ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 140: แสดงการระเบิดของปรมาณูให้จักรพรรดินีได้เห็น

 334 Views

เหยินปาเชียนได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในขณะที่เขากำลังจัดห้องของตัวเองอยู่

 

เขาจึงเอื้อมมือไปเช็คโดยสะดวก และเห็นว่าสายนั้นคือพ่อตนนั่นเอง

 

“ขออย่าให้พ่อคิดอะไรบ้า ๆ เลยนะ” เหยินปาเชียนรับโทรศัพท์แม้ว่าเขาจะไม่เต็มใจรับก็ตาม

 

“หวังว่าพ่อคงไม่ได้รบกวนแกใช่มั้ย ?” พ่อเหยินเผยรอยยิ้มที่คุ้นเคยจากปลายสาย

 

“ว่าไงพ่อ พูดมาเลย” เหยินปาเชียนตอบกลับไปด้วยเสียงที่จืดชืด

 

“พาแฟนสาวแกกลับมาทานข้าวสิ พ่อกับแม่อยากเจอน่ะ”

 

“พ่อกับแม่คิดมากไปแล้ว เธอเป็นเพื่อนร่วมงานของผม ไม่ใช่แฟนสาวซักหน่อย” เหยินปาเชียนปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา

 

“ถ้าเป็นอย่างนั้น พ่อกลัวว่าแม่จะต้องออกตัวแทนแกน่ะสิ แกทำตามที่เห็นสมควรก็แล้วกัน”

 

เหยินปาเชียนของขึ้นทันที พวกเขาไม่คิดว่ามันกวนใจเขามากพอรึยังไง ? “ถ้าแม่ทำเรื่องให้มันวุ่นวายแล้วกวนใจผมอีกล่ะก็ ผมจะพาแฟนหนุ่มกลับไปหานะ”

 

หลังจากที่พูดจบ เขาก็วางสายทันทีแล้วปิดมือถือ

 

“มันว่าไงบ้าง ?” แม่เหยินถามจากโซฟา

 

“มันบอกว่ากำลังจะหาแฟนหนุ่มน่ะสิ” หน้าของพ่อเหยินถึงกับขาวซีดเลยทีเดียว

 

 

 

เหยินปาเชียนจัดระเบียบบ้านด้วยภาวะจิตใจว้าวุ่น จักรพรรดินียังคงกินไอศกรีมอยู่ขณะที่เขาลงไปข้างล่าง มีไอศกรีมสามห่ออยู่บนโต๊ะกาแฟ

 

“ไอศกรีมมันเย็นจัดนะขอรับ ฝ่าบาท การเสวยมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อระบบย่อยอาหารของฝ่าบาทได้นะขอรับ” เหยินปาเชียนอดพูดอย่างนั้นไม่ได้เลย สิ่งแรกที่จักรพรรดินีเรียนรู้ที่จะทำบนดาวโลกคือการหยิบไอศครีมออกจากตู้เย็น

 

“ข้าต้องการทุกอย่างที่อยู่ในเจ้าสิ่งของเมื่อกี้นี้” จักรพรรดินีกินไอศครีมชิ้นสุดท้ายเสร็จแล้ว นางจึงวางแท่งไอศครีมไว้บนกระดาษห่อที่อยู่บนโต๊ะกาแฟ จากนั้นนางก็ชี้ไปที่ทีวีแล้วพูดออกมา

 

รายการที่ชื่อเหมือนหนังเรื่อง “เพิร์ลฮาร์เบอร์” กำลังฉายอยู่ในขณะนี้ ดูเหมือนจะมีเพียงแค่เรือรบนอกเหนือจากเครื่องบินในรายการ

 

“ฝ่าบาท ข้าน้อยจะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่สิ่งนี้ต้องใช้เวลานะขอรับ ถึงยังไงก็เถอะ เทคโนโลยีในยุคนี้เป็นระบบที่ละเอียดยิบ สิ่งที่ฝ่าบาทเพิ่งได้ทอดพระเนตรไปนั้น มีส่วนประกอบที่ละเอียดยิบจนไม่ถ้วน รากฐานจะต้องสร้างอย่างถูกต้อง จะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อเทคโนโลยีของต้าเย่ามีมาตรฐานที่แน่นอน มันคล้ายกับการฝึกฝน คนเราจะไม่สามารถบรรลุถึงระดับกงจักรดินได้ทันทีเมื่อไม่ผ่านขั้นเริ่มต้นขอรับ” เหยินปาเชียนพูดอย่างหมดหนทาง

 

จักรพรรดินีพยักหน้าเห็นด้วย

 

