ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 139: หนังสงคราม

 283 Views

เหยินปาเชียนทุ่มเวลานานและความพยายามอย่างมากในการทำให้จักรพรรดินีเข้าใจถึงความสำคัญของเทคโนโลยีอย่างคร่าว ๆ

 

อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้ที่จักรพรรดินีจะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง ถึงแม้ว่านางจะเฉลียวฉลาดมาก แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่นางจะเข้าใจในสิ่งที่นางไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อนในระยะเวลาอันสั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการท้าทายต่อระบบสังคมอันไร้ศีลธรรมของโลกนี้เลย

 

แม้แต่มนุษย์โลกที่ได้รับอิทธิพลจากเทคโนโลยีอยู่ทุกวัน ก็มีความเข้าใจเพียงคร่าว ๆ เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ บนดาวโลกเท่านั้น ความเข้าใจบางอย่างยังผิดด้วยซ้ำ

 

แม้จะเป็นเช่นนี้ เหยินปาเชียนก็ยังคงใช้สมองคิดเพื่อให้จักรพรรดินีเห็นความแตกต่างระหว่างดาวโลกกับต้าเย่า

 

“ฝ่าบาท ข้าน้อยควรจะส่งฝ่าบาทกลับก่อนนะขอรับ พวกเราต้องให้ทุกคนได้รู้ว่าฝ่าบาททรงปลอดภัยดี ข้าน้อยคิดว่าในตอนนี้น่ะ ทุกคนในพระราชวังเป็นห่วงฝ่าบาทมากขอรับ” เหยินปาเชียนพูดออกมา “ถ้าหากฝ่าบาทประสงค์จะสำรวจดาวโลกล่ะก็ ข้าน้อยจะพาฝ่าบาทมาที่นี่อีกในโอกาสหน้าขอรับ”

 

เนื่องจากจักรพรรดินีอยู่ที่นี่แล้ว เหยินปาเชียนจึงไม่คิดว่านางจะมาที่นี่อีกในอนาคตตราบใดที่นางไม่ได้ก่อปัญหา

 

ถ้าหากเขาสามารถควบคุมเวลาในการเคลื่อนย้ายไปมาระหว่างดาวโลกกับโลกนั้นได้ มันจะเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างมาก ประการแรกคือ เขาจะมีอิสระด้านเวลามากขึ้น ประการที่สองคือ เขาสามารถใช้หลบหนีจากภัยอันตรายได้ ถ้าหากชีวิตของเขาถูกคุกคาม เขาก็สามารถเคลื่อนย้ายกลับมายังดาวโลกได้ ใครในต้าเย่าล่ะที่สามารถไล่ตามเขามาจนถึงที่นี่ได้ตลอด ? เขาไม่เชื่อหรอกว่าพวกนั้นจะนั่งหมอบในพุ่มไม้เพื่อรอกระโดดออกมาแล้วตะโกนว่า “ยินดีต้อนรับ !” เมื่อเขากลับไปยังโลกนั้น

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเหยินปาเชียนแล้ว จักรพรรดินีจึงพยักหน้าแล้วตอบกลับไป “ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครทำอะไรข้าได้ก็เถอะ แต่การที่ข้าหายไปโดยกะทันหันจะต้องสร้างความสับสนวุ่นวายในพระราชวังเป็นแน่แท้ ข้ากลับไปบอกทุกคนว่าข้าปลอดภัยก่อนดีกว่า”

 

เหยินปาเชียนเข้าใจในสิ่งที่จักรพรรดินีจะสื่อจากคำพูดของนาง นางพยายามจะบอกว่านางต้องการกลับมาเที่ยวชมดาวโลกหลังจากที่บอกให้ผู้ใต้บังคับบัญชาในต้าเย่าทราบข่าวคราวแล้ว

 

“ฝ่าบาท จับข้าไว้ขอรับ” เหยินปาเชียนบอกจักรพรรดินี เขารู้สึกได้ถึงฝ่ามือที่อ่อนนุ่มและละเอียดอ่อนสัมผัสกับข้อมือของตน

 

“กลับไปที่โลกนั้น…กลับไปที่โลกนั้น…กลับไปที่โลกนั้น…” เหยินปาเชียนท่องในใจอยู่พักหนึ่ง อย่างไรก็ตาม สภาพรอบตัวของเขายังคงอยู่ในสภาพที่นิ่งสงบ เขายังคงอยู่ในจุดเดิม

 

“กลับไปที่ต้าเย่า…กลับไปที่พระราชวัง…กลับไปที่นั่น…” เหยินปาเชียนยังคงท่องในใจ อย่างไรก็ตาม สภาพรอบตัวก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ดี ทั้งเขาและจักรพรรดินียังคงอยู่ในจุดเดิม

