ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 141: ข้าสัญญา

 437 Views

“ข้าต้องการออกไปดูข้างนอกน่ะ”

 

เมื่อได้ยินประโยคนี้ กระบวนการคิดของเหยินปาเชียนก็หยุดชะงักในทันที เขาหันหน้ากลับไปแล้วเผชิญหน้ากับจักรพรรดินีด้วยสีหน้าที่แข็งทื่อราวกับหุ่นยนต์

 

“บ้านของเราทำให้พระองค์ท่านไม่พอใจจริง ๆ ด้วย” เหยินปาเชียนร้องตะโกนอยู่ในใจ

 

“ตามข้าออกไป” จักรพรรดินีมองเหยินปาเชียนแล้วพูดอย่างเคร่งขรึม

 

“ฝ่าบาท…พวกเราสามารถออกไปสำรวจข้างนอกได้ แต่ข้าน้อยเกรงว่าจะไม่สามารถเรียกท่านว่า ‘ฝ่าบาท’ ได้ ในโลกของพวกเราไม่มีจักรพรรดิหรือจักรพรรดินีแล้วขอรับ ต่อให้มีอยู่ก็ไม่ใช่ท่านน่ะขอรับ” ความทุกข์ทรมานปรากฏขึ้นบนหน้าของเหยินปาเชียน

 

“ก็เข้าใจอยู่หรอก แต่ทำไมถึงไม่มีจักรพรรดิในโลกนี้ล่ะ ? ถ้างั้นใครเป็นผู้ปกครองแคว้นล่ะ ?” จักรพรรดินีมีสีหน้าประหลาดใจ

 

“โลกของพวกเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยขอรับ พวกเราจะเลือกผู้นำผ่านการเลือกตั้งน่ะขอรับ” เหยินปาเชียนอธิบายโดยคร่าว ๆ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยรู้เรื่องการเมืองมากนัก แต่เขาก็ยังพอรู้พื้นฐานอยู่บ้าง

 

“เอาล่ะ ข้าเข้าใจแล้ว ตามข้าออกไปดูให้ทั่ว” จักรพรรดินีตอบกลับ ถ้าหากว่ามีคนกล้ามายั่วยุอารมณ์นางล่ะก็ นางคงตบเขาคนนั้นจนตาย ผู้คนในโลกนี้อ่อนแอและบอบบางมาก

 

“ฝ่าบาท ข้าน้อยเกรงว่าฉลองพระองค์ของฝ่าบาทไม่เหมาะที่จะออกไปข้างนอกในตอนนี้ขอรับ” เหยินปาเชียนพูดออกมา “ข้าน้อยจะเตรียมฉลองพระองค์ให้ฝ่าบาทนะขอรับ”

 

“จะไปตอนนี้” จักรพรรดินีโบกมือแล้วตอบกลับไป

 

เหยินปาเชียนเปิดโทรศัพท์มือถือของตนอย่างหมดหนทาง เมื่อเขาเปิดเครื่อง เขาก็ได้เห็นสายที่ไม่ได้รับ ทุกสายมาจากพ่อแม่ของเขา

 

“หนี่ซื่อหว่อเตอเสี่ยวยาเสี่ยวผิงกว่อ…เจิ่นเมออ้ายหนี่ตวอปู้เสียนตวอ…” โทรศัพท์มือถือของเหยินปาเชียนดังขึ้นอีกครั้ง ชื่อผู้โทรเขียนว่า “พ่อ”

[เสียงริงโทนนี้มาจากท่อนฮุกเพลง Little Apple ของ Chopstick Brothers โดยท่อนนี้มีความหมายว่า ‘เธอคือแอปเปิ้ลลูกน้อย ๆ ของฉัน รักเธอแค่ไหนก็ไม่มากพอ’]

 

เหยินปาเชียนหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเตรียมขึ้นไปรับสายที่ชั้นบน ถ้าหากว่าเขาไม่รับสายตอนนี้ล่ะก็ เขาเชื่อว่าพ่อตนจะต้องบึ่งมาที่บ้านอย่างแน่นอน หลังจากนั้น เขาก็เห็นจักรพรรดินีมองเขาด้วยสายตาที่ลุกเป็นไฟ “มีคนกำลังสื่อสารทางไกลกับเจ้าใช่มั้ย ? มีเรื่องอะไรที่เจ้ากลัวข้ารู้งั้นรึ ?”

