ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 136: เข้าสู่สถานการณ์ยุ่งเหยิง

 367 Views

หลังจากที่ทำอาหารกับแนะนำวิธีการทำอาหารอีกสองสามอย่างให้แก่เหล่าพ่อครัวแล้ว เหยินปาเชียนจึงออกจากห้องครัวหลวงไป

 

เขาจำได้ว่าจักรพรรดินีขอให้เขาเล่าเรื่องให้จบ เนื่องจากเขาไม่มีอะไรทำในตอนนี้ เขาจึงไปพบจักรพรรดินี

 

ทุกวันนี้ เขาค่อนข้างคุ้นเคยกับการตกแต่งภายในพระราชวังมากขึ้นด้วยเช่นกัน อย่างน้อยที่สุดเขาก็คุ้นเคยกับเส้นทางจากสวนสัตว์ผิงเล่อไปยังพระราชวังหย่างซินซึ่งเป็นที่ประทับขององค์จักรพรรดินี นอกจากนี้เขายังคุ้นเคยกับเส้นทางจากพระราชวังชิงซินไปยังห้องครัวหลวงด้วยไม่มากก็น้อย

 

ภายในพระราชวัง จักรพรรดินีกำลังปั่นผมของนางด้วยปลายนิ้ว หลังจากนั้นไม่นาน นางก็ปล่อยมือแล้วผมของนางก็กลับสู่สภาพเดิม เมื่อได้ยินว่าเหยินปาเชียนต้องการขอเข้าพบตน นางจึงตกตะลึงอยู่พักหนึ่ง เมื่อดูจากวันที่ เขาน่าจะกลับไปยังดาวโลกแล้ว

 

“เชิญให้เค้าเข้ามา” จักรพรรดินีนั่งหลังตรงแล้วออกคำสั่ง

 

อีกสักพัก เหยินปาเชียนก็เข้ามาในพระราชวังแล้วถวายความเคารพ “กราบถวายบังคมฝ่าบาท”

 

“ทำไมเจ้าถึงยังไม่กลับไปล่ะ ?” จักรพรรดินีมองไปที่เขาแล้วถามออกมา

 

เหยินปาเชียนรู้สึกประหลาดใจอย่างมากหลังจากที่ได้ยินสิ่งที่นางพูดออกมา “ฝ่าบาททรงหมายถึงอะไรรึขอรับ ?”

 

“เจ้าจะหายตัวไป 1 วันในทุก ๆ 3 วัน นั่นคือสิ่งที่เจ้าบอกข้าก่อนหน้านี้หนิ เจ้าไม่สามารถควบคุมได้ แล้วเจ้าก็ไม่รู้ถึงสาเหตุด้วย เหตุใดวันนี้เจ้าถึงไม่กลับไปยังอีกโลกล่ะ ? เป็นไปได้มั้ยว่าเจ้าโกหกข้า ?” คิ้วของจักรพรรดินียักขึ้นในขณะที่นางพูดมาจนถึงตอนนี้ ท่าทางที่ดูโกรธเคืองเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ บนหน้าของนาง

 

ตลอดมา เราไม่เคยสนใจเลย เพราะเราเชื่อใจเค้า

 

แต่ทว่า ตั้งแต่แรกเริ่มมาจนถึงตอนนี้ เค้าไม่ได้พูดความจริง

 

เพราะงั้น สิ่งที่เค้าพูดมาก่อนหน้านี้ เป็นเรื่องจริงเท่าไหร่ แล้วเป็นเรื่องโกหกเท่าไหร่ล่ะ ?

 

ความรู้สึกที่ถูกหลอกทำให้น้ำท่วมจิตใจและความโกรธของจักรพรรดินีเริ่มจากหัวใจของนาง

 

ในขณะเดียวกัน นางก็รู้สึกเสียใจและผิดหวังเช่นกัน

 

และหลังจากได้ยินสิ่งที่จักรพรรดินีพูด ก็มีการเปลี่ยนแปลงที่สีหน้าของเหยินปาเชียนเป็นอย่างมาก

 

ถ้าทหารยามพวกนั้นจำวันที่ไม่ได้ ก็ให้อภัยได้อยู่หรอก

 

แต่ทว่า จักรพรรดินีจะไปจำวันที่ผิดได้ยังไงกันล่ะ ?

