ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 135: อาหารตา

 378 Views

“เอาที่นั่งอันทรงเกียรติมาให้นักเล่าเรื่องเหยิน แล้วบอกห้องครัวหลวงให้เตรียมอาหารเย็นมาอีกหนึ่งชุด” จักรพรรดินีสั่งการชิงยวน

 

“เจ้าค่ะ” ชิงยวนยิ้มแล้วตอบกลับ มีข้าราชการน้อยมากที่ได้รับมอบที่นั่งอันทรงเกียรติจากจักรพรรดินี ในตอนนี้ก็มีเพิ่มอีกคนนึงแล้ว

 

“ตอนนี้เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง ?” จักรพรรดินีถามเหยินปาเชียนหลังจากที่เขานั่งลง

 

เหยินปาเชียนกำมือแล้วตอบกลับ “ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมายนักขอรับ ถึงยังไงข้าน้อยก็เพิ่งผ่านขั้นเริ่มต้นเองขอรับ”

 

“ตราบใดที่เจ้าผ่านขั้นเริ่มต้นไปได้แล้ว หนทางที่เหลือก็จะง่ายแล้วล่ะ ข้าได้เตรียมส่วนผสมยาไว้ให้เจ้าแล้ว ข้าจะส่งไปให้เจ้าทีหลังนะ” จักรพรรดินีพยักหน้าแล้วพูดออกมา การที่เหยินปาเชียนผ่านขั้นเริ่มต้น [การมโนภาพหยูอี้] นั้นเป็นสิ่งที่ดี อย่างไรก็ตาม นางก็ยังคงต้องการยาวิญญาณหยวนที่อยู่ในมือของหลู่ชีอยู่ดี

 

ด้วยยาวิญญาณหยวนเม็ดนี้ เหยินปาเชียนจะสามารถประหยัดเวลาและความพยายามในกระบวนการฝึกฝนไปได้มาก

 

ความเร็วในการฝึกฝนของเขาจะเร็วขึ้นเป็นอย่างมาก

 

“เป็นพระมหากรุณายิ่งขอรับฝ่าบาท” แน่นอนว่าเหยินปาเชียนไม่รู้ว่าจักรพรรดินีคิดที่จะรับยาวิญญาณหยวนจากหลู่ผิงไห่ สุดยอดผู้แข็งแกร่งอันดับ 8 ของโลก ถ้าหากเขารู้ล่ะก็ มันอาจทำให้เขาหวาดกลัวจนตัวสั่นเลยทีเดียว

 

“มีคำแนะนำไม่มากที่ข้าจะสามารถให้เจ้าสำหรับ [การมโนภาพหยูอี้] ได้ ฝึกฝนมันอย่างช้า ๆ และมั่นคง อย่าพยายามเร่งพัฒนาการของตัวเจ้าเองล่ะ ถ้ามีอะไรเกิดผิดพลาดขึ้นมา มันจะแก้ไขได้ยากนะ” จักรพรรดินีพูดอีกครั้ง

 

เหยินปาเชียนพยักหน้า อันที่จริงเขารู้สึกว่าไม่ได้มีปัญหามากมายเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ชนิดนี้ เขารู้ว่าจักรพรรดินีพูดอย่างนั้นออกมาก็เพราะว่านางเป็นห่วงตน ด้วยสถานะของนาง เขารู้สึกถึงความอบอุ่นหลั่งไหลเข้าไปในหัวใจของตัวเองเมื่อเขาได้ยินคำพูดเหล่านี้จากนาง

 

หลังจากงานเลี้ยงในคืนวันนั้น ทัศนคติของจักรพรรดินีที่มีต่อเขาก็ได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

 

“ฝ่าบาท เนื่องจากข้าน้อยได้ผ่านขั้นเริ่มต้นแล้ว ข้าน้อยคิดว่าจะสามารถตรวจสอบในเรื่องของเหมืองแร่ได้ มันยากสำหรับข้าน้อยมากที่จะตอบแทนความมีน้ำใจของฝ่าบาทที่มีต่อข้า ข้าน้อยจะต้องอะไรบางอย่างให้กับฝ่าบาทเท่าที่สามารถทำได้ขอรับ” เหยินปาเชียนพูดออกมาหลังจากที่ครุ่นคิด

 

“ก็เป็นความคิดที่ดีอยู่หรอก แต่เจ้าเพิ่งจะผ่านขั้นเริ่มต้นเองนะ เจ้ารอให้มันเข้าที่ก่อนจะดีกว่านะ ไม่กี่วันข้างหน้า ถ้าเจ้าไม่เข้าใจอะไรล่ะก็ เจ้ามาถามข้าได้นะ…”

 