 

เหยินปาเชียนไม่คิดว่าจักรพรรดินีจะจำคำพูดของเขาได้แจ่มแจ้งและตอบสนองได้รุนแรงถึงขนาดนี้ ถึงนางจะไม่เคยใช้สมาร์ทโฟนมาก่อน แต่นางก็รู้ว่าเขากำลังจะรับสาย

 

“เป็นสายที่พ่อแม่ของข้าน้อยโทรมาน่ะขอรับ” เหยินปาเชียนมีสีหน้าขมขื่น

 

“เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไป นั่งลงซะ !” จักรพรรดินีจ้องมาที่เขา

 

“พ่อ แม่ จะให้ดีก็อย่าพูดอะไรมากไปกว่านี้เลย” เหยินปาเชียนภาวนาอยู่ในใจพร้อมกับมองจักรพรรดินี เขาไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ จักรพรรดินีถึงได้สนใจเขาขนาดนี้ นางจ้องเขาค้าง

 

“หนี่ซื่อหว่อเตอเสี่ยวยาเสี่ยวผิงกว่อ…เจิ่นเมออ้ายหนี่ตวอปู้เสียนตวอ…” เสียงริงโทนทำให้เหยินปาเชียนรู้สึกวุ่นวาย เขากัดฟันกดปุ่มรับสาย ทันใดนั้นเอง เสียงก็ดังออกมาจากปลายสาย “ตอนนี้แกมีผู้ชายจริงหรอ ฮะ นี่แกกล้าดียังไงถึงได้ตัดสายแม่ทิ้งน่ะ ?”

 

“ลูกเอ๊ย นี่แกชอบผู้ชายจริงหรอเนี่ย ? แม่ขอบอกแกไว้เลยนะ ถ้าแกเอาผู้ชายกลับมาล่ะก็ แม่จะตัดสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกทันที”

 

พ่อแม่ของเหยินปาเชียนโวยวายอย่างบ้าคลั่งจากปลายสาย

 

เหยินปาเชียนวางสายด้วยใบหน้าขาวซีด เขาเกือบทำมือถือตก

 

หน้าของจักรพรรดินีเยือกเย็นอยู่ด้านข้างเขา “นี่เจ้าเป็นพวกตัดชายเสื้อหรอกรึ ?”

[ตัดชายเสื้อ (断袖之癖: Duàn Xiù Zhī Pǐ: ต้วนซิ่วจือผี่) คือคำสุภาพที่หมายถึงรักร่วมเพศ]

 

“ไม่ใช่ขอรับ !” เหยินปาเชียนแทบกระอักเลือดออกมา “ฝ่าบาทเข้าพระทัยผิดแล้วขอรับ ! ฝ่าบาทเข้าพระทัยผิดอย่างแน่นอนขอรับ !”

 

จู่ ๆ สายลมกระโชกลึกลับก็พัดเข้ามาในห้อง ผมของจักรพรรดินีพลิ้วไหวในอากาศอย่างดุเดือด อุณหภูมิในห้องลดลงในทันที

 

“ฝ่าบาท ได้โปรดฟังข้าเถิด มันไม่ใช่เรื่องจริงเลยขอรับ ในโลกของพวกเรา ข้าน้อยคาดว่าจะแต่งงานและมีลูกเมื่ออายุเท่านี้ขอรับ หัวใจของข้าได้ถูกฝ่าบาทพรากไปแล้ว และไม่มีใจว่างให้ใครอื่นอีก เหตุใดข้าถึงจะต้องการไปแต่งงานกับคนอื่นด้วยขอรับ ข้าน้อยอยากอยู่เคียงข้างแล้วเฝ้ามองฝ่าบาททุกวัน นี่คือความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ที่สุดของข้า ดังนั้นเมื่อได้เห็นว่าข้าไม่เต็มใจที่จะแต่งงานกับใคร พ่อแม่ของข้าก็เลยคิดเรื่องเหลวไหลไร้สาระแบบนั้น ข้าน้อยเองก็ปวดตับมาก…”

