ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 143: หากมีข้าอยู่เคียงข้าง มันจะต้องเป็นไปได้แน่นอน

 381 Views

หลังจากนั้นสักพัก ในที่สุดจักรพรรดินีก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเสร็จ นางจึงเดินออกมาจากห้อง ทันใดนั้นเอง ดวงตาของเหยินปาเชียนก็เบิกกว้างขึ้น

 

ถึงแม้ว่านางจะยังคงสวมชุดสีแดงอยู่ แต่ความประณีตที่ทันสมัยของชุดก็ได้เปลี่ยนอากาศเล็กน้อย ทำให้นางดูน่าหลงใหลยิ่งขึ้นไปอีก

 

เพียงแต่ใบหน้าของนางก็ยังคงเยือกเย็นอยู่ดี ดูเหมือนจะเยือกเย็นกว่าเดิมซะอีก ทำให้ลดเสน่ห์โดยรวมของนางลงไป

 

“ไปกันเถอะ ตามข้าออกไปข้างนอกกัน” จักรพรรดินีพูดอย่างเย็นชา นางกลับสู่สภาพปกติ นางทำตัวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

เหยินปาเชียนรู้สึกทันทีว่าองค์จักรพรรดินีที่เขาได้เห็นตัวสั่นอยู่ในห้องเมื่อครู่นี้ เป็นเพียงจินตนาการของตัวเขาเองเท่านั้น ในตอนนี้ นี่คือตัวตนที่แท้จริงขององค์จักรพรรดินี

 

ในฐานะจักรพรรดินี นางก็ควรวางตัวแบบนี้แหละ

 

“ขอรับ” เหยินปาเชียนพยักหน้า เขาเข้าห้องของตัวเองไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อหยิบกระเป๋าสตางค์กับกุญแจแล้ว เขาก็ตัดฉลากบนเสื้อคลุมแล้วพาดลงบนตัวจักรพรรดินี

 

“ข้างนอกค่อนข้างหนาวนะขอรับ ถึงฝ่าบาทจะไม่สามารถรู้สึกได้อะไรเลย แต่ฝ่าบาทก็ต้องสวมให้คนทั่วไปเห็นนะขอรับ” เหยินปาเชียนพูดอย่างนุ่มนวล ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่านี่คือตัวตนที่แท้จริงของจักรพรรดินี แต่ความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางก็ยังเปลี่ยนไปเล็กน้อยอยู่ดี

 

นางได้สัมผัสจุดอ่อนของเขาเข้าซะแล้วสิ

 

เขาสงสัยว่าเขากลัวหรือชอบจักรพรรดินีมากกว่ากันแน่

 

เมื่อผู้หญิงอย่างจักรพรรดินีเลือกเขาเป็นพระสวามีของนาง เขาอาจโกหกถ้าหากเขาบอกว่าตนไม่ได้รู้สึก เพียงแต่ความความแข็งแกร่งและสถานะของจักรพรรดินีนั้นได้ระงับความรู้สึกของเขาตลอดเวลาที่ผ่านมา

 

และในขณะนี้ ความรู้สึกนี้ก็ได้เริ่มงอกเงยและเติบโตขึ้น เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะเบ่งบานเป็นดอกไม้

 

จักรพรรดินีไม่ได้ปฏิเสธหรือมองเขา นางเพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วปล่อยให้เหยินปาเชียนพาดเสื้อคลุมให้นาง

 

เสื้อคลุมมีสีดำ มันทำจากขนสัตว์ การออกแบบนั้นเรียบง่าย และเข้ากับเสื้อผ้าได้ง่าย

 

เจียงหนานใช้ความพยายามอย่างมากในการเลือกเสื้อผ้า

 

หลังจากที่เหยินปาเชียนสวมเสื้อคลุมให้จักรพรรดินีแล้ว ทั้งคู่ก็ลงลิฟต์ไปชั้นล่าง “นี่คือลิฟต์ขอรับ มันสามารถทำให้มนุษย์และสิ่งของขึ้นลงอาคารได้อย่างรวดเร็วขอรับ” เหยินปาเชียนใช้โอกาสนี้อธิบายให้จักรพรรดินีฟัง

 

จักรพรรดินีสามารถรู้สึกได้ถึงความโหวงเหวงเล็กน้อยเมื่อลิฟต์ลงมา

 

“บนนั้นเขียนว่าอะไรรึ ?” ในที่สุดจักรพรรดินีก็พูดออกมาพร้อมกับชี้ไปที่แผงปุ่มของลิฟต์

 

“มันคือตัวเลขขอรับ เลขหนึ่ง, เลขสอง, เลขสาม, … เลขทุกตัวมีไว้บอกชั้นขอรับ” เหยินปาเชียนอธิบายอย่างใจเย็น

