ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 132: ลอบโจมตี

 281 Views

เมื่อได้เห็นพลทหารม้าทั้งสี่นายกลับมาแล้ว รอยยิ้มก็เกิดขึ้นบนหน้าของเว่ยกู่ หลังจากที่ผ่านหุบเขามังกรนิทรามาแล้ว ตรงนั้นก็เป็นพื้นที่ราบทอดยาวไกลออกไป จะใช้เวลาอีกครึ่งเดือนถึงจะกลับสู่เมืองหลวงหากเขาเร่งความเร็วขึ้นอีก เมื่อถึงตอนนั้น เขาก็จะสามารถพักผ่อนหย่อนใจและไปเยี่ยมลูกชายของเขาด้วย เพื่อดูความคืบหน้าในการฝึกฝนของเขา

(หุบเขาแห่งนี้เคยถูกเรียกว่าหุบเขามังกรร้าว แต่มหาจักรวรรดิเซี่ยตั้งชื่อว่าหุบเขามังกรนิทรา)

(เว่ยกู่ คือหัวหน้าทหารรักษาพระองค์ของเจ้าชายที่เจ็ด)

 

เด็กชายคนนั้นอายุ 13 ปีแล้ว เขาน่าจะถูกส่งไปยังสถาบันศิลปะการต่อสู้ในปีหน้า

 

เขาหันหน้าแล้วมองไปยังพลทหารม้า พวกเขาทุกคนล้วนมีสีหน้าที่ดูผ่อนคลาย

 

อันที่จริง เมื่อเข้าไปในเขตแดนของมหาจักรวรรดิเซี่ย ความตึงเครียดของพวกเขาก็สงบลงแล้ว

 

ยังไงซะ การเดินทางนานนับเดือนก็จัดว่าค่อนข้างเหนื่อยล้าอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ภายในเขตแดนของต้าเย่า ทุกคนจะต้องตื่นตัวไม่มากก็น้อย พวกเขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นในทันทีเมื่อกลับมาถึง

 

มันคงเป็นเรื่องตลกหากเจ้าชายที่เจ็ดแห่งมหาจักรวรรดิเซี่ยถูกซุ่มโจมตีภายในเขตแดนของมหาจักรวรรดิเซี่ยเสียเอง

 

ด้วยพลทหารม้าระดับกงจักรมนุษย์ขั้นกลางนับร้อยนาย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้พบกับโจรโดยไม่ทันตั้งตัว พวกเขาก็สามารถบดขยี้พวกนั้นได้ในเวลาไม่นาน

 

นอกจากนี้ ขบวนนั้นยังมีสุดยอดกงจักรดิน 2 คนที่บรรลุถึงจุดสูงสุดของระดับตัวอ่อนดินด้วย พวกเขาฝ่าเข้าไปถึงสุดยอดผู้อุทิศตนที่ประตูสวรรค์เพียงหนึ่งก้าวเท่านั้น

 

ด้วยศักยภาพเช่นนี้ ใคร ๆ ก็สามารถนับได้ว่าเป็นสุดยอดทุกที่ที่ไป

 

ตามความเป็นจริง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ประโยชน์จากพวกเขาเลยด้วยซ้ำ ส่วนสถานการณ์ปกติ คนที่อยู่ระดับกงจักรดินอย่างตัวเขาเองก็เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาทั้งหมดแล้ว

 

“ออกเดินทางได้” เว่ยกู่ยืดมือขวาแล้วโบกไปข้างหน้า ขบวนได้เคลื่อนต่อไปตามทาง

 

หลังจากเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ร้อยเมตรและกำลังจะเข้าสู่หุบเขามังกรนิทรา หินก้อนใหญ่ 2 ก้อนที่มีขนาดเป็นเมตรก็พุ่งลงมากระแทกจากท้องฟ้า มันมาจากยอดเนินเขาด้านข้าง

 

“ข้าศึกโจมตี !” เว่ยกู่แผดเสียงด้วยสีหน้าดุร้าย “ขอความช่วยเหลือจากสุดยอดผู้อุทิศตนที”

 

เนินเขาที่อยู่ด้านข้างอยู่ห่างจากตำแหน่งของพวกเขาอย่างน้อย 100 เมตร มีเพียงสุดยอดระดับกงจักรดินขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถโยนหินก้อนใหญ่ขนาดนั้นได้

 

ทำไมถึงมีสุดยอดกงจักรดินหลายคนจู่โจมขบวนของเจ้าชายที่เจ็ดในเวลาเดียวกัน ?

