ขนาดตัวอักษร

จักรพรรดิ์เทพมังกร – บทที่ 19 : ความรักของพี่ชาย

 505 Views

[ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ]

 

บทที่ 19 : ความรักของพี่ชาย

นักเรียนทั้งหมดกำลังวิ่งไปตรงไปยังโรงอาหารเพื่อทานข้าวเที่ยง เสียงพูดคุยกัน และเสียงรับประทานอาหารดังสนั่นไปทั่วทั้งโรงอาหาร แม้แต่ร้านอาหารชั้นสองก็ยังมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังน้อยกว่าโรงอาหารด้านล่าง จึงค่อนข้างเงียบสงบกว่ามาก..

ร้านอาหารชั้นสองส่วนใหญ่จะเป็นพวกนักเรียนมีเงิน ประเภทคุณชาย และคุณหนูผู้ส่งแห่งโรงเรียนจิงฉูทั้งหลาย และทุกคนล้วนรู้จักถังเมิ่ง

“เห้.. นั่นมันคุณชายถังไม่ใช่เหรอ? แล้วใครกันที่นั่งทานข้าวกับเขาอยู่? แล้วทำไมถึงได้มีโอกาสไปนั่งทานข้าวกับคุณชายถังได้นะ!”

“อย่าโง่ไปหน่อยเลย! นี่ฉันยังไม่ได้บอกเธอเหรอว่า ผู้ชายอ้วนๆ ที่นั่งอยู่ตรงโน้นคือหลิงหยุน? เขาก็คือคนที่แบกกระสอบทรายวิ่งรอบสนามสิบเอ็ดรอบ จนคนทั้งโรงเรียนตกอกตกใจ.. ส่วนอีกคน.. ดูจากรูปร่างหน้าตาก็รู้ว่าเป็นใคร! คงไม่ต้องให้ฉันสะกดชื่อให้หรอกนะ?”

“นี่เธอกำลังจะบอกว่า เธอคือหนึ่งในสามของดาวโรงเรียน.. หนิงหลิงยู่งั้นเหรอ? ปกติเธอจะผูกหางม้านี่นา?”

“ใช่เธอแน่นอน! ดูเหมือนคุณชายถังคงตั้งใจจะตามตื๊อพิชิตหัวใจเธอให้ได้ก่อนเรียนจบแน่! และนั่นก็หมายความว่า เขาคงต้องเป็นศัตรูกับเสียเจิ้นเหยิน!”

“เอ.. ถ้างั้นก็หมายความว่า ต่อไปคงจะมีอะไรสนุกๆให้ดูสินะ! ถังเมิ่งปะทะเสียเจิ้นเหยิน.. ฉันแทบจะอดใจรอไม่ได้ อยากรู้จริงๆว่า ใครกันนะที่จะเป็นผู้พิชิตหัวใจหนิงหลิงยู่ได้!”

“ฉันก็อยากเห็น!”

และเพียงไม่นาน.. ชั้นสองทั้งชั้นต่างก็มีเสียงกระซิบกระซาบ และการคาดเดาจากผู้คน..

“ดูนั่น! แม้แต่ฉางหลิงที่อยู่ห้อง 6 ก็มากินที่นี่ด้วย! เธอกับเกาเฉินเฉินไปใหนมาใหนด้วยกันตลอด นี่ก็หมายความว่า เกาเฉินเฉินก็มากินที่นี่ด้วยงั้นสิ?”

สามดาวโรงเรียนแห่งโรงเรียนมัทธิยมจิงฉู – หนิงหลิงยู่ เกาเฉินเฉิน และเฉิงเมี่ยน

หนิงหลิงยู่มักสั่งอาหารจากโรงอาหารกลับไปกินที่หอพัก ส่วนเกาเฉินเฉินนั้น ปกติก็จะกินอาหารที่ทางบ้านส่งมาให้ มีเพียงเฉิงเมี่ยนที่มักจะมากินอาหารที่ชั้นสองนี้บ่อยๆ

การปรากฏตัวของดาวโรงเรียนที่ร้านอาหารชั้นสองพร้อมกันทั้งสามคน ทำให้เด็กหนุ่ม และเด็กสาวต่างพากันตื่นเต้น และจับกลุ่มซุบซิบกัน..

ปกติแค่คนใดคนหนึ่งปรากฏตัว ก็เป็นที่สนใจของผู้คนมากแล้ว แต่เมื่อทั้งสามคนปรากฏตัวพร้อมกัน.. จะเกิดอะไรขึ้น?