 

จักรพรรดินีจดจำตัวเลขเหล่านี้ไว้ในใจอย่างเงียบ ๆ

 

 

 

“พวกเค้ากำลังออกมาแล้ว อยากดูจังเลยว่าหล่อนหน้าตาเป็นยังไงนะ” เฉินชิ่งหัวเราะอยู่บนที่นั่งคนขับ ในตอนที่เขามองคนสองคนที่เดินออกจากอาคารจากระยะไกล

 

“เธอนี่มันแย่จริง ๆ” เจียงหนานยิ้มอย่างอ่อนโยน เธอรู้ว่าเฉินชิ่งกำลังสงสัย

 

เมื่อทั้งสองคนเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาของเฉินชิ่งและเจียงหนานก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ

 

ผู้หญิงที่กำลังเดินอยู่ข้างเหยินปาเชียนดูราวกับเทพธิดา แม้ว่าทั้งคู่อาศัยอยู่ในสังคมยุคใหม่ และได้เห็นดาราหนังและไอดอลมานับไม่ถ้วน แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดูยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ พวกเขาสามารถใช้คำพูดเชิงบวกได้ทุกแบบเพื่ออธิบายถึงนาง

 

แม้แต่เจียงหนานซึ่งเป็นผู้หญิง ก็ยังหลงเสน่ห์ของจักรพรรดินี

 

“หยิกชั้นที ชั้นอยากดูว่าชั้นฝันไปรึเปล่า หมอนั่นไปหาผู้หญิงแบบนั้นได้จากที่ไหนวะเนี่ย ?” เฉินชิ่งตบปากตัวเองแล้วพูดออกมา

 

“เธอคิดยังไงหรอ ?” เจียงหนานถามออกมา

 

“หล่อนสง่างามและเยือกเย็นเกินไป การได้มองหล่อนจากระยะไกล สำหรับผู้ชายก็ถือว่าดีพอแล้ว เหยินปาเชียนไม่คู่ควรกับหล่อนแน่นอน” เฉินชิ่งส่ายหน้าแล้วพูดออกมา

 

อันที่จริง นางสง่างามและเยือกเย็นเกินไป เฉินชิ่งเชื่อเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ว่านางมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา ไม่ว่าผู้หญิงจะสวยขนาดไหน ถ้าหากนางมาจากตระกูลธรรมดาทั่วไป นางก็จะไม่มีกลิ่นอายเช่นนั้น แม้แต่บุตรชายของเศรษฐีอย่างเฉินชิ่งก็รู้สึกว่าเขาไม่คู่ควรกับนางเอาซะเลย

 

ปัจจุบันนี้ คนที่มาจากตระกูลที่ร่ำรวยและมีอิทธิพลจะได้เห็นแง่มุมต่าง ๆ ของสังคมไม่มากก็น้อย ทุกคนสามารถบอกได้อย่างคร่าว ๆ ว่าบุคคลนี้มีภูมิหลังแบบไหน

 

“ชั้นต้องการแค่ใครซักคนที่สามารถอยู่ด้วยกันจนถึงวัยชราอย่างมีความสุขฉันท์สามีภรรยา พวกเราอยู่ห่างจากคนชั้นสูงพวกนั้นไว้จะดีกว่านะ” เฉินชิ่งจับมือเจียงหนานแล้วพูดออกมา

 

เจียงหนานรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากมือของเฉินชิ่งแล้วยิ้มให้

 

“แต่ชั้นก็ยังสงสัยมากเลยนะ ว่าเหยินปาเชียนลงเอยกับหล่อนได้ยังไง” เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินชิ่ง เจียงหนานก็พยักหน้าด้วยเช่นกัน

 

นกฟินิกซ์กับนกนางแอ่นไม่สามารถบินไปด้วยกันได้ แต่สองคนนั้นทำให้มันเป็นไปได้

 

 

 

เหยินปาเชียนไม่ได้สังเกตเห็นว่าเจียงหนานกับเฉินชิ่งอยู่ที่นี่ จักรพรรดินีสังเกตเห็นพวกเขา แต่นางก็ไม่ได้สนใจ

 

จะว่าไป ทำไมนางถึงต้องสนใจที่คนธรรมดามองมาที่ตนด้วยล่ะ ?

 

ในตอนนี้ ทั้งสองคนอยู่ในที่จอดรถใต้ดิน จักรพรรดินีมองสัตว์โลหะด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

เหยินปาเชียนเปิดประตูที่นั่งด้านหน้าให้นาง ด้วยวิธีนี้ เขาสามารถพูดคุยกับนางและแนะนำสิ่งต่าง ๆ กับนางได้ง่ายกว่า

 

ในขณะที่เหยินปาเชียนขับรถออกจากที่จอดอย่างมั่นคง จักรพรรดินีก็ถามออกมา “นี่คือสิ่งที่เจ้าบอกว่าสามารถวิ่งได้โดยไม่ต้องใช้ม้างั้นรึ ?”

