ขนาดตัวอักษร

บทที่ 62 ถ่ายทอดทักษะ !

 1839 Views

บทที่ 62 ถ่ายทอดทักษะ !

เป่ยเฟิงไม่ได้ตอบสนองอาการของพวกเขา เขายังคงแสดงเคล็ดการหายใจทั้งหมดให้เห็นในครั้งเดียว

เมื่อลึกลับที่ 2 กับ 3 เริ่มจะหมดความอดทน ทันใดนั่นก็มีสิ่งที่น่าตกใจเกิดขึ้น !

มีแสงอาทิตย์ที่มีความหนาเท่านิ้ว บินลงมาจากฟากฟ้าเข้าไปที่จมูกของเป่ยเฟิง !

“โอ้พระเจ้า ! นี้มันอะไรกัน ? โคตรน่ากลัวเลยพี่ใหญ่ !”

ลึกลับที่ 2 กับ 3 นั่นมองดูด้วยความประหลาดใจ ขณะเดียวกันลึกลับที่ 1 ยังคงนั่งอยู่บนก้อนหิน ขาของเธอแกว่งไปมาในขณะที่มองไปที่เป่ยเฟิงด้วยความสนใจ

“บอสคือเทพ ?”

ลึกลับที่ 2 กับ 3 ตกใจด้วยความโง่งม นี่ไม่ใช่สิ่งที่พระเจ้าเท่านั้นที่ทำได้ ?

เพิ่มพลังด้วยการใช้พลังของดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์เพื่อทำให้ร่างกายตัวเองเป็นอมตะ .. นี้คือสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปในนวนิยายหรือละครทีวีที่พวกเคยเห็นดูมา !

หลังจากนั่นทั้งสองคนก็กระตือรือร้นอย่างมาก นี้เป็นรางวัลที่เป่ยเฟิงจะให้คือเคล็ดพระเจ้าใช่ไหม ?

“แกร๊ก !”

มีเสียงบางอย่างดังออกมาในร่างของเป่ยเฟิง

ในขณะนั้น ร่างของเขามันเหมือนลูกโป่งขนาดใหญ่ มันมีลมพุ่งออกมาจากภายใต้ผิวของเขาโดยไม่ได้สนใจเกณฑ์ของโลกนี้เลย

เย็นสุดขั้วราวกับถูกปลุกขึ้นมา มันได้ตื่นขึ้นมาแล้ว !

มันปล่อยพลังภายในธาตุน้ำแข็งที่เต็มไปด้วยเส้นใยสีฟ้ามากมายนับไม่ถ้วนออกมา !

พลังภายในธาตุหยางที่โหดร้ายได้ปะทะกับมัน และในเวลาสั้น ๆ พลังธายในธาตุน้ำแช็งก็สามารถยึดตำแหน่งได้ !

ทั้งสองฝ่ายปะทะกันซ้ำ ๆ ทำให้เกิดความหายนะรอบ ๆ ตัว !

พลังงานของผลเลือดแห่งพระเจ้าที่ไหลอยู่ในร่างของเป่ยเฟิง มันฟื้นฟูร่างของเขาได้เร็วมาก ไม่ว่าส่วนใดของร่างกายที่ถูกทำลาย มันจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่และมันจะแข็งแกร่งกว่าของเดิมมาก !

พลังธาตุในธาตุน้ำแข็งจากเย็นสุดขั้วมันได้ต่อสู้รุกร้ำอย่างไม่หยุดยั้ง จนสามารถเอาชนะพลังภายในธาตุหยางที่มาจากดวงอาทิตย์ได้ !

เมื่อเห็นว่ามันไม่สามารถทำอะไรกับพลังภายในธาตุน้ำแข็งได้แล้ว มันจึงได้สลายตัวเองเข้าไปในร่างของเป่ยเฟิง !

เมื่อเป้าหมายถูกทำลายไปแล้ว พลังภายในธาตุน้ำแข็งก็ได้กลับเข้าไปในเย็นสุดขั้ว

“ฮู้วว !”