 

และแล้วคำพูดของเหยินปาเชียนก็ทำให้จักรพรรดินีที่กำลังจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟสงบลงในที่สุด

 

“เจ้าถูกข้าเลือกให้เป็นราชาของข้า เจ้าบอกพ่อแม่ของเจ้าไปอย่างนั้นก็ได้หนิ”

 

“ฝ่าบาท พ่อแม่ของข้าน้อยน่ะเป็นชาวบ้านธรรมดาที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ พวกเค้าคงจะไม่เชื่อข้า ต่อให้ข้าน้อยหักขอพวกเค้าก็ตามขอรับ”

 

“ข้าไปบอกพวกเค้าด้วยตัวเองก็ได้” จักรพรรดินีแสดงสีหน้าแบบว่า ‘มันเป็นเกียรติของเจ้านะ’ ให้เหยินปาเชียน

 

“ฝ่าบาทต้องซ่อนตัวตนให้ดี ฝ่าบาทไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้นะขอรับ”

 

“ถึงตัวตนของข้าจะถูกเปิดเผย แล้วพวกนั้นจะทำอะไรข้าได้ล่ะ ? แม้ว่าเครื่องจักรในโลกของเจ้าจะก้าวหน้ามาก แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่อาวุธที่ทรงพลังที่สุดจะเอามาใช้ในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น ไม่มีรัฐบาลไหนทำอย่างนั้นหรอก” จักรพรรดินีตอบอย่างสงบ ภายในระยะเวลาอันสั้น นางก็เข้าใจแล้วว่าอะไรที่สามารถทำได้และอะไรที่ไม่สามารถทำได้

 

ไม่ว่าอาวุธในโลกนี้จะทรงพลังแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลจะจัดการข้าไปพร้อมกับคนอื่น จริงมั้ย ?

 

เมื่อเหยินปาเชียนเห็นว่าระเบิดปรมาณูไม่ทำให้จักรพรรดินีเกรงกลัว เขาจึงทำได้แค่ตอบกลับไปอย่างขมขื่น “ฝ่าบาทอาจจะไม่กลัว แต่ข้าน้อยกลัวขอรับ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับข้าล่ะก็ ข้าน้อยก็จะไม่ได้อยู่เคียงข้างฝ่าบาทอีกต่อไป ยังไงซะฝ่าบาทก็ยังประสงค์จะกลับมาที่นี่บ่อย ๆ นอกจากนี้ฝ่าบาทประทับในพระราชวังหลวงเป็นเวลาหลายปี ฝ่าบาทไม่ประสงค์จะสัมผัสกับชีวิตของคนธรรมดาในโลกนี้บ้างหรือขอรับ ?”

 

จักรพรรดินีไตร่ตรองคำพูดของเหยินปาเชียน นางอยากรู้เกี่ยวกับโลกนี้อย่างจริงจัง การใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาในโลกนี้ ดูเหมือนจะเป็นความคิดที่ดีสำหรับนาง นอกจากนี้ เหยินปาเชียนยังอ่อนแอและบอบบางขนาดนั้นด้วย ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับเขา นางก็คงไม่สามารถกลับไปที่ต้าเย่าได้

 

นอกจากนี้ ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับเหยินปาเชียน นางก็จะสูญเสียคนรักไป

 

“ตกลง ข้าจะทำตามที่เจ้าพูดแล้วใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา” ในที่สุดจักรพรรดินีก็เห็นด้วยกับคำแนะนำของเหยินปาเชียน

 

“ฝ่าบาท เหตุใดจึงไม่ให้ข้าน้อยออกไปซื้อฉลองพระองค์มาให้ฝ่าบาทระหว่างที่ฝ่าบาทรออยู่ที่นี่ล่ะขอรับ ?” เหยินปาเชียนลองเสี่ยงถาม

 

“ไม่ เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้น” จักรพรรดินีปฏิเสธคำแนะนำของเหยินปาเชียน

 

ในโลกที่ไม่คุ้นเคยนี้ นอกจากเหยินปาเชียนแล้ว จักรพรรดินีก็ไม่รู้จักอะไรเลย เพราะฉะนั้น นางจะปล่อยเขาออกไปจากสายตาได้อย่างไร ? ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับเขา นางจะกลับไปที่ต้าเย่าได้อย่างไร ?