“…แล้วเจ้าก็ควรจะเล่าเรื่องต่อได้แล้วนะ ทุก ๆ ครั้ง เจ้าจะหยุดไว้ครึ่งตอน ถ้าเจ้าออกไปแล้ว ข้าก็ไม่รู้ว่าครั้งต่อไปข้าจะได้ฟังอีกเมื่อไหร่ ข้าเกรงว่าข้าจะลืมเนื้อเรื่องที่ดำเนินไปถ้าไม่ได้ฟังนานเกินไป เจ้าควรพยายามทำให้เรื่องนี้จบในเร็ววันนี้นะ”

 

เสียงที่ใสและคมชัดของจักรพรรดินีดังก้องไปทั่วบริเวณโดยรอบ เหยินปาเชียนอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วย

 

หลังจากนั้นไม่นาน อาหารค่ำก็มาเสิร์ฟ ในห้องโถงพระราชวัง ทั้งสองคนนั่งอยู่ที่โต๊ะแล้วรับประทานอาหารเย็นกัน บริเวณโดยรอบถูกสาดส่องด้วยตะเกียงที่ไม่สว่างจนเกินไป มีเฉพาะตะเกียงที่อยู่ใกล้กับพวกเขาเท่านั้นที่สว่างมากกว่าเล็กน้อย ชิงยวนกับหงหลวนกำลังยืนอยู่ห่าง ๆ สักครู่หนึ่ง มันก็ให้ความรู้สึกราวกับว่าในพระราชวังมีเพียง 2 คนเท่านั้น

 

เหยินปาเชียนไม่ได้พูดอะไร ในบางครั้งเขาจะเงยหน้าขึ้นแล้วส่งสายตาไปยังจักรพรรดินี เขาจะเลื่อนอาหารจานไหนก็ตามที่จักรพรรดินีมองไปให้นาง

 

บรรยากาศลึกลับได้ถ่ายทอดไปยังพวกเขาทั้งสอง บรรยากาศนั้นรู้สึกอบอุ่นเล็กน้อย มันกระตุ้นการเต้นของหัวใจเหยินปาเชียน

 

ยังไงซะ องค์จักรพรรดินีก็สวยสดงดงามเป็นพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสถานะและความแข็งแกร่งของนางแล้ว นางจึงเป็นสิ่งล่อตาล่อใจสำหรับทุกคนเป็นอย่างมาก

 

และในตอนนี้ นางก็ได้อยู่ข้างเขาแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเหยินปาเชียนคิดว่านางสามารถบดขยี้เขาด้วยนิ้วเดียว เขาก็รู้สึกว่าตนควรวางตัวให้ดี

 

“กินต่อสิ เจ้าไม่จำเป็นต้องจับตามองข้าก็ได้” จักรพรรดินีเงยหน้าขึ้นแล้วบอกเหยินปาเชียน ทั้งสองต่างคบตากัน

 

การแสดงออกภายในดวงตารูปทรงอัลมอนด์ของจักรพรรดินีได้กระตุ้นการเต้นของหัวใจเหยินปาเชียนอีกครั้ง ภายในดวงตาของนาง ความสงบและความอ่อนโยนรวมเข้าด้วยกัน ราวกับภาพวาดที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างถึงที่สุด

 

“ข้าน้อยชอบมองดูองค์ฝ่าบาทเสวยพระกายาหารขอรับ” เหยินปาเชียนพูดออกมาพร้อมกับบังคับความรู้สึกของเขา

 

“บนดาวโลก พวกเรามีคำพูดที่เรียกกันว่า ‘อาหารตา’ เพียงแค่มองดูฝ่าบาท ข้าน้อยก็รู้สึกอิ่มโดยที่ไม่ต้องกินขอรับ”

 

“ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเจ้าไม่มีความอยากอาหารเมื่อได้พบข้าล่ะ ?” จักรพรรดินีถามอย่างเย็นชา

 

“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรขอรับ ? เป็นบุญของข้าแล้วที่ข้าน้อยสามารถรับประทานอาหารค่ำกับฝ่าบาทได้ขอรับ มีผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนในโลกที่กำลังอิจฉาข้าในตอนนี้ขอรับ” เหยินปาเชียนพูดออกมาพร้อมกับทำหน้าแบบว่า ‘เธอเข้าใจผิดแล้ว’

 

จักรพรรดินีส่งสายตาให้เขาแล้วรับประทานอาหารค่ำต่อไปโดยไม่ได้มองเขาอีกเลย การเคลื่อนไหวของนางช้าลงเล็กน้อย แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นได้

 

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว จักรพรรดินีก็พูดออกมา “สอนเมนูอาหารให้โกวเย่เพิ่มอีกซิ ข้าเบื่ออาหารพวกนี้แล้ว”

 