 

ลางสังหรณ์ได้เกิดขึ้นในใจเขา

 

เขาเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปยังจักรพรรดินี ดวงตาอันกระจ่างใสของนางก็มองกลับมาที่เขา

 

“กลับไปที่โลกนั้น…กลับไปที่ต้าเย่า…กลับไปที่พระราชวัง…” เหยินปาเชียนหลับตาแล้วท่องออกมาด้วยเสียงอันดัง

 

เมื่อเขาลืมตาขึ้น เขาก็ตระหนักว่าพวกเขายังคงอยู่บนดาวโลก จักรพรรดินียังคงมองเขาอยู่ มือของนางก็ยังคงจับข้อมือของเขาไว้

 

“ฝ่าบาท ข้าน้อยเกรงว่าพวกเราจะไม่สามารถกลับไปได้ซักพักเลยขอรับ ข้าน้อยคิดว่ายังเตรียมพร้อมไม่เต็มที่ขอรับ…” เหยินปาเชียนแสดงสีหน้าลำบากใจ

 

นี่คือคำอธิบายเดียวที่สมเหตุสมผล

 

เหยินปาเชียนหวังว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นตลอดไป มิฉะนั้นแล้ว เขาจะประสบปัญหาอันหนักอึ้งทีเดียว

 

จากประสบการณ์การเคลื่อนย้ายของเขาที่ผ่านมา เขาจะกลับไปที่โลกนั้นในเวลา 3 วัน อย่างไรก็ตาม เขายังรู้สึกว่าการส่งจักรพรรดินีกลับไปให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้นั้นก็จะดีสำหรับเขามากกว่า ยิ่งนางกลับไปที่โลกนั้นเร็วเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกโล่งใจมากขึ้นเท่านั้น

 

เขาสงสัยว่าสถานการณ์ในพระราชวังในตอนนี้จะวุ่นวายสักเพียงใด

 

“งั้นก็ช่างมัน ให้พวกนั้นรออีกสักพัก ข้าสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อดูว่าพวกนั้นจะจงรักภักดีต่อข้าซักแค่ไหนกัน” จักรพรรดินีปล่อยมือของเหยินปาเชียนแล้วพูดออกมา

 

ดูเหมือนนางจะไม่สนใจแต่อย่างใด

 

เหยินปาเชียนรู้สึกหมดหนทาง เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องพาจักรพรรดินีมาสำรวจโลกนี้

 

“อันนี้คือโถชักโครก เอาไว้ใช้ปลดทุกข์ขอรับ วางฝานั่งแล้วนั่งลงบนนี้ เมื่อฝ่าบาทปลดทุกข์เรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่มนี้เพื่อชำระล้างขอรับ”

 

“อันนี้คือก๊อกน้ำขอรับ”

 

“อันนี้คือสวิตช์ เอาไว้เปิดไฟขอรับ”

 

“อันนี้คือตู้เย็น เอาไว้ใช้เก็บอาหารขอรับ ฝ่าบาทประสงค์จะเสวยไอศครีมมั้ยขอรับ ?” เหยินปาเชียนหยิบไอศกรีมรสนมทั้งหมดออกมาจากตู้เย็น “ฝ่าบาท โปรดเทียบเครื่องสิขอรับ มันทำมาจากน้ำแข็งแต่ก็มีรสชาติอร่อยมาก มักจะกินเพื่อดับกระหายคลายร้อนในช่วงฤดูร้อนขอรับ”

 

 

 

ในขณะที่กินไอศครีม จักรพรรดินีก็เดินตามเหยินปาเชียนไปรอบบ้านของเขา

 

“ฝ่าบาทสามารถทอดพระเนตรทีวีได้นะขอรับ อันนี้จะเป็นในส่วนของอินเทอร์เน็ตที่ข้าน้อยพูดถึงเมื่อครู่นี้ ฝ่าบาทสามารถทอดพระเนตรภาพจากสถานที่ห่างไกลได้ขอรับ”

 

เหยินปาเชียนเปิดทีวี แล้วเขี้ยวอันดุร้ายของจระเข้ก็ต้อนรับเขา

 

หัวใจของเหยินปาเชียนเต้นไม่เป็นจังหวะ เขากลัวว่าจักรพรรดินีจะตบทีวีด้วยความตกใจ ถ้าหากมันเกิดขึ้นจริงล่ะก็ กำแพงด้านหลังทีวีก็จะพัง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทีวีเครื่องนี้เลย

 

