ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 134: ขั้นเริ่มต้น

 287 Views

ท่ามกลางทิวทัศน์ ท้องฟ้ามีหมอกเล็กน้อย ที่ห่างไกลออกไปคือทะเลสาบ

 

ตรงกลางทิวทัศน์แห่งนี้ มีคนตาเหม่อลอยทั้งสองข้าง

 

หลังจากนั้นสักพัก ดวงตาของคน ๆ นั้นก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 

“ที่นี่ที่ไหนเนี่ย ?” เหยินปาเชียนมองดูสภาพแวดล้อมรอบตัวแล้วค่อนข้างสับสนขึ้นมา

 

ตอนนี้เราไม่น่าจะอยู่ในพระราชวังสินะ ?

 

เรามาโผล่ที่นี่ได้ยังไงกัน ?

 

นี่เราเคลื่อนย้ายอีกแล้วหรอเนี่ย ?

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว ทำให้เหยินปาเชียนตัวสั่นทันที เขาเพิ่งจะประสบความสำเร็จในต้าเย่า หากเขาจะเริ่มต้นทุกอย่างใหม่ในต่างโลกแห่งอื่นอีก บางทีคนอื่นอาจจะมีความสุข แต่ไม่ใช่เขาแน่นอน

 

ทิวทัศน์แห่งนี้ดูคุ้นเคยมาก

 

เหยินปาเชียนมองดูสิ่งรอบตัว ทันใดนั้นความคิดก็ปรากฎขึ้นในหัว

 

นี่คือเดจาวู

 

เหมือนสิ่งที่เขาเคยเห็นในความฝันก่อนหน้านี้

 

ทุกคนต่างมีประสบการณ์เช่นนี้ มีเหตุการณ์บางอย่างหรือสถานที่บางแห่งที่ดูคุ้นเคยมากราวกับเคยเกิดขึ้นมาก่อน

 

ถ้าหากไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ก็จะพบว่าเคยเห็นความฝันนั้นมาก่อนจริง ๆ ด้วย

 

นี่คือสิ่งที่เหยินปาเชียนรู้สึกในขณะนี้

 

เขาเดินไปทางทะเลสาบไม่กี่ก้าว ไอน้ำก็ได้ควบแน่นเป็นน้ำบนหน้าเขา

 

ทันใดนั้นเหยินปาเชียนก็ได้รู้ว่าที่ที่เขาได้เห็นภาพนี้ มันคือภาพแรกใน [การมโนภาพหยูอี้]

 

ทะเลสาบแห่งนั้นและต้นไม้ต้นนั้นเป็นสิ่งที่เขาเห็นใน [การมโนภาพหยูอี้]

 

เขาผ่านขั้นเริ่มต้นแล้วเหรอ ?

 

มโนภาพแรกเหรอ ?

 

จาก [การมโนภาพหยูอี้] ตอนนี้เขาอยู่ภายในจิตใจของตัวเองแล้วใช่ไหม ?

 

เมื่อพิจารณาถึงจุดนี้ เหยินปาเชียนอยู่ในความปลาบปลื้ม เขาไม่สามารถควบคุมการตะโกนได้และได้ตะโกนออกไป เขาประสบความสำเร็จจริงแท้แน่นอน

 

วิธีการที่พระรูปนั้นกล่าวถึงใช้ได้จริง

 

เหยินปาเชียนอยู่ในช่วงเวลาปลาบปลื้มอยู่นานกว่าเขาจะนั่งลงบนพื้น

 

เขาอดยิ้มไม่ได้เลย

 

ตลอดเวลามานี้ เขากังวลเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำหากเขาไม่สามารถฝึกฝนได้

 

บางทีจักรพรรดินีอาจจะหาหนทางให้เขา ด้วยการปล้นหรือขโมยจากผู้อื่น แต่คลื่น พายุ และการนองเลือดนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ จักรพรรดินีอาจจะไม่ใส่ใจ แต่ผู้คนในราชสำนักของต้าเย่าจะเป็นอย่างไรล่ะ ?