ทุกคนที่นั่งอยู่ในร้านอาหารชั้นสอง ต่างก็จ้องมองไปยังโต๊ะของถังเมิ่ง คนเหล่านั้นจับจ้องทุกอิริยาบทของพวกเขาอย่างไม่ละสายตา ราวกับเกรงว่าจะพลาดอะไรบางอย่างที่ตื่นเต้นไป..

หนิงหลิงยู่พาพี่ชายมาที่นี่ เพราะต้องการให้เขาได้ทานอะไรที่มีสารอาหารเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกายที่อ่อนล้า เธอวางแผนไว้ว่าจะมาถึงที่นี่ก่อนเวลาพักเที่ยงหน่อย เพื่อที่จะได้รีบกินให้เสร็จ หนิงหลิงยู่ไม่ต้องการเป็นศูนย์กลางความสนใจโดยไม่จำเป็น เธอจึงเลือกนั่งตรงมุมที่ลับตา เพื่อจะได้ทานอาหารอย่างสงบ แต่ก็ไม่วายที่เธอจต้องกลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของผู้คนจนได้ แต่ก็โชคดีที่ทั้งเธอ และหลิงหยุนต่างก็นั่งหันหลังให้กับประตู และก็ต้องขอบคุณร่างใหญ่โตของหลิงหยุน ที่บังเธอไว้มิดชิด มิเช่นนั้นแล้ว.. คงจะเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับเธอมาก ที่จะต้องทานข้าวท่ามกลางสายตาของเหล่านักเรียนชายรวยๆ

หนิงหลิงยู่ไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้มากจริงๆ..

ตรงข้ามกับหลิงหยุน ที่คุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้เป็นอย่างดี เขาจึงไม่ใส่ใจกับสายตาและเสียงซุบซิบรอบๆตัว เขายังคงสงบนิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อน ราวกับว่ากำลังอยู่ในร้านอาหารเพียงคนเดียว..

นักเรียนบางคนพยายามเข้ามานั่งใกล้ๆ หลิงหยุนเพื่อต้องการมีส่วนร่วม แต่กลับต้องพบกับสายตาพิฆาตของถังเมิ่ง เขากำลังมีความสุขอย่างมาก ที่ได้ทานอาหารกับหนิงหลิงยู่เป็นครั้งแรก และไม่ต้องการให้ใครรบกวนแม้แต่น้อย หากใครกล้า.. เขาจะจัดการให้ถึงขั้นเลือดตกยางออกเลยทีเดียว..!

แต่ก็ยังมีคนพยายาม..

ฉางหลิงวิ่งขึ้นบันไดเข้ามาในร้านอาหารชั้นสอง และก็พบว่าที่นั่งเต็มเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงสามที่ใกล้ๆกับถังเมิ่ง เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ด้านติดกับผนัง ฉางหลิงรู้ดีว่า เกาเฉินเฉินนั้นรักสงบ และเกลียดการเป็นจุดสนใจ เธอจึงเว้นที่นั่งที่หันหลังให้ประตูไว้ให้กับเกาเฉินเฉิน..

เมื่อนั่งตรงข้ามกับถังเมิ่ง.. เธอจึงมองเห็นหลิงหยุน ที่นั่งทะแยงมุมกับเธอ

หลิงหยุน?! หนิงหลิงยู่?!

ฉางหลิงรีบเอามือปิดปากไว้ด้วยความตกใจ..

เกาเฉินเฉินกำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ และขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ เกาเฉินเฉินคงต้องนั่งข้างหลิงหยุนแน่ เธอนึกถึงเรื่องข่าวลือเมื่อเช้านี้ของคนทั้งคู่ทันที..

ไม่น่ะ.. ขืนเป็นแบบนี้ต้องไม่ดีแน่ๆ ฉันขอโทษนะเฉินเฉิน ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้จริงๆ ฉางหลิงนึกขอโทษอยู่ในใจ..

และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ฉางหลิงก็ได้ยินเสียงหัวเราะหนวกหูดังมาจากโต๊ะข้างๆ..

ยัยฉางหลิงซื่อบื้อ.. ทำไมถึงต้องมานั่งข้างผมด้วย? ทำลายบรรยากาศดีๆหมดเลย? ถังเมิ่งกร่นด่าในใจ..