 

ไม่ว่ากรณีนี้จะเป็นยังไงก็เถอะ พระองค์ก็ไม่เหมือนกับทหารยามที่ทำได้แค่ชู 5 นิ้วหรอกมั้ง ?

 

“เจ้าโกหกข้า !” การโต้ตอบของจักรพรรดินีนั้นเยือกเย็นสุดขีด

 

“ข้าน้อยมิทราบจริง ๆ ขอรับว่าทำไมเรื่องนี้ถึงเกิดขึ้น แต่ข้าน้อยไม่เคยหลอกลวงฝ่าบาทเลยซักครั้งนะขอรับ” เหยินปาเชียนอยู่ในอาการสับสน เขาตอบด้วยเสียงอันดังทันที

 

ในตอนนี้ เหมือนหัวใจของเขาถูกไฟคลอก

 

เป็นไปได้ยังไง ? เป็นไปได้ยังไง ? ปัญหานี้เกิดขึ้นได้ยังไง ?

 

อยากกลับ ต้องกลับ ถ้าไม่ได้กลับ พ่อแม่ของเราจะเป็นยังไงกันบ้างล่ะเนี่ย ?

 

ณ ตอนนี้ ในหัวของเหยินปาเชียนเต็มไปด้วยความคิดดังกล่าว

 

ในขณะเดียวกัน ลำแสงในบริเวณโดยรอบมีความผันผวนเล็กน้อย ราวกับว่าลำแสงนั้นอยู่ใกล้เขา คล้ายกับลำแสงที่จะหักเหเมื่อส่องลงไปในน้ำ ราวกับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในอากาศรอบตัวเหยินปาเชียน

 

องค์จักรพรรดินี ซึ่งแต่เดิมเดือดดาลด้วยความโกรธ นางรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติที่ด้านเหยินปาเชียน ทันใดนั้น นางก็มาอยู่ตรงหน้าเหยินปาเชียนแล้วคว้าข้อมือของเขาไว้ นางต้องการดึงเขาออกมา

 

ในวินาทีต่อมา ชิงยวนและหงหลวนแห่งพระราชวังหย่างซินก็ส่งเสียงเตือน

 

เมื่อซินเจ๋อที่อยู่ด้านนอกรีบเข้าไปในห้องโถงพระราชวัง เธอจึงพบว่าจักรพรรดินีและนักเล่าเรื่องเหยินได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว

 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ ?”

 

“ฝ่าบาททรงหายตัวไปแล้วเจ้าค่ะ !” หงหลวนประหลาดใจ

 

หลังจากที่หงหลวนพูดออกมา ซินเจ๋อก็มาอยู่ตรงหน้าเธอทันที โดยรั้งตัวเธอไว้อย่างเหนียวแน่น จากนั้นเธอก็ถามหงหลวนพร้อมกับเบิกตากว้าง “ฝ่าบาทอยู่ไหน ? เหตุใดฝ่าบาทถึงได้หายตัวไป ?”

 

“หม่อมชั้นเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันเจ้าค่ะ เมื่อครู่นี้ ฝ่าบาททรงคว้าตัวนักเล่าเรื่องเหยิน แล้วจากนั้นทั้งคู่ก็หายตัวไป…” เสียงของหงหลวนสั่นคลอนด้วยความหวาดกลัว

 

ถ้าหากข่าวการหายตัวไปของจักรพรรดินีแพร่ออกไปข้างนอก สถานการณ์ที่น่ากลัวก็อาจเกิดขึ้นได้

 

“บอกข้ามาซะว่าเกิดอะไรขึ้น” ซินเจ๋อสั่งการหงหลวน หลังจากนั้นเธอก็หันไปสั่งการ “ออกตามหา อย่าให้พลาดแม้แต่นิ้วเดียว ในตอนที่ออกตามหา ไปแจ้งแผนกตรวจตราให้ค้นหาทั้งภายในและภายนอกเมืองด้วย แต่อย่าเอ่ยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับองค์ฝ่าบาท บอกไปแค่ว่านักเล่าเรื่องเหยินหายตัวไปแล้วเป็นพอ”