 

ท้ายที่สุด สิ่งที่รอเขาอยู่คืออะไร ? เหยินปาเชียนไม่กล้าคิด

 

ในตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องให้เขาพิจารณาสิ่งเหล่านั้นอีกต่อไป ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ในที่สุดเขาก็ผ่านขั้นเริ่มต้นแล้ว

 

หลังจากนี้ สิ่งที่เขาต้องทำคือบำรุงตัวเองด้วยพืชสมุนไพร ส่วนที่เหลือของศิลปะการต่อสู้นี้พิชิตได้ไม่ยาก และที่สำคัญที่สุด เขาเพียงแต่ต้องจ่ายเงินไปกับพืชสมุนไพรมากขึ้นรวมถึงเวลาด้วย

 

ส่วนความกล้าหาญในการต่อสู้ เขาไม่ได้สนใจมากนัก

 

 

 

หลังจากความคิดมั่ว ๆ และการคาดเดาอยู่ครึ่งวัน เหยินปาเชียนก็บรรเทาอารมณ์ตื่นเต้นและร่าเริงของตน แล้วท่องวรรคหนึ่งของปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตรเพื่อสงบสติอารมณ์

 

น้ำเย็นมากในตอนที่เขาเดินไปทางกลางทะเลสาบ เขาตัวสั่นเล็กน้อย แต่เขาก็อดทนกับความเย็นแล้วเดินไปข้างหน้าอย่างถมึงทึงก่อนที่จะว่ายน้ำไปกลางทะเลสาบ

 

เมื่อเขามาถึงที่กลางทะเลสาบ เขาก็ถูกบังคับให้ดำลงไปที่ก้นทะเลสาบ

 

หลังจากนั้นสักพัก เหยินปาเชียนก็รู้สึกตัว และพบว่าตัวเองอยู่ที่ห้องในสวนสัตว์ผิงเล่อ หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกเวียนหัว หน้ามืด และได้ทรุดตัวลงบนเตียง

 

หลังจากนั้นไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ เหยินปาเชียนก็ตื่นนอน เขารู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย

 

ถึงแม้ว่าเขาจะยังคงมีอาการปวดหัว แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้แย่สักเท่าไหร่

 

ก่อนหน้านี้เขาดิ้นรนภายใต้น้ำลึก 15 เมตร เขาไม่สามารถทนต่อมันได้ ดังนั้นจึงบังคับให้เขาตื่นขึ้นมา

 

ดังที่ได้กล่าวไว้ใน [การมโนภาพหยูอี้] เมื่อเขาสามารถไปถึงก้นบึ้งของทะเลสาบได้ [การมโนภาพน้ำ] ก็จะถือว่าประสบความสำเร็จ

 

ไม่มีใครรู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่ในการบรรลุถึงระดับนั้น แต่เขาก็ผ่านจุดที่สำคัญที่สุดและสามารถฝึกฝนตัวเองอย่างช้า ๆ เพื่อบรรลุถึงระดับนั้น

 

การคิดถึงสิ่งนี้ทำให้เหยินปาเชียนค่อนข้างตื่นเต้นทีเดียว เมื่อดูจากสีของท้องฟ้าข้างนอกแล้ว ตอนนี้น่าจะเป็นช่วงบ่ายและยังพอมีเวลาจนกว่าพระอาทิตย์ตก

 

เหยินปาเชียนคิดที่จะแจ้งข่าวดีกับองค์จักรพรรดินี ยังไงซะ นอกจากการแจ้งข่าวดีกับองค์จักรพรรดินีในโลกนี้แล้ว ไม่มีใครที่จะแบ่งปันความสุขให้ได้

 

อย่างไรก็ตาม เขาได้กลิ่นตัวของตัวเองก่อนที่จะออกไปข้างนอก เขาไม่ได้อาบน้ำไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ และยังไม่ได้เปลี่ยนแม้แต่ชุดที่สวมเลย จิตใจของเขามุ่งเน้นไปที่ [การมโนภาพหยูอี้] เขาไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องอื่นเลย

 

ในขณะเดียวกัน เขาพบอาหารบนโต๊ะ มันถูกตั้งไว้ไม่รู้นานเท่าไหร่แล้ว ไม่มีใครแตะต้องเลย

 

