ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 126: การมโนภาพหยูอี้

 259 Views

เหยินปาเชียนเดินตามหลังจักรพรรดินีในขณะที่นางมุ่งหน้าไปยังพระราชวังชิงซิน เขารู้สึกไม่สบายใจ

 

เขาไม่ใช่คนของโลกนี้ และทั้งสองโลกก็แตกต่างกัน เขาไม่แน่ใจว่าจะสามารถชำนาญคัมภีร์ศิลปะการต่อสู้ของโลกนี้ได้หรือไม่

 

ถ้าหากเขาไม่สามารถชำนาญมันได้ ก็จะเป็นหายนะ มันไม่ใช่แค่เรื่องการฝึกฝนเท่านั้น แต่ยังจำเป็นที่จะต้องบรรลุระดับกงจักรดินให้ได้ด้วย

 

ถ้าหากเขาไม่สามารถฝึกฝนได้ จักรพรรดินีจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไรล่ะ ?

 

“เจ้าประหม่ามากเลยสินะ ?” จักรพรรดินีซึ่งกำลังเดินอยู่ข้างหน้าได้ถามออกมาโดยไม่หันหน้ามา

 

“นิดหน่อยขอรับ ข้าน้อยไม่แน่ใจว่าจะมีความสามารถในการฝึกฝนหรือไม่น่ะขอรับ” เหยินปาเชียนตอบอย่างตรงไปตรงมา

 

“ถ้าเจ้าไม่สามารถหาได้ที่นี่ล่ะก็ ข้าจะไปเอาจากที่อื่นมาให้เจ้า” เสียงอันเย็นยะเยือกเข้ามาในหูของเหยินปาเชียน เขาจะแกล้งทำเป็นขยับถ้านางบอกว่าตนไม่ขยับ คำพูดเหล่านั้นไม่ได้พูดโดยตั้งใจ

 

ถึงแม้ว่านางจะเป็นจักรพรรดินีแห่งต้าเย่า คัมภีร์ศิลปะการต่อสู้ที่เหมาะสำหรับเหยินปาเชียนอาจต้องเอามาจากสามแคว้นอื่น แม้ว่าจักรพรรดิของพวกเขาจะออกคำสั่ง พวกเขาก็อาจจะไม่ให้ความรู้เหล่านั้นได้ นอกจากนี้ยังไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเขาด้วย

 

แล้วจะได้รับมันได้อย่างไรล่ะ ? วิธีเดียวก็คือการส่งคนจากต้าเย่าไปปล้นแคว้นอื่นโดยใช้มีด

 

ความยากของงานนี้ชัดเจนทีเดียว

 

หัวจำนวนนับไม่ถ้วนก็จะหล่นกลิ้งด้วยเช่นกัน

 

ไม่ว่าจะเป็นชนเผ่าหรือผู้คนจากแคว้นอื่นก็จะเป็นแบบเดียวกัน

 

มันเป็นเรื่องยากสำหรับเหยินปาเชียนที่จะไม่ขยับตัวอย่างแรงเมื่อจักรพรรดินีพูดเช่นนั้น

 

“การได้รับการปฏิบัติจากฝ่าบาทเช่นนี้ ข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อยผู้นี้หวาดผวาจริง ๆ ขอรับ” เหยินปาเชียนตอบกลับ

 

“ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีก็จะไม่เป็นไร” จักรพรรดินีตอบอย่างผิวเผิน

 

 

 

พระราชวังชิงซินยังคงอยู่ในสภาพปกติ หลินเฉี่ยวเล่อหลับสนิทเหมือนปกติ เมื่อเธอได้ยินเสียงใครบางคนกำลังเข้ามา เธอก็รับรู้ว่านั่นคือจักรพรรดินี เธอจึงตื่นตระหนก ผลักโต๊ะลงไปแล้วลุกขึ้นยืนทันที

 

เสียงที่เกิดจากโต๊ะที่ล้มลงมานั้นดังมาก โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ว่างเปล่าเช่นนี้

 

“กราบถวายบังคมฝ่าบาท” หลินเฉี่ยวเล่อถวายความเคารพอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นานเธอก็เห็นเหยินปาเชียนยืนอยู่ข้างหลังนาง เขายิ้มแล้วมองมาที่เธอ ทันใดนั้นเธอก็จ้องมองเขาอย่างหนักแน่น

 

“ไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นนักหรอก” จักรพรรดินีพูดออกมาแล้วเดินหน้าต่อไป เหยินปาเชียนสามารถเห็นได้ว่าจักรพรรดินีใจกว้างกับหลินเฉี่ยวเล่อเป็นอย่างมาก

 

หลินเฉี่ยวเล่อแลบลิ้นอย่างระมัดระวังแล้วจึงเร่งฝีก้าวตามพวกเขาด้วยความภักดี

 

“กราบถวายบังคมฝ่าบาท” หญิงชราบนชั้นสองต่างยืนขึ้นถวายความเคารพนาง

 

“หัวหน้าหลิน ไปหาศิลปะการต่อสู้ที่เหมาะสมมาให้เขาฝึก เจ้ารู้เรื่องชั้นสองดีกว่า” จักรพรรดินีพูดออกมาพร้อมกับหลบไปด้านข้างเล็กน้อยเพื่อเผยให้เหยินปาเชียนเห็น

 

หัวหน้าหลินเงยหน้าขึ้นแล้วมองแว้บ ๆ มันเป็นภาพลักษณ์ที่น่าสนใจที่ทำให้เหยินปาเชียนรู้สึกกลัว การแสดงออกด้วยสายตาของหญิงชราเหล่านั้นน่าหวาดกลัวจนเกือบจะเป็นมีดแหลมคมแล้ว

 

“ข้าน้อยจำเป็นต้องรู้สิ่งที่เหมาะกับเค้าน่ะเจ้าค่ะ” หัวหน้าหลินบอกจักรพรรดินีแล้ววางมือบนไหล่ของเหยินปาเชียน เธอขยับนิ้วเล็กน้อย และเหยินปาเชียนก็ไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้ทั้งหมด ซึ่งทำตามนิ้วของเธอที่ชี้นำ

 

หัวหน้าหลินวางมือบนท้ายทอยแล้วคลำหากระดูกของเขา ขยับลงไปตามส่วนกระดูกสันหลัง หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็หันตัวมาแล้วเปล่งเสียง “ฝ่าบาท ร่างกายของเค้าอ่อนแอเกินไปเจ้าค่ะ เค้าแก่และสูญเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว ถ้าเค้าต้องการฝึกฝนล่ะก็ ที่นี่มีเพียงคัมภีร์เล่มเดียวสำหรับเค้า [การมโนภาพหยูอี้] เจ้าค่ะ”

 

เมื่อหัวหน้าหลินบอกว่าตนได้สูญเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าชิงยวน หงหลวน ซินเจ๋อ และหลินเฉี่ยวเล่อเพ่งสายตาจ้องมองมาที่ตน เขารู้สึกเขินอายเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

“หัวใจของ [การมโนภาพหยูอี้] คือการใช้การมโนภาพเพื่อการเข้าถึง ขั้นตอนแรกคือการสังเกตตนเอง ตามด้วยการฟื้นฟูร่างกายด้วยส่วนผสมของยา หลังจากนั้นจึงเสริมแกร่งร่างกาย รอบนี้ไม่ง่ายที่จะผ่านและจิตใจก็ต้องว่างด้วยเจ้าค่ะ หากฝ่าบาทกำลังตรัสถึงเค้าล่ะก็ ข้าน้อยคิดว่ามันคงเป็นเรื่องยากสำหรับเค้าที่มีจิตใจฟุ้งซ่านเจ้าค่ะ”

 

การประเมินความคิดของเขาที่ฟุ้งซ่านนั้นถูกต้องแน่นอน ผู้ชายยุคใหม่มีข้อมูลมากเกินไป มีความต้องการมากเกินไป นำไปสู่ความคิดที่ยุ่งเหยิงซึ่งยากต่อการชำระล้าง

 

แม้แต่เหยินปาเชียนก็ต้องยอมรับว่าสายตาของหญิงชราก็ดูเป็นอันตรายมากพอแล้ว

 

น้ำเสียงของหัวหน้าหลินเปลี่ยนไปแล้วเธอก็พูดออกมา “ที่ชั้นแรกมีคัมภีร์ที่ชื่อว่า [สุดยอดมวยผาน] บุคคลทั่วไปแทบจะไม่สามารถเข้าถึงระดับที่เรียกว่ากงจักรดินได้เลย สำหรับเค้าแล้ว การที่จะสามารถเข้าถึงระดับกงจักรมนุษย์ได้นั้น ก็นับว่าบรรลุผลสำเร็จพอใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ

 

“ถ้าพวกเราบำรุงเลือดและขัดเกลาไขกระดูกล่ะจะพอมั้ย ?” จักรพรรดินีถามออกมา

 

หัวหน้าหลินมองมาที่เหยินปาเชียนแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย “กระดูกของเค้าน่ะเข้าที่แล้ว ถ้าหากว่าเค้าไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ล่ะก็ มันจะเป็นการเสียความพยายามอย่างมากในการบำรุงเลือดและขัดเกลาไขกระดูกเจ้าค่ะ อย่างมากที่สุดก็สามารถผลักดันเค้าไปสู่ขั้นเริ่มต้นระดับกงจักรดิน แต่การจะก้าวไปอีกขั้นหนึ่งจะเป็นอะไรที่ยากมาก ในการฟื้นฟูส่วนเล็ก ๆ ที่หาไม่ได้ในร่างกาย เค้าจะต้องเข้าใจตัวเองอย่างถ่องแท้ และมีเพียง [ การมโนภาพหยูอี้] เท่านั้นที่สามารถช่วยให้เค้าบรรลุเป้าหมายได้เจ้าค่ะ”

 

“ทั่วทั้งพระราชวังชิงซินมีแค่คัมภีร์ 2 เล่มนี้เท่านั้นเหรอ ?” จักรพรรดินีขมวดคิ้วแล้วถามออกมา

 

“มีเพียงคัมภีร์ 2 เล่มนี้เท่านั้นที่เหมาะกับเค้าเจ้าค่ะ” เลขานุการหลินตอบอย่างตรงไปตรงมา

 

เหยินปาเชียนเข้าใจหลังจากที่ได้ยิน วิธีแรกเป็นวิธีที่ดีที่สุดและจะไม่ส่งผลกระทบต่อเขามากนักหลังจากชำนาญแล้ว อย่างไรก็ตาม จิตใจของเขาฟุ้งซ่านเกินไป และอาจจะยากสำหรับเขาที่จะชำนาญ

 

ถึงแม้ว่าเขาสามารถเลือกวิธีที่สองเพื่อเรียนรู้และไปถึงขั้นเริ่มต้นได้ก็ตาม แต่พื้นฐานทางกายภาพของเขาอ่อนแอเกินไป และทำให้ยากสำหรับเขาที่จะบรรลุผลลัพท์ตามที่ต้องการ

 

แต่ทว่า หัวหน้าหลินไม่เพียงแต่มีตาที่มีพิษภัยเท่านั้น แต่เธอยังสามารถจำเนื้อหาทั้งหมดของคัมภีร์ศิลปะการต่อสู้ในพระราชวังชิงซินได้ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ตาม เธอแค่ดูคนทางร่างกายก็สามารถบอกได้ว่าคัมภีร์ศิลปะการต่อสู้เล่มไหนที่เหมาะกับเขา ? ด้วยคัมภีร์ศิลปะการต่อสู้จำนวนมาก ความสามารถในการจดจำทุกสิ่งทุกอย่างจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะมีภาพจำก็ตาม

 

ไม่น่าแปลกใจที่จักรพรรดินีมีความอ่อนโยนต่อหัวหน้าหลินมาก เนื่องด้วยความสามารถของเธอจะเป็นที่เคารพนับถือไม่ว่าเธอจะไปที่ไหนก็ตาม

 

เมื่อมองดูจักรพรรดินีที่จมอยู่กับความคิด เหยินปาเชียนก็ถามออกมาทันที “ฝ่าบาท ข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อยมีเรื่องอยากจะตรัสถามขอรับ คนเราสามารถประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ [การมโนภาพหยูอี้] หากจิตใจว่างใช่มั้ยขอรับ ?”

 

“จิตใจที่ว่างและโปร่งใสนั้นจำเป็นต่อการผ่านขั้นเริ่มต้น แต่หลังจากนั้นก็ยังต้องพึ่งพาตัวเองล่ะนะ” หญิงชรามองเขาแล้วตอบ

 

“ความตั้งใจตอนแรกของข้าคือให้เจ้าเรียนรู้ [สุดยอดมวยผาน] บำรุงเลือดและขัดเกลาไขกระดูก เพื่อให้ร่างกายแข็งแกร่งเพื่อที่จะบรรลุถึงระดับที่สูงกว่ากงจักรมนุษย์ จากนั้นข้าจะหาวิธีอื่นให้เจ้า เจ้ามีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ล่ะ ?” จักรพรรดินีพูดกับเหยินปาเชียน

 

หลินเฉี่ยวเล่ออ้าปากด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยเป็นรูปตัว “O” พระองค์ทรงพาเค้ามาที่นี่เพื่อมาพบกับคุณยาย หาคัมภีร์ศิลปะการต่อสู้ที่เหมาะสมสำหรับเค้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเค้าไม่เคยเห็นชอบเลย พระองค์ตรัสถามความคิดเห็นของเขาจริง ๆ เหรอ ? พระองค์คาดหวังในตัวเขาสูงเกินไปรึเปล่า ?

 

อันที่จริง ข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วรอบพระราชวัง เธอเป็นคนเดียวที่ไม่รู้เรื่อง เพราะเธอกำลังยุ่งอยู่กับการนอนทุกวัน

 

ถึงแม้ว่าชิงยวน หงหลวน และซินเจ๋อจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ก็ตาม พวกเธอก็ยังรู้สึกว่าจักรพรรดินีปฏิบัติต่อเหยินปาเชียนอย่างผิดแปลก

 

ถ้าหากว่าเป็นคนอื่นล่ะก็ จักรพรรดินีจะไม่เสียเวลากับการปูทางให้พวกเขาเลย

 

“ฝ่าบาท ข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อยต้องการปรึกษาหัวหน้าหลินขอรับ ใช้เวลานานแค่ไหนสำหรับคนที่มีจิตใจที่ว่างเพื่อเข้าสู่ขั้นเริ่มต้น [การมโนภาพหยูอี้] แล้วเกณฑ์ของจิตใจที่ว่างมันเป็นอย่างไรขอรับ ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“จิตใจที่บริสุทธิ์และโปร่งใส ปราศจากความคิดฟุ้งซ่านจะสามารถบรรลุได้ใน 1 วันด้วยการรับรู้ที่ถูกต้อง แต่ถ้าไม่มีการรับรู้ที่ถูกต้อง ก็อาจใช้เวลา 1 เดือน คัมภีร์ศิลปะการต่อสู้เล่มนี้จะต้องมีจิตใจที่ว่าง ส่วนข้อกำหนดที่เหลือก็ไม่ได้เคร่งครัดอะไร ถึงยังไงก็เถอะ มีคนไม่มากหรอกนะที่สามารถทำจิตใจให้ว่างและโปร่งใสได้น่ะ” หัวหน้าหลินเตือน

 

“ข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อยยินดีลองดูซัก 2 เดือนขอรับ หากข้าน้อยไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ข้าน้อยจะลองอย่างอื่นหากฝ่าบาทอนุญาตขอรับ” เหยินปาเชียนมองไปที่จักรพรรดินีแล้วพูดออกมา

 

“หากเจ้าต้องการลองดูก็ลองได้เลย ในขณะเดียวกัน ข้าจะค้นหาวิธีแก้ปัญหาอื่นในช่วงสองเดือนนี้” จักรพรรดินีพยักหน้า ยังไงซะ เหยินปาเชียนก็มาจากต่างโลก การที่เขาร้องขอมาอย่างนี้ เขาอาจจะมีทางออกของตัวเองก็เป็นได้

 

ในขณะเดียวกัน นางก็สามารถเตรียมการหาวิธีอื่น ๆ ในช่วงเวลานี้ได้

 

ผู้คนที่เหลือถูกกระตุ้นโดยการที่จักรพรรดินีช่วยให้เหยินปาเชียนคิดหาทางออกในสถานการณ์เช่นนี้ ทรงพระกรุณาอะไรเช่นนี้

 

อันที่จริงมันเป็นสิ่งที่จักรพรรดินีคาดหวังไว้

 

เหยินปาเชียนรู้ว่าตนเองเป็นคนธรรมดา ถ้าหากเขาต้องการทำจิตใจให้ว่างและสงบ มันก็ยากพอ ๆ กับการขึ้นไปบนท้องฟ้า

 

อย่างไรก็ตาม คำอธิบายสำหรับการทำจิตใจให้ว่างนั้นทำให้เขานึกถึงสองศาสนา

 

ลัทธิเต๋าและพุทธศาสนาถือเป็นการปลูกฝังจิตใจให้บรรลุพระอรหันต์

 

เขาอาจสามารถขอคำแนะนำจากทั้งสองศาสนา และอาจได้รับผลตอบแทนจากความเชื่อเหล่านี้ได้

 

อย่างไรก็ตาม [สุดยอดมวยผาน] สามารถปลูกฝังคนให้ถึงระดับกงจักรมนุษย์เท่านั้น เมื่อมองไปที่จักรพรรดินีก่อนหน้านี้ เขาก็ได้เห็นความสับสนในตัวนางและเข้าใจว่าการหาทางแก้ปัญหาอื่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ในกรณีนี้เขาอาจลองใช้ [การมโนภาพหยูอี้]

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top