“ก่อนหน้านี้ ที่เจ้าพูดถึงอาวุธที่สามารถทำลายเมืองทั้งเมืองด้วยการโจมตีจากระยะทางนับพันไมล์น่ะ มันมีหน้าตาเป็นยังไงรึ ?” จักรพรรดินีถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น จักรพรรดินีได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในทีวีเมื่อครู่นี้ เว้นเสียแต่ว่ามันเป็นความสามารถสุดยอดของนาง ชนเผ่าธรรมดาจะไม่สามารถทนต่อการโจมตีได้

 

เหตุผลที่สำคัญที่สุดสำหรับสิ่งนี้ คือผลของการโจมตีนั้นรุนแรงมาก มันอาจเป็นสิ่งที่เหล่าสุดยอดหลบเลี่ยงได้ยาก

 

สิ่งนี้เองที่ทำให้นางได้ให้ความเคารพต่อเทคโนโลยีบนดาวโลก

 

ถึงแม้ว่าจะสามารถเห็นได้ในทีวีว่าผู้คนที่นี่ไม่ค่อยแข็งแกร่งนัก แต่อาวุธเหล่านั้นมีพลังทำลายล้างที่เกรงขามมากทีเดียว

 

เหยินปาเชียนค้นหาช่องที่ฉายการระเบิดของปรมาณูในทันที

 

ภาพนั้นเป็นสีขาวดำ เริ่มต้นด้วยการเล่นเพลงประกอบที่ยิ่งใหญ่ และมีกลุ่มคนกำลังพูดถึงอะไรบางอย่าง มันชักนำให้ผู้คนเข้าถึงอารมณ์ได้อย่างท่วมท้น

 

จักรพรรดินีรู้สึกผ่อนคลายมากในขณะนั้น จากนั้นนางก็ประเมิน “เพลงนี้ไพเราะดีหนิ ข้าชอบมากเลย”

 

“ถ้าหากฝ่าบาททรงโปรดเพลงนี้ล่ะก็ ข้าน้อยจะเตรียมเพลงไว้ให้ฝ่าบาททรงฟังในช่วงเวลาว่างนะขอรับ” เหยินปาเชียนตอบกลับไปทันที

 

ภาพปรากฏขึ้นในใจของเหยินปาเชียนขณะที่กำลังพูด มันจะเป็นฉากที่งดงามหากเขาเปิดเพลง “βίος” ในขณะที่ใช้เสียงระบบสเตอริโอ และในฉากหลัง จักรพรรดินีกำลังดวลกับใครสักคนอยู่

[βίος (Bios) คือเพลงประกอบอนิเมะเรื่อง Guilty Crown ปฏิวัติหัตถ์ราชัน]

 

ภาพยังคงฉายอยู่ในทีวี ขณะที่เกิดเสียงดัง “ตู้ม” ก้อนเมฆขนาดมหึมาก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าจากระยะไกล มันก่อตัวเป็นก้อนเมฆทรงเห็ดขนาดใหญ่

 

ในไม่ช้า ก็ตามมาด้วยกระสุนที่อยู่เหนือหัวยิงลงมาจากท้องฟ้า ในจุดที่ห่างออกไป เปลวไฟและฝุ่นจากพื้นดินก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ก่อตัวเป็นก้อนเมฆทรงเห็ด ทั่วพื้นดินสั่นสะเทือนไปหมด

 

เมื่อได้เห็นสิ่งนี้ การแสดงสีหน้าของจักรพรรดินีก็เคร่งขรึมขึ้น ร่างของนางก็ตั้งตรงอย่างมั่นคง

 

บางทีแม้แต่สุดยอดอย่างนางก็ไม่สามารถจัดการกับพลังอันน่าเกรงขามนี้ได้

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่การโจมตีมีขนาดกว้างมาก คงเป็นไปไม่ได้ที่นางจะหลบเลี่ยงหากนางอยู่ใกล้กับเขตโจมตี

 

พลังอันน่าเกรงขามดังกล่าวแทบจะเรียกได้ว่าเป็นตำนานเลยทีเดียว

 

“รัศมีการระเบิดของอาวุธที่ว่านี้น่าจะครอบคลุมเมืองหลานทั่วทั้งเมืองขอรับ มีขีปนาวุธที่ว่านี้อย่างน้อย 40,000 ลูกบนโลกนี้ มันเพียงพอที่จะทำลายโลกทั้งใบเลยขอรับ” เหยินปาเชียนพูดเสริมทันทีขณะที่เขาสังเกตเห็นการแสดงสีหน้าของจักรพรรดินี

 

“แต่เจ้าบอกว่าอาวุธที่ว่านั่นถูกห้ามหนิ” จักรพรรดินีสงบสติอารมณ์ลงแล้วค่อย ๆ กลับไปที่โซฟาหลังจากได้ยินคำพูดของเหยินปาเชียน ถึงแม้ว่านางจะยังคงมีการแสดงสีหน้าจริงจัง ดวงตาของนางก็เบิกกว้างขึ้น