แต่ถังเมิ่งก็ไม่คิดที่จะทำอะไร.. แม้ฉางหลิงจะไม่ได้เด่นดังเท่ากับเสียเจิ้นเหยิน หรือเกาเฉินเฉิน แต่เธอก็มาจากครอบครัวที่มีอิทธิพลเช่นกัน

“ขอต้มหม้อไฟปลาเสฉวน เนื้อวัวสไลด์หนึ่งถาด แล้วก็ลิ้ววัวหมักซอสพริก ขอเผ็ดๆนะ!” เมื่อฉางหลิงตะโกนสั่งอาหารกับพนักงานเสริฟ ถังเมิ่งจึงแน่ใจว่าเธอคงจะนั่งอยู่ตรงนั้นอีกนาน หลังจากที่สั่งอาหารเรียบร้อย ฉางหลิงก็มองถังเมิ่งด้วยสายตารังเกียจวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบเปลี่ยนไปมองที่อื่น..

วันนี้ร้านอาหารชั้นสองคนเยอะมาก พนักงานจึงยุ่งจนแม้แต่อาหารจานแรกของหลิงหยุนก็ยังไม่มาเสริฟด้วยซ้ำ ท้องของหลิงหยุนร้องด้วยความหิว เมื่อจมูกของเขาได้กลิ่นหอมของอาหารที่โชยมาจากห้องครัว ตอนนี้เขาหิวจนตาลายหมดแล้ว แต่ก็ไม่มีทางเลือก นอกจากดื่มชาไปพลางๆ เพื่อเป็นการชดเชยที่ร่างกายสูญสียน้ำไประหว่างการวิ่ง หนิงหลิงยู่ช่างเป็นน้องสาวที่ดูแลเอาใจใส่พี่ชายดีมาก เธอจะคอยเติมน้ำให้กับเขาทุกครั้งเมื่อแก้วว่างเปล่า..

ถังเมิ่งได้แต่มองด้วยความอิจฉาริษยา และแทบจะน้ำตาไหล เมื่อมองไปยังแก้วชาที่ว่างเปล่าของตัวเอง.. และหนิงหลิงยู่ไม่แม้แต่จะชายตามองแก้วชาของเขา ทำให้เห็นชัดเจนว่า เธอไม่ได้รู้สึกเป็นห่วงเป็นใยเขาเลยแม้แต่น้อย

“ว่าแต่นายเสียเงินหนึ่งหมื่นเหรียญให้กับน้องสาวของฉันได้ยังไง?”

หลิงหยุนมองถังเมิ่งด้วยทีท่าสงบนิ่ง แต่สายตาของเขานั้นราวกับสายตาของเพชรฆาต ฉางหลิงหูผึ่งทันที.. และจดจ่ออยู่กับเสียงพูดคุยของพวกเขา

เมื่อได้ยินที่หลิงหยุนถาม.. ถังเมิ่งเกือบจะโพล่งออกไปว่า.. ‘หลังจากที่ใช้นายเป็นเดิมพัน แล้วก็โดดเรียนสองคาบเพื่อมานับจำนวนรอบที่นายวิ่ง ช่วยนายจัดการกับหลี่เล่ย แล้วก็เสียเงินหนึ่งหมื่นเหรียญให้กับนาย.. นี่นายยังแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอีกหรือไง?’

ถังเมิ่งเหลือบมองหนิงหลิงยู่อย่างระมัดระวัง ก่อนจะพูดออกไปว่า “นายรู้ว่าฉันเป็นใครใช่ไม๊?”

ถังเมิ่งคิดอยู่ในใจว่า.. ‘ผมต้องทำตัวให้ดีกว่านี้..’ หากเขาสามารถเอาชนะใจหนิงหลิงยู่ได้ เขาก็ต้องกลายเป็นน้องเขยของหลิงหยุน ดังนั้น.. เขาจึงต้องเอาด้านดีของตัวเองขึ้นมาอวดหลิงหยุน เพื่อให้หลิงหยุนประทับใจในตัวเขา

“เมื่อครู่ฉันได้ยินน้องสาวฉันเรียกนายว่าถังเมิ่ง.. ฉันรู้แค่นั้น!” หลิงหยุนตอบอย่างไม่ใส่ใจ พร้อมกับยักไหล่ให้ โดยไม่แม้แต่จะหันไปมองถังเมิ่ง

‘ข้าไม่สนใจว่าแกจะเป็นใคร ข้าเพียงต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น’ หลิงหยุนคิด..

