ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 137: เจ้าโกหกข้า

 422 Views

จักรพรรดินียืนอยู่บนหิมะในชุดสีแดง ผมของนางพริ้วไหวไปกับสายลม นางลูบและสัมผัสเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นลงมาด้วยนิ้วอันละเอียดอ่อนของนาง ด้วยเหตุนี้การเต้นของหัวใจเหยินปาเชียนจึงถูกกระตุ้นอีกครั้ง

 

หากเป็นไปได้ เขาต้องการใช้กล้องมือถือถ่ายภาพช็อตนี้

 

ความงดงามของนางทำให้เขาตกตะลึงจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว

 

“ฝ่าบาท ข้างนอกมันเย็นนะขอรับ” เหยินปาเชียนพูดอย่างนุ่มนวล ในขณะเดียวกัน เขาได้สังเกตเห็นว่าจักรพรรดินีไม่ได้สวมรองเท้า

 

เมื่อครู่นี้ที่ต้าเย่า จู่ ๆ นางก็ได้หายตัวไปจากโซฟาและได้ปรากฏตัวตรงหน้าเขา แล้วเขาก็เคลื่อนย้ายมายังดาวโลกในเวลานั้น นั่นเป็นสาเหตุที่นางไม่ได้สวมรองเท้าในขณะนี้

 

จักรพรรดินีหันกลับมาแล้วส่งสายตาให้เขา ผมของนางยังคงพริ้วไหวไปกับสายลม เส้นผมบางส่วนได้ปกคลุมใบหน้าอันงดงามและน่าดึงดูด

 

ความเยือกเย็นเปล่งปลั่งไปทั่วดวงตาของจักรพรรดินี

 

ในเวลาต่อมา จักรพรรดินีได้คว้าคอเหยินปาเชียนแล้วเหวี่ยงเขาไปที่กำแพง

 

“เจ้าโกหกข้า !” จักรพรรดินีพูดอย่างเย็นชา

 

“ข้าอุส่าเชื่อใจเจ้า แต่เจ้ากลับโกหกข้า” จักรพรรดินีเอื้อมมือขวาออกมา ดูเหมือนว่านางกำลังรอให้เหยินปาเชียนอธิบายออกมา กลิ่นอายอันทรงพลังได้หลั่งไหลออกมาจากร่างของนาง ราวกับว่านางกำลังจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟในไม่ช้า

 

“แค่ก..แค่ก” เหยินปาเชียนรู้สึกแน่นหน้าอก เม็ดเหงื่อได้ไหลลงมาที่หน้าผากของเขา กลิ่นอายจากจักรพรรดินีทำให้เขารู้สึกราวกับภูเขา ทำให้เขาสงบนิ่ง

 

“ตู้มมม” หน้าต่างและประตูกระจกตรงระเบียงระเบิดออก

 

“เพล้ง” เศษกระจกตกลงมาทั่วพื้น

 

“ฝ่าบาท ข้าน้อยเองก็มิทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกันขอรับ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าน้อยไม่สามารถควบคุมได้เลยขอรับ ไม่งั้นแล้ว ทำไมข้าถึงได้หายตัวไปทุก 3 วันล่ะขอรับ ? มันไม่ชัดเจนเหรอ ? ทำไมข้าถึงต้องโกหกฝ่าบาทด้วยล่ะขอรับ ? ข้าน้อยมิทราบว่าเป็นเพราะ [การมโนภาพหยูอี้] หรืออะไร เมื่อครู่นี้ข้าน้อยกำลังคิดอยู่เลยว่าทำไมตัวข้าถึงไม่กลับมายังโลกนี้ แล้วจากนั้น จู่ ๆ ข้าก็ได้กลับมาที่นี่ขอรับ” เหยินปาเชียนรีบอธิบาย

 

ถ้าหากจักรพรรดินีโกรธขึ้นมาจริง ๆ เขาจะประสบปัญหาอย่างหนักทีเดียว ถึงแม้ว่าจักรพรรดินีจะไม่ฆ่าเขาหลังจากที่พวกเขากลับไปยังต้าเย่า นางก็คงจะไม่ปล่อยเขาไปอย่างง่ายดาย

 

จักรพรรดินีจับคอเหยินปาเชียน นางยกเขาขึ้นแล้วกดเขาเข้ากับกำแพง “ข้าอยากจะรู้ว่าสิ่งที่เจ้าบอกข้ามานั้นเป็นความจริงมากซักแค่ไหนกัน ?”