 

“แล้วก็นะ ต้องไม่เปิดเผยเลยแม้แต่คำเดียว ถ้ามีอะไรถูกเปิดเผยล่ะก็ ข้าจะตัดหัวมันคนนั้นออกเป็นรายคน”

 

 

 

เหยินปาเชียนมองดูสภาพแวดล้อมรอบตัวแล้วก็มองไปที่จักรพรรดินีซึ่งแต่งกายด้วยชุดสีแดงตั้งแต่หัวจรดเท้า เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก จิตใจของเขาว่างเปล่าโดยสมบูรณ์

 

ฝ่ามือของจักรพรรดินีนั้นนุ่มมาก ไม่มีผิวหนังลอกเลย ถ้าหากมีการจัดประกวดเพื่อเลือกหาฝ่ามือที่สวยที่สุดในโลกขึ้น ฝ่ามือคู่นี้แหละที่จะเป็นหนึ่งในนั้น

 

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เหยินปาเชียนไม่สามารถรู้สึกอะไรได้เลย

 

เขาตกตะลึงจนพูดไม่ออกโดยสมบูรณ์

 

ในตอนนี้ สภาพแวดล้อมรอบตัวคืออพาร์ตเมนต์ของเขาบนดาวโลก

 

จักรพรรดินีได้ตามเขามายังดาวโลกจริง ๆ ด้วย

 

นอกจากสบถในใจแล้ว เขาก็ยังไม่มีความคิดอื่นใด สมองของเขาได้หยุดทำงานไปแล้วก่อนหน้านี้

 

“ที่นี่คือโลกของเจ้างั้นรึ ?” ในทางกลับกัน จักรพรรดินีนั้นสมองปลอดโปร่งกว่าเขามาก หลังจากที่นางหันหน้ามองไปรอบตัวแล้ว นางก็ขมวดคิ้ว ที่นี่สกปรกมากเพราะเต็มไปด้วยฝุ่นทุกหนทุกแห่ง

 

นอกจากนี้ สภาพอากาศก็แย่มากด้วย กลิ่นฉุนอัดแน่นเข้าจมูกของนางในทันที

 

“ฝ่าบาท… ฝ่าบาท…” เหยินปาเชียนอ้าปากค้าง เขากำลังจะร้องไห้ “ฝ่าบาท เหตุใดฝ่าบาทถึงตามข้าน้อยมาที่นี่…”

 

หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่เหยินปาเชียนพูดออกมา จักรพรรดินีก็ปล่อยมือที่กำลังคว้าเขาไว้โดยไม่รู้ตัว

 

“เจ้าไม่อยากให้ข้ามาขนาดนั้นเลยเหรอ ?” การตอบกลับของจักรพรรดินีนั้นเยือกเย็น

 

“เปล่าเลยขอรับ ข้าน้อยแค่แปลกใจ ถึงแม้ว่าข้าน้อยจะตั้งใจพาฝ่าบาทมายังโลกที่ข้าอาศัยอยู่ แต่ข้าน้อยก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นไปได้ เพราะฉะนั้น ข้าน้อยจึงประหลาดใจจริง ๆ ขอรับ” เหยินปาเชียนตอบกลับในทันที

 

“ที่นี่คือสถานที่ที่เจ้าอาศัยอยู่งั้นรึ ? เหตุใดจึงไม่มีใครมาทำความสะอาดเลยล่ะ” จักรพรรดินีถามด้วยสีหน้าขยะแขยง

 

“โปรดรอข้าน้อยอยู่ข้างนอกระหว่างที่ข้าน้อยเก็บกวาดที่นี่สักครู่นะขอรับฝ่าบาท” เหยินปาเชียนรู้สึกว่าเขาต้องการเวลาให้พอที่จะแยกแยะกรอบความคิดของตัวเอง ณ ตอนนี้ เขารู้สึกหวาดกลัวจริง ๆ จักรพรรดินีผู้ซึ่งสามารถสับกันดั้มแยกออกจากกัน และทำลายเมืองทั้งเมืองด้วยมือเปล่า นางตามเขากลับมายังดาวโลกจริง ๆ ด้วย เรื่องนี้ทำให้จิตใจของเขาสับสนเป็นอย่างมาก
[กันดั้ม การ์ตูนไซไฟญี่ปุ่น เป็นหุ่นยนต์ยักษ์โมบิลสูทที่มีชื่อว่ากันดั้ม]