 

 

 

เหยินปาเชียนเกาหัว เขายังรู้สึกด้วยว่าการปล่อยให้จักรพรรดินีอยู่ที่นี่เพียงลำพังมันไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถพานางออกไปซื้อเสื้อผ้าด้วยชุดของนางในตอนนี้ได้ เขาจึงเปิดโทรศัพท์มือถือแล้วดูรายชื่อ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เขาสามารถขอความช่วยเหลือได้

 

เมื่อเหยินปาเชียนเห็นว่าจักรพรรดินีไม่ได้มองตน เขาจึงเดินไปที่ห้องครัวแล้วโทรออกไป

 

“กลับมาแล้วหรอ ?” เสียงอันอ่อนโยนและละเอียดอ่อนของเจียงหนานดังมาจากปลายสาย

 

เหยินปาเชียนรู้สึกทันทีว่านี่คือสิ่งที่ผู้หญิงควรปฏิบัติ จักรพรรดินีสง่าผ่าเผยและเยือกเย็นเกินไป นอกจากนี้นางยังโกรธง่ายเกินไปด้วย

 

“อืมม เธอช่วยเราซื้อเสื้อผ้าผู้หญิงซักชุดกับรองเท้าซักคู่ได้มั้ย ? เราอยากได้ด่วนเลยอ่ะ” เหยินปาเชียนพูดอย่างนุ่มนวล

 

“ฮัลโหล ? ฮัลโหล ?”

 

“ใจแตกแล้วหรอจ๊ะ ? คราวหน้าก็ระวังหน่อยสิ ตอนนี้เราว่างอยู่พอดี เราจะช่วยนายเอง ว่าแต่นายมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ?” เจียงหนานหัวเราะเบา ๆ

 

“มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ ส่วนสูงประมาณ 170 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม จะให้ดีที่สุดขอเป็นชุดสีแดง หาชุดที่ออกแนวย้อนยุคนะ เอาเสื้อโค้ทด้วย แล้วก็รองเท้าด้วย เอาเบอร์ 36, 37, 38 และ 39 มาอย่างละคู่ ขอเป็นรองเท้าส้นต่ำนะ” เหยินปาเชียนเข้าใจความคิดของคนจีนเป็นอย่างดี เรื่องเล็กน้อยสามารถทำให้คิดไปในทางที่ผิดได้ง่าย เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่คิดแม้แต่จะอธิบายให้เจียงหนานฟัง

 

“เอายกทรงด้วยมั้ย ?”

 

เหยินปาเชียนกัดฟันตอบกลับไป “เอาสิ อยากได้อยู่ ยกทรงของหล่อนประมาณคัพ C เอาคัพอื่นมาด้วยนะ”

 

“อ่าฮะ ! ยังอยากได้อะไรอีกมั้ย ?”

 

“หมดแล้ว เอาที่รู้สึกว่าเข้ากันดีทั้งช่วงบนและช่วงล่างนะ แล้วก็อย่าบอกเรื่องนี้กับเฉินชิ่งล่ะ” เหยินปาเชียนเตือนเจียงหนาน

 

“ไม่ทันแล้วล่ะ เค้าอยู่ข้างเราเนี่ย” เจียงหนานหัวเราะ

 

“นี่นายยังไม่กล้าเปิดตัวหล่อนกับพวกเราอีกเหรอวะเนี่ย !” เฉินชิ่งตะโกนจากข้างหลัง

 

“เออน่า ส่งมาที่ประตูบ้านเรานะ อย่าเพิ่งเจอกันวันนี้เลย ไว้วันหลังจะเลี้ยงข้าวทั้งสองคนนะ” เหยินปาเชียนพูดอย่างนุ่มนวล