 

พวกมันไม่รู้รึไงว่ากำลังเผชิญหน้ากับใครอยู่ ?

 

พร้อมกับเสียงของเว่ยกู่ รถม้าในขบวนเกิดระเบิดโดยไม่คาดคิด ร่างสองร่างพร้อมกับเงาจาง ๆ โผล่ขึ้นไปบนท้องฟ้า กำปั้นของพวกเขาได้รองรับหินก้อนใหญ่ 2 ก้อน แล้วส่งหินก้อนเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนจนลอยไปมาในทันที

 

“อ๊าก !” เสียงร้องคร่ำครวญอันน่าสังเวชสามารถได้ยินจากขบวน พลทหารม้านับสิบนายปะทะเข้ากับลูกธนูแล้วตกม้าไป

 

หินก้อนใหญ่ทั้งหมด 5 ก้อนพุ่งลงมา นอกเหนือจากหิน 2 ก้อนที่ตั้งเป้ามายังรถม้า หินอีก 3 ก้อนถูกตั้งเป้ามายังส่วนท้ายสุดของขบวน แต่ทว่า พลทหารม้าส่วนใหญ่ต่างก็หลบตามกันไป

 

“เจ้าเป็นใคร ออกมาเดี๋ยวนี้ !” เสียงตะโกนดังกึกก้องในตอนที่สุดยอดผู้อุทิศตนเหยียบพื้น

 

“ว่ะฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ลุงอยู่นี่แล้ว” ร่างคนกว่าสิบร่างพุ่งลงมาจากภูเขา เข้าล้อมรอบทั้งขบวน

 

มีรถม้าทั้งหมด 5 คัน และพลทหารม้าขั้นกลาง 100 นาย แต่พวกเขากลับถูกล้อมรอบด้วยคนกว่า 10 คน

 

ดูเหมือนจะน่าขันเล็กน้อย แต่ทั้งเว่ยกู่และสุดยอดทั้งสองคนต่างก็ไม่สามารถหัวเราะได้ พลทหารม้าที่เหลืออีก 90 นายต่างก็ตึงเครียดเช่นกัน

 

มีชายร่างกำยำ 16 คนล้อมทุกคนไว้ จ่าฝูงคือชายตัวสูง 2 เมตร ที่สวมเสื้อผ้าหยาบ ๆ เขาถือขวานเล่มใหญ่ 2 เล่ม แต่ละเล่มมีขนาดเท่าวงล้อ พวกเขามีโคนเคราเป็นเส้น คล้ายกับที่ดินเพาะปลูก นอกจากชนเผ่าแล้ว ก็ไม่มีใครมีรูปร่างหน้าตาเช่นนี้อีก

 

คนที่เหลืออีก 15 คนมีความสูงที่แตกต่างกัน โดยคนที่เตี้ยที่สุดจะสูงราว ๆ 180 เซนติเมตร และคนที่สูงที่สุดจะสูงถึง 220 เซนติเมตร พวกเขาแต่ละคนดูเหมือนยักษ์ตัวเล็กที่ถืออาวุธขนาดใหญ่ที่แม้แต่สุดยอดกงจักรดินก็จะต้องใช้แรงมากทีเดียว

 

ชายทั้ง 16 คนเป็นชนเผ่า เลือดลมของพวกเขาน่ากลัวตั้งแต่หัวจรดเท้า สุดยอดผู้อุทิศตนทั้งสองคนต่างรู้สึกถูกกดขี่อย่างหนักหน่วงโดยจ่าฝูงร่างกำยำ

 

ส่วนชายอีก 15 คน เพียงแค่เหลือบมองพวกเขา ก็พอจะรู้ว่าคนที่อ่อนแอที่สุดมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าระดับกงจักรดิน

 

สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างมากในตอนที่พวกเขาตระหนักถึงความจริงที่ว่า พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับสุดยอดกงจักรดิน 16 คน โดยมีคนหนึ่งอยู่เหนือจุดสูงสุดของระดับกงจักรดิน