ยังไงซะ จักรพรรดินีก็ไม่เคยเห็นทีวีมาก่อน เป็นไปได้ว่านางอาจแสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อทีวีอย่างรุนแรงเลยทีเดียว

 

สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ จักรพรรดินีไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรเลย นางนั่งกินไอศครีมอยู่บนโซฟาพร้อมกับดูจระเข้ในทีวี จากนั้นนางก็พูดออกมา “ดูเหมือนกับว่ามันอยู่ในกล่องเลยเนอะ”

 

“ภาพนี้ถ่ายโดยใช้อุปกรณ์พิเศษแล้วฉายผ่านทีวีขอรับ” เหยินปาเชียนอธิบาย

 

“สัตว์ชนิดนี้สามารถพบได้ในต้าเย่าขอรับ ตัวใหญ่จะมีความยาวประมาณ 4 ฟุต ซึ่งใหญ่กว่าตัวในทีวีมาก ถึงมันจะไม่ได้แข็งแกร่งก็จริง แต่มันมักจะซ่อนอยู่ในน้ำเสมอ ทำให้มันลำบากในการออกล่าขอรับ”

 

เหยินปาเชียนคิดคำนวณอยู่ในใจ 4 ฟุตน่าจะเท่ากับประมาณ 13 เมตร จระเข้ในต้าเย่านั้นตัวใหญ่กว่าจระเข้บนดาวโลกมาก

 

ไม่ว่ามันจะอยู่ในโลกไหน จระเข้ก็มักจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวเสมอ อย่างไรก็ตาม สำหรับชนเผ่าที่สามารถทำลายกำแพงเมืองด้วยมือข้างเดียวแล้ว จระเข้ถูกจัดว่ามีภัยคุกคามต่อพวกเขาเป็นศูนย์

 

ไม่น่าแปลกใจเลยที่จักรพรรดินีไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรเลย

 

เหยินปาเชียนเปลี่ยนไปช่องอื่น นอกจากโฆษณาแล้ว ก็มีเพียงทีวีซีรีย์และรายการวาไรตี้ที่ฉายซ้ำซาก เขาเชื่อว่าจักรพรรดินีจะไม่สนใจช่องจำพวกนี้ เขาต้องการให้จักรพรรดินีดูรายการซินเหวินเหลียนปัวเพื่อที่นางจะได้รู้เกี่ยวกับโลกนี้เพิ่มขึ้น

[ซินเหวินเหลียนปัว คือรายการข่าวประจำวันที่ผลิตโดยสถานีวิทยุทีวีกลางแห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน (CCTV)]

 

จากนั้นเหยินปาเชียนจึงตัดสินใจหาหนังให้จักรพรรดินีดู ในที่สุดเขาก็หาหนังสงครามเพิร์ลฮาร์เบอร์ให้จักรพรรดินี เขาจำได้ว่ามันเป็นหนังขนาดใหญ่ เขาต้องทำให้นางได้รู้ว่าเทคโนโลยีของดาวโลกมีบทบาทสำคัญในสงคราม นอกเหนือจากการอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน

 

มันสามารถช่วยให้เขารอดพ้นจากปัญหาในอนาคตได้

 

ยังไงซะ จักรพรรดินีก็เป็นบุคคลที่มีอำนาจและทะนงตัว แล้วตอนนี้นางกำลังจะได้อยู่ที่นี่อีกสองสามวัน ถ้าหากนางต้องการออกไปสำรวจ เหยินปาเชียนกลัวว่านางอาจจะก่อปัญหา หากเกิดขึ้นจริงล่ะก็ มันคงไม่ง่ายที่จะแก้ไขสิ่งต่าง ๆ

 

ดังนั้นเขาจึงเลือกหนังเรื่องนี้เพื่อให้จักรพรรดินีได้สัมผัสกับพลังของเทคโนโลยีบนดาวโลก โดยหวังว่ามันจะทำให้นางเจียมเนื้อเจียมตัวบ้าง เขาจะเน้นประเด็นนี้อีกครั้งหลังจากที่หนังจบ

 

“ฝ่าบาท หนังเรื่องนี้เป็นหนังสงครามที่เก่าแก่มากขอรับ ข้าน้อยมีความรู้สึกว่าฝ่าบาทสมควรที่จะทอดพระเนตร อาวุธในสมัยนี้มีพลังมากกว่าที่ปรากฏในหนังเรื่องนี้ซะอีกขอรับ” เหยินปาเชียนกรอไปยังฉากที่กองทัพญี่ปุ่นบุกเพิร์ลฮาร์เบอร์พร้อมกับพูดออกมา

 