 

ลำคอของเหยินปาเชียนถูกจักรพรรดินีจับอย่างเหนียวแน่น เม็ดเหงื่อยังคงไหลลงหน้าผากของเขาอย่างต่อเนื่อง

 

“ถ้าข้าน้อยมีตัวเลือก ข้าน้อยก็อยากอยู่กับฝ่าบาทในโลกเดียวกันตลอดไป มันไม่มีความหมายสำหรับข้าเลยที่จะอยู่ในโลกที่ไม่มีฝ่าบาท ข้าน้อยไม่ต้องการอนาคตที่ไม่มีฝ่าบาท ข้าน้อยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในครั้งนี้ แต่ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจจะโกหกฝ่าบาทเลยขอรับ” เหยินปาเชียนตอบกลับด้วยความยากลำบาก

 

จักรพรรดินีจ้องตาเหยินปาเชียน ดูเหมือนว่านางพยายามจะดูว่าเหยินปาเชียนกำลังโกหกอยู่หรือไม่

 

หลังจากนั้นสักพัก เหยินปาเชียนก็ไถลลงพื้น เขาจับคอตัวเองแล้วไออย่างรุนแรง

 

เมื่อครู่นี้เขารู้สึกคล้ายกับหายใจไม่ออก

 

โชคดีที่อากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด จึงทำให้เขาฟื้นขึ้นมา

 

เมื่อครู่นี้ ในขณะที่เหยินปาเชียนถูกบีบอัดด้วยกลิ่นอายของจักรพรรดินี ผู้อยู่อาศัยที่อยู่ด้านล่างก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างบีบอัดร่างกายของพวกเขาด้วยเช่นกัน ร่างกายของพวกเขาถูกทำให้สงบนิ่ง และแม้แต่หายใจก็ยังลำบาก

 

แม้แต่บางคนก็ยังต้องโทรเบอร์ 120 หลังจากที่จักรพรรดินีถอนคืนกลิ่นอายของตน คนเหล่านี้ก็ฟื้นขึ้น เพื่อความปลอดภัย บางคนจึงรีบไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพ

[เบอร์ 120 คือสายด่วนศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินของประเทศจีน]

 

“เจ้าไม่โกหกข้าจะดีกว่า มิฉะนั้นข้าจะฆ่าเจ้า แม้ว่าจะอยู่ในโลกนี้ก็ตาม” จักรพรรดินีมองไปที่เหยินปาเชียนแล้วพูดออกมา นางกระทืบเท้าเปล่าลงบนพื้น แล้วผมของนางก็ลอยขึ้น

 

เหยินปาเชียนนั่งลงบนพื้นแล้วเอนตัวพิงกำแพง เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มอันขมขื่นบนหน้า “ฝ่าบาทเป็นดั่งเทพธิดาของทุกคน ใครเล่าจะกล้าโกหกฝ่าบาทกัน ? หากมีคนโกหกฝ่าบาทจริง ๆ ล่ะก็ คน ๆ นั้นอาจเป็นคนตาบอดหรือไม่ก็คนบ้า ข้าน้อยไม่ใช่คนตาบอดหรือคนบ้า เพราะงั้นทำไมข้าน้อยถึงต้องโกหกฝ่าบาทด้วยล่ะขอรับ ?”