“นายว่าอะไรนะ?! นี่นาย.. นาย..” ถังเมิ่งไม่สามารถระงับความโกรธได้อีกต่อไป เมื่อได้ยินคำตอบและท่าทางที่ไม่ใยดีของหลิงหยุน “ถ้างั้น.. ฉันก็จะอบรมให้นายรู้จักฉันก็แล้วกัน.. ฟังนะ.. ฉันชื่อถังเมิ่ง! สะกดแบบเดียวกับคำว่าราชวังถัง..! ส่วนเมิ่งแปลว่า.. ดุร้าย! และฉายาของฉันก็คือ.. เซียนพนันรุ่นเล็ก! คราวนี้นายจำฉันได้หรือยัง?!”

หลิงหยุนรู้สึกไม่ต่างจากกำลังนั่งดูละคร.. “ฉันจำไม่ได้หรอก.. และฉันก็ไม่สนใจด้วยว่านายเป็นใคร! สิ่งสำคัญที่ฉันอยากรู้คือ.. เกิดอะไรขึ้น? แล้วก็ช่วยตอบให้ตรงประเด็น และก็รีบตอบก่อนที่อาหารจะมาเสริฟ!” หลิงหยุนตอบห้วนๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่ถังเมิ่งได้พบคนหัวดื้อขนาดนี้.. ดื้อหัวชนฝาชนิดที่เขาแทบไม่มีแรงจะโมโหอีกแล้ว.. และนี่ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาอีกเช่นกัน ที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเคารพเลย.. แม้แต่เสียเจิ้นเหยินยังไม่กล้าพูดกับเขาแบบที่หลิงหยุนทำ หนิงหลิงยู่ก้มหน้าลง พยายามจะซ่อนเสียงหัวเราะ..

พี่ชายเจ๋งจริงๆ!

สำหรับหนิงหลิงยู่ที่แสนอ่อนหวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง.. ผู้ชายคนนี้เป็นพี่ชายของเธอ! การได้อยู่ข้างๆเขา ดูเหมือนจะช่วยให้เธอแข็งแกร่ง ลืมเสียงซุบซิบนินทา และสายตาที่จ้องมองอยู่รอบๆตัวเธอ แม้กระทั่งคนอารมณ์ขึ้นๆลงๆอย่างฉางหลิง ยังถึงกับหัวเราะแทบตกเก้าอี้ เมื่อได้เห็นหลิงหยุนปีนขึ้นไปเหยียบบนหัวของถังเมิ่ง..

ถังเมิ่งได้แต่เอนกายพิงเก้าอี้ และถอนหายใจอย่างแรง ก่อนที่จะเริ่มอธิบายเรื่องราวต่างๆ..

“นายยังจำตอนที่นายวิ่งรอบสนามได้ใช่ไม๊.. นั่นล่ะ.. ฉันเปิดให้มีการเดิมพัน โดยให้ทุกคนทายว่านายจะวิ่งได้ทั้งหมดกี่รอบ และสำหรับคนที่เดิมพันไว้ว่ามากกว่าสิบรอบ ก็จะได้เงินคืนเป็นยี่สิบเท่า หลิงยู่ไม่พอใจที่ฉันใช้นายเป็นเดิมพัน เธอก็เลยวางเงินห้าร้อยเหรียญ พร้อมกับพนันว่านายจะวิ่งได้มากกว่าสิบรอบ และผลก็คือ.. เธอชนะเดิมพันและได้เงินหนึ่งหมื่นเหรียญ ทีนี้เข้าใจรึยัง?”

ทันทีที่เล่าจบ.. ด้วยสัญชาติญาณ เขารีบกำหมัดแน่น เพื่อจะสามารถตอบโต้หลิงหยุนได้ทันที หากเขาถูกหลิงหยุนจู่โจม..

ทุกคนต่างพากันแปลกใจ.. ที่หลิงหยุนดูเหมือนไม่สนใจถังเมิ่งเลยสักนิด แต่สีหน้าของเขาที่มองหนิงหลิงยู่ กลับเต็มไปด้วยความชื่นชม.. หลังจากนั้น สิ่งที่ตามมาถึงกับทำให้ถังเมิ่งแทบอยากจะมีเรื่อง!

“ทำได้ดีมากน้องน้อยของพี่..! เยี่ยมมากที่ศรัทธาในตัวพี่ชายคนนี้ เธอต้องรักษาศรัทธานี้ไว้ต่อไปล่ะ! ความจริง.. ถ้าเธอศรัทธาในตัวพี่ขนาดนี้ ทำไมไม่วางเดิมพันสักหมื่นเหรียญไปเลยล่ะ แทนที่จะวางแค่ห้าร้อย!” หลิงหยุนพูดกับน้องสาวอย่างมีความสุข

เมื่อได้ยินถังเมิ่งพูดความจริงทั้งหมด.. หนิงหลิงยู่ก็ใจเต้นแรง และเริ่มกระวนกระวาย เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย และยิ่งไม่เคยคิดว่าพี่ชายของเธอจะตอบกลับมาเช่นนี้..!