เหยินปาเชียนพยักหน้า เขาย้ำเตือนตัวเองให้สอนสุดยอดอาหารจีน 8 มณฑลให้ผู้ดูแลโกวในตอนที่เขากลับไปคราวหน้า

[สุดยอดอาหารจีน 8 มณฑล คือ อาหารหลัก 8 อย่างของประเทศจีน ได้แก่ อาหารซานตง, อาหารเสฉวน, อาหารกวางตุ้ง, อาหารฝูเจี้ยน, อาหารเจียงซู, อาหารเจ้อเจียง, อาหารหูหนาน และอาหารอานฮุย]

 

 

 

เมื่อเหยินปาเชียนรับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว เขาก็ไปกับจักรพรรดินีสักครู่ก่อนที่จะมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านของตนภายใต้แสงจันทร์

 

พระราชวังมักเงียบสนิทอยู่เสมอ ในบางครั้ง เขาจะพบทหารยามลาดตระเวน แม้แต่หญิงรับใช้ เขาไม่ค่อยได้พบสักเท่าไหร่

 

ในช่วงกลางวัน ยังคงความคึกคักและมีชีวิตชีวา ในช่วงกลางคืน ไม่มีอะไรนอกจากความเงียบสงัด

 

เมื่ออยู่ในสถานที่แบบนี้มานาน ไม่น่าแปลกใจเลยที่จักรพรรดินีเย็นชาได้ขนาดนี้

 

ในตอนที่เหยินปาเชียนนอนอยู่บนเตียง สิ่งที่เขาคิดได้ก็คือรีบโทรหาครอบครัวอย่างรวดเร็วหลังจากที่กลับไปยังดาวโลก เขารู้ว่าครอบครัวของเขากังวลเกี่ยวกับตนอยู่

 

เมื่อเหยินปาเชียนตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็ตกตะลึงเล็กน้อยด้วยสภาพแวดล้อมที่ดูคุ้นเคย เขาอยู่ในห้องที่เรียบง่ายแต่น่าดึงดูด ดูเหมือนว่าเขาจะยังคงอยู่ในสวนสัตว์ผิงเล่อ

 

“ทำไมเราถึงไม่ได้กลับไปที่โลกล่ะ ? นี่เรานับวันผิดรึไงกัน ?” เหยินปาเชียนคิดกับตัวเองด้วยความสงสัย

 

เขานับวันอีกครั้ง ถ้าหากเขาไม่เคยนับวันผิด วันนี้ก็น่าจะเป็นวันที่ 24 และน่าจะเป็นวันที่เขากลับไปยังดาวโลก

 

นั่นเป็นเพราะว่าทุกครั้งที่เขาเคลื่อนย้ายจากโลกนี้กลับไปยังดาวโลก ที่นี่ก็จะเป็นวันที่ 4

 

นอกจากนี้ ครั้งล่าสุดที่เขาได้เคลื่อนย้ายมาที่นี่ เขาไปถวายความเคารพจักรพรรดินีในวันแรก และเริ่มฝึกฝนทันที

 

หากเขาไม่เคยนับวันผิด ถ้าอย่างนั้นทหารยามคือคนที่นับวันผิดเหรอ ?

 

ชนเผ่าพวกนี้ชู 5 นิ้วเมื่อตั้งใจจะชู 2 นิ้ว พวกเขาไม่น่าเชื่อถือเลยจริง ๆ

 

หากชนเผ่ารู้วิธีการนับเลขแล้ว ถ้างั้นแม่หมูก็สามารถปีนต้นไม้ได้น่ะสิ เหยินปาเชียนคิดกับตัวเอง ในอนาคต ถ้าหากเขามีโอกาสล่ะก็ เขาจะริเริ่มหลักสูตรพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่นี่อย่างแน่นอน อย่างน้อยเขาก็ต้องสอนวิธีการบวกลบเลขให้กับคนพวกนี้

 

เหยินปาเชียนลุกขึ้นจากเตียงไปล้างหน้า จากนั้นเขาก็นั่งบนเตียงแล้วทำการมโนภาพ [การมโนภาพหยูอี้] จาก [การมโนภาพน้ำ] หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ปรากฏตัวที่ชายฝั่งอีกครั้ง

 

หลังจากที่พบเจอมาก่อน ในตอนนี้เขาก็เริ่มคุ้นเคยกับมันแล้ว เขาว่ายไปที่ใจกลางทะเลสาบแล้วดำลงไปที่ก้นบึ้งทะเลสาบ ยิ่งเขาดำน้ำลึกเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งพบกับแรงต้านทานและแรงกดดันมากขึ้นเท่านั้น ในที่สุดเหยินปาเชียนก็มาถึงจุดที่เขามาถึงครั้งที่แล้วโดยหวุดหวิด เขาไม่สามารถรับได้อีกต่อไปและได้ถอนตัวออกจากจิตใจของตัวเอง เขารู้สึกเหนื่อยมากราวกับว่ากำลังจะตาย ร่างกายของเขารู้สึกดี แต่สมองของเขาเหนื่อยล้ามาก