 

เหยินปาเชียนหันกลับไปเปิดประตู “ฝ่าบาท โปรดตามข้ามาขอรับ”

 

อพาร์ตเมนต์ที่เหยินปาเชียนเช่าเป็นเพนต์เฮาส์ 2 ชั้น อยู่บนชั้นที่ 7 กับชั้นที่ 8 ของอาคาร นอกจากห้องนอนแล้ว ยังมีห้องนั่งเล่นขนาดเล็ก และระเบียงขนาดใหญ่ด้วย

 

จักรพรรดินีมองดูสภาพรอบตัวด้วยความสงสัย สำหรับนางแล้ว ทุกอย่างเต็มไปด้วยความแปลกใหม่เพราะนางไม่เคยได้ยินเรื่องเหล่านี้มาก่อน

 

“สิ่งนี้คืออะไร ?” จักรพรรดินีก้าวไปข้างหน้าไม่กี่ก้าวแล้วยื่นมือออกไปสัมผัสประตูกระจกที่ระเบียง

 

“ฝ่าบาท นั่นคือกระจกขอรับ ด้วยกระจกบานนี้ ฝ่าบาทสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอกได้ หากพูดถึงพระเนตรของฝ่าบาท มันจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด แต่ก็สามารถป้องกันฝุ่นสะสมได้ขอรับ นอกจากนี้ มันยังสามารถแบ่งแยกอุณหภูมิจากในอาคารและนอกอาคารได้อีกด้วยขอรับ”

 

“ข้าต้องการสิ่งนี้” จักรพรรดินีสรุปรวดเดียว

 

“ฝ่าบาท เมื่อข้าน้อยกลับไปยังต้าเย่า ข้าน้อยจะทำงานเหมืองแร่เหล็กให้เสร็จก่อนที่จะเริ่มผลิตกระจกขอรับ” เหยินปาเชียนตอบกลับทันที

 

“สิ่งข้างนอกนั่นคืออะไร ?” จักรพรรดินีมองออกไปนอกประตูกระจกแล้วถามออกมา

 

“ฝ่าบาท นั่นคือหิมะขอรับ” เหยินปาเชียนมองออกไปด้านนอก จักรพรรดินีคงจะไม่ถามเกี่ยวกับระเบียงอย่างแน่นอน มีหิมะหนาอยู่บนระเบียง มีเกล็ดหิมะตกลงมาจากท้องฟ้าเบา ๆ

 

“ข้าต้องการออกไปดู จงเปิดมันออก”

 

เหยินปาเชียนเปิดประตูอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินคำพูดของจักรพรรดินี ลมกระโชกแรงอันเยือกเย็นพัดตรงเข้ามา

 

ในขณะนี้ ต้าเย่านั้นร้อนรุนแรงมาก เหยินปาเชียนสวมชุดข้าราชการของพระราชวังชิงซินทุกวัน เขารู้สึกเย็นเล็กน้อยเมื่อลมเย็นพัดมาสู่ร่างตนเบา ๆ แต่มันก็ไม่ได้เย็นจนเกินไป

 

ดูเหมือนจักรพรรดินีจะไม่รู้สึกถึงความเยือกเย็นข้างนอก เมื่อนางก้าวเท้าไปที่ระเบียง นางก็ก้าวเข้าไปในกองหิมะแล้วใช้มือทั้งสองข้างหยิบหิมะขึ้นมาเต็มกำมือ

 

“นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ข้าได้เห็นหิมะ ตอนแรกข้าคิดว่าข้าจะเห็นที่ชายแดนซะอีก ข้าไม่คิดว่าจะได้เห็นหิมะที่นี่นะเนี่ย” จักรพรรดินีพูดออกมา หลังจากนั้นไม่นาน นางก็โปรยหิมะลงบนพื้น นางยื่นนิ้วมือข้างหนึ่งออกมาสัมผัสเกล็ดหิมะที่ตกลงมาเบา ๆ

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top