษที่เท่าไหร่แล้ว ทำไมเราไม่พูดถึงเรื่องวิทยาศาสตร์กันแทน!”

 

ทันทีที่เขาพูดจบฝูงชนทั้งหมดก็ตกตะลึง

 

เขาไม่ได้มีความเคารพต่อสวรรค์หรือแม้กระทั่งทวยเทพเลย

 

ทุกคนมองไปที่ ซูเชวี่ย ราวกับว่าพวกเขามองคนบ้า

 

หากเขาไม่เคารพสวรรค์หรือเหล่าทวยเทพ แล้วเขาจะนับถืออะไรกัน? นับถือตัวเองงั้นรึ?

 

นั่นมันน่ากลัวเกินไปแล้ว ว่ากันว่า คนที่ไม่มีความเชื่อใดๆมักจะโหดเหี้ยมชั่วร้ายและไร้ปราณีอย่างที่สุด และไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องถูกสวรรค์กำจัดไป!

 

จักรพรรดินีเองก็ เผยความประหลาดใจออกมาในขณะที่นางมองไปที่ ซูเชวี่ย ทันใดนั้นหัวใจของนางก็เต้นอย่างรุนแรง

 

เมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา นางสามารถบอกได้เลยว่าเขาไม่ได้สนใจในความเชื่อเหล่านี้แม้แต่น้อย และดูมั่นใจกับตัวเองมาก

 

เขาไม่เชื่อในสวรรค์จริงหรือนี่! นี่มันไม่ใช่เรื่องดีเลย!

 

การพูดอะไรทำนองนั้นนั่นมันหมายความว่าทัณฑ์สวรรค์ครั้งต่อไปของเขาจะยากกว่าปกติมาก และมันอาจมีพลังมากพอที่จะคร่าชีวิตของเขาได้

 

ณ ตอนนี้จักรพรรดิอัคคีที่ยังคงอยู่บนแท่นบูชาก็มองลงไปที่เขาด้วยใบหน้ายิ้มเยาะ

 

เขารู้สึกถึงรัศมีของ เจ้าหญิงเพลิงตะวัน และสามารถบอกได้ว่านางกำลังเข้าใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

สำหรับพิธีกรรมการสังเวยนั้น ตราบใดที่บุคคลที่จะถูกสังเวยอยู่ในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรมันก็จะสามารถทำได้เลยทันที

 

ท่านหญิงหย๋าที่จะได้มีส่วนร่วมในพิธีกรรมนี้และถูกลิขิตให้อุทิศตนเพื่อเทพอัคคี แม้ว่าพิธีกรรมนี้จะดูเหมือนว่านางกำลังจะแต่งงานกับเทพอัคคี แต่นั่นเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการอุทิศตนให้กับเทพอัคคีเพียงเท่านั้น

 

“ช่างเป็นเด็กที่โง่เขลา ซูเชวี่ย วันนี้ข้าจะให้เจ้ารู้ซึ้งถึงความพิโรธของเทพอัคคี!” จักรพรรดิอัคคีหัวเราะออกมาด้วยความโกรธในขณะที่เขาเดินไปยังรูปปั้น

 

ซูเชวี่ย ยังสามารถรู้สึกได้ถึงออร่าที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็วของ เจ้าหญิงเพลิงตะวัน แต่เขาก็ไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อย ทันใดนั้นเขาก็พับแขนเสื้อของเขาขึ้นและหัวเราะออกมา“ ความพิโรธเทพสุนัขอัคคีใช่หรือไม่ เหอะ ข้านั้นทลายได้แม้แต่สวรรค์และข้านั้นก็สังหารเทพทุกตัวที่พบเห็น ตราบใดที่เทพสามารถสัมผัสได้ถึงการคงอยู่ของข้า ยังไงเสียเขาก็ไม่กล้าโผล่หน้าออกมาแน่นอน!”

 

“โอววว!” ทันทีที่เขาพูดคำเหล่านี้ออกมา ฝูงชนก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ

 

เขาหยิ่งเกินไป!

 

เขาบ้าไปแล้ว!

 

ทำไมเขาถึงกล้าที่จะพูดอะไรไร้สาระเช่นนี้? เทพอัคคีจะไม่กล้าปรากฏออกมาหากว่าสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขางั้นหรือ?

 

เป็นไปได้เช่นไร? เจ้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด เจ้าจะทำให้เทพอัคคีกลัวเจ้าได้เช่นไร?

 

แม้ว่าเจ้าจะอยากจะโม้หรือโอ้อวด เจ้าก็ควรจะทำให้มันดูดีกว่านี้หน่อย!

 

หากเทพอัคคีมาจริงๆเจ้าจะไม่มีเวลาร้องไห้ก่อนที่จะถูกฆ่าตายอย่างแน่นอน และเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นเจ้าก็จะกลายเป็นคนที่น่าขบขันที่สุดในศตวรรษและทุกคนในดินแดนนี้ก็จะรู้ว่าเจ้านั้นน่าตลกเพียงใด !

 

คนที่กล้าแสดงความไม่เคารพต่อเทพเจ้าจะต้องจบชีวิตลงอย่างโหดร้ายแน่นอน!