เป่ยเฟิงพ่นลมหายใจออกมา มีชั้นเหงื่อสีเทาปกคลุมบนร่างของเขา มันส่งกลิ่นเหม็นออกมา

“เห็นไหม ? นี้คือรางวัลที่ฉันจะให้พวกนาย”

เป่ยเฟิงหันกลับไปมองกลุ่มผู้ชมด้วยรอยยิ้ม เขาพูดออกมาด้วยเสียงอ่อนโยน

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเขาได้คิดดีแล้ว ทำไมเขาถึงต้องสอนเคล็ดการหายใจนี้ให้กับลึกลับที่ 1 ถึง ลึกลับที่ 3 ? นั่นก็เพราะเพื่อให้เกิดการแข่งขันกันเกิดขึ้น !

เมื่อคนอื่น ๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของลึกลับสามอันดับแรก พวกเขาจะมีแรงจูงใจในการทำงานของตัวเองที่ดีได้มากขึ้น !

การคว้ารางวัลกับการลงโทษอย่างมีประสิทธิภาพ นี้คือวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการลูกน้องตัวเอง !

“มันทรงพลังใช่ไหม นี้คือเคล็ดหายใจลึกลับ ถ้าพวกนายได้เรียนรู้มัน มันก็เหมือนกับว่าพวกนายได้คว้าโชคจากสวรรค์และถ้าพวกนายเข้าใจความลึกซึ้งของมัน ก็เหมือนกับรู้จักดวงอาทิตย์กับพระจันทร์ !”

เป่ยเฟิงพูดออกมาเบา ๆ ภายใต้แสงสีทองของดวงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ขึ้นมา ทำให้ตอนนี้เขาดูราวกับว่าเป็นฑูตสวรรค์ที่ลงมาเยือนโลกมนุษย์ !

สำหรับช่วงเวลาที่เหลือจนถึงบ่ายนี้ เป่ยเฟิงได้อธิบายหลักของเคล็ดการหายใจด้วยแสงให้กับทั้ง 3 ลึกลับ เขาชี้ให้เห็นถึงข้อสำคัญที่ต้องใส่ใจ

เขาพยายามอธิบายเคล็ดให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่ทั้งสามคนจะเข้าใจได้ โดยจะเน้นที่การใช้เคล็ดการหายใจกับเหตุผลการเคลื่อนไหวในแต่ละครั้ง ท้ายที่สุดวิธีที่สอนไปนั่นไม่สามารถเทียบได้กับสิ่งที่เป่ยเฟิงได้เรียนรู้ผ่านคัมภีเลย ช่วงบ่ายผ่านไป แต่ทั้งสามคนยังเข้าใจเล็กน้อยเท่านั้น

“ฉันได้อธิบายเคล็ดการหายใจให้พวกนายทั้ง 3 คนแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับพวกนายกันเองแล้ว อย่าลืมฝึกซ้อมทุกครั้งที่ทำได้เพื่อที่จะทำความคุ้นเคยกับเคล็ดนี้ แล้วก็จำเอาไว้ว่าการเคลื่อนไหวกับเคล็ดการหายใจต้องฝึกฝนแยกกัน สำหรับการฝึกร่วมกันจะทำได้ก็ต่อเมื่อตอนเช้าก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็มาถามฉันได้”

เป่ยเฟิงเตือนพวกเขาอย่างเคร่งขรึม เขาไม่ต้องการที่จะสูญเสียลูกน้องที่มีความสามารถของเขาไปเพียงเพราะฝึกฝนไม่ถูกวิธี

“เข้าใจ”

การแสดงออกของพวกเขายังเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ แต่พวกเขาก็พยักหน้าอย่างจริงจัง

มองเห็นความกระตือรือร้นในสายตาพวกเขา เป่ยเฟิงส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนจะไม่ได้พูดสิ่งที่เขาคิดไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการลดกำลังใจพวกเขา

เขาคิดไว้ว่า มันต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนหรือมากกว่านั่น กว่าการที่พวกเขาจะสามารถก้าวข้ามประตูแห่งการฝึกฝนได้ เป่ยเฟิงเข้าใจดีถึงเคล็ดการหายใจด้วยแสง ถึงแม้จะมีข้อมูลที่ส่งเข้ามาในใจของเขาโดยตรง แต่เขาก็ยังคงฝึกฝนสำเร็จได้เล็กน้อยเท่านั้น หากไม่นับความโชคดีของตัวเขาเอง

หลังจากที่กลับมาที่บ้าน สิ่งแรกที่เป่ยเฟิงทำคือการล้างเหงื่อสกปรกออกจากร่างกายของเขา

จากนั้นก็ไปที่ห้องครัวและตัดเนื้อชิ้นใหญ่ที่ปลายหางของกุ้งอมตะ และวางมันลงที่หม้อไอน้ำ

หลังจากคิดบางอย่างได้ เขาก็วางไข่กุ้งลงไปด้วย โดยวางข้าง ๆ เนื้อกุ้งก่อนจะปิดฝา

หนึ่งชั่วโมงต่อมากลิ่นหอมที่ทำให้มึนเมาได้ ก็ลอยออกมาจากห้องครัว เป่ยเฟิงเปิดฝาออกทำให้กลิ่นหอมของมันไหลเข้าไปในบ้านทั้งหลัง

เป่ยเฟิงวางจานออกมาแล้วเรียกทุกคนมารวมตัวกันที่โต๊ะ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตประจำวันของทุกคน พวกเขารีบวิ่งมาที่โต๊ะเหมือนกับสุนัขที่หิวโหย เป่ยเฟิงเปิดฝาออกทำให้เห็นถึงชามขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยไข่กุ้งสีเหลืองทอง มันมีกลิ่นหอมที่เหมือนกับศูนย์รวมของความสมบูรณ์แบบ

“อึก”

ไป่เซียงกับอีกสามคนกลืนน้ำลายพร้อมกัน

แน่นอนว่าเป่ยเฟิงไม่สนใจความต้องการของทั้งสี่ มันเป็นเรื่องดีที่ทุกคนสามารถร่วมโต๊ะกินข้าวด้วยกันได้ แต่สิ่งที่ดีที่สุดจะถูกเก็บไว้ให้เจ้านายของเขาเท่านั้น !

มันมีมุมมองที่ต่างกันออกไปว่าไข่กุ้งนั่นมันสามารถกินได้หรือไม่ บางคนบอกว่าไม่เคยกินมันเพราะมันจะทำให้เสียเวลากับการกินเนื้อกุ้งมากกว่า มีบางคนกล่าวว่าไข่กุ้งเป็นส่วนที่สกปรกที่สุดของกุ้ง มันไม่สามารถกินได้

เหตุผลที่ในเรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันเนื่องจากว่า กุ้งปกติอาศัยอยู่ในน่านน้ำที่มืดทืบแล้วมันมีสารพิษโลหะหนักจำนวนมากในไข่พวกมัน การกินมันจะเป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์

แต่เป่ยเฟิงไม่ได้ต้องการที่จะละทิ้งสมบัติแบบนี้เพราะเหตุผลแปลก ๆ มันเป็นเรื่องตลกที่จะบอกว่ามีเพียงปีศาจเท่านั้นที่กินได้ ? เป่ยเฟิงไม่เชื่อเรื่องนี้ นอกจากนี้กุ้งอมตะมันมาจากทะเลลึกโบราณจากอีกโลก !

เป่ยเฟิงตักไข่ออกมาเบา ๆ ด้วยส้อมของเขา ก่อนจะส่งมันเข้าปากช้า ๆ

“เนียนนุ่ม ! มันให้รสชาติที่สดชื่นและอ่อนโยน !”