 

การแสดงออกทางสีหน้าของจักรพรรดินีผ่อนคลายลงอย่างมีนัยสำคัญ จากนั้นนางก็เดินไปที่ระเบียงแล้วมองออกไปข้างนอก

 

เศษแก้วไม่สามารถทำให้ฝ่าเท้าสีขาวบริสุทธิ์ของนางเจ็บปวดแต่อย่างใด เมื่อเศษแก้วสัมผัสกับฝ่าเท้าของเธอ มันก็แตกสลายเป็นผุยผงและถูกลมข้างนอกพัดเข้าไปในบ้านของเหยินปาเชียน

 

 

 

เหยินปาเชียนนั่งพักอยู่บนพื้นสักครู่ก่อนที่จะลุกขึ้นยืน

 

ถึงแม้ว่าจักรพรรดินีจะเต็มไปด้วยความเดือดดาลเมื่อครู่นี้ นางก็ควบคุมพละกำลังของนางได้เป็นอย่างดี และไม่ได้ทำร้ายเหยินปาเชียนเลยแม้แต่น้อย

 

“ฝ่าบาท ตรงนี้มันหนาวนะขอรับ ตามข้าน้อยลงมาชั้นล่างดีกว่า” เหยินปาเชียนยืนอยู่ข้างหลังจักรพรรดินีแล้วพูดออกมา

 

“ดีเลย” จักรพรรดินีพยักหน้าแล้วตามเหยินปาเชียนลงมาชั้นล่าง จากนั้นนางก็นั่งลงบนโซฟา

 

“ข้าอยากได้อันนี้” จักรพรรดินีพูดออกมาหลังจากที่นางสัมผัสถึงความนุ่มสบายของโซฟา

 

“ข้าน้อยได้จัดเตรียมไว้สำหรับฝ่าบาทแล้วขอรับ ก่อนหน้านี้ในสวนสัตว์ ข้าน้อยได้บอกให้ลูกน้องฟอกหนังสัตว์เพื่อทำโซฟาให้กับฝ่าบาท ถ้าหากข้าน้อยสวมหนังสัตว์ที่ยังไม่ได้ฟอกไว้กับเก้าอี้ไม้แบบนั้น มันจะร้อนสำหรับฝ่าบาทมากเวลานั่ง ถ้าหากข้าน้อยไม่ได้สวมหนังสัตว์ไว้กับเก้าอี้ไม้ มันจะแข็งกระด้างและไม่นุ่มสบาย ทุกวันนี้ข้าน้อยได้จดจ่อกับการฝึกฝน [การมโนภาพหยูอี้] เพราะงั้นข้าจึงต้องชะลอการทำโซฟาออกไป เมื่อข้าน้อยกลับไปที่ต้าเย่า ข้าน้อยจะทำโซฟาให้เสร็จขอรับ” เหยินปาเชียนอธิบายขณะยืนข้างจักรพรรดินี

 

“นั่งลงสิ” เมื่อรู้ว่าเหยินปาเชียนกำลังเตรียมทำโซฟาให้นาง น้ำเสียงและการแสดงออกทางสีหน้าของจักรพรรดินีก็อ่อนโยนขึ้น

 

ในที่สุดเหยินปาเชียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และนั่งห่างจากจักรพรรดินี

 

“นี่คืออะไรรึ ?” จักรพรรดินีชี้ไปที่โคมระย้าที่อยู่เหนือหัวแล้วถามออกมา

 

“ฝ่าบาท นี่คือตะเกียงของโลกเรา แต่ไม่ต้องใช้น้ำมันตะเกียงในการให้แสงสว่างขอรับ” เหยินปาเชียนยืนขึ้นแล้วเปิดสวิตช์ไฟโคมระย้า ทันใดนั้นโคมระย้าก็สว่างขึ้น คริสตัลทำมือข้างใต้โคมระย้าสะท้อนแสงจากตัวโคมในเวลาเดียวกัน

 

“ข้าชอบในความที่มันไม่ต้องใช้น้ำมันตะเกียงในการให้แสงสว่าง ข้าอยากได้อันนี้” จักรพรรดินีมองไปที่โคมระย้าด้วยสีหน้าหลงใหล

 