หนิงหลิงยู่เงยหน้าขึ้นมองพี่ชายของเธอตาโต.. และพูดออกมาได้เพียงคำเดียว “อะไรนะ..?”

ที่โต๊ะอาหารอีกด้าน.. ฉางหลิงกำลังหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง และนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอหัวเราะหนักขนาดนี้ ตั้งแต่เรียนห้องเดียวกับหลิงหยุนมาเกือบสามปี เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่า ในห้องของเธอมีเพื่อนที่น่าสนใจแบบนี้อยู่ด้วย วางเดิมพันหนึ่งหมื่นเหรียญงั้นเหรอ? ยี่สิบเท่าของเงินจำนวนนั้น.. เขาคงเป็นเศรษฐีไปเลย! แม้แต่เซียนพนันรุ่นเล็กก็คงจะไม่มีจ่าย..!

ถังเมิ่งตัวสั่น.. แทบอยากหลบออกไปจากร้านอาหาร แต่โชคดีที่อาหารจานแรกมาพอดี.. กลิ่นหอมเย้ายวนของสตูไก่ใส่เห็ดบนโต๊ะอาหาร ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดเมื่อครู่ลดลงทันที..

“น้องพี่.. อย่ากลั้นหัวเราะแบบนั้น.. ไม่งั้นพอกินอะไรลงไป มันก็จะตกไม่ถึงท้องนะ.. เอาล่ะ.. ทานให้อร่อยก่อนจะกลับเข้าไปเรียนต่อ!” หลิงหยุนหยอกล้อกับน้องสาว เมื่อเห็นอาหารมาเสริฟแล้ว เขาจึงลูบไหล่น้องสาวเบาๆ ก่อนจะคีบน่องไก่ไปวางไว้ในชามข้าวของเธอ แล้วจึงคีบน่องที่เหลือมากินเอง เขาใช้มือเปล่าหยิบน่องไก่เข้าปาก..

หนิงหลิงยู่ไม่สามารถกลั้นหัวเราะได้อีก.. เพียงแค่เสี้ยววินาที เธอก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา รอยยิ้มร่าเริงและสวยงามของเธอนั้น ถึงกับทำให้ถังเมิ่งนิ่งอึ้งไป ‘เห็นหนิงหลิงยู่หัวเราะมีความสุขได้แบบนี้.. ฉันก็จะไม่ทะเลาะกับนายก็แล้วกัน!’ ถังเมิ่งคิด..

ขณะที่กำลังกัดฟันกลั้นความโกรธเอาไว้ ถังเมิ่งก็เลียนแบบการกระทำของหลิงหยุน เขาจัดการคีบปีกไปไก่ และกำลังจะนำไปวางในชามข้าวของหนิงหลิงยู่..

ป้าบ!

ปฏิกิริยาของหลิงหยุนรวดเร็วราวกับสายฟ้า.. เขาใช้ตะเกียบในมือขวาของเขา กดทับตะเกียบของถังเมิ่งไว้..

“เธอเป็นน้องสาวของฉัน.. ฉันจะดูแลเธอเอง คนนอกไม่เกี่ยว!” หลิงหยุนขมวดคิ้วใส่ถังเมิ่ง..

ถังเมิ่งแทบอยากจะเอาตะเกียบทิ่มตาหลิงหยุน.. เขาสาบานเลยว่า.. ถ้าหนิงหลิงยู่ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย เขาจะยกหม้อสตูไก่เทราดหัวหลิงหยุนอย่างแน่นอน

เมื่อได้ยินที่พี่ชายของเธอพูด.. หลิงยู่ถึงกับมืออ่อน ทำตะเกียบตกลงไปในหม้อสตูไก่ และน้ำสตูก็กระเด็นเลอะเทอะไปหมด

เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจ จมูกเล็กๆของเธอเริ่มแดง และน้ำตาก็เอ่ออยู่ที่ดวงตาทั้งสองข้าง.. ในที่สุด.. เธอก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้อีก.. น้ำตามากมายเริ่มไหลอาบสองแก้ม หนิงหลิงยู่ที่อารมณ์อ่อนไหว รีบเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมามากมายกว่าวันปกติเสียอีก..

นิยายทั้งหมด

  • หมวดหมู่นิยาย


  • Top