“คนพวกนี้ก็เป็นมนุษย์เหมือนกันงั้นรึ ?” จักรพรรดินีตกตะลึงเมื่อได้เห็นตัวละครในหนัง

 

“คนพวกนี้เป็นคนผิวขาวกับคนผิวดำขอรับ” เหยินปาเชียนอธิบายเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ทั้งสามที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอทีวีให้จักรพรรดินีฟังโดยย่อ

 

ในไม่ช้า ฉากเครื่องบินญี่ปุ่นก็ได้ดึงดูดความสนใจของจักรพรรดินีเข้า “สิ่งเหล่านี้บินบนฟ้าได้งั้นรึ ? มันค่อนข้างคล้ายคลึงกับเศษเหล็กพวกนั้นเลย เพียงแต่ว่าเศษเหล็กพวกนั้นไม่สามารถแบกมนุษย์ขึ้นทะยานฟ้าได้” จักรพรรดินีประเมินกับตัวเอง

 

“เศษเหล็กที่พระองค์ตรัสถึงคือดาบวิญญาณรึเปล่านะ ?” เหยินปาเชียนคิดกับตัวเอง

 

เหยินปาเชียนยิ้มอย่างขมขื่นแล้วพูดออกมา “ฝ่าบาท โปรดรอซักครู่ขอรับ ข้าน้อยขอขึ้นไปชั้นบนก่อนนะขอรับ”

 

หลังจากขึ้นไปชั้นบน เมื่อเหยินปาเชียนได้เห็นรู 2 รูบนหน้าต่างและประตู เขาก็แขวนผ้าห่มสองผืนไว้บนนั้น การทำเช่นนี้อย่างน้อยก็สามารถปิดกั้นลมที่พัดเข้ามาในบ้านได้

 

จากนั้นเขาจึงเริ่มกวาดถูพื้น หลังจากนั้นเขาจึงไปจัดห้องของตัวเอง

 

ในขณะนี้ เสียงปืนและเสียงระเบิดสารพัดชนิดดังมาจากทีวีชั้นล่าง ดวงตาของจักรพรรดินีเต็มไปด้วยความสนใจและความหลงใหลเมื่อได้ดูภาพบนจอทีวี

 

 

 

ในขณะนี้ พ่อกับแม่ของเหยินปาเชียนกำลังนั่งอยู่บนโซฟาแล้วมองหน้ากัน

 

“เมื่อกี้เธอเห็นผู้หญิงคนนั้นมั้ย ?” แม่ของเหยินปาเชียนถามออกมา

 

“หล่อนเป็นดาราหนังรึเปล่า ?” พ่อของเหยินปาเชียนถามพร้อมกับลูบคาง

 

“ลูกชายของเรามีแฟนแล้วล่ะ”

 

“เธอไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับลูกอีกแล้วนะ”

 

“ความสัมพันธ์นี้น่ะไปกันไม่ได้หรอก ผู้หญิงคนนั้นงดงามเกินไป หล่อนไม่เหมาะที่จะเป็นลูกสะใภ้ของเราหรอก แล้วก็นะ ถึงชั้นเพิ่งจะเหลือบเห็นหล่อนเมื่อกี้นี้ ชั้นก็เห็นสีหน้าเย็นชาของหล่อนด้วยนะ บุคลิกของหล่อนต้องไม่ดีอย่างแน่นอนเลยล่ะ”

 

“นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของลูกชายเรานะ ปล่อยให้มันเลือกแฟนด้วยตัวเองเถอะ มันมีอายุมากพอที่จะมีความคิดเป็นของตัวเองแล้วนะเธอ” พ่อของเหยินปาเชียนส่ายหน้าแล้วพูดออกมา

 

“ไม่ว่ายังไง ในฐานะผู้ปกครอง พวกเราก็ยังต้องเฝ้าระวังลูกอยู่ จริงมั้ยล่ะ ? ก่อนหน้านี้มันก็โกหกชั้นเกี่ยวกับความต้องการที่จะพบผู้หญิงคนนั้น แต่สุดท้ายแล้ว ผู้หญิงคนนั้นก็รอเป็นสัปดาห์ แล้วมันก็ไม่เคยแม้แต่จะโทรหาหล่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในตอนนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ป้าของหล่อนเห็นชั้น หล่อนก็ปฏิบัติกับชั้นราวกับว่าชั้นเป็นศัตรูของหล่อน” แม่ของเหยินปาเชียนบ่นพึมพำ

 

“ไม่ต้องกลุ้มใจมากนักหรอก ถ้าลูกว่างล่ะก็ ชั้นจะบอกให้มันพาผู้หญิงคนนั้นกลับมาให้พวกเราได้ดูกัน”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top