ขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 124: ของขวัญ

 304 Views

เหยินปาเชียนยืนอยู่ข้างหน้าต่างครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าเขาจะคุ้นชินกับความรู้สึกของการอยู่บนโลกแล้ว เขาหันหลังกลับไปตรวจดูกล้องวงจรปิด เขาอยากจะรู้ว่าตนออกจากอพาร์ตเมนต์ได้อย่างไร

 

เขานั่งบนเก้าอี้แล้วกรอเทปจากกล้องวงจรปิด เมื่อตัวเขาได้ปรากฏบนหน้าจอ เขาก็หยุดการบันทึกแล้วกรอจากจุดนั้นไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

 

ในตอนนั้นเอง เขานอนหลับอยู่บนเตียง หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หายไปในอากาศพร้อมกับผ้าปูที่นอนและสิ่งของที่อยู่ข้างตัวเขา

 

ไม่มีสัญญาณของสิ่งที่จะเกิดขึ้นหรือสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด

 

เหยินปาเชียนกรอเทปแล้วกดเล่นแบบสโลว์โมชั่นอีกครั้ง แน่นอนว่าไม่มีสัญญาณอะไรเลย เขาจางหายไปในอากาศทั้งแบบนั้น

 

หลังจากที่ดูเทปอีกครั้ง เหยินปาเชียนก็เอนกายลงบนเก้าอี้ หากเป็นเช่นนั้นคงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้หายตัวไป

 

เป็นไปได้หรือที่เขาจะต้องเคลื่อนย้ายไปมาเรื่อย ๆ น่ะ ?

 

ทันใดนั้นเอง เหยินปาเชียนก็คิดว่าถ้าหากเขามีทางเลือกให้เลือกอยู่ในโลกใดโลกหนึ่ง ท้ายที่สุดมันก็อาจจะดีกว่าการที่ยังเหลือตัวตนอยู่ในโลกนี้หรือในอีกโลก

 

ข้อดีของการอยู่บนโลกนี้คือความมั่นคง นอกจากนั้นยังมีคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทุกประเภทด้วย

 

ตราบใดที่ครีมโคลนดำตีตลาด เขาก็สามารถซื้อเกาะเพื่อใช้เวลาของตนได้ตามสบาย

 

ส่วนในอีกโลก มันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ดูได้จากกิเลน ภูเขาดาบ และสุดยอด 10 คนแรก และบางทีก็ยังมีสิ่งอื่น ๆ ที่เขาไม่รู้อยู่ก็เป็นได้

 

หากเขาอยู่ในอีกโลก เขาอาจจะประสบกับความไม่แน่นอนมากมายได้

 

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียก็แตกต่างกันมากเช่นกัน อย่างเช่นการที่ท้ายที่สุดเขาก็ได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์จักรพรรดินี

 

กล่าวกันตามตรง ไม่ใช่ว่าเหยินปาเชียนรู้สึกว่านางไม่ดี แต่มีความแตกต่างระหว่างความแข็งแกร่งและสถานะของพวกเขาเป็นอย่างมาก เขาเป็นเหมือนมดหรือแมลงกระชอนเมื่ออยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย ถ้าวันหนึ่งอีกฝ่ายเห็นว่าเกะกะลูกตา นางก็สามารถทุบเขาตายด้วยฝ่ามือเพียงข้างเดียว

 

มันทำให้เขาไม่มีความรู้สึกปลอดภัยเลย หัวใจของเขาอาจจะวายได้ทุกเมื่อ

 

เขาไม่ใช่ผู้เริ่มเสาะหาความตื่นเต้น และด้วยเหตุนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะยังคงมีตัวตนอยู่ในโลกนี้มากกว่า ถึงแม้ว่าเขาจะคิดถึงมันมากแค่ไหนก็ตาม

 

น่าเสียดายที่เขาไม่มีตัวเลือกให้เลือก

 

เหยินปาเชียนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอยู่เฉย ๆ ไปเรื่อย ๆ

 

เขาไปที่ห้องครัวแล้วต้มมาม่า 1 ซอง มันก็นานมากแล้วที่เขาได้กินครั้งล่าสุด

 

“สงสัยจังเลยว่าจะเป็นยังไงถ้าเราเอามาม่าไปให้องค์จักรพรรดินีน่ะ ?” ความคิดมั่ว ๆ ได้โผล่ขึ้นมาในหัวเขา

 

แต่เมื่อคิดได้ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจนำไอเดียนั้นไปใช้ ดูเหมือนว่าจักรพรรดินีจะชอบของหวาน และชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าสิ่งอื่นใด เขาสามารถถวายสิ่งเหล่านั้นให้นางแทนได้

 

เมื่อกินมาม่าจนหมดเกลี้ยงแล้ว เหยินปาเชียนก็กลับไปที่ห้องของตนแล้วนั่งตรงหน้าคอมพิวเตอร์ เพื่อค้นหาเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการตรวจหาแร่เหล็ก การสกัด การผลิตเหล็กกล้า ตลอดจนการผลิตเตาหลอม

 

เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง เหยินปาเชียนก็ได้ยินเสียงจากภายนอก ดูเหมือนว่าจะมีคนเข้ามาในอพาร์ตเมนต์ของตน เขาเปิดประตูออกแล้วก็ได้รู้ว่าเป็นแม่บ้านนั่นเอง

 

“กลับมาแล้วเหรอคะคุณเหยิน” อีกฝ่ายกล่าวทักทายเมื่อได้พบเขา

 

“ครับผม ทำงานของคุณต่อเลย” เหยินปาเชียนพยักหน้า เขาปิดประตูแล้วดูเวลา สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ ตอนนี้ถึงเวลาบ่ายโมงแล้ว เขาใช้เวลาตลอดช่วงเช้าไปกับการค้นหาข้อมูล จนไม่ได้สังเกตเวลาที่ล่วงเลยไป

 

โชคดีที่เขาได้ทำการค้นหามาได้มากแล้ว นอกจากนี้เหยินปาเชียนก็ได้คัดกรองข้อมูลที่เขาต้องการแล้ว และน่าจะสามารถนำกลับไปใช้ที่ต้าเย่าได้ สิ่งเดียวที่เหลือให้เขาทำคือการปรินท์ข้อมูลออกมา

 

 

 

เหยินปาเชียนออกไปทานอาหารกลางวัน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต เขาซื้อของหวานหลายชนิดรวมทั้งช็อกโกแลตด้วย คราวนี้เขาไม่ได้ซื้อแค่ลูกอมครีมตรากระต่ายขาวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงขนมสูฝูจี้และขนมอย่างอื่น ๆ ด้วย

[ขนมสูฝูจี้ (徐福记: Xú Fú Jì) คือขนมกรุบกรอบของจีนชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดในหมู่ชาวแมนจูทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน]

 

นอกจากนี้เขายังซื้อไวน์สองลัง ลังหนึ่งบรรจุไวน์ข้าวฟ่างหงซิง (红星二锅头: Hóngxīng Èreuōtóu) และอีกลังบรรจุไวน์ข้าวฟ่างหนิวหลานชาน (牛栏山二锅头: Niúlánshān Èrguōtóu) ถึงแม้จะเป็นไวน์พื้นฐานที่สุด แต่ก็มีรสชาติดีกว่าเหล้าเข้มบาดคอจากแคว้นหยูนก็แล้วกัน

 

เมื่อนำสิ่งของเหล่านี้กลับมาที่รถ สิ่งของที่เตรียมไว้สำหรับจักรพรรดินีก็เกือบจะเสร็จหมดแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม เหยินปาเชียนรู้สึกว่าเขาควรซื้อของอย่างอื่นที่จะทำให้นางสนใจด้วย

 

จากนั้นเขาจึงไปที่ร้านขายของฝากแล้วซื้อกล่องดนตรีไขลานที่มีลูกแก้วอยู่ด้านบน แถมยังมีม้าหมุนแก้วอยู่ข้างในด้วย โดยมีทำนองเพลงที่เล่นคือเพลง “Castle in the Sky”

 

อย่างน้อยมันก็เป็นประกายโปร่งแสง หญิงสาวอ่อนวัยจะต้องชอบอย่างแน่นอน

 

กล่องดนตรีนั้นมีราคาถูกมาก มันมีราคาถูกกว่า 200 หยวน

 

“สงสัยจังเลยว่าสิ่งนี้จะทำให้พระองค์สนใจมั้ยนะ” เหยินปาเชียนเกิดความสงสัยในขณะที่เขาถือกล่องดนตรีไว้ในมือ

 

ในตอนนั้นเอง เหยินปาเชียนก็เกิดความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ ราวกับว่าเขากำลังซื้อของขวัญให้กับผู้หญิงที่เขาหลงรักยังไงยังงั้น น่าเสียดายที่มันไม่ใช่อย่างนั้น อันที่จริงเขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย

 

เหมือนกับตอนที่เขายังอยู่ในชั้นมัธยมต้น เขาเคยชอบผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เขาไม่เคยไปสารภาพเลย ในปัจจุบันเขาไม่สามารถนึกออกเลยว่าเธอหน้าตาเป็นอย่างไรด้วยซ้ำ

 

ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ดังกล่าวเกิดขึ้นในหัวของเขาก่อนที่จะถูกระงับเอาไว้

 

มันเป็นแค่ห้วงความนึกคิด

 

 

 

เมื่อเหยินปาเชียนกลับมาถึงบ้าน แม่บ้านก็ได้ออกไปแล้ว เขาวางสิ่งของไว้ด้านข้าง เขาถือโทรศัพท์มือถือแล้วมานอนบนโซฟา เมื่อก่อนทุกครั้งที่เขากลับมายังโลก เขาจะตรวจเช็คโทรศัพท์ทันที ทุกวันนี้เขาคงจำไม่ได้ว่าจะต้องเช็คโทรศัพท์เมื่อกลับมาด้วยซ้ำ

 

มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ตามหาเขา แม้แต่เฉินชิ่ง เหยินปาเชียนก็ลดจำนวนครั้งในการติดต่อกับเขาลง คนเดียวที่เขาต้องการติดต่อจริง ๆ ก็คือพ่อแม่ของเขานั่นเอง

 

“ฮัลโหลแม่ ได้โทรมารึป่าว ?” เหยินปาเชียนชำเลืองมองก่อนที่จะโทรกลับ

 

“ก่อนหน้านี้ ผู้หญิงคนที่แม่เล่าให้แกฟังเพิ่งจะย้ายไปยังที่ที่แกอยู่เมื่อเร็ว ๆ นี้น่ะ ถ้าแกมีโอกาสล่ะก็ ไปช่วยเธอหน่อยสิ ถึงทั้งสองคนจะไม่ถูกชะตากัน แกก็ยังสามารถเป็นเพื่อนกันหรือเป็นอย่างอื่นกันก็ได้นะ”

 

“เข้าใจแล้วแม่ ส่งเบอร์โทรของเธอมาให้ผมหน่อย” เหยินปาเชียนดึงโทรศัพท์ออกจากหูแล้วรอให้เสียงปลายทางเงียบลงก่อนที่จะตอบกลับในทันที

 

“แม่ได้ส่งเบอร์โทรกับชื่อเต็มของเธอไปให้แกในวีแชทแล้วนะ รีบติดต่อเธอเร็ว ๆ ล่ะ” แม่ของเขาได้เร่งเร้าเขาอีกครั้ง

 

“รู้แล้วน่ะแม่” อันที่จริงเหยินปาเชียนต้องการจะพูดเพิ่ม ถ้าแม่ไม่มีอะไรทำก็หยุดหาคู่ให้ผมเหอะ จริง ๆ แล้วลูกชายของแม่น่ะชอบผู้ชายนะ

 

แต่ผลสุดท้ายที่น่ากลัวก็คือพ่อแม่ของเขาอาจจะมาหาที่อพาร์ตเมนต์ในคืนนี้

 

เขาโยนโทรศัพท์ไปด้านข้าง และไม่แม้แต่จะเหลือบมองข้อความวีแชทที่แม่ของเขาส่งมาด้วยซ้ำ

 

ลูกสาวหรือหลานสาวของใครล่ะ เกี่ยวข้องกับเรายังไง ?

 

ในตอนนี้เขามีปัญหาในใจอยู่มากพอแล้ว และไม่มีอารมณ์มาสนใจเรื่องอื่นอีก

 

 

 

สองวันต่อจากนั้น นอกจากออกไปปรินท์ข้อมูลคนเดียวแล้ว เหยินปาเชียนก็หมกตัวเองในห้อง ในช่วงเวลานี้ มันเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะจัดห้องนอนอย่างขยันขันแข็ง รองเท้าแตะของเขาได้ทิ้งรอยไว้บนพื้น ซึ่งมันแปลกเพราะเขามักจะปิดหน้าต่างไว้เสมอ

 

เมื่อเหยินปาเชียนตื่นขึ้นในอีกสองวันต่อมา เขาก็ได้กลับไปยังห้องที่ไม่คุ้นเคยในพระราชวังแล้ว เขามีทุกสิ่งที่เขาต้องการที่จะนำติดตัวไปด้วย มีลังสองลังที่มีไวน์ 24 ขวดบรรจุอยู่ รวมถึงกล่องดนตรี ข้อมูลที่ปรินท์ออกมา รวมถึงถุงขนมด้วย

 

เหยินปาเชียนผลักประตูให้เปิดออก มีการเปลี่ยนพลทหารเฝ้าประตู

 

“ข้าขอเข้าเฝ้าพระองค์จะได้มั้ย ?” เหยินปาเชียนถามออกไป

 

“ข้าเกรงว่าพระองค์ทรงอยู่ระหว่างงานในราชสำนัก นักเล่าเรื่องเหยินต้องรออีกซักพัก” พลทหารหันมาตอบ

 

ตั้งแต่คืนนั้นในงานเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินี ทุกคนเริ่มมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าทุกครั้งที่ได้เจอ เหยินปาเชียนก็คุ้นเคยกับการแอบจ้องเช่นนี้ไปแล้ว

 

เมื่อถึงตอนเที่ยง พลทหารคนนั้นก็มาแจ้งเหยินปาเชียน “นักเล่าเรื่องเหยิน พระองค์ทรงเรียกท่านไปเข้าเฝ้า”

 

“ข้าขอรบกวนให้ท่านช่วยข้าแบกของหน่อยสิ ขอบคุณมาก” เหยินปาเชียนเห็นด้วยกับหลักการที่ว่า ‘ไม่ใช้คนโดยเปล่าประโยชน์’

 

พลทหารถือลังไวน์ทั้งสองลัง ในขณะที่เหยินปาเชียนนำขนมและลูกแก้วไปที่ห้องโถงพระราชวัง

 

จักรพรรดินีกำลังยืนอยู่หน้ากระจก และชิงยวนกำลังม้วนผมของนางเป็นทรงบัน เหยินปาเชียนบอกใบ้ให้พลทหารวางลังลงบนพื้นในขณะที่เขาเดินไปข้างหน้าแล้วพูดออกมา “ไม่ว่าฝ่าบาทจะแต่งตัวเช่นไร ก็ไม่มีใครเทียบกับความงามของฝ่าบาทได้ขอรับ ยิ่งไปกว่านั้นมันทำให้คนอื่นรู้ตัวว่าดูด้อยกว่าไปเลยขอรับ”

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top