เมื่อได้ยินคำพูดของจักรพรรดินี เหยินปาเชียนก็คิดอย่างรวดเร็วว่าจะผลิตไฟฟ้าในต้าเย่าได้อย่างไร เขาต้องทำให้แน่ใจว่าอย่างน้อยก็จะต้องมีไฟฟ้าอยู่ในพระราชวังหย่างซิน เขาสามารถได้รับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานดีเซลได้อย่างง่าย แต่เขาจะผลิตน้ำมันดีเซลได้อย่างไร ? เขาไม่สามารถนำน้ำมันดีเซลติดตัวไปด้วยทุกครั้งที่เขากลับไปยังโลกนั้นใช่ไหม ? ไม่ว่ากรณีใด เขาก็ไม่มีความสามารถพอที่จะนำน้ำมันดีเซลปริมาณมากขนาดนั้นมาด้วยได้

 

บางทีเขาควรจะดูว่ามีเครื่องปั่นไฟที่ขับเคลื่อนด้วยแรงมนุษย์หรือไม่ เขาควรคำนึงถึงวิธีการกักเก็บไฟฟ้าในต้าเย่าด้วย

 

“นั่นคืออะไรน่ะ ?” จักรพรรดินีถามอีกครั้ง

 

เหยินปาเชียนมองตามทิศทางที่จักรพรรดินีมอง แล้วตอบกลับอย่างรวดเร็ว “นั่นคือนาฬิกาขอรับ มันใช้เพื่อบ่งบอกเวลา ในโลกของพวกเรา พวกเราจะใช้หน่วยที่สองเป็นหน่วยพื้นฐานเพื่อบ่งบอกเวลา ทุกครั้งที่เข็มที่บางที่สุดเคลื่อนที่ นั่นหมายความว่าผ่านไป 1 วินาทีแล้ว 60 วินาทีเป็น 1 นาที ซึ่งแสดงด้วยเข็มที่ยาวที่สุด 60 นาทีเป็น 1 ชั่วโมง 24 ชั่วโมงเป็น 1 วันขอรับ”

 

เหยินปาเชียนมองนาฬิกาแล้วอธิบายให้จักรพรรดินีฟัง ในตอนนี้ นาฬิกาแสดงเวลา 10:17 น.

 

1 ชั่วโมงในโลกนั้นมีค่าเทียบเท่ากับ 3 ชั่วโมงบนดาวโลกโดยประมาณ เวลา 11 โมงเช้าคือเวลาที่เหยินปาเชียนได้พบกับจักรพรรดินีในโลกนี้ ในโลกนั้น 1 วันมีระยะเวลา 33 ชั่วโมง มากกว่าเวลา 1 วันบนโลก 9 ชั่วโมง หลังจากความล่าช้าจากการทะเลาะกันที่ชั้นบนเมื่อครู่นี้ ตอนนี้เวลา 10:17 น. แล้ว

 

“มันค่อนข้างมีประโยชน์เลยหนิ ข้าอยากได้” จักรพรรดินีมีความสนใจในทุกสิ่งบนดาวโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

 

เนื่องจากเหยินปาเชียนเป็นของนาง สิ่งต่าง ๆ ของเขาจึงเป็นของนางเช่นกัน

 

“ฝ่าบาทหิวมั้ยขอรับ ? ข้าน้อยไปทำอาหารมาให้ฝ่าบาทเสวยดีมั้ยขอรับ ?” เหยินปาเชียนเกรงว่าจักรพรรดินีจะอ้างสิทธิ์ว่าบ้านของเขาเป็นดินแดนของต้าเย่าดาวบนโลกในไม่ช้า

 

“ดีเลย” จักรพรรดินีพยักหน้าแล้วพิจารณาสิ่งรอบตัวอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อเห็นว่าจักรพรรดินียังคงอยู่ในความหลงใหลและความอยากรู้อยากเห็นที่ได้มายังโลกใหม่ เขาจึงปล่อยให้นางอยู่คนเดียวแล้วไปรื้อค้นตู้เย็น หลังจากนั้นเขาก็หันมาพูด “ฝ่าบาท เหลือแค่มาม่าขอรับ”

 

“ทำมาให้ข้าซิ” จักรพรรดินีตอบโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ามาเลย นางไม่สนใจเลยว่าตนกำลังจะได้กินอะไร

 

เจ้าทำมา แล้วข้าจะกิน

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top