 

“มันขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเบนซิน และประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนเครื่องจักรกลอย่างสมบูรณ์แบบขอรับ นี่คือการขนส่งรูปแบบหลักของโลกนี้ขอรับ” เหยินปาเชียนพยักหน้าแล้วอธิบาย เขาแปลกใจที่จักรพรรดินีสามารถจำคำพูดของเขาได้อย่างชัดเจน

 

ในตอนนี้ จักรพรรดินีได้เห็นรถยนต์หลายคันในที่จอดรถใต้ดิน ดูเหมือนว่ารถยนต์เป็นเรื่องธรรมดามากในโลกนี้

 

ยังคงหิมะตกอยู่ข้างนอก เหยินปาเชียนไม่ได้ขับรถเร็วมาก เพราะเขาต้องการให้จักรพรรดินีได้ชมทิวทัศน์บนถนนทั้งสองฝั่ง

 

ละแวกบ้านของเหยินปาเชียนอยู่ในที่ที่เงียบสงบ เมื่อเหยินปาเชียนขับรถออกจากละแวกบ้านแล้ว จำนวนรถยนต์บนถนนก็เริ่มเพิ่มขึ้น จำนวนผู้คนบนถนนทั้งสองฝั่งก็เริ่มเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ร้านค้าและอาคารที่พวกเขาเดินผ่านนั้นมีความสวยงามและสูงขึ้นตามลำดับ

 

ณ เวลานี้ ท้องฟ้าก็มืดแล้ว ร้านค้าบนถนนทั้งสองฝั่งมีป้ายไฟส่องสว่าง ในทำนองเดียวกัน โคมไฟถนนก็ส่องแสงสว่างเจิดจ้าเช่นกัน ทุกหนทุกแห่งล้วนสว่างไสวงดงามไปหมด

 

ระหว่างทาง จักรพรรดินีมองดูทิวทัศน์ภายนอก นางไม่ได้พูดกับเหยินปาเชียนเลย ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางเห็นทำให้นางตกตะลึงเล็กน้อย

 

ถึงแม้ว่านางจะได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่บ้านของเหยินปาเชียนแล้ว นางก็ยังประหลาดใจกับสิ่งที่อยู่ภายนอกอยู่ดี

 

ในตอนนี้ นางได้เห็นสังคมที่มีการพัฒนาสูง ซึ่งเป็นสังคมที่แตกต่างจากต้าเย่าโดยสิ้นเชิง

 

“ใครเป็นผู้สร้างตะเกียงบนเสาพวกนั้นรึ ?” จักรพรรดินีอดถามไม่ได้เมื่อนางได้เห็นโคมไฟถนนที่ตั้งขึ้นเป็นช่วง ๆ

 

ตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงตอนนี้ นางไม่เห็นสถานที่ที่มืดเลยแม้แต่ที่เดียว ทุกหนทุกแห่งล้วนสว่างไสวด้วยแสงไฟ

 

ด้วยหิมะที่ลอยอยู่ในอากาศ เมืองจึงดูราวกับเดินแดนแฟนตาซียังไงยังงั้น

 

“สิ่งเหล่านี้สภาเมืองเป็นผู้สร้างขอรับ โคมไฟถนนถือเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานของเมือง โครงสร้างพื้นฐานของเมืองมีหลายสิ่งหลายอย่าง อย่างเช่น ท่อระบายน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสีย ไฟฟ้า ถนน โคมไฟถนน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญของเมืองขอรับ แล้วก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะด้วย อย่างเช่น ลานสาธารณะ สวนสาธารณะ เป็นต้น สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจและต้องการทำกิจกรรมสันทนาการขอรับ” เหยินปาเชียนอธิบายให้จักรพรรดินีฟังในขณะที่เขาจับตามองบนถนน

 

“ซักวันแคว้นของข้าจะเป็นแบบนี้มั้ยนะ ?” จักรพรรดินีมองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาอิจฉา

 

เมื่อมองดูฉากแบบนี้ นางห้ามความรู้สึกไว้ไม่ได้เลย

 

“หากมีข้าอยู่เคียงข้าง มันจะต้องเป็นไปได้แน่นอน” เหยินปาเชียนตอบด้วยความมั่นใจขณะที่เขาย้ายสายตาจากถนนมายังจักรพรรดินี

 

จักรพรรดินีหันไปมองเขาแล้วพยักหน้า นางพอใจกับคำพูดของเหยินปาเชียนเป็นอย่างมาก

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top