 

เจียงหนานหัวเราะเบา ๆ แล้ววางสายไป

 

“ข้าได้ยินเสียงผู้หญิง” จักรพรรดินีนั่งบนโซฟาแล้วพูดอย่างเฉยเมย

 

“ตอนนี้ข้าน้อยไม่สามารถออกไปไหนได้ เพราะงั้นข้าน้อยก็เลยต้องบอกให้ใครสักคนซื้อเสื้อผ้ามาให้น่ะขอรับ” เหยินปาเชียนบอกจักรพรรดินี

 

“อ้อหรอ” จักรพรรดินีร้องอ๋อแล้วไม่สนใจเหยินปาเชียนอีกต่อไป

 

อันที่จริงแล้ว นางได้ยินทุกอย่างเกี่ยวกับการสนทนาของเหยินปาเชียนกับเจียงหนาน แต่นางก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

 

“ฝ่าบาท ข้าน้อยมีเรื่องจะทูลขอรับ”

 

“ว่ามาสิ !” จักรพรรดินีหันกลับมามองเหยินปาเชียน

 

“ฝ่าบาท ข้าน้อยเกรงว่าจะต้องเรียกฝ่าบาทด้วยพระนามของฝ่าบาทในโลกนี้ หรือบางทีฝ่าบาทอาจตั้งพระนามแฝงขึ้นเองก็ได้ขอรับ” เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

“ตกลง ข้าอนุญาตให้เจ้าเรียกข้าด้วยชื่อของข้าในโลกนี้” จักรพรรดินีตอบกลับ

 

“เมื่อพวกเราออกไปข้างนอก สิ่งใดก็ตามที่ฉี- ที่ฝ่าบาททรงโปรด ฝ่าบาทสามารถทูลให้ข้าน้อยซื้อให้ได้นะขอรับ ในโลกนี้ ฝ่าบาทจะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อสิ่งของขอรับ” เหยินปาเชียนยังไม่กล้าเอ่ยชื่อจักรพรรดินี

 

“พวกเราเองก็ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อสิ่งของในต้าเย่าด้วยเหมือนกัน เจ้าคิดว่าข้าเป็นเด็ก 3 ขวบรึไง ?” จักรพรรดินีพูดด้วยความระอา

 

“ข้าน้อยมีหน้าที่ในการเดินตามหลังฝ่าบาท และจ่ายเงินสำหรับสิ่งที่ฝ่าบาทประสงค์จะซื้อขอรับ” เหยินปาเชียนเปลี่ยนน้ำเสียงทันที

 

จักรพรรดินีพยักหน้า รอยยิ้มได้ปรากฎบนหน้านาง นางพอใจกับคำพูดของเหยินปาเชียนมาก

 

“โปรดอย่าทรงหุนหันพลันแล่นในตอนที่เผชิญกับอะไรข้างนอก ให้ข้าน้อยจัดการเอง หากมีผู้ใดทำให้ฝ่าบาททรงขุ่นเคืองล่ะก็ โปรดจำไว้ว่าเค้าผู้นั้นไม่รู้ถึงตัวตนของฝ่าบาทและโปรดอย่าได้ถือโทษโกรธแค้นขอรับ โลกของพวกเราห้ามมิให้ต่อสู้หรือฆ่าคนบนท้องถนนอย่างเคร่งครัดขอรับ หากมีสิ่งใดเกิดขึ้น ตำรวจจะไต่สวนพวกเรา แล้วตัวตนของฝ่าบาทจะถูกเปิดเผยอย่างง่ายดายขอรับ ตำรวจที่นี่เทียบเท่ากับสำนักรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในต้าเย่าขอรับ”

 

“ข้าสัญญา” จักรพรรดินีพยักหน้า

 

เมื่อเห็นว่าจักรพรรดินียอมรับเงื่อนไขของเขาแล้ว ในที่สุดเหยินปาเชียนก็รู้สึกสบายใจสักที เนื่องจากยังมีเวลาอยู่ เขาจึงสอนความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับดาวโลกให้จักรพรรดินีฟัง

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top