 

“หืม … ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่หลั่งน้ำตาจนกว่าจะได้เห็นโลงศพ เมื่อพิธีกรรมเสร็จสิ้น ข้าเองก็อยากจะรู้ว่ารอยยิ้มนั้นมันจะยังคงอยู่บนใบหน้าของเจ้าต่อไปได้หรือไม่!” จักรพรรดิอัคคีตะโกนใส่ ซูเชวี่ย ก่อนที่จะหันกลับมาหารูปปั้นด้วยความเคารพ

 

“ตึก!” จักรพรรดิอัคคีคุกเข่าทั้งสองข้างของเขาลงตรงหน้ารูปปั้นเทพอัคคี

 

กลุ่มคนของเขาทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังของจักรพรรดิเองก็ทำด้วยเช่นกัน ใบหน้าของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความเคารพและความเกรงกลัวอย่างยิ่งใหญ่…

 

รูปปั้นเริ่มสั่นอย่างรุนแรงจนเศษหินดินทรายตกลงมาจากด้านบนของรูปปั้น หลังจากนั้นแสงสีขาวก็เปล่งประกายออกมาจากรูปปั้นไปทั่วทั้งบริเวณ! จนทำให้ทุกคนรอบๆนิ่งงัน

 

ในเวลาเดียวกันจักรพรรดิอัคคีก็ดึงมีดขนาดเล็กออกมากรีดที่ฝ่ามือของเขา และเมื่อเลือดของจักรพรรดิหยดลงไปที่พื้นหน้ารูปปั้น มันก็ไหลเข้าไปในแกนกลางของแท่นบูชา

 

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็รวบรวมพลังวิญญาณของเขาไปที่นิ้วมือและใช้นิ้วเขียนอักขระที่ดูซับซ้อนบนพื้นดินหลายตัว

 

“บูมบูม!”

 

…เทพอัคคีมีจริงหรือไม่?

 

เทพอัคคีจะลงมาที่อาณาจักรของเราหรือไม่?

 

ในที่สุดข้าก็จะมีโอกาสพบกับ เทพอัคคีด้วยตาของข้าเอง!

 

ใบหน้าของจักรพรรดินี มืดครึ้มมากในขณะที่นางมองไปยัง ซูเชวี่ย “รีบไปกันได้แล้ว การมาถึงของเทพอัคคีนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะทำอะไรได้ ”

 

“เอาน่าใจเย็น ๆ แล้วจงยืนดูข้า!” การแสดงออกของ ซูเชวี่ย ยังคงสงบ

 

“บูม!”

 

ในขณะนั้นทะเลเพลิงขนาดใหญ่ปะทุขึ้นต่อหน้าจักรพรรดิอัคคีและล้อมรอบแท่นบูชาทั้งหมด เปลวเพลิงลอยสูงขึ้นไปในอากาศและดูทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

 

“ข้าขออัญเชิญเทพอัคคีให้เสด็จมาสู่แดนแห่งนี้และปกป้องอาณาจักรเรา!” ทันใดนั้นจักรพรรดิอัคคีก็ตะโกนออกมาเสียงดังราวกับมันจะสามารถทะลวงผ่านเมฆบนฟ้าได้

 

จากนั้นทุกคนก็หันไปมองเขาด้วยความกลัว

 

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ มันทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้ๆตัวสั่น พวกเขารู้สึกว่าเข่าของพวกเขาอ่อนลงราวกับถูกบังคับให้คุกเข่าและก้มหัว

 

เจ้าหน้าที่และขุนนางที่อยู่เบื้องหลังจักรพรรดิเองก็ตะโกนออกมาด้วยเช่นกันว่า “เราขออัญเชิญเทพอัคคีให้เสด็จมาสู่แดนแห่งนี้และปกป้องอาณาจักรเรา!”

 

แม้แต่ผู้ฝึกตนที่ไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์เช่นนี้ต่างก็พากันแข็งค้าง จากนั้นพวกเขาก็รีบดึงสติคืนมาและเริ่มทำความเคารพ นั่นเพราะพวกเขากลัวว่าการกระทำของพวกเขาจะนำมาซึ่งความโกรธาของเทพอัคคี

 

ณ ตอนนี้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังยืนนิ่งอยู่อย่างไม่หวาดกลัว… แต่เขานั้นกำลังมองไปที่รูปปั้นอย่างเยาะเย้ยแทน

 

เขาก็คือ ซูเชวี่ย ผู้นี้นี่เอง!

 

เขารอจังหวะที่เสียงของทุกคนเงียบไปและจากนั้นเขาก็ตะโกนออกมา “เทพอัคคี ตอนนี้ที่นี่เป็นเขตแดนของพรรคทลายสวรรค์! และถ้าเจ้ากล้าออกมาข้าจะระเบิดเจ้าเป็นชิ้น ๆ !”

 

ทันทีที่ฝูงชนได้ยินคำพูดที่บ้าคลั่งของ ซูเชวี่ย ใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนสี เทพอัคคีกำลังจะลงมาที่ดินแดนแห่งนี้ แต่ ซูเชวี่ย ก็ยังคงกล้าที่จะท้าทายเขาอย่างโจ่งแจ้ง สำหรับพวกเขานั้น ซูเชวี่ย นับว่าเป็นคนเดนตายยิ่ง

 

อย่างไรก็ตามก่อนที่ฝูงชนจะมีเวลาตอบสนองพวกเขาก็เห็นรูปปั้นของเทพอัคคีที่สั่นสะท้าน

 

“บูม!”

 

ทันใดนั้นแขนของรูปปั้นก็ระเบิดออกมาและแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

 

ทันทีที่แขนของรูปปั้นระเบิดแสงสว่างก็สาดไปทั่วทุกทิศทุกทาง

 

จากนั้น ทะเลเพลิงบนแท่นบูชาก็เริ่มอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่มันจะค่อยๆหายไปอย่างสมบูรณ์  ในวินาทีต่อมาทุกอย่างก็เงียบสงบลงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก!

 

ระเบิด!

 

เทพอัคคีระเบิดจริง ๆ !

 

ทุกคนต่างนิ่งอึ้งด้วยความตกใจและไม่สามารถฟื้นสติได้หลังจากสิ่งที่ได้เห็นเช่นนั้น!

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top