แรกเริ่มเดิมที เขาไม่รู้สึกอะไรเลย แต่หลังจากได้เห็นอาหาร เขาก็รู้สึกว่าท้องของตนร้องลั่น เขากินเข้าไปไม่กี่คำ ถึงแม้ว่ามันจะเย็น แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้อิ่มท้องได้

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาหยิบชามมาก่อนหน้านี้ขึ้นมา เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องกับตัวเอง การเคลื่อนไหวของเขาไม่ประสานกัน เขารู้สึกติดขัดเล็กน้อย

 

เหยินปาเชียนสงสัยเล็กน้อย เขาขยับตัวอีกเล็กน้อย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะว่องไวขึ้น อะไรที่ก่อนหน้านี้ใช้เวลา 2 วินาทีจึงจะเสร็จสมบูรณ์ ก็จะใช้เวลาเพียง 1 วินาทีเท่านั้น เขาเคยชินกับการใช้เวลา 2 วินาทีในการทำให้เสร็จ เขารู้สึกแปลกใจมาก

 

นอกจากนี้ เหยินปาเชียนก็ลองท่าอื่นอีก แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงเลย

 

“ดูเหมือนว่านี่จะเป็นผลกระทบของ [การมโนภาพหยูอี้] ล่ะนะ” เหยินปาเชียนคิด ถึงแม้ว่าผลกระทบเหล่านี้จะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม มันก็เป็นสิ่งที่ดี

 

หลังจากนั้นไม่นาน เหยินปาเชียนก็ไปตักน้ำมาอาบ ไม่มีเจลอาบน้ำให้พูดถึงในโลกนี้ ไม่มีแม้แต่สบู่หอม

 

สิ่งที่เขาใช้คือไม้แอชชนิดหนึ่ง ทาให้ทั่วร่างกายแล้วล้างออก ผลลัพธ์ก็คล้ายกับสบู่ เขามักจะอาบน้ำหลังจากกลับไปยังดาวโลก ดังนั้นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงไม่จำเป็น ในตอนนั้นเอง เขารู้สึกว่ามันจะดีกว่านิดหน่อยถ้าหากเขาสามารถทำสบู่หอมได้

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนั้นไม่ได้สำคัญในขณะนี้ เขาอยากพบจักรพรรดินีก่อนมากกว่า

 

ก่อนออกจากบ้าน เขาโกนหนวดเคราแล้วมองในกระจกทองแดง นอกจากผมของเขาจะยาวขึ้นเล็กน้อย อย่างอื่นก็พอใช้ได้ เขาได้ออกไปหลังจากที่ตรวจเช็คแล้ว

 

เมื่อได้เห็นทหารยามตรงประตู เหยินปาเชียนก็ถามออกมา “ข้าอยู่ข้างในห้องนี้นานเท่าไหร่หรอ ?”

 

“23 วันขอรับ” ทหารยามตอบอย่างรวดเร็ว

 

“ขอบใจ”

 

“ผลปรากฎว่านานขนาดนี้แล้ว แต่ก็ยังพอรับได้ล่ะนะ” เหยินปาเชียนคิดแล้วก็ตั้งคำถาม ครั้งล่าสุดที่เขากลับมาคือปลายเดือนพฤศจิกายน เขาอยู่ที่นี่นานกว่า 20 วัน และนั่นหมายความว่าบนโลกผ่านไปมากกว่า 2 เดือนแล้ว มันหมายความว่าตอนนี้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์

 

ถึงแม้ว่าเขาจะกลับไปยังดาวโลกในช่วงสองเดือนนี้ แต่จิตใจของเขาทั้งหมดก็อยู่ใน [การมโนภาพหยูอี้] เขาอยู่ในสภาวะสับสน เขาไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวของตัวเองโดยสมบูรณ์ เขากังวลว่าพวกเขาจะวิตกกังวลกัน

 

จากการคำนวณของเขา เขาน่าจะกลับไปคืนนี้ สิ่งแรกที่เขาควรทำคือติดต่อแม่ของตน มิฉะนั้นหล่อนคงเป็นบ้าแน่ ๆ นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าวันตรุษจีนกำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาไม่แน่ใจว่าวันไหน และสงสัยว่าจะสามารถใช้เวลาตรุษจีนกับครอบครัวของตนได้หรือไม่

 

เขาคิดตลอดทางจนถึงประตูพระราชวังแล้วสั่งการทหารยาม “เหยินปาเชียนผู้นี้ประสงค์เข้าเฝ้าพระองค์ ช่วยบอกพระองค์ด้วย”

 

 

 

สักครู่ต่อมา เหยินปาเชียนก็ก้าวเข้ามาในพระราชวัง จักรพรรดินีกำลังรับประทานผลไม้โดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองเขา

 

หงหลวนกับชิงยวนกำลังพยายามกลั้นหัวเราะ เหมือนก่อนหน้านี้ นางถามถึงเขาทุกวัน ในทางกลับกัน เมื่อเขามาถึง นางทำเหมือนเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น

 

“ข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อยผู้นี้ขอถวายความเคารพต่อองค์ฝ่าบาทขอรับ” เหยินปาเชียนทำความเคารพตั้งแต่ไกล

 

จากนั้นจักรพรรดินีก็เงยหน้าขึ้นมองเขา นางโยนแกนผลไม้ลงในจานอีกใบด้านข้างตน นางเช็ดปากด้วยผ้าเช็ดหน้าแล้วถามออกมา “ทำไมเจ้าถึงออกมาล่ะ ? บรรลุ [การมโนภาพหยูอี้] แล้วงั้นรึ ?”

 

ในขณะที่นางถาม นางตรวจสอบร่างกายของเหยินปาเชียนอีกครั้งเพื่อดูความคืบหน้าของเขา

 

ในไม่ช้า นางก็สามารถรู้ได้ว่าพลังของเหยินปาเชียนพัฒนาขึ้นเล็กน้อย

 

ถึงมันจะไม่มากนัก แต่สำหรับสุดยอดอย่างนางก็ตรวจสอบได้โดยง่าย

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเหยินปาเชียนกำลังฝึกมโนภาพโดยใช้ [การมโนภาพหยูอี้] เขาพลาดอาหารไปหลายมื้อ และที่ได้ฟังจากทหารยามมา เขาน่าจะอ่อนแอลงทุกวัน อย่างไรก็ตามในขณะนี้นางไม่สามารถตรวจสอบสิ่งนั้นได้จากท่าทางร่างกายของเขา

 

ทหารหลวงคงจะไม่โกหกนาง เพราะฉะนั้น เหตุผลน่าจะเป็นเพราะว่าเหยินปาเชียนผ่านขั้นเริ่มต้นของ [การมโนภาพหยูอี้] แล้ว

 

ถึงกระนั้น ความคืบหน้าก็เร็วเกินไปนิดหน่อย

 

เพราะการบำรุงเลือดนั้นขึ้นอยู่กับการรับประทานอาหาร พืชสมุนไพร เป็นต้น แต่ถ้าหากเขาไม่รับประทานอาหารกับพืชสมุนไพรเพียงอย่างเดียวก็ไร้ประโยชน์ เขาจะฟื้นพลังของตนได้อย่างไร ? ถึงแม้ว่าเหยินปาเชียนได้ผ่านขั้นเริ่มต้นของการมโนภาพแล้ว แต่ร่างกายของเขาก็ไม่น่าจะเป็นอย่างที่เป็นในขณะนี้

 

เหยินปาเชียนกำมือแล้วพูดออกมา “ด้วยความโชคดีของฝ่าบาท โชคดีที่ข้าน้อยสามารถผ่านขั้นตอนการมโนภาพแล้วขอรับ”

 

เขาพูดด้วยใบหน้าที่เปล่งประกายด้วยความสุข

 

“มันค่อนข้างเกินความคาดหมายของข้าล่ะนะ ข้าไม่ได้คาดหวังให้เจ้าผ่านขั้นเริ่มต้นเลย” จักรพรรดินีมองเห็นความปลาบปลื้มในตัวเขาและรู้สึกมีความสุขด้วย แต่ทว่า ความรู้สึกในความสุขนี้ก็ไม่อาจหยั่งรู้ได้เช่นกัน

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top