 

หลังจากที่ได้งีบหลับบนเตียง เหยินปาเชียนก็รู้สึกดีขึ้น

 

“ทำไมอาหารเช้าถึงยังไม่ส่งมาให้เราล่ะ ?” เหยินปาเชียนสับสน โดยปกติแล้ว หากเขาอยู่ในสวนสัตว์ผิงเล่อ หญิงรับใช้จะส่งอาหารมาให้เขา ในตอนนี้เขารู้สึกหิวมาก เมื่อดูเวลา ตอนนี้น่าจะประมาณ 10 โมงเช้าแล้ว แต่อาหารเช้าก็ยังไม่ส่งมาให้เขาสักที

 

หากพูดด้วยเหตุผล มันไม่ควรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ

 

มีคนรับผิดชอบในอาหารของเขา เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะลืมเรื่องอาหารของเขา

 

มันจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นได้จริง ๆ เหรอ ?

 

หลังจากที่คิดมาสักพักหนึ่งแล้ว เหยินปาเชียนก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาคิดว่าเขาควรมุ่งหน้าไปยังห้องครัวหลวงแล้วหาอะไรกิน

 

แถมยังมีแผนกที่ทำอาหารพิเศษสำหรับทหารยามและหญิงรับใช้ในพระราชวังด้วย แต่ทว่า เหยินปาเชียนนั้นไม่คุ้นเคย เขาเชื่อว่ามันจะดีสำหรับเขาที่จะหาอาหารในห้องครัวหลวง

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็ลุกขึ้นจากเตียงแล้วรีบไปยังห้องครัวหลวง

 

 

 

ณ ตอนนี้ พ่อครัวทุกคนในห้องครัวหลวงต่างกำลังลองอาหารจานใหม่ เมื่อพวกเขาได้เห็นเหยินปาเชียน พวกเขาก็ตกตะลึงเล็กน้อย หลังจากนั้น สีหน้าที่ดูตกตะลึงบนหน้าของพวกเขาก็ดูตื่นเต้นดีใจ

 

ถึงยังไงก็เถอะ เหยินปาเชียนมักจะมอบสิ่งดี ๆ ให้แก่ห้องครัวหลวงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเทศ หรือสูตรอาหาร

 

ก่อนหน้านี้ พวกเขาต้องเรียกเหยินปาเชียนว่า “ท่านเหยิน” เพราะพวกเขาแพ้การเดิมพัน ไม่ว่าพวกเขาจะเต็มใจที่จะทำเช่นนั้นหรือไม่ อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่าพวกเขาแพ้การเดิมพัน

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาได้เห็นเหยินปาเชียนในตอนนี้ พวกเขาก็เต็มใจที่จะเรียกเขาว่า “ท่านเหยิน” เหยินปาเชียนรู้จริงในอาหารที่น่าสนใจและน่าอร่อยมากมาย ถึงแม้ว่าอาหารที่เสิร์ฟในงานฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินีจะดูน่าเกลียด แต่มันก็ยังคงมีรสชาติที่ค่อนข้างดีอยู่

 

หลังจากที่ได้เรียนรู้อาหารของเหยินปาเชียนแล้ว พวกเขาก็พบว่าการคิดค้นอาหารใหม่ง่ายดายขึ้น

 

ถึงยังไงก็เถอะ พ่อครัวทุกคนในห้องครัวหลวงต่างก็มีทักษะการทำอาหารที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขานั้นจำกัด เมื่อได้เห็นอาหารของเหยินปาเชียนแล้ว พวกเขาก็รู้สึกราวกับว่าได้เปิดประตูสู่โลกใหม่

 

ทุกวันนี้ ห้องครัวหลวงได้คิดค้นอาหารจานใหม่ ทุก ๆ สองสามวัน พวกเขาจะคิดค้นอาหารจานใหม่ได้ 2 จาน ถึงแม้ว่าอาหารของพวกเขาจะยังคงบกพร่องด้านรสชาติอยู่บ้าง แต่ก็คิดค้นได้เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับอาหารจานใหม่ในอดีต

 

นอกจากนี้ สถานะของเหยินปาเชียนก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

ถึงแม้ว่าเหยินปาเชียนจะยังคงเป็นนักเล่าเรื่องแห่งพระราชวังชิงซินอยู่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าปฏิบัติต่อเขาเหมือนเดิมอีกต่อไป

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top