 

“พวกเจ้ากล้าดียังไงถึงมาซุ่มโจมตีรถม้าของเจ้าชายที่เจ็ด ? การที่มาซุ่มโจมตีเจ้าชายที่เจ็ดภายในเขตแดนของมหาจักรวรรดิเซี่ยน่ะ พวกเจ้าคิดจะจุดชนวนสงครามระหว่างแคว้นงั้นรึ ? พวกเจ้าน่ะถอยกลับไปซะดีกว่า !” เว่ยกู่ตะโกนด้วยความดุเดือดเลือดพล่าน

 

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เหลวไหลทั้งเพ.. ขากถุย ฆ่าแม่ง” หงเป่าหัวเราะดังลั่น ถ่มน้ำลายสบประมาทแล้วตะโกนว่า ‘ฆ่าแม่ง’ ในขณะที่ควงแขนขวา ขวานขนาดเท่าวงล้อหวือหวาไปในอากาศแล้วหมุนไปทางขบวน มันยังคงหมุนต่อไปจนกระทั่งสุดยอดผู้อุทิศตนคนหนึ่งยื่นแขนออกมารั้งขวานไว้ จากนั้นขวานก็ลอยขึ้นไปบนฟ้า

 

ก่อนหน้านั้น ขวานเล่มนั้นได้ดึงเลือดมาแล้ว พลทหารม้าประมาณ 5-6 คนถูกสับเป็น 2 ส่วน ฉากนั้นเต็มไปด้วยเสียงคร่ำครวญเจ็บปวดรวดร้าว

 

หลังจากที่หงเป่าปาขวานไปแล้ว เขาก็เอื้อมแขนขวาไปหยิบขวานของตนอีกเล่ม แล้วกระโจนไปข้างหน้าอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ขวานเล่มใหญ่ปะทะเข้ากับเว่ยกู่โดยตรง เขาไม่กล้าสกัดกั้น ขวานจึงทะลุผ่านหลังม้าไป

 

แรงของขวานจากหงเป่าทำให้ส่วนหลังของม้าแยกออกจากกัน จากนั้นเขาก็กระโดดข้ามหัวทุกคนไปแล้วพุ่งตรงไปยังรถม้าที่อยู่ตรงกลาง

 

“เจ้าอยู่กับที่” สุดยอดผู้อุทิศตนที่ได้เบี่ยงเบนวิถีขวานเล่มใหญ่ ได้รุดหน้าทันทีพร้อมกับดาบยาวในมือ มันเปลี่ยนเป็นเส้นสีขาว เร็วราวกับดาวตก

 

หงเป่าทำการสกัดกั้นมันในอากาศเพียงใช้ขวานกันไว้

 

จากนั้นสุดยอดผู้อุทิศตนอีกคนก็พุ่งไปที่รถม้าของเจ้าชายที่เจ็ด ดึงเจ้าชายที่เจ็ดขึ้นมาด้วยมือเดียวแล้วพังรถม้าออกไป

 

ซิ่วอู่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความผิดหวัง ในขณะที่เธอมองดูเจ้าชายที่เจ็ดถูกสุดยอดผู้อุทิศตนพาตัวออกไป เจ้าชายที่เจ็ดไม่เคยคิดแม้แต่จะเอื้อมมือไปหาเธอเลย เธอรู้สึกท้อแท้อย่างมากในขณะนั้น และไม่รู้สึกถึงแม้แต่เศษไม้ที่ร่วงลงมาบนหน้าของเธอในตอนที่รถม้าถูกพัง

 

มันแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นเพียงของเล่นในสายตาของเจ้าชายที่เจ็ดเท่านั้น

 

“คนพวกนี้ไม่สามารถหยุดได้สินะ ? ถ้าไม่เช่นนั้น สุดยอดผู้อุทิศตนนั่นก็คงหลบหนีไปกับเจ้าชายที่เจ็ดทั้งแบบนั้นไม่พ้นหรอก” ซิ่วอู่มองดูร่างคนกว่าสิบร่างที่กรูกันเข้ามาและออกไปจากขบวน เธอยิ้มอย่างขมขื่นเนื่องจากเธอได้ยินเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองรอบตัวเธอ

 

คนที่มีปัญญาเฉียบแหลมสามารถบอกได้ว่าพวกเขานั้นไม่สามารถหยุดยั้งได้ ไม่สามารถหยุดยั้งได้อย่างแน่นอน ถึงแม้จะเพิ่มความแข็งแกร่งเป็นสองเท่า ก็ไม่มีใครสามารถหยุดพวกเขาได้

 

“ไอ้พวกนี้ไม่ไว้ชีวิตเราหรอก” ซิ่วอู่เข้าใจในความจริงนั้น

 

เรื่องนี้มีความสำคัญขนาดไหนกัน สุดยอดชนเผ่าถึงได้ปลงพระชนม์เจ้าชายที่เจ็ดภายในเขตแดนของมหาจักรวรรดิเซี่ย ?

 

ถ้าหากข่าวนี้แพร่กระจายออกไป มหาจักรวรรดิเซี่ยก็คงจะตื่นตระหนกกันทั้งแผ่นดิน

 

“ช่างมันเถอะ ทำตามใจตัวเองก็แล้วกัน” ซิ่วอู่หยิบมีดออกมาแล้วจิ้มไปที่หน้าอกของตัวเอง เธอรอให้คนเหล่านั้นจู่โจมเธอ จากนั้นเธอก็จะปลิดชีพตัวเอง อย่างน้อยที่สุดเธอก็จะไม่ตายอย่างน่าสมเพช

 

ในขณะเดียวกัน เธอหันหน้าแล้วมองจากเนินเขาไปทางด้านข้าง ต้นไม้บางต้นถูกย้อมด้วยสีแดงแล้ว มันเป็นสีของใบไม้ร่วง

 

ในฤดูนี้ ณ สถานที่แห่งนี้ ช่างเป็นสถานที่ฝังศพที่เหมาะสมกับเราซะจริง

 

ขอให้รูปร่างหน้าตาดีกว่านี้อีกนิดนึงนะ…

 

 

 

ในตอนนั้นเอง คู่ต่อสู้ของเว่ยกู่ไม่ใช่หงเป่าอีกต่อไป เขาคือชายร่างกำยำอีกคนที่ถือดาบใหญ่ที่กองทัพชนเผ่าใช้ ถึงแม้ว่าเขาจะเสียเปรียบ แต่เขาก็ยังสามารถอดทนต่อไปได้อีกนิด

 

เขากวาดสายตาไปด้านข้างเป็นครั้งคราว กองกำลังเกือบทั้งหมดถูกสังหารระเนระนาด

 

ร่างคนที่เด่นชัดที่สุดคือชายร่างกำยำตัวสูง 220 เซนติเมตร ถึงแม้ว่าการเคลื่อนไหวของเขาจะไม่ได้คล่องแคล่วมากนัก แต่เขาก็ยังเร็วกว่ากงจักรมนุษย์ธรรมดาเหล่านั้นเล็กน้อย ฝนเลือดโปรยปรายลงมาในขณะที่เขากวาดคทาข้ามไป

 

“พวกเราพินาศแล้ว !” เว่ยกู่เจ็บปวดรวดร้าว

 

หวังว่าเจ้าชายที่เจ็ดจะสามารถหลบหนีและดูแลครอบครัวของเราได้นะ เนื่องจากความจริงที่เราจงรักภักดีและมีความรับผิดชอบมาโดยตลอด

 

หงเป่าหัวเราะดังลั่นพร้อมกับควงขวาน ระดับตัวอ่อนดินที่เขากำลังเผชิญอยู่นั้นไม่กล้าที่จะต่อต้านการจู่โจมของตน จนต้องล่าถอยไป

 

“พวกเจ้าเป็นตุ๊ดปอดแหกงั้นรึ ? สิ่งที่เจ้าทำได้มีแค่การซ่อนตัวรึยังไง ? มาสิ เข้ามา มาสู้กับลุงคนนี้ซัก 30 รอบ ถ้าเจ้ารอดชีวิต ลุงจะมอบศรีษะให้เจ้านะ” หงเป่าหัวเราะลั่นขณะที่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยการสบประมาท

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top