 

“ข้าต้องการสิ่งนี้” ดวงตาของจักรพรรดินีเปล่งประกายขณะที่นางพูดกับเหยินปาเชียนด้วยความจริงจังเต็มที่ การแสดงสีหน้าของนางในขณะนั้นเหมือนกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่ค้นพบของเล่นที่โปรดปราน “มหาจักรวรรดิเซี่ยกำลังเตรียมการอยู่ พวกนั้นจะต้องดำเนินการภายใน 2 ปีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยอาวุธแบบนี้ พวกเราสามารถกวาดล้างกองทัพของมหาจักรวรรดิเซี่ยได้ในคราวเดียว แล้วยึดเมืองหลวงของมหาจักรวรรดิเซี่ยโดยไม่มีการขัดขืน”

 

เหยินปาเชียนเกือบอาเจียนเป็นเลือดออกมา

 

“ฝ่าบาท สิ่งนี้ถูกประเทศต่าง ๆ ควบคุมไว้ ข้าน้อยไม่สามารถซื้อได้ขอรับ” การแสดงสีหน้าของเหยินปาเชียนมืดมนลง

 

“ข้าสามารถแลกเปลี่ยนได้นะ คู่มือศิลปะการต่อสู้หายาก หรืออะไรก็ตาม ทุกสิ่งที่ต้าเย่ามี” จักรพรรดินียืนกราน

 

“ฝ่าบาท พวกเราไม่ควรพิจารณาอาวุธพวกนี้ในขณะนี้นะขอรับ ถึงแม้ว่าพวกเราจะสามารถรับมาได้ ข้าน้อยก็ไม่สามารถเอาไปได้ขอรับ อาวุธอย่างอื่นอาจจะยังเป็นไปได้ ที่ต้าเย่า พวกเราสามารถคิดหาวิธีการผลิตอาวุธอย่างเช่นระเบิดมือ กับระเบิด เป็นต้น แต่ทว่า มันจะเป็นเรื่องยากมากเช่นเดียวกับสิ่งต่าง ๆ อย่างเช่น แร่เหล็ก การหลอม การขัดเกลา และดินปืนนั้้น ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นเช่นกันขอรับ

 

ข้าน้อยรู้สึกว่าแร่เหล็กและมาตรฐานของอาวุธเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเริ่มต้นขอรับ” เหยินปาเชียนพูดพร้อมกับมองจักรพรรดินี เขาไตร่ตรองที่จักรพรรดินีบอกว่ามหาจักรวรรดิเซี่ยจะดำเนินการภายใน 2 ปี นอกจากนี้ จักรพรรดินียังเคยถามตนเกี่ยวกับแร่เหล็กและการทำอาวุธ ดูเหมือนว่าจะมีอุปกรณ์ในกองทัพไม่เพียงพอ

 

หลังจากคิดอะไรบางอย่าง มันก็ค่อนข้างปกติ ต้าเย่าขาดทักษะในรากฐานอุตสาหกรรมมาก มันขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของบุคคลที่มีอำนาจในการทำให้แคว้นอื่น ๆ ยอมจำนน ถ้าหากทั้งสองแคว้นต้องทำสงครามกัน จักรพรรดินีก็ต้องเตรียมพร้อมให้ดี เนื่องจากมหาจักรวรรดิเซี่ยเป็นแคว้นที่ใหญ่และมีอำนาจมากที่สุด

 

จักรพรรดินีรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่นางก็รู้ว่าสิ่งที่เหยินปาเชียนพูดออกมานั้นเป็นความจริง นางวิตกกังวลเกินไปหน่อย

 

“เจ้าสามารถเอากลับไปได้กี่อย่าง ?” จักรพรรดินีถามออกมา

 

“ข้าน้อยไม่เคยลองมาก่อน แต่ข้าน้อยคิดว่าสามารถเอาสิ่งที่สามารถพกติดตัวไปได้ขอรับ”

 

“เมื่อพวกเรากลับไป พวกเราจะสกัดแร่เหล็กแล้วสร้างอาวุธกันก่อนขอรับ” หลังจากได้ฟังสิ่งที่เหยินปาเชียนพูด ในที่สุดจักรพรรดินีก็ละทิ้งความคิดดังกล่าวไป นางตระหนักถึงความอ่อนแอของเหยินปาเชียน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาทำไม่ได้ นางเชื่อว่าเขาสามารถแบกดาบมาตรฐานของต้าเย่าได้เพียง 10 เล่มเท่านั้นเพราะมันค่อนข้างหนัก มันคล้ายกับการตำนํ้าพริกละลายแม่น้ำยังไงยังงั้น

 

แต่ทว่า แม้อาวุธเพิ่มเติมจำนวนน้อยที่สุดก็ยังจำเป็น นางจะต้องใช้ความตั้งใจมากมายเพื่อให้ได้อาวุธสำหรับ 20,000 คน เป็นการยากที่จะบอกว่าในที่สุดนางก็สามารถได้ด้วยเช่นกัน

 

“ข้าต้องการดาบมาตรฐาน เอากลับไปให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ทุกครั้งที่เจ้ากลับไป” จักรพรรดินีพูดเสริม

 

เหยินปาเชียนพยักหน้า “ฝ่าบาท ข้าน้อยไม่มีเงินทุนที่นี่เพียงพอขอรับ ข้าน้อยเกรงว่าจะต้องขอความช่วยเหลือจากฝ่าบาทน่ะขอรับ”

 

“ไม่มีปัญหา ข้าสามารถมอบสิ่งของจากพระคลังหลวงให้เจ้าเพื่อแลกเป็นเงินได้นะ” จักรพรรดินีพยักหน้า

 

เหยินปาเชียนรู้สึกโล่งใจหลังจากที่ได้ยิน ในทุกความเป็นไปได้ จักรพรรดินีจะมีสิ่งของดี ๆ บ้างไหม ? นอกจากนี้ สิ่งของบางอย่างก็ไม่ได้มีมูลค่ามากมายในต้าเย่า แต่อาจมีมูลค่ามากมายบนดาวโลกก็เป็นได้

 

แต่ทว่า ระหว่างดาบมาตรฐานกับปืนไรเฟิลอันไหนดีกว่า ? เหยินปาเชียนรู้สึกว่าอันหลังดีกว่ามาก

 

ถึงแม้ว่าผู้คนในต้าเย่าจะมีความแข็งแกร่งในศิลปะการต่อสู้ แต่การบาดเจ็บจากการต่อสู้แบบเผชิญหน้าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

 

ในขณะที่การใช้ปืนไรเฟิลจะสามารถเปลี่ยนวิธีการรบโดยสิ้นเชิง

 

ความคิดที่นักรบต้าเย่าถือปืนยาวพร้อมกระสุนเต็มหลัง…ทุกคนคงดูเหมือนแรมโบ้กลับชาติมาเกิดยังไงยังงั้น

 

ในความคิดของเหยินปาเชียน ตัวเลือกที่ดีที่สุดคงจะเป็นการหลอมโลหะเพื่อผลิตอาวุธมาตรฐานในต้าเย่า การนำกระสุนกลับไปเมื่อเขาเคลื่อนย้ายไปมาคงจะดีสำหรับเขามากกว่า

 

แน่นอนว่าเป็นเพียงความคิดเห็นของเขา ถึงอย่างนั้นก็เถอะ การใช้กระสุนก็ยังเร็วเกินไป แม้แต่การใช้กระสุนเพื่อการฝึกฝนเพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง

 

แต่ในความคิดที่สอง การที่กองทัพของมหาจักรวรรดิเซี่ยถูกโจมตีรวดเดียว มันคงเป็นสนามรบที่ดุเดือดทีเดียว ดูเหมือนว่ามันคงใช้งานได้ตราบใดที่ทหารสามารถยิงกระสุนเป็น ด้วยสถานการณ์เช่นนั้น เขาสามารถนำกล่อง 2 ใบกลับไปได้หากเขาถือไปแค่กระสุนเท่านั้นในแต่ละครั้ง นั่นเท่ากับ 60 กิโลกรัม หรือเป็นกระสุน 3,000 นัด ใน 2 ปี เขาสามารถเดินทางได้ 180 ครั้งโดยประมาณ ซึ่งหมายความว่าเขาสามารถนำกระสุนไปได้ราว ๆ 500,000 นัด

 

ความคิดนั้นทำให้เหยินปาเชียนตกใจ

 

การนำอาวุธปืนจำนวนมากไปยังอีกโลกจะเป็นอันตรายมั้ยนะ ?

 

นอกจากนี้ มันอาจดึงดูดความสนใจอันไม่พึงประสงค์จากการรวบรวมกระสุนจำนวนมากก็เป็นได้

 

จักรพรรดินีมองดูเหยินปาเชียนจมลึกไปกับความคิด นางไม่ต้องการขัดจังหวะเขา นางเพียงแค่ดูด้านข้างเขาอยู่เงียบ ๆ

 

นับตั้งแต่การสร้างโลก นี่เป็นครั้งแรกเลยที่นางรอคอยอยู่เงียบ ๆ ในขณะที่ใครบางคนกำลังคิดอยู่

 

เพียงแต่ว่าการที่เหยินปาเชียนไม่ตอบสนองเป็นเวลานาน ทำให้จักรพรรดินีเริ่มเบื่อ “ข้าต้องการออกไปดูข้างนอกน่ะ”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top