เป่ยเฟิงปิดตาของเขาและพึมพำอย่างเพลิดเพลิน เขาจิ้มส้อมของเขาลงไปในไข่กุ้งก่อนจะตักกินอีกคำ

ถึงแม้จะอร่อยมากแค่ไหนแต่มันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะกินลงไปเพียงคนเดียว โดยไม่แบ่งปันใคร

นี่จึงเป็นส่วนที่สนุกที่สุดของเป่ยเฟิง เขาสามารถใช้เวลากับไข่กุ้งนี้ได้ทั้งหมดเพราะมันเป็นของเขาคนเดียว !

ความอุ่นสบายกระจายไปทั่วกระเพาะอาหารของเขา ไข่กุ้งนั่นมีพลังงานที่สูง จำนวนเนื้อกับไข่ที่เขากินไปถูกย่อยสลายลงกลายเป็นพลังงานจำนวนมากให้กับร่างกายของเขา !

ยี่สิบนาทีต่อมา ในขณะที่เป่ยเฟิงกำลังมีความสุขเขาก็จิ้มไปที่ไข่กุ้งอีกครั้ง แต่คราวนี้เขากลับพอว่ามันว่างเปล่าซะแล้ว

***

หลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จแล้ว เป่ยเฟิงก็กลับไปฝึกท่าเทคนิคการหายใจด้วยแสงอยู่ใต้ต้นไทร สำหรับลึกลับทั้งสามนั่น พวกเขากลับมามีบทบาทเป็นถุงกระสอบทรายให้กับไป่เซียง ภายใต้คำแนะนำที่ว่า ‘การฝึก’

เป่ยเฟิงขมวดคิ้วที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความพยายามในการปรับเปลี่ยนท่าการเคลื่อนไหวของเขาให้เป็นเทคนิคการต่อสู้นั้นล้มเหลวอีกครั้ง

เขามองไปที่ค่าสถานะของเขา

เผ่ามนุษย์ : เป่ยเฟิง (ชาวประมง ระดับ 1)

ความแข็งแกร่ง : 65

ความเร็ว : 54

พลังจิต : 49

เทคนิคการหายใจด้วยแสง : สำเร็จจุดสูงสุดของขั้นแรก

อาวุธ : เย็นสุดขั้ว

ขาดประสบการณ์เพื่อเข้าถึงชาวประมง ระดับ 2 : 3,650 !

“ไม่เลว ความแข็งแกร่งของฉันเพิ่มขึ้น 3 จุด กับความเร็วอีก 1 จุด เพราะกินไข่กุ้ง”

เป่ยเฟิงยิ้มด้วยความยินดี ไข่กุ้งนี้ไม่เลวเลย ! มันคุ้มค่ากับเขาอย่างมาก

เขาคว้าแมงมุมตัวเล็ก ๆ มาติดไว้กับตะขอ แล้วเดินไปที่บ่อน้ำโบราณอย่างสบายใจ เขากำลังจะเตรียมตัวให้แมงมุมตัวนี้เป็นแมงมุมตัวแรกที่ได้ไปอีกโลก !

มีถ้วยชาอยู่ข้าง ๆ เขา มันมีไอน้ำบาง ๆ ลอยออกมาเมื่อตอนเขาจิ๊บชา ชานี้ถูกชงด้วยใบชาป่าที่หาได้จากภูเขา มันมีรสหวานเบา ๆ ติดอยู่ที่ปลายลิ้นของเขา จิตวิญญาณของเป่ยเฟิงฟื้นฟูทันทีเมื่อได้กินชาภูเขาป่านี้

***

ภายใต้ความมืดจากอีกโลก แม่น้ำไหลยาว ที่นี่อยู่ใต้พื้นผิวของโลก มันเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่ามันเป็นกลางวันหรือกลางคืน มันไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของแสงสว่าง ที่พบเห็นได้มีแต่ความมืดที่ได้ปกครองที่นี่

แม่น้ำสายนี้แม่ว่าจะอยู่ใต้ดินหลายเมตร แต่มันไม่ได้สงบเลย มันมีคลื่นระลอกยักแผ่กระจายไปทั่วผิวน้ำเป็นบางครั้ง และหากมองดี ๆ ในความมืดนี้จะเห็นถึงเกล็ดบางอย่างได้เป็